[นิยายแปล] จอมมารดำ ตอนที่ 132 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จอมมารดำ

Ch.132 - ตอนที่ 132 หน่วยทดลอง (ร้อยนัมเบอร์)


ทั้งความแปลกใจและความโกรธได้เกิดขึ้นมาภายในใจของชั้น

 

ความเจ็บปวดเมื่อวันนั้น ความทรงจำที่ถูกบังคับให้ต่อสู้กับมอนสเตอร์ทุกวันเพราะพวกบ้าหน้ากากสีขาวนี้ มันกำลังโชติช่วงอยู่ในอก ถ้าไม่เป็นเพราะว่าเจอกับลิลี่แล้วละก็ ชั้นคงไม่ได้พบกับความสงบสุขอีกครั้งแบบนี้ได้หรอก

 

ชั้นไม่เคยคิดว่าพวกชายใส่หน้ากากจากศูนย์วิจัยจะเข้ามาใกล้ในเวลาแบบนี้ได้

 

ชายหน้ากาก : “ดูท่าแกจะมีความสุขกับยัยนั่นมากเลยนี่ ? มาร่วมรบกับพวกปีศาจโง่แบบนี้ ไอประเทศนี้มันสำคัญมากเรอะไงฮ้ะ !?”

 

หนึ่งในพรรคพวกของชายใส่หน้ากากปรากฏตัวขึ้น

 

มันทำได้อย่างไร และทำไมต้องเป็นตอนนี้ --- ถึงจะมีคำถามมากมายอยู่ในหัว แต่สิ่งที่ชั้นพูดออกไปกลับเป็นคำถามนี้

 

โครโน่ : “แกมาเพื่อจับชั้นกลับไปเนี่ยนะ ? ทำไปเพื่ออะไร ?”

 

ชายหน้ากาก : “พวก [ต่างถิ่น] แบบแกอย่ามาพูดอย่างมนุษย์กันข้านะ ! --- ก็อยากจะบอกแบบนั้นอยู่ แต่เพราะแกนั้นออกจะพิเศษหน่อย ข้าเลยจะยอมลดตัวมาคุยด้วยก็แล้วกัน”

 

เขากระสับกระสายราวกับไม่ค่อยพอใจเท่าไหรนัก ชายคนนั้นเดินลงมาที่กลางถนนจากป่าริมทางนั้น

 

ลิลี่ : “(โครโน่ จะให้ฆ่าทิ้งเลยมั้ย ?)”

 

ลิลี่ใช้เทเลพาธีกับชั้น

 

โครโน่ : “ไม่ อย่าพึ่ง ชั้นยังมีเรื่องจะถามมันอีกเป็นภูเขาเลย จริงที่ว่าไม่มีเวลาทำแบบนั้น แต่...ช่วยเล่นตามน้ำไปก่อนทีนะ”

 

ลิลี่ : “(ถ้าโครโน่ว่าไม่เป็นไรก็โอเค แต่ฉันกำลังจะบอกว่าตอนนี้ฉัน---)”

 

เวลาหมดลงแล้ว นั่นคือที่เธอกำลังจะบอกเขา

 

โครโน่ : “แอะ ลิลี่ !?”

 

แสงสว่างได้ส่องประกายออกจากตัวของลิลี่

 

ลิลี่ : “โครโน่”

 

แล้วเธอก็กลับสู่ร่างเด็กอีกครั้ง

 

ชายหน้ากาก : “บวะฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า ! อะไรเนี่ย ทำไมถึงกลายเป็นเด็กตัวจ้อยแบบนั้นไปแล้วละ ? เสียของชะมัด”

 

ชายคนนั้นหัวเราะโดยแทบไม่คิดที่จะป้องกันตัวเองเลย เพื่อที่จะหลบจากสายตาลามกของมัน ลิลี่เลยเข้าหลบอยู่ที่ข้างหลังขาของชั้นเอาไว้

 

ลิลี่ : “อู้ !”

