NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จอมมารดำ

Ch.131 - ตอนที่ 131 ทะลวงแนวรบของศตรู


แวลคัน : “มาแล้วเรอะ โครโน่ !!”

 

หลังจากที่ได้เดินมุดมาตามเส้นทางหลบหนี พวกชั้นก็ได้กลับมาทักทายกับแวลคันอีกครั้งหนึ่ง

 

โครโน่ : “เออ ก่อนออกมาชั้นเอาไอพวกบ้านั้นไปพร้อมกับกิลด้วยละ”

 

แวลคัน : “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ต้องงั้นสิ งั้นรีบไปกันเถอะ”

 

ที่ประตูหลังของหมู่บ้าน ขบวนรถม้าที่ใช้สำหรับหลบหนีได้ถูกเตรียมเอาไว้เสร็จแล้ว

 

ม้าที่พ่วงกับตัวรถซึ่งสร้างอย่างเร่งรีบ กำลังถูกควบคุมโดยเหล่านักผจญภัยเอาไว้อยู่

 

รถม้ามีขนาดใหญ่มากถึงแม้จะไม่ดูหรูหรา แต่มันก็เพียงพอสำหรับการใช้หลบหนีให้กับพวกเขาได้

 

คงจะดีถ้ามันไม่พังลงก่อนที่จะข้ามภูเขากาลาฮอลสำเร็จ

 

โครโน่ : “เอาเถอะ ตอนนี้ปัญหาเดียวก็คือพวกอัศวินเกราะหนักพวกนั้นนี่แหละ”

 

ที่เส้นขอบฟ้าของถนนอีกฝาก มีเงาของมนุษย์จำนวนมากกำลังเคลื่อนไหวอยู่

 

เพราะธรที่ชูขึ้นฟ้านั้น วพกมันนี่แหละคือสาเหตุหลักที่ทำให้ชั้นตัดสินใจทิ้งอาลซัสแห่งนี้

 

โครโน่ : “ลุยเลย ! พวกเราจะพุ่งเช้าชนด้วยความเร็วสูงสุด และฝ่าวงล้อมออกไปทันที !!”

 

นี่คือวิธีการเดียวที่สามารถทำได้ตอนนี้

 

เสียงของเกือกม้าที่กระทบพื้นได้ดังสะท้อน ล้อที่เริ่มหมุ่น รถม้าก็ได้เริ่มเคลื่อนไหวแล้ว

 

รอยของรถลากและเท้าม้าได้ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง เจ้าสิ่งนั้นกำลังวิ่งออกไปทางประตูหลังของหมู่บ้าน

 

มันวิ่งข้ามสะพานไม้ที่อยู่ตรงแม่น้ำเรน

 

เนื่องจากแม่น้ำทั้งสองฝั่งมีขนาดใกล้เคียงกัน ถ้าหากทำลายสะพานทิ้งไป พวกมันก็จะต้องเสียเวลาในการข้ามแม่น้ำเหมือนเดิม

 

โครโน่ : “เตรียมการพร้อมแล้วใช่ไหม ?”

 

… : “ไม่มีปัญหา พวกเราพร้อมทุกเมื่อครับ !”

 

ชั้นใช้เทเลพาธีของลิลี่ติดต่อไปยังกลุ่มของจอมเวทที่มี

 

โครโน่ : “จัดการเลย !”

