NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จอมมารดำ

Ch.141 - ตอนที่ 141 ปลดล็อค


โครโน่ “---อืมมม!?”

 

พอชั้นรู้สึกมีสติกลับมาอีกครั้ง ร่างกายก็ดีดตัวลุกขึ้นมาทันที

 

จำได้ราง ๆ ว่าร่างกายนั้นอ่อนล้าจากการต่อสู้กับไอบ้าคุบโรสจนถึงขีดสุด และเหมือนจะเห็นใบหน้าของลิลี่ในตอนสุดท้ายก่อนที่จะหมดสติไป…. ก่อนอื่นต้องขอยืนยันสถานการณ์ก่อนซะแล้วสิ

 

ตรงหน้าคือถนนหลวงที่มุ่งสู่ภูเขากาลาฮอล ส่วนข้าง ๆ ของชั้นก็มีคนอยู่คนหนึ่ง คน ๆ นั้นก็คือ

 

โครโน่ “เกิดอะไรขึ้นกันนะ ฟิโอน่า ?”

 

ฟิโอน่า “ไม่มีอะไรค่ะ ทุกอย่างเรียบร้อยดีค่ะ ทุกอย่างจบลงแล้วละคะ”

 

แม่มดตรงหน้าตอบชั้นโดยที่ใบหน้านิ่งไม่เจือปนอารมณ์ใด ๆ อย่างทุกที

 

ทุกอย่างจบแล้ว งั้นก็แปลว่าอันตรายได้ผ่านพ้นไปแล้วสินะ

 

โครโน่ “ชั้นหลับไปนานแค่ไหนกัน ?”

 

ฟิโอน่า “ประมาณ 30 นาทีได้ค่ะ ตอนนี้โกเล็มและศัตรูทั้งหมดถูกกำจัดไปหมดแล้วค่ะ”

 

ชั้นมองไปรอบ ๆ ตัวก็พบว่ามีชุดเกราะที่ว่างเปล่าจำนวนมากกองอยู่ที่พื้นไปทั่วบริเวณ

 

นักผจญภัยที่เหลืออยู่ต่างกำลังซ่อมแซมรถลากและทำลายลวดหนามที่ขวางทางเอาไว้ตรงถนน

 

โครโน่ “ชั้นควรที่จะไปช่วยพวกเขา”

 

เพราะพึ่งโดนศัตรูลอบโจมตีอย่างไม่คาดฝันเมื่อกี้ทำให้เสียเวลาไปมาก พวกเราจึงควรที่จะรีบออกเดินทางต่อให้เร็วที่สุดก่อนที่พวกครูเสดเดอร์จากตามมาทัน

 

แต่ทว่าชั้นก็ไม่อาจลุกขึ้นยืนได้ ไม่เหลือแม้แต่แรงที่จะลุกขึ้นด้วยขาของตนเอง ชั้นต้องใช้ต้นไม้รอบ ๆ ในการช่วยพยุงตัวขึ้นมา

 

ฟิโอน่า “บาดแผลของคุณพึ่งถูกรักษาด้วยยาวิเศษแห่งแฟรี่ แต่มันไม่ได้หมายความว่าพลังเวทของคุณจะฟื้นฟูด้วยนะคะ ได้โปรดอย่าพึ่งขยับตัวเลยค่ะ”

 

โครโน่ “คงจะเป็นแบบนั้น ให้ตายสิ ดูดพลังของชั้นไปซะขนาดนั้น ไอบ้านั่น…”

 

ถึงจะไม่เจ็บปวดแล้ว แต่ทั่วทั้งร่างก็เต็มไปด้วยความปวดล้าที่เข้าจู่โจม

 

พลังเวทมนต์ก็เหมือนกับพลังชีวิตอย่างหนึ่ง ถ้าหากใช้มันไปมากก็ไม่ได้ต่างไปจากเสียเลือดออกจากร่าง

 