 

ลิลี่แสดงท่าทีรังเกียจไปยังชายคนนั้น เธอเหมือนกับแมวที่กำลังขู่ศตรูตรงหน้าอยู่

 

โครโน่ : “ตอบชั้นมาซะ”

 

ชายหน้ากาก : “ก็แค่บังเอิญ เรื่องบังเอิญทั้งนั้น ทำยังกับว่าข้าคนนี้จะลำบากถ่อมาถึงทวีปแพนโดร่าเพื่อคนอย่างแกแบบนั้นละ แต่เพราะเจอแกแล้วมันก็ต้องจับกลับไปใช่ไหมละ ? ถึงจะเป็นเพราะแกหนีออกไปพวกข้าเลยสูญเสียความน่าเชื่อถือไปทั้งแล้วก็ตามเถอะนะ”

 

เรื่องบังเอิญ ? ชั้นไม่รู้ว่าคำพูดของมันจริงจังแค่ไหน แต่ชั้นคิดว่าบางทีมันคงจะมาเพื่อจุดประสงค์อื่นที่ไม่ใช่ตัวชั้นแล้วละ

 

ชายหน้ากาก : “ฮี่ ฮี่ อย่าทำหน้าปั้นยากแบบนั้นสิ ดูท่าว่าแกจะไม่รู้เดี่ยวกับตัวเองหรือพวกข้าเลยสินะ”

 

โครโน่ : “อะไรคือเป้าหมายของพวกแกกันแน่ ? ทำไมต้องเป็นชั้น ทำไมต้องอัญเชิญพวกเรามาที่โลกแบบนี้ด้วย ?”

 

ชายหน้ากาก : “ข้าไม่มีความจำเป็นต้องบอกแกสักหน่อย ถ้าอยากรู้ก็ไปถามพวกตาแกในเมืองอลิเซี่ยนสิ ข้าคิดว่าพวกมันคงมีของเล่นแบบแกอยู่อีกเยอะเลยละ”

 

ชายคนนั้นหัวเราะอย่างสุดหัวใจ เชี่ย นี่มันคิดจะล้อเล่นแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหนกัน ?

 

ชายหน้ากาก : “อย่าทำหน้าตาน่ากลัวแบบนั้นสิ ถ้าหากแกยอมให้ถูกจับดี ๆ ละก็ ข้าจะให้บริการแกเป็นพิเศษเลย แล้วก็จะบอกให้ฟังทุกอย่างที่อยากรู้---”

 

ตอนนั้นเอง บางสิ่งก็กระโดดออกมาจากที่ซ่อนริมทาง

 

นอกจากหมวกเกราะธรรมดาที่พบเห็นได้ทั่วไปแล้ว พวกมันต่างใส่ชุดเกราะไม่เหมือนกันเลย บางทีคงเป็นพวกทหารรับจ้างที่โจมตีเมื่อวานก่อนแน่

 

ดูจากรูปร่างแล้ว คงเป็นผู้ชายสองคน ผู้หญิงสองคน

 

พวกมันไปรวมที่ชายคนนั้น การเคลื่อนไหวของพวกมันไม่มีการสูญเปล่าเลย ดูท่าจะมีฝีมือกว่าที่เห็นมาก

 

ชายหน้ากาก : “ตัวอย่างเช่น มาดูกันว่าคน ๆ นี้จะร้องขอชีวิตยังไงกันดี”

 

พร้อมกับที่ชายคนนั้นดีดนิ้ว คนทั้งสี่ก็ถอดหมวกออก

 

โครโน่ : “ไอสารเลว...พวกนี้คือร่างทดลองวิจัยใหม่ของแกสินะ แอ๊ะ ?”

 

พวกเขามีอายุใกล้เคียงกัน ผมสีดำดวงตาสีดำ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพวกเขามาจากญี่ปุ่นเหมือนกันกับชั้นคนนี้

 

ชายหน้ากาก : “พวกมันคือ [หน่วยทดลองร้อยนัมเบอร์ (実験番号100 番台 -ハンドレッドナンバー] แน่นอนว่าไม่ใช่ข้า ความจริงต้องเป็นแกนะหมายเลข 49 ที่ต้องเป็นคนนำทัพพวกมัน”

 

ร้อยนัมเบอร์ ? หรือว่าแกยังจะทดลองไปต่ออีก 50 กว่าชีวิตหลังจากชั้นอีกงั้นเรอะ ?

 

ไม่ให้อภัยเด็ดขาด แต่ชั้นเองก็คิดแต่ที่จะหนีมาเพียงคนเดียว ชั้นเองก็คงจะพูดอะไรมากไม่ได้เหมือนกัน

 

และตอนนี้พวกเขาก็สูญเสียความเป็นอัตตาของตัวเองไปแล้ว คำพูดของชั้นคงจะไม่อาจเข้าถึงตัวพวกเขาได้แล้ว

 

ไม่มีแสงในแววตาของพวกเขาทั้งสี่คนเลย เป็นดวงตาที่ดำมืดสนิท พวกเขาคงถูกควบคุมด้วยแหวนสีขาวนั้นแน่

 