 

… : “รับทราบครับ --[ลูกศรอัคคี・อิกนิส・ซากิต้า]”

 

ด้วยวิธีการเดียวกับที่ใช้เมื่อห้าวันก่อน ไอเท็มเวทมนต์ที่อัดแน่นไปด้วยเวทไฟก็ระเบิดขึ้นที่สะพาน

 

ตอนนี้ก็มีแค่อัศวินเพกาซัสแล้วเท่านั้นที่สามารถไล่ตามพวกเรามาได้ทันที แถมลิลี่ก็ยังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์พร้อม ดังนั้นพวกมันคงยังไม่รีบร้อนบุกมาตอนนี้แน่

 

ดังนั้นพวกเราเลยพอที่จะถ่วงเวลาไปได้อีกสักพัก

 

โครโน่ : “ที่เหลือก็แค่ตีฝ่ากองทัพตรงหน้าเท่านั้น”

 

รถม้าได้เข้าจุดที่ไม่อาจย้อนกลับได้ ความเร็วที่วิ่งออกไปถึงขีดสุดกำลังย่นระยะของศตรูเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ

 

รถม้าที่ชั้นอยู่นั้นคือคันหน้าสุด แต่เดิมทีมันเป็นรถม้าขนของของปาร์ตี้แวลคัน แต่ตอนนี้นอกจากคนที่ควบบังเหียนแล้ว ก็ไม่มีใครอื่นนั่งมาด้วยอีก

 

และเนื่องจากมันจะเป็นรถม้าคันแรกที่เอาไว้ใช้ตีฝ่าแนวของศตรู มันเลยต้องใช้คนที่มีพละกำลังสูดสุดเพื่อใช้เป็นใบเบิกทางให้กับพรรคพวกที่อยู่ข้างหลัง

 

ชั้น ลิลี่ ฟิโอน่า [เอเลเมนต์มาสเตอร์] สามสาวพี่น้องเอลฟ์ [เจ้าหญิงนักล่าทั้งสาม] และลุงโมที่ถือปืนกลคู่กายเอาไว้ พวกเราคือทีมที่นั่งรถคันนี้มาด้วยกัน

 

คนที่นั่งอยู่ทางขวาและคอยควบคุมบังเหียนคือตัวชั้นเอง และทางซ้ายคือฟิโอน่า ลุงโมนั่งอยู่ที่หลังคาของรถพร้อมกับลิลี่ที่เปิดการใช้พรคุ้มครองจากราชินีย์แฟรี่อีกครั้ง ส่วนคุณอิริน่าและสาว ๆ ที่เหลือต่างก็ไปเข้าประจำตำแหน่งที่หน้าต่างของรถพร้อมที่จะยิงธนูออกมาได้ทุกเมื่อ

 

มีคนที่ควบม้ามาขนาดคู่กับตัวรถ เขาคือแวลคันที่แบกดาบยักษ์เอาไว้บนบ่า พร้อมกันนั้นก็มีนักผจญภัยระดับสูงที่คอบม้าตามมาติด ๆ กัน พวกเราทั้งหมดต่างก็พร้อมที่จะเข้าปะทะแล้ว

 

โครโน่ : “ฟิโอน่า เธอไหวหรือเปล่า ? ทั้งพลังเวทและระยะโจมตีที่เธอจะใช้นะ”

 

ชั้นถามฟิโอน่าที่กำคฑาสีแดง มันเป็นคฑาที่ชั้นไม่เคยเห็นมาก่อน

 

ฟิโอน่า : “สบายมากค่ะ คฑา [บอลไฟ] นี้จะช่วยให้ยิงเวทมนต์ในระดับคงที่แม้ว่าจะเผลอใส่พลังเวทลงไปมากแค่ไหนก็ตามค่ะ”

 

โครโน่ : “....นี่เธอมีของดีแบบนี้ด้วยหรือเนี่ย”

 

แล้วทำไมเธอถึงไม่ใช้ของแบบนั้นตั้งแต่ตอนเริ่มเป็นนักผจญภัยกันฟะ ? แต่ฟิโอน่าก็ตอบสิ่งที่ชั้นกำลังคิดอยู่ภายในหัวพอดี

 

ฟิโอน่า : “มันเป็นของสำหรับมือสมัครเล่นที่ไม่อาจใช้ได้แม้แต่เวทมนต์ระดับล่างค่ะ”

 

โครโน่ : “อ้า เพราะมันยิงได้แต่สิ่งที่กำหนดเอาไว้แล้วสินะ เข้าใจละ”

 

เพราะเป็นแบบนั้น จอมเวททั่วไปเลยไม่ใช้มันเพราะพวกเขาสามารถใช้เวทที่รุนแรงกว่า [บอลไฟ] ได้อยู่แล้ว

(tn : น่าเอาไปให้เมกุมินยื้ม)

 

โครโน่ : “แล้วมันจะไม่อ่อนแอไปงั้นเรอะ ?”