ถึงจะดูน่าสมเพช แต่ตอนนี้ชั้นไม่อาจช่วยเหลือใครได้ นอกจากนั่งเฉย ๆ จนกว่าพลังจะฟื้นฟูกลับมาเท่านั้น

 

แต่ก็ถึงว่าโชคดีที่แผลของชั้นสามารถรักษาจนหายได้ เพราะผ้าคลุมของชั้น [บาโฟเม็ท เอ็มเบรซ] ตอนนี้มีสภาพไม่ต่างไปจากผ้าขี้ริ้วแล้ว

 

มันถูกตัดออกด้วยดาบมิธริลอีกทั้งยังถูกเขี้ยวของอสรพิษฉีกกระชาก ตอนนี้ผ้าคลุมก็เลยเหลืออยู่เพียงแค่ครึ่งเดียวจากเดิมแล้ว

 

ถ้าหากถูกทำลายไปมากกว่านี้ ผ้าคลุมนี้ก็จะสูญเสียพลัง และกลายเป็นเศษผ้าธรรมดาไป ไม่อาจนำไปซ่อมให้กลับสู่สภาพเดิมได้อีกแน่นอน

 

ระหว่างที่คิดว่าคงต้องใช้เวลาอีกนาน กว่าผ้าคลุมจะคืนสภาพเดิมได้ ชั้นก็กลับมานั่งใต้ต้นไม้ที่ข้าง ๆ ของฟิโอน่าอีกครั้ง

 

โครโน่ “แล้วพวกร่างทดลองละ ? พวกเขาถูกฆ่าไปหมดแล้วหรือยัง ?”

 

ฟิโอน่า “ฉันกับคุณลิลี่จัดการไป 9 คน ถึงพวกเขาจะมีความสามารถประมาณนักผจญภัยแรงค์ 3 แต่ด้วยพลัง [คลื่นรบกวนจิตใจ] ของลิลี่ ทุกอย่างก็เลยง่ายกว่าที่คิดค่ะ”

 

เนื่องจากไม่มีความคิดเป็นของตัวเอง พอถูกรบกวนการสื่อสาร เลยทำให้ไม่อาจประสานงานกันได้สินะ

 

โครโน่ “พวกเธอเก่งมากเลยละที่สามารถทำเรื่องแบบนั้นได้ ว่าแต่ไม่ใช่ว่าลิลี่ใช้พรคุ้มครองไปแล้วหรอกหรือ ?”

 

ฟิโอน่า “ใช่ค่ะ ฉันใช้เวทมนต์ช่วยปกป้องคุณลิลี่เอาไว้ จนเธอสามารถใช้พรคุ้มครองได้อีกครั้งหนึ่งค่ะ”

 

เธอพูดราวกับเป็นเรื่องง่าย ๆ แต่สำหรับชั้นแล้วนั่นมันสุดยอดมากเลยละ ถ้าหากเป็นชั้นที่ทำได้แค่สร้างโล่สีดำเน่า ๆ แล้วละก็ คงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะทำอย่างเธอได้

 

ฟิโอน่า “แล้วก็พอคุณโครโน่ปราบหัวหน้าได้ พวกที่เหลือก็หนีไปทันทีเลยค่ะ”

 

โครโน่ “หนีไปงั้นหรือ งั้นก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องไปเสียเวลาและพลังกับการตามล่าพวกเขาหรอก ปล่อยพวกเขาไปเถอะ แล้วความเสียหายของทางฝั่งเราละ ?”

(tn : ไม่ใช่ตอนหลังมาเป็นกองทัพลับให้โครโน่หรอกนะ)

 

ฟิโอน่า “ไม่มีใครตายเลยค่ะ”

 

ไม่จริงน่า...แต่ก็ดีแล้ว เป็นเรื่องที่น่ายินดีออกที่ไม่มีใครตายเลย แต่ว่าด้วยความสามารถของศัตรูแล้ว มันก็ออกจะแปลกไปหน่อยละน้า

 

โครโน่ “หรือว่าพวกที่เหลือที่สู้พร้อมกับหน่วยโกเล็มจะอ่อนแอ ?”