ชั้นเคยมีประสบการณ์มาแล้ว นั่นแหละชั้นถึงได้บอกว่าพวกเขาไม่อาจกลับมาเป็นตัวของตัวเองได้อีกต่อไปแล้ว

 

ชายหน้ากาก : “เอาละ แกจะเอาแบบไหน ? ถ้ายอมตอนนี้แกจะได้เป็นถึงผู้บังคับบัญชากองทัพร้อยนัมเบอร์ตามแผนเดิมเลยนะ แน่นอนว่าแกต้องใส่ [แหวนควบคุมจิตใจ-แองเจอร์ริง (思考制御装置 エンゼル-リング)] นะ”

 

ขณะที่มันกำลังพูด นิ้วของมันก็แตะลงไปที่แหวนสีขาวบนหัวของผู้หญิงที่อยู่ข้าง ๆ

 

มันเรียกว่า [แองเจอร์ริง] ตั้งชื่อได้บ้าบอดีแท้ ชั้นชักจะเริ่มรำคาญไปบ้านี้แล้วสิ

 

โครโน่ : “ขอปฏิเสธ ชั้นจะฆ่าแกไปพร้อมกับร่างทดลองตรงนั้นที่นี่เลย”

 

ชั้นหยิบพร้าต้องสาปไว้ที่มือขวา และเตรียมไม้คฑาเวทไว้ที่มือซ้าย

 

ชั้นไม่เหลือเวลาที่จะคุยกับมันต่อแล้ว และดูท่ามันเองก็ไม่อยากจะคุยต่อแล้วด้วย

 

ชายหน้ากาก : “โอ้ย โอ้ย ทำไมเย็นชาซะงั้นละ ไม่ใช่ว่าพวกมันเป็นเผ่าเดียวกับแกที่ว่าอะไรนะ [ญี่ปุ่น] แบบนั้นเรอะ ? ไม่อยากช่วยพวกมันหน่อยหรือไง ?”

 

โครโน่ : “แกเองน่าจะรู้ดีที่สุดนี่ ? ต่อให้เอาแหวนบ้านั้นออก พวกเขาก็ไม่กลับมาเป็นแบบเดิมได้อีกแล้ว”

 

ชั้นมีพลังพอที่จะปกป้องได้แค่ตัวเองเท่านั้น

 

และชั้นจะไม่แสดงความเมตตาต่อคนที่เป็น [ศตรู] เด็ดขาด

 

ที่พอจะทำได้ ก็แค่ฆ่าพวกเขาให้จากไปอย่างสงบไม่ให้ไอพวกบ้านั้นใช้งานได้อีกต่อไป

 

ชายหน้ากาก : “ชิ แกทำให้ยุ่งยากเสมอเลย ---ปลดข้อจำกัด จัดการหมายเลข 49 แล้วจับมาให้ข้าซะ”

 

“””รับทราบ”””

 

พร้อมกับขานรับคำสั่ง อาวุธที่พวกมันถืออยู่ก็หายไปในอากาศไปพร้อมกับชุดเกราะ จากนั้นก็มีชุดคลุมสีเทาสวมทับแทน

 

“””เตรียมต่อสู้---”””

 

ที่มือขวาของพวกมันได้สร้างอนุภาคสีดำกลายเป็นดาบยาวสีดำ

 

ที่มือซ้ายมีไม้คฑาเวทสีดำ

 

ที่ข้างหลังมีดาบยาวลอยอยู่ในอากาศ

 

“””เสร็จสิ้น”””

 

โครโน่ : “เลียนแบบเวทมนต์ดำของชั้นเลยนี่ ฮืม ?”

 

พวกมันเลียนแบบชั้นราวกับตรวจสอบและมองดูชั้นมาตลอดเวลาเลย

 

ถ้าหากพวกมันมีความสามารถเทียบเท่าชั้นละก็ นั่นก็หมายความว่าเป็นการต่อสู้ทดสอบความแข็งแกร่งในรูปแบบ 1 vs 4

 

ไม่สิ ถ้ารวมไปบ้านั่นเข้าไปด้วย ศตรูก็จะกลายเป็น 5 คน

 

ลิลี่ : “โครโน่ ! ลิลี่ก็จะสู้ด้วยเช่นกัน !!”