 

ฟิโอน่า : “ไม่เป็นไรค่ะ พอดีฉันมีดัดแปลง[นิดหน่อย]ให้มันยิงออกมารัว ๆ ได้ ถ้ากับมอนสเตอร์แรงค์สูง ๆ คงไม่ไหว แต่ถ้ากับอัศวินเกราะหนักคิดว่าคงเอาอยู่ค่ะ”

 

โครโน่ : “งั้นก็ฝากด้วยนะ”

 

ฟิโอน่า : “จริง ๆ แล้วเจ้าสิ่งนี้คือสิ่งที่เป็นตัวแทนแห่งความทรงจำปีหนึ่งของแํนค่ะ แม้ว่าจะขึ้นไปอยู่ปีสามแล้ว แต่ฉันก็ยังต้องใช้เจ้าสิ่งนี้อยู่…”

 

ชิบหาย ชั้นรู้สึกว่ากำลังจะได้เริ่มอ่านประวัติศาสตรือันดำมืดอีกหน้าหนึ่งของเธออีกเลย

 

ลิลี่ : “เฮ้ย ! อย่ามาคุยกันกระหนุงกระหนิงโดยไม่มีฉันสิ มันเหงานะ !”

 

ลิลี่ต่อว่าพวกเราลงมาจากบนหลังคา

 

ลุงโม : “กัก ฮ่า ฮ่า ฮ่า หึงได้แม้แต่เวลาแบบนี้ เธอนี่น่ารักซะจริงแฟรี่น้อย !”

 

ลิลี่ : “หุบปากไปเลยนายนะ หรือว่าจะให้ฉันลงมือ ?”

 

ลุงโม : “โอ้ หยุด หยุดได้แล้วน่อ ! แสงสว่างมันทำร้ายกระดูกน่อ ! ขอยจะถูกชำระแล้ววว---”

 

ถึงจะมองไม่เห็น แต่ชั้นเห็นแสงสว่างเกิดขึ้นมาจากทางหลังคาของรถ

 

โครโน่ : “พวกเขาดูสนิทกันดีนะ”

 

ฟิโอน่า : “โอ้ หรือว่าคุณโครโน่จะอิจฉาหรือคะ ?”

 

โครโน่ : “อืมม น่าจะนะ”

 

ฟิโอน่า : “----สิ้นหวังกับตานี่แล้วละคะลิลี่”

 

ฟิโอน่าพึมพำเบา ๆ สิ้นหวังเรื่องอะไรฟะ ?

 

แวลคัน : “ไอพวกบ้า ! หยุดเล่นต่อหน้าศตรูได้แล้ว ! แสดงไฟต่อสู้ออกมาหน่อยสิวะ !! ไฮย่า !!”

 

แวลคันตะโกนออกมาขณะที่ควบมาข้างรถ

 

โครโน่ : “โทษที ชั้นผิดเอง”

 

ชั้นดึงสติกลับมาอีกครั้ง และเร่งพลังเวทที่มีอยู่ในร่างออกมายังคฑาเวทมนต์เพื่อเตรียมความพร้อมที่จะโจมตีออกไป

 

อัศวินเกราะหนักเริ่มเห็นได้ชัดขึ้นทุกทีแล้ว

 

โครโน่ : “ทุกคนพร้อมนะ? --”

 

แล้วในที่สุดขบวนรถม้าก็เข้าสู่ระยะโจมตี

 

พวกเราได้เปิดฉากใช้เวทมนต์ที่รุนแรงที่สุดเท่าที่จะทำได้ไปยังแนวรบของอัศวินตรงหน้านี้

 

……….

