[นิยายแปล] จอมมารดำ ตอนที่ 130 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จอมมารดำ

Ch.130 - ตอนที่ 130 การล่มสลายของบ้านกล่องดำ


ที่โถงต้อนรับของกิล นักผจญภัยทุกคนต่างกำลังรวมกันอยู่ ณ ที่แห่งนั้นเพื่อที่จะหลบหนีด้วยเส้นทางลับที่เตรียมเอาไว้

 

พอมองดูคนที่ได้รับบาดเจ็บแล้ว ชั้นก็รู้ได้ทันทีว่าสถานการณ์รบในแต่ละแห่งนั้นเลวร้ายขนาดไหน

 

ยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด พวกเราได้สูญเสียผู้คนไปจำนวนหนึ่ง

 

พวกเรามีด้วยกันทั้งหมด 103 คน แต่วันนี้ได้สูญเสียไปแล้วถึง 20 คน

 

และพวกเราก็ยังอยู่ในสนามรบ ไม่มีเวลาแม้แต่จะแสดงความเสียใจใด ๆ ให้กับผู้คนที่ได้สละชีพลงอย่างกล้าหาญในวันนี้ พวกเขาต้องรีบหนีออกจากหมู่บ้านอาลซัลก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

 

โครโน่ : “แวลคัน ช่วนนำทีมจูโจมที่เหลือไปเตรียมการก่อนที่ประตูหลังที”

 

แวลคัน : “จะดีเรอะ ? ถ้าอย่างนั้นก็เหลือแกเป็นคนระวังหลังอยู่คนเดียวสิ ?”

 

โครโน่ : “ไม่ต้องห่วง ชั้นวางแผนเอาไว้แบบนี้ตั้งแต่แรกแล้ว”

 

แวลคัน : “ก็ได้ งั้นเอาตามที่แกว่า พวกข้าไปก่อนละ”

 

ทุกคนต่างรู้แล้วว่ามีอัศวินเกราะหนักกลุ่มหนึ่งปรากฏตัวที่ทางด้านหลังของหมู่บ้าน

 

เพื่อที่จะหนี มันไม่มีทางเลือกอื่นแล้วนอกจากตีฝ่าอัศวินร้อยคนกลุ่มนั้นออกไป

 

เป็นอุปสรรคสุดท้ายของพวกเรา

 

ชิม่อน : “เออ คุณพี่ชายครับ”

 

โครโน่ : “ชิม่อน---เหวอ !? ดูเหมือนจะผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมาเหมือนกันนะ”

 

ร่างของชิม่อนเต็มไปด้วยเขม่าของดินปืนสีดำทั่วทั้งตัว

 

พอมองดูใกล้ ๆ แขนที่เพรียวบางขาวนั้น เต็มไปด้วยผาดแผลไฟ้ไหม้ผุพองสีแดง ๆ อยู่เต็มไปหมด เธอคงจะเป็นเป้าหมายหลักของพวกศตรูในการโจมตีที่ผ่านมาแน่เลย

 

ชิม่อน : “พวกจอมเวทของศตรูมีเยอะมากเลยครับ ทุกครั้งที่ยิงออกไป ก็จะมีบอลไฟนับสิบลูกโจมตีกลับมา มันโคตรเจ็บเลยละครับ”

 

เธอยิ้มอย่างเกรี้ยวกราด ดูเหมือนว่าจะยังมีพลังเหลืออยู่สินะ

 

โครโน่ : “ดีแล้วละที่รอดมาได้ เร็วเข้า ชิม่อนเองก็ต้องรีบเตรียมตัวหนีเหมือนกันนะ”

 

ชิม่อน : “อือ งั้นผมรีบไปก่อนนะ---!?!”

 

ขณะที่พูดอยู่ หัวของเขาก็สั่นไหวอย่างรุนแรง

 

ราวกับมีค้อนไปโขกที่หัวของเขา สิ่งที่กำลังกระแทกอยู่นั้นคือหมขนาดมหึมาคู่หนึ่ง

 

ซูซุ : “อะไรกัน ? ชิม่อน นายบาดเจ็บหนักเลยนี่ มามะ มาให้ฉันคนนี้ดูหน่อยซิ”

 

ชิม่อน : “อ้าา คุณซูซุ…”

 

เป็นซูซุที่อยู่ ๆ ก็ปรากฏกายขึ้นมาที่ข้างหลังของเขาโดยไม่มีใครรู้ตัว

 

ชิม่อนพยายามที่จะหนีออกไปด้วยความอาย แต่ก็ไม่อาจเอาชนะแรงของซูซุที่ล็อคแขนของเขาเอาไว้ได้

 

และทุกครั้งที่เขาพยายามจะเอาหัวหลบออกไป เจ้าก้อนนมนั้นก็จะไหลย้อยลงมาจมอยู่ที่หน้าของเขาราวกับสิ่งนั้นทำมาจากเยลลี่เหลว ๆ ...เดียวนะ นั่นมันทำมาจากสไลม์นี่ !?