 

โครโน่ : “อืม ชั้นรู้อยู่แล้ว---”

 

ชั้นยิ้มให้กับลิลี่ที่กำลังดึงเสื้อคลุมอยู่

 

ใช่แล้ว ชั้นยังมีคู่หูคนนี้อยู่นี่ มันไม่เหมือนกับตอนที่ชั้นสู้อยู่ในศูนย์วิจัยนั้นซะหน่อย

 

ตอนนี้พวกมันก็กลายเป็นร่างที่ถูกดัดแปลงเหมือนกับชั้น ชั้นคงไม่มีอะไรเหนือไปกว่าพวกมันนอกปลดปล่อยความเกลียดชังที่มีออกมาเป็นพลัง

 

โครโน่ : “---ลุยกันเถอะ”

 

ชั้นจะทำให้แกเสียใจเองที่มาปรากฏตัวต่อหน้าชั้นนี้

 

…………………………

 

แวลคัน : “โอ้ร่าาาาา !!”

 

แวลคันใช้ดาบยักษ์ตัดร่างของโกเล็มอัศวินชุดเกราะออกราวกับเป็นกระดาษ

 

แวลคัน : “เฮอะ แทบไม่มีแรงต้านเลยนี่หว่า”

 

เขาที่พึ่งต่อสู้กับทหารระดับสูงของศตรูมา พอเจอแบบนี้ก็ย่อมที่จะรู้สึกเสียใจมิได้

 

… : “เฮ้ย อย่าออกจากกลุ่มไปไกลสิฟะแวลคัน อย่างน้อยพวกมันก็แข็งแกร่งกว่าโกเล็มทั่วไป แถมยังมีจำนวนเยอะด้วยนะเฟ้ย”

 

มนุษย์สัตว์อีกคนที่มาจากปาร์ตี้เดียวกันพูดหยุดเขาที่กระโดดเข้าไปในวงล้อใของศตรู

 

แวลคัน : “เออ เออ ก็เมื่อกี้ข้ายังสู้แบบนี้อยู่เลย ข้าเลยเผลอไปนะ”

 

ขณะที่ดวงตาหมาป่าของเขามองไปรอบ ๆ เขาก็พบว่าสมาชิก [แวลคันเพาเวอร์] ของเขากำลังตั้งขบวนต่อสู้อยู่ที่ข้างหลังของเขาแล้ว

 

มันทำได้แต่ให้ข้ารู้สึกเศร้าเท่านั้นที่ต้องมาใช้ขบวนรบเข้าสู้ เพราะได้สูญเสียพรรคพวกทีมจู่โจมไปเป็นจำนวนมากก่อนหน้านี้

 

โครโน่ : “แต่ช่างเถอะ มันก็รู้สึกเหมือนกับทำภาระกิจร่วมมือกันปราบมอนสเตอร์ละนะ”

 

เขามองไปรอบ ๆ ปาร์ตี้อื่น ๆ เองก็รวมกลุ่มกันสู้ในรูปแบบขบวนรบของตนเองอยู่เช่นกัน

 

ถึงคนปาร์ตี้ของพวกที่เป็นนักรบจะน้อยลงไปเยอะ เพราะตายกับไปเนื่องจากความเสียงจากแนวหน้าเมื่อตอนนั้น แต่พวกเขาก็ได้กระจายกันไปช่วยพวกนักผจญภัยแต่ละกลุ่มได้เป็นอย่างดี

 

ตลอดภาระกิจนี้ พวกเขาต้องไปปะทะที่แนวหน้า และพวกที่อยู่แนวหลังก็ต้องเชื่อมั่นในตัวพวกเขาและคอยสนับสนุนตลอดการต่อสู้อาลซัส

 

ดังนั้น ในตอนนี้พวกเขาเลยเกิดความเชื่อใจซึ่งกันและกัน และฝากชีวิตให้แก่กันได้ พวกเราเลยสามารถจัดขบวนรบเป็นกลุ่มใหญ่ได้อย่างราบรื่นเช่นนี้

 

แวลคัน : “เอาละ รีบมาจัดการให้จบ ๆ --- โฮ่ !”

 

เขารีบยกดาบขึ้นมาป้องกันการโจมตี เพราะได้รับจิตสังหารรุนแรงและพลังเวทส่งเข้ามาหา

 

แวลคัน : “นี่มัน !?!”

 

การโจมตีเวทมนต์ของศตรูถูกดาบ [ดาบคมเขี้ยวแห่งการกลืนกิน] ป้องกันไว้ได้อย่างง่ายดาย

 

แต่เขาเห็นได้อย่างชัดเจนว่าสิ่งที่โจมตีมานั้นคือกระสุนสีดำที่พุ่งเข้ามา กระสุนนั้นได้ถูกดาบของเขาดูดกลืนกินเข้าไป

 

แวลคัน : “นี่มันกระสุนปีศาจของโครโน่ไม่ใช่หรือไง !?!”