 

เกราะสีเงินที่แวววาวพร้อมกับโล่หอคอยทรงสี่เหลี่ยมขนาดยักษ์ เหมือนกับพวกอัศวินเกราะหนักก่อนหน้านี้ที่ได้ต่อสู้ด้วย พวกมันกำลังเดินขบวนปิดเส้นทางถนนหลักอยู่

 

ที่ตรงหน้าของพวกมันมีรถม้าจำนวนหนึ่งกำลังวิ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วอย่างบ้าคลั่ง

 

ในชั่วเวลาที่ระยะห่างประมาณหนึ่งร้อยเมตรพอดี ตอนนั้นพวกอัศวินก็ยังคงเคลื่อนไหวต่อไปข้างหน้าอย่างเงียบเฉียบ

 

โครโน่ : “กระสุนปีศาจ แกตลิ่ง !”

 

การโจมตีแรกได้พุ่งเข้าใส่กองทัพอัศวิน คลื่นกระสุ่นสีดำได้ถาโถมเข้าใส่พวกเขา

 

กระสุนสีดำจากโครโน่และลุงโมได้กระทบเข้ากับกำแพงเหล็กที่อยู่ตรงหน้า

 

เสียงทำลายล้างของโลหะได้ดังสะท้อนก้องไปทั่ว ฝุ่นควันได้ก่อตัวขึ้นกระจายไปทั่วพื้น

 

หลังจากกระสุนชุดแรกยิงออกไป บอลไฟและสายฟ้าก็ถูกยิงตามมา

 

มันคือลูกศรอัคคีของฟิโอน่าที่ยิงออกมาจากอุปกรณ์ควบคุมปรับแต่งบอลไฟ

 

ถึงจะไม่รวดเร็วและรุนแรงเท่ากระสุนของโครโน่ แต่ความเร็วของศรอัคคีก็เร็วเกินกว่าที่ประสานธรรมดาจะรับรู้ได้ทัน และมันได้ระเบิดทันทีที่กระทบเข้ากับพวกมันจนพวกมันหยุดเคลื่อนทัพ

 

จากนั้นเสียงของไฟฟ้าที่ซ็อตร่างก็ดังขึ้น สมาชิกของ [องค์หญิงนักล่าทั้งสาม] ได้ยิงเวทโจมตีระยะไกลด้วยธนูของพวกเธอ

 

มันวิ่งทะลุผ่านเกราะหนา การโจมตีไฟฟ้าได้รุนแรงยิ่งขึ้นต่อหน้าชุดเหราะเหล็กนั้น

 

แม้จะมีการโจมตีที่หนักหน่วงขนาดนี้ แต่นั่นเป็นแค่การเริ่มต้นเท่านั้น

 

ลิลี่ : “---[ดาราร่วงโรย]”

 

วงแหวนเวทมนตืได้ปรากฏขึ้นมาเหนือหัวอัศวินเกราะหนัก แล้วมวลสารแสงสีรุ้งก็ร่วงหล่นลงมา

 

เนื่องจากไม่อยากถูกลูกหลงไปด้วย โครโน่เลยบอกให้ลิลี่เบา ๆ มือเอาไว้ก่อน แต่ทว่า

 

*บรู้มมมมมม !!*

 

มันก็ยังรุนแรงจนเป่าพวกมันไปพร้อมกับถนนอยู่ดี

 

ระเบิดแสงหลากสีได้บังเกิด คลื่นที่รุนแรงได้กระจายตัวออกมา แต่พวกโครโน่ก็ยังมุ่งหน้าต่อไปอย่างไม่หวั่นเกรงใด ๆ

 

แนวรบของพวกมันร่วนไปหมดเพราะดาราร่วงโรย ถึงจะเป็นแบบนั้น พวกอัศวินที่เหลือต่างก็รีบวิ่งเข้ามาเพื่อที่จะปิดถนนเอาไว้ให้จนได้

 

แต่มันก็สายเกินไป ขบวนรถม้าได้วิ่งเข้ามาอยู่ในกลางวงของพวกอัศวินแล้ว

 

แวลคัน : “[ตัดอากาศ] !!”