 

ฟิโอน่า “เปล่าค่ะ ดูเหมือนเป้าหมายของศตรูคือการจับเป็นพวกเรา พวกเขาทำแค่ให้พวกเราบาดเจ็บแล้วจับตัวไปค่ะ พอพวกเขาหนีไปกันหมด พวกเราเลยเข้าช่วยเหลือได้ทันการค่ะ”

 

โครโน่ “พอมาคิดดูแล้ว ไอบ้านั่นก็มีพูดเรื่องภารกิจด้วยนี่ยะ…”

 

บางทีพวกมันคงต้องการร่างเอาไปทำการวิจัยให้เหมือนกับชั้นละมั้ง ?

 

พวกมันที่ยีดไดดารอสไปได้ ก็น่าจะมีพวก [ปีศาจ] ที่พวกมันอยากได้จำนวนมากแล้วนี่ หรือว่าอยากจะได้คนที่แข็งแรงหน่อยอย่างพวกนักผจญภัยอย่างงั้นหรอกหรือ ?

 

ลิลี่ “อืม นั่นก็ไม่ถึือว่าผิดทั้งหมดหรอกนะ”

 

โครโน่ “ลิลี่ !?!”

 

คนที่อยู่ ๆ แทรกการสนทนาขึ้นมาก็คือลิลี่

 

ฟิโอน่า “โอ้ คุณลิลี่ เธอเสร็จการทรมา--- สอบสวนหมอนั่นแล้วหรือคะ ?”

 

เดี่ยวนะ เมื่อกี้ดูเหมือนเธอจะพูดคำอันตรายออกมาใช่ไหม ? ชั้นคงไม่ได้คิดไปเองใช่ไหม ?!

 

ลิลี่ “ฉันได้รู้ทุกอย่างที่อยากรู้แล้ว

 

เธอตอบด้วยรอยยิ้มและดวงตาที่เฉียบคม

 

โครโน่ “หมายความว่ายังไง….สอบสวนอะไร ?”

 

ลิลี่ “ฉันไปถามชายที่ชื่อว่าคุบโรสอะไรนั่นมาเล็กน้อยนะ ข้อมูลเป็นสิ่งจำเป็นนี่ ?”

 

โครโน่ “ชั้นไม่คิดว่าไอบ้านั่นจะยอมเปิดปากง่าย ๆ หรอกนะ”

 

ลิลี่ “ก็ใช่ ฉันเลยใช้พลังเทเลพาธีไป [เล็กน้อย] เพื่อล้วงข้อมูลมาไง”

 

เธอยิ้มและขยิบตาให้กับชั้น

 

ไอที่ว่าเล็กน้อยนี่หมายความว่ายังไงกัน แถมเธอยังดูเหมือนไม่อยากให้ชั้นถามในราวละเอียดด้วย งั้นชั้นก็จะไม่ถามถึงมันละกัน

 

ลิลี่ “เอาละ ถึงเรื่องเมื่อกี้ที่คุยค้างไว้ พวกมันดูเหมือนจะมีเป้าที่การตามจับผู้แข็งแกร่ง เพื่อเอาไปทำการวิจัยนะ และมันยังเป็นภารกิจลับด้วย พวกมันเลยเข้ามาในฐานะกลุ่มทหารรับจ้างของครูเสดเดอร์นะ”

 

โครโน่ “หมายถึงทหารรับจ้างกลุ่มเดียวกับเมื่อวันก่อนหรือเปล่า ?”