 

นี่เขายิงพลาดมางั้นเรอะ ? ไม่สิ แบบนั่นเป็นไปไม่ได้หรอก

 

นั่นก็เพราะไอคนที่ยิงออกมา มันกำลังยืนอยู่ข้างหน้าข้าคนนี้พอดี

 

แวลคัน : “วะ นี่มันควยไรฟะ ? มันจะใช้ดาบปีศาจได้ด้วย !?!”

 

ศตรูที่กระโดดลอยมาโดยการใช้โกเล็มเป็นฐานเหยียบ มันมีรูปลักษณ์คล้ายโครโน่ และยังใส่ชุดคลุมสีเทาอีกด้วย

 

มือขวาคือดาบมือซ้ายคือคฑาเวท และที่ข้างหลังก็มีดาบสองเล่มสีดำลอยอยู่

 

บนอากาศมีไอตัวที่เลียนแบบโครโน่พุ่งเข้าหาแวลคัน มันวาดดาบลงมาฟันเขา ตอนที่ใบดาบได้ปะทะกัน มันก็ควบคุมดาบทั้งสองที่ลอยอยู่พุ่งโจมตีแวลคัน

 

แวลคัน : “ชิ ยุ่งยากอีกแล้ว---”

 

แวลคันเหวียงดาบเป็นวงกว้างเหมือนกับหวดไม้เบสบอล

 

ดาบ [คมเขี้ยวแห่งการกลืนกิน] ได้ดันศตรูของเขาให้ถ่อยร่นออกไปด้วยพละกำลังที่มหาศาล

 

หลังจากนั้นแวลคันก็หลบดาบสองเล่มที่ลอยโจมตีเข้ามาด้วยลมที่สร้างขึ้นมารอบกายจาก [พรคุ้มครองหมาป่าเดียวดาย-วูฟล์การ์ด]

 

ดาบทั้งสองที่พลาดเป้าหมายไปก็กลับไปหาเจ้าของอีกครั้ง แต่มีดาบเล่มหนึ่งถูกแวลคันผ่าเป็นสองซีกเอาไว้ซะก่อน

 

แวลคัน : “ไอบ้า จะหนีงั้นเรอะ เอ๊ะ ?”

 

ชุดคลุมสีเทานั้นได้หายไปจากหน้าของเขา มันกระโดดไปซ่อนในหมู่ตุ๊กตาโกเล็มราวกับนักฆ่าคนหนึ่ง

 

ระยะห่างได้ถูกสร้างขึ้น แต่ถึงจะเป็นแบบนั้น แวลคันก็ยังไม่ละการระวังตัว เขาตรวจสอบรอบตัวและตั้งการป้องกันด้วยดาบที่อยู่ในมือของเขา

 

แวลคัน : “(โฮ้ย โฮ้ย นี่มัน มีไอพวกเลียนแบบโครโน่ปะปนอยู่ในตุ๊กตาพวกนั้นเยอะเลยนี่หว่า)”

 

เขามองเห็นนักผจญภัยคนอื่นกำลังถูกโจมตีโดยพวกที่ใส่ชุกคลุมสีเทาอยู่เช่นกัน

 

ถึงพวกเขาจะเจอตัวเลียนแบบเหมือนเขา แต่พวกนักผจญภัยคนอื่น ๆ ก็ไม่อาจรับมือได้ดีเท่ากับตัวเขาเอง

 

พวกศตรูมันควบคุมดาบได้ถึงสามเล่มพร้อมกัน และพวกเขาก็ไม่รู้ว่าควรจะรับมือยังไงดี

 

พวกนักผจญภัยแรงค์สามก็ได้รับบาดแผลมาเล็กน้อยแล้ว เป็นการโจมตีที่ยุ่งยากชะมัด

 

แวลคัน : “เฮ้ย ทุกคนระวังด้วย !! ไอพวกนี้มันใช้วิธีต่อสู้เดียวกับโครโน่ !”

 

“””รับทราบ !!!”””

 

แวลคัน : “เชี่ยยย ไอพวกบ้านี้มันใครกัน ? หรือว่าพวกมันจะมีอะไรบางอย่างเกี่ยวข้องกับโครโน่อย่างงั้นหรือ ?....”

 

ขณะที่แวลคันเริ่มยกดาบขึ้นมาและบ่นออกไป เขาไม่มีทางรู้เลยว่าที่อีกฟากของรั้วลวดหนาม โครโน่กำลังต่อสู้กับคนที่ [เกี่ยวข้อง] อยู่เวลานี้เช่นกัน

 



NEKOPOST.NET