 

แวลคันที่เปิดการใช้งานพรคุ้มครองแห่งหมาป่า เขาได้โจมตีพวกอัศวินด้วยดาบอันใหญ่โตจนพวกมันปลิวว่อนไปราวกับสายลม

 

ส่วนโครโน่ก็หยิบพร้าต้องคำสาปออกมาไว้ที่มือขวา เขาใส่พลังลงไปและโจมตีไปที่อัศวินตรงหน้า

 

โครโน่ : “คุโรนางิ---!?!”

 

เส้นตัดอากาศสิดำได้ผ่าร่างของอัศวินเป็นสองส่วนไปพร้อมกับชุดเกราะของมัน

 

และเป็นเวลาเดียวกับที่โครโน่รู้สึกว่าทหารกลุ่มนี้มีอะไรบางอย่างที่แปลกไปอยู่

 

………….

 

โครโน่ : “คุโรนางิ---”

 

ชั้นใช้ทักษะฟันร่างของศตรูที่ปิดทางเอาไว้จนแตกกระจาย

 

ดาบที่ตัดผ่านร่างพวกมันรู้สึกเหมือนกับกำลังผ่าหัวหอมเลย อีกทั้งไม่มีแรงต้านด้วย

 

โครโน่ : “--!?!”

 

แต่มันแปลก

 

มันแปลกมาก

 

ทำไมพวกมันถึงไม่ใช้ทักษะป้องกันออกมาให้เห็น ไม่แม้แต่จะคิดใช้เวทมนต์ป้องกันตัวเอง ตอนแรกที่โจมตีจากระยะไกลนั้นชั้นยังไม่รู้ แต่พอเข้ามาประชิดแบบนี้ก็เป็นที่แน่นอนแล้วละ

 

โครโน่ : “ไอพวกบ้านี้ไม่ใช่อัศวินเกราะหนัก…”

 

“”””เอ้อ้อ้ ??””””

 

ขณะที่ชั้นพึมพำออกมา ลิลี่กับฟิโอน่าก็ตอบสนองกลับมาทันที

 

ชั้นใช้ทักษะกับพวกอัศวินตัวปลอมอีกครั้ง

 

อย่างที่คาด ไม่มีแรงต้านใด ๆ เลย ไม่มีแม้แต่เวทเสริมพลังอยู่ในชุดเกราะ ชั้นจดจำแรงที่ฟันลงไปได้ นี่มันไม่มีแม้แต่เลือดไหลออกมาด้วย นี่มัน…

 

โครโน่ : “ไอพวกบ้านี้มันคือโกเล็มโง่ ๆ นี่ !!”

 

พวกมันเคลื่อนไหวอย่างง่าย ๆ และยังเป็นแค่ชุดเกราะที่อ่อนแอเท่านั้น

 

มันคือพวกโกเล็มที่ชั้นเคยเจอตอนฝึกต่อสู้ในห้องจิวัยนั้น

 

โครโน่ : “...นี่มัน การที่ไอพวกตุ๊กตาแบบนี้แสดงตัวออกมาให้เห็นก็แสดงว่า---”

 

แสดงว่าพวกมันจงใจวางแผนล่อให้พวกเราออกมาเพื่อติดกับกองทัพหลอก ๆ อันนี้ !!

 

ขณะที่คิดแบบนั้นอยู่

 

แวลคัน : “เฮ้ย ! อันตราย ทุกคนหยุดเดียวนี้ !!”