 

ลิลี่ “ใช่แล้ว พวกมันรับนักผจญภัยเข้ามาปะปนกับกองทัพทหารรับจ้างของมัน แล้วใช้พวกนั้นเป็นตัวล่อเพื่อให้พวกตัวเองหายตัวไปจากกองทัพครูเสดเดอร์เมื่อวันนั้นนะ”

 

ในวันก่อนที่พวกทหารรับจ้างจู่โจมมา ตอนนั้นนึกว่าเป็นการโจมตีโง่ ๆ แบบไม่คิดซะอีก แต่ความจริงคือเป็นแบบนี้เองงั้นหรือ

 

ถูกนำมาใช้แล้วทิ้งแบบนี้ พวกนักผจญภัยเหล่านั้นช่างน่าสงสารซะจริง ถึงคนที่ลงมือฆ่าจะเป็นพวกเราก็เถอะนะ

 

ลิลี่ “แล้วพวกมันก็อ้อมมาทางป่าด้านหลังด้วยกลุ่มเล็ก ๆ จากนั้นก็เรียกโกเล็มมาหลอกพวกเราว่าถูกล้อมเอาไว้แล้ว พอพวกเราหนีออกมาจากหมู่บ้านอาลซัส พวกมันก็ดักโจมตีเราโดยไม่ให้ครูเสดเดอร์เห็นได้”

 

โครโน่ “แล้วพวกเราก็เต้นไปตามที่มันต้องการเลยสินะ...บ้าจริง”

 

ถึงสุดท้ายจะเอาชนะมาได้ แต่หากพวกเราพ่ายแพ้ละก็ สิ่งที่รออยู่ก็คงจะเป็นเรื่องเลวร้ายกว่าความตายเป็นไหน ๆ แน่

 

และมันก็ไม่ใช่เกิดขึ้นกับชั้นคนเดียว พรรคพวกทุกคนเองก็ด้วย แม้จะสายไปแล้ว แต่พอมาคิดแบบนั้นในเวลานี้ก็อดหวาดกลัวขึ้นมาไม่ได้หากมันเป็นจริงขึ้นมา

 

ฟิโอน่า “แต่ว่าคุณลิลี่ค่ะ แล้วยังมีข้อมูลอื่นอีกหรือเปล่าคะ ? อย่างเช่นองค์กรที่สร้างร่างวิจัยอะไรแบบนั้นนะคะ”

 

องค์กรงั้นหรือ ? ก็คงเป็นแหล่งรวมของพวกเลวทรามนั่นแหละ แต่รู้เอาไว้ก่อนก็ดีเหมือนกัน

 

ลิลี่ “เป็นกลุ่มที่เรียกตนเองว่า [กลุ่มสัตยาบันสีขาว (白の秘蹟)] องค์กรถูกสร้างโดยบิชอบ จูดาส ศูนย์มนุษย์วิจัยที่โครโน่เคยอยู่นั้นเป็นแค่หนึ่งในศูนย์วิจัยจากทั้งหมด พวกมันทำการทดลองภายใต้โครงการ [ทหารศักดิ์สิทธิ์] นะ”

 

สรุปเข้าใจได้ง่ายดีแฮะ

 

บิชอบ จูดาส คงเป็นไอตาแกที่ไม่ได้สวมหน้ากากเมื่อตอนนั้นสินะ

 

ผู้สร้างองค์กรงั้นหรือ ? ถ้ามันกล้าโผลหัวเข้ามาในระยะสายตาของชั้นละก็ รับรองมันไม่รอดออกไปแน่

 

แต่ว่าโครงการทหารศักดิ์สิทธิ์งั้นเรอะ ? หรือว่าพวกมันต้องการจะให้ชั้นและคนอื่น ๆ กลายเป็นทหารของพระเจ้าของมันงั้นเรอะ ?

 

โครโน่ “มาบังคับและเรียกพวกเราว่าเป็นหมากของพระเจ้าแบบนั้น ไอพวกบ้านั่น…”

 

[กลุ่มสัตยาบันสีขาว] และ [บิชอบ จูดาส] ชั้นจะจำชื่อเหล่านี้เอาไว้ คอยดูเถอะ

 

ถึงวันนี้ชั้นยังไม่มีพลังพอที่จะทำลายการวิจัยบ้า ๆ นั้นได้ แต่สักวันหนึ่งที่ชั้นมีพลังมากพอ พวกแกจะต้องชดใช้ในสิ่งที่แกได้กระทำลงไปอย่างแน่นอน