 

โครโน่ : “พวกเธอสองคนหยุดเล่นได้แล้วมั้ง”

 

ซูซุ : “โอ้ โทษที โทษที งั้นไปกันเถอะชิม่อน”

 

ชิม่อน : “อึ อือ….ไว้เจอกันนะครับ คุณพี่ชาย”

 

ดูเหมือนชิม่อนอยากจะพูดอะไรออกมา แต่เขาก็ถูกคุณซูซุอุ้มไปแล้ว

 

ขณะที่ชั้นมองสองสาวเดินจากไปอย่างสนิทสนม (tn : เรด้าโครโน่มันพังอยู่นะครับ) พวกนักผจญภัยคนอื่น ๆ เองก็ดูวุ่นวายอยู่เช่นกัน มันทำให้ชั้นรู้สึกไม่ค่อยโดดเดี่ยวเท่าไหรนักในสภาพแวดล้อมแบบนี้

 

และในตอนนั้น สมาชิกคนสุดท้ายก็กลับเข้ามาในกิลแล้ว

 

ลิลี่ : “ฉันกลับมาแล้วโครโน่”

 

เนื่องจากลิลี่ได้พยายามถ่วงเวลาพวกอัศวินเพกาซัสเอาไว้ จนกระทั้งทุกคนอพยบเข้ามาในกิลได้ครบหมด  เธอเลยเป็นคนสุดท้ายที่กลับเข้ามา

 

โครโน่ : “ดีแล้วละที่เธอปลอดภัย”

 

ลิลี่ : “พวกเราทั้งคู่นั่นแหละ”

 

ถึงเธอจะกลับเป็นร่างเด็กแล้ว แต่จิตใจของเธอยังเป้นร่างโตอยู่

 

ลิลี่ : “ฉันเช็คจากบนฟ้าแล้ว ตอนนี้พวกกองทัพสีขาวกำลังตรงมาที่พวกเราแล้ว”

 

โครโน่ : “งั้นหรือ ถ้าหากเป็นแค่ทหารเลวธรรมดาก็คงจะดี”

 

ลิลี่ : “แต่จะไม่เป็นไรหรือ ? พวกเราพึ่งที่จะถ่วงเวลามาได้แค่ห้าวันเองนะ เดียวพวกมันก็มีโอกาศไล่ตามกลุ่มอพยบได้ทันหรอก”

 

โครโน่ : “ก็จริง แต่พวกเรายังเล่นสงครามกองโจรด้วยสภาพภูมิศาสตร์ของภูเขากาลาฮอลได้อีก คิดว่าน่าจะถ่วงเวลาได้อีกหนึ่งวันนะ”

 

ลิลี่ : “จริงดิ ?”

 

โครโน่ : “....บางทีนะ ถ้าไม่ลองก็ไม่รู้หรอก”

 

รอยยิ้มที่ดูชั่วร้ายของลิลี่ทำให้หัวใจของชั้นเจ็บปวดขึ้นมา ได้โปรดอย่าใช้ใบหน้าที่ดูบริสุทนั้นยิ้มอย่างกับปีศาจร้ายแบบนั้นสิ

 

ลิลี่ : “หุ หุ หุ ไม่เป็นไรหรอก พวกเราทำได้อยู่แล้วละ”

 

โครโน่ : “จริง งั้นลิลี่ไปก่อนได้เลย---”

 

ลิลี่ : “ไม่มีทาง ฉันไม่ยอมไปก่อนนายแน่ ฉันจะอยู่กับโครโน่ ฉันไม่คิดที่จะแยกจากโครโน่เด็กขาด”

 

เนื่องจากลิลี่อยากจะอยู่เป็นหน่วยระวังหลังด้วยกัน ชั้นเลยไม่มีทางเลือก เธอที่ปีนขึ้นมาเกาะอยู่ในฮูดข้างหลังของชั้นเหมือนอย่างทุกทีนั้น ทำให้ชั้นไม่อาจทำใจดำสลัดเธอออกไปได้

 

โครโน่ : “ช่วยไม่ได้น้า”

 

ขณะที่ชั้นลูบหัวของเธอที่นั่งอยู่รอบคอของชั้นราวกับแมว ชั้นก็ใจเย็นลงได้ทันที นี่มันสุดยอดมาก ! ถึงจะอยู่ท่ามกลางสนามรบก็เถอะ แต่การลูบหัวเธอมันช่วยชั้นได้มากจริง ๆ

 

ฟิโอน่า : “ดูเหมือนคุณจะไม่ทุกไม่ร้อนเลยแม้แต่อยู่ในสถานการณ์แบบนี้นะคะ คุณโครโน่”

 

โครโน่ : “ฟิโอน่า !? เออ อืม อ่า เธอเดินได้แล้วงั้นเรอะ ?”

 

สาวในชุดคลุมสีดำ ฟิโอน่า ได้ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับใบหน้าหาวนอน ว่าแต่ทำไมถึงรู้สึกว่าน้ำเสียงของเธอฟังดูเย็นยะเยือกยังไงชอบกล

 

ฟิโอน่า : “ฟื้นตัวสมบูรณ์แบบ ก็อยากบอกแบบนั้นอยู่ค่ะ แต่ก็ทำได้แค่เดินไปมาเท่านั้นหลังจากแดกโพชั่นลงไปนั่นแหละค่ะ”

 

ชั้นนึกภาพเธอกระเดือกน้ำยาโพชั่นจำนวนมากลงไปขณะที่