 

แวลคันก็ตะโกนขึ้นมาด้วยเสียงอันดัง

 

โครโน่ : “นี่มัน---รั้วลวดหนาม !?”

 

ขณะที่มองไปข้างหน้า รั้วลวดหนามก็ถูกปูพรมปิดถนนเอาไว้ซะแล้ว

 

มันคือรั้วลวดหนามชนิดเดียวกับที่ชั้นให้สร้างขึ้นมาเลย

 

และมันมีความสามาถมากพอที่จะหยุดม้าเอาไว้ได้ด้วย

 

แวลคันหยุดไบคอร์นที่ขี่อยู่ก่อนที่จะชนเข้ากับรั้วลวดหนามนั้น

 

แต่รถม้าของเราที่แบก 8 คนเอาไว้ไม่มีทางหยุดกระทันหันแบบนั้นได้ พวกเราชนเข้ากับรั้วลวดหนามอย่างจัง

 

โครโน่ : “ชิ--”

 

จังหวะที่รถพลิกคว่ำ ชั้นก็ถูกเหวี่ยงออกมาจากรถทันที

 

โครโน่ : “โอ้ย เชี่ยไรเนี่ย !?”

 

เสื้อคลุมของชั้นติดอยู่ที่รั้วหนามนั้น

 

ทำไมกัน ? ตอนนี้ชั้นเห็นล้อของรถม้ากำลังพันเข้ากับลวดหนามอยู่

 

ไม่คาดคิกว่าจะเจออะไรแบบนี้เลย แต่ชั้นในตอนนี้ก็ได้ร่อนลงมาที่อีกฝากของรั้วหนามอย่างปลอดภัยแล้ว

 

โครโน่ : “...ลิลี่นี่คือ ?”

 

ลิลี่ : “ขอโทญด้วยโครโน่ ฉันช่วยได้แต่โครโน่คนเดียวจริง ๆ “

 

ด้วยปีกของเธอที่กระพือยู่ เด็กสาวลิลี่กำลังจ้องขึ้นมายังชั้นที่ถูกเธอช่วยเอาไว้

 

โครโน่ : “ไม่เป็นไร ขอบคุณมาก”

 

ลิลี่ : “หุ หุ หุ ทางนี้ก็เช่นกัน”

 

เพราะเธออยู่บนหลังคาเลยสามารถกระโดดออกมาแล้วคว้าชั้นเอาไว้ได้ทัน

 

โครโน่ : “เฮ้ ปลอดภัยกันหรือเปล่า !?”

 

ฟิโอน่า : “...คุณลิลี่โหดร้าย ทิ้งฉันได้ลงคือนะคะ”

 

ลิลี่ : “ขอโทษที มันเกิดขึ้นเร็วมาก ฉันเลยช่วยได้แค่คนเดียวนะ”

 

ขณะที่ฟิโอน่ามุดออกมาจากลวดหนาม เธอก็พูดตัดพ้อใส่ลิลี่

 

ถึงจะรู้สึกไม่ดีที่มีแค่ชั้นถูกช่วยเอาไว้ แต่ทุกคนก็ยังปลอดภัยดี ชั้นก็โล่งใจไปเปราะหนึ่ง

 

มีแค่รถของพวกชั้นติดอยู่เส้นโลหะสีเงินตรงหน้า คัน ๆ อื่นดูเหมือนว่าจะหยุดนถได้ทันก่อน

 

โครโน่ : “ไม่สิ มันไม่ใช่เวลาจะมาหยุดพักแบบนี้ซะหน่อย”

 

พวกเรายังถูกศตรูล้อมด้วยจำนวนที่มากกว่าอยู่ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าถนนตอนนี้ได้ถูกปิดลงอย่างสมบูรณ์ด้วยรั้วลวดหนามไปแล้ว แถมดูท่าจะฝ่าไปไม่ได้ง่าย ๆ อีกด้วย

 

สุดท้ายการตีฝ่าของพวกเราก็ถูกหยุดลงเอาไว้แบบนี้

 