 

………………………………

 

ภายในป่าทึบ ศพร่างหนึ่งได้ถูกวางกองเอาไว้กับพื้นดิน

 

ศพนั้นถูกชำแหละออกเป็นส่วน ๆ จนยากที่จะบอกได้ว่านั่นคือใครในอดีต จะมีก็เพียงแค่ลูกตาตรงส่วนหัวเท่านั้นที่ยังสมบูรณ์ดีอยู่

 

มีเพียงแค่คนที่ลงมือทำเท่านั้น ที่รู้ว่าอดีตของศพนี้คือใคร

 

“โอ้ แกถูกฆ่าได้โหดเหี้ยมมากเลยนะเนี่ยคุบโรส”

 

แต่กลับมีอีกคนหนึ่งที่รู้ว่าศพตรงหน้านี้คือใคร

 

ดูเหมือนศพนี้จะมีชื่อว่าคุบโรส

 

“ทั้งที่แฟรี่คนนั้นดูน่ารัก แต่ในหัวของเธอดูท่าจะมีน๊อตหลวม ๆ ขันเอาไว้ นี่ยิ่งกว่าการสวบสวนแล้ว จริงมะ สึมิกิ ?”

 

เด็กสาวรูปร่างผอมเพรียวบางและมีผมสีบอร์นทรงทวินเทล ชุดเกราะและอาวุธที่ดูราวกับเป็นของมือสมัครเล่นและอ่อนแอนั้นทำให้เธอเหมือนกับพวกนักผจญภัยหน้าใหม่ ใช่แล้วเธอคนนี้ก็คือไอซ์นั่นเอง

 

แม้ว่าจะอยู่ตรงหน้าศพที่ดูอุจาดตา แต่เธอก็ยังยิ้มได้

 

ไอซ์ “จงใจใช้เวทระดับต่ำและลดพลังให้เบาที่สุด เพื่อให้มันค่อย ๆ ตายลงช้า ๆ แถมยังมีร่องรอยของการใช้เวทรักษากับเวทปลุกให้ตื่น คงจะรั้งชีวิตมันเอาไว้ไม่ให้ตายเร็วไป และไม่ยอมปล่อยให้หมดสติไปด้วย มิน่าละ ศพถึงได้ออกมามีสภาพแบบนี้ แต่ก็สมกับสิ่งที่มันได้สร้างเอาไว้แล้วละ”

 

ไอซ์คิดว่าการทรมานศพนี้คงต่อเนื่องยาวนานได้สักประมาณ 20 นาที ในเวลาเดียวกัน แมวสีดำที่อยู่ข้างเธอก็ร้อง “เนียววว” อย่างง่วงหนาวฮาวนอนออกมา

 

ไอซ์ “หุ หุ หุ เอาละ เลิกเล่นแล้วดีกว่า ตอนนี้ฉันควรจะไปกล่าวสวัสดีมารร้ายกับแฟรี่พวกนั้นได้แล้วละ----”

 

ไอซ์แตะที่สายข้อมือสีเงินที่ดูมีราคาแพงของตนเอง

 

ไอซ์ “---ปลดล็อค”

 

พร้อมกันนั้น สายรัดสีเงินก็แตกออก แล้วร่างที่เพรียวบางของเธอก็แปรเปลี่ยนไป พร้อมกับแผ่ออร่าสีเงินออกมา

 

บรรยากาศโดยรอบเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน หากมีใครเข้ามาใกล้บริเวณนี้แล้วละก็ คงจะสลบไปทันทีเพราะถูกแรงกดดันนั้นเข้าทำร้าย ตอนนี้ไอซ์ได้กลายเป็นอีกคนหนึ่งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

…..…………….

 

หลังจากรื้อลวดหนามออกไปจนหมด ทุกคนต่างก็เตรียมความพร้อมกันอยู่บนรถม้าอีกครั้ง

 

พวกเราเสียเวลาอันมีค่าไปมาก แต่ก็ยังไม่เห็นวี่แววของกองทัพครูเสดเดอร์เลย

 

พวกเราไม่รู้ว่ายังมีเวลาอีกแค่ไหนกว่าที่พวกมันจะตามมาทันได้ ดังนั้นตอนนี้เลยจำเป็นต้องหนีออกไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ซะก่อน

 

แถมจากการต่อสู้เมื่อกี้ ถึงจะไม่มีคนตาย แต่คนบาดเจ็บนั้นเยอะมากจนน่าใจหาย พวกที่ไม่บาดเจ็บก็มีแต่พวกที่อยู่แนวหลังเท่านั้นเอง

 

อย่างน้อยรถม้าก็กว้างพอสำหรับคนบาดเจ็บทุกคน ดังนั้นเลยไม่มีใครถูกทิ้งเอาไว้อยู่ตรงนี้

 

โครโน่ “เอาละ ทุกคนพร้อมแล้วใช่มั้ย”

 

แล้วในตอนที่ชั้นกำลังตะโกนและเตรียมที่จะขึ้นไปบนรถม้าตอนนั้นเอง

 

โครโน่ “---ทุกคนหมอบลง ! [โล่สีดำ-แบล็คชิลด์] !”

   

พร้อมกับการตะเบ็งเสียงออกไป ชั้นเรียกใช้เวทมนต์ป้องกันออกไปด้วยพลังทั้งหมดที่มี

 

นั่นก็เพราะมีหอกแสงตกลงมาราวกับฝนที่โปรยปรายลงมาจากฟ้า ไม่สิ นั่นนะ ราวกับเป็นเสาลำแสงอันทรงพลังเลยละ

 

นี่มันบ้าอะไรฟะ ? ยังมีศัตรูซ่อนอยู่อีกงั้นเรอะ ? แถมลำแสงใหญ่ขนาดนั้น คิดว่าตัวเองเป็นขีปนาวุธหรือไงกัน !

 

“صخرة على نطاق واسع لمنع الجدار—- [กำแพงดิน・เทล่า・วอร์ดีเฟ้นด์]”

 

เสียงนั้น ฟิโอน่าใช่ไหม ?

 

เร็วกว่าที่คาดการเอาไว้ เวทป้องกันที่ทรงพลังยิ่งกว่าของชั้น กำแพงดินอันแข็งแกร่งได้ผุดขึ้นมาจากปฐพี

 

เกิดแผ่นดินไหวเล็กน้อย หน้าผาสูงชั้นก็ได้ปรากฏขึ้นมาอยู่ตรงหน้าของชั้นแล้ว

 

แนวกำแพงหินผานั้นได้ป้องกันลำแสงที่จู่โจมเข้ามา

 

“กิ้ง กิ้ง กิ้งงงงงง-----”

 

หอกแสงเหล่านั้นได้ปักเข้าไปที่ผิวของหินผาเหล่านั้น

 

ความจริงแล้วเสาลำแสงเหล่านั้นน่าจะทะลวงผ่านหินป้องกันเข้ามาได้ง่าย ๆ แต่แสงเหล่านั้นไม่อาจทะลวงผ่านมาได้ มันถูกหยุดเอาไว้ราวกับกำลังวิ่งชนกำแพงคอนกรีตเสริมเหล็กอันทรงพลัง

 

โครโน่ “....คงไม่ระเบิดลงมาใช่ไหม ?”

 

ราวกับตอบสนองต่อคำพูดของชั้น แนวกำแพงได้ถลมลงมาปิดถนนทางเดินตรงหน้าเอาไว้ พร้อมกับลูกกรงแสงที่เกิดจากเสาลำแสงนั้นปักคาเอาไว้

 

แต่ใช่ว่าจะวางใจได้ มันอาจจะเป็นเวทมนต์ที่หน่วงเวลาระเบิดเอาไว้ หรือไม่ก็อาจจะมีการโจมตีอีกระลอกก็ได้

 

ไอซ์ “อ้า โทษที โทษที ไม่ต้องระวังตัวขนาดนั้นหรอกนะ”

 

ตอนนั้นเอง เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งก็ดังขึ้น

 

เสียงนั้นเหมือนกับพวกที่ไม่ค่อยระมัดระวังตัวเท่าไหร เป็นพวกที่มักจะซุ่มซามอยู่เสมอ เป็นเสียงของพวกนิสัยแบบนั้นนั่นแหละ

 

โครโน่ “....ใครนะ ?”