ถ้าพวกเราเดินทางกันช้า ก็จะถูกตามทันโดยพวกอัศวินเพกาซัส หรือถ้าซวยหน่อยก็ถูกทหารเลววิ่งไล่ตามทัน

 

โครโน่ : “ไม่มีทางเลือก พวกเราจะปราบโกเล็มพวกนี้ให้หมดตอนนี้เลย ! ถึงศตรูจะดูเหมือนอัศวินเหราะหนัก แต่มันก็เป็นแค่โกเล็มโง่ ๆ ไม่ได้แข็งแกร่งมากมายนัก พวกเราเอาชนะได้แน่นอน !!”

 

ที่อีกฟากของรั้ว พวกนักผจญภัยต่างลงจากรถม้าและเตรียมอาวุธเข้าต่อสู้

 

สมกับเป็นนักผจญภัย พวกเขาสามารถรับมือได้เร็วแม้จะเจอเหตุการณ์เหนือคาดหมายแบบนี้ก็ตาม

 

แวลคัน : “โอ้ร่า ! โครโน่ ! อย่ายืนขี้เกียจแบบนั้นเซ่ รีบ ๆ ข้ามกลับมาฝั่งนี้ได้แล้ว !”

 

แวลคันชูดาบของเขาขึ้นมาแล้วตะโกนเรียกชั้น

 

โครโน่ : “เออ เดียวตามไป---”

 

…. : “ไม่ ไม่ เจ้าต้องอยู่ที่นี่ก่อน”

 

ตอนนั้นเองก็มีเสียงของชายคนหนึ่งหยุดชั้นเอาไว้ก่อน

 

โครโน่ : “...แกเป็นใคร”

 

ตรงต้นเสียงที่ชั้นมองไป มีชายหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่บนต้นไม้ภายในป่าริมทางของถนนหลักนี้

 

ผมสีน้ำตาลอ่อนยาวและเสื้อยืดแนวเนื้อที่เผยให้เห็นโครงร่างของเขา มันเป็นร่างที่ถูกฝึกมาอย่างดีจนเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ สร้อยกางเขนส่องประกายอยู่ที่คอของมัน

 

ลักษณะโดยรวมคือเหมือนกับพวกจิกโก๋ทั่วไปที่พบเห็นได้ในโลกใบนี้

 

แต่ดาบยาวและคฑาในมือของมันเป็นรูปแบบที่ชั้นไม่เคยเห็นมาก่อน บางทีคงเป็นพวกทหารรับจ้างก็ได้

 

ชั้นไม่รู้สึกถึงจิตสังหารของมัน แต่มันก็ไม่ได้สร้างบรรยากาศที่เป็นมิตรเช่นกัน

 

…. : “โฮ้ย โฮ้ย อย่ามาถามว่าใครแบบนี้สิฟะ ? ข้านะมองตามหลังเจ้ามาตลอดเลยนะ ตั้งแต่เมื่อก่อนแล้ว ลืมได้ยังไงฟะ ! โอ้ ใช่ ๆ บางทีแกคงจะยังจำข้าไม่ได้ ข้าคือคนที่ใส่หน้ากากพวกนั้นไงละ เฮียฮะฮะฮะฮะ !!”

 

เขาหัวเราะราวกับคนบ้า ถึงชั้นจะไม่สนใจเรื่องของมัน แต่ที่มันพูดทิ้งท้ายเมื่อกี้ชั้นไม่อาจทำหูทวนลมไปได้

 

โครโน่ : “หรือว่าแกคือ…”

 

…. : “ฮี่ฮี่ฮี่ ใช่ ใช่ แม้ว่าแกจะหนีไปจนสร้างปัญหามากมายที่แพนโดร่า แต่แย่จังน้า คราวนี้แหละข้าจะเอาตัวแกกลับไปให้ได้ เจ้าหมายเลข 49!!”

 



NEKOPOST.NET