 

เสียงนี้มาจากทางอีกฝั่งของโล่ แสดงว่าตอนนี้คงยืนอยู่ตรงหน้าของชั้นแล้ว

 

ถ้าเชื่อตามที่เธอพูด ศัตรูคงไม่คิดจะโจมตีเข้ามาในตอนนี้ทันที

 

ชั้นลดการป้องกันลงและเก็บโล่กลับไปเพื่อมองดูศัตรูที่อยู่ตรงหน้านี้

 

ไอซ์ “สวัสดีค่า--ยินดีที่ได้รู้จัก ฉันชื่อไอซ์---เดสสุ~♪” (ต้นฉบับมางี้จริง ๆ นะเออ คุณเธอทำตัวอะโนเนะมาก 初めまして、アイでーす♪)

 

ที่ตรงเสาแสงปักคาพื้นอยู่ตรงนั้น มีสาวคนหนึ่งยืนอยู่

 

เธอมีผมสีบอร์นทรงทวินเทล อีกทั้งยังดูเด็กอยู่เลย แต่สิ่งเหล่านั้นก็เข้าได้ดีกับดวงตาสีฟ้าและใบหน้าที่น่ารักนั้น

 

ชุดเหราะของเธอเป็นแค่เกราะหนังธรรมดาทั้งชุด จะมีก็แค่เธอใส่กระโปรงมินิสเกิร์ตกับเสื้อผ้าตัวบาง ๆ อยู่ข้างในอีกชั้นเท่านั้น แถมของทั้งหมดนั้นดูท่าจะไม่ได้เสริมพลังเวทมาอีกด้วย

 

ไม่ว่าจะมองมุมไหน ก็เหมือนกับพวกเด็กสาวตัวเล็กที่มาเป็นนักผจญภัยมือใหม่เท่านั้นเอง แต่ทว่า

 

โครโน่ “ไม่ ไม่มีทาง…”

 

ชั้นไม่ทางลืมออร่าสีเงินแบบนั้นได้ ออร่าแบบเดียวกับที่ซาริเอลมี

 

ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่ซาริเอล แต่เธอกลับมีออร่าแบบนี้ได้ งั้นก็หมายความว่าเธอคนนี้คือ…

 

โครโน่ “....เป็นอัครสาวก ?”

 

เธอยิ้มร่าราวกับดอกทานตะวัน

 

ไอซ์ “ถูกต้องแล้วค่า~ ฉันคืออัครสาวกที่ 8 ไอซ์ เดสสุ !” (うん、私、第八使徒でーっす)

 

เธอพูดราวกับเป็นเรื่องตลก

 

เป็นไปไม่ได้ ไม่มีทาง แต่ชั้นไม่อาจปฏิเสธออร่าสีเงินนั้นได้ เธอคืออัครสาวกแน่นอน กรณีที่เลวร้ายที่สุดที่เคยจินตนาการเอาไว้ได้เกิดขึ้นแล้ว

 

ไอซ์ “เอาละ คุณมารร้ายค่ะ ช่วยมาเป็นคู่ต่อสู้ให้ฉันหน่อยนะคะ น้า~?”

 

แล้วตอนนี้อัครสาวกที่ 8 ก็ได้มายืนขวางเส้นทางตรงหน้าชั้นคนนี้แล้ว

 

Tn : โครโน่เอ้ย หลังจากจบศึกนี้แล้วไปทำบุญเยอะ ๆ นะ




NEKOPOST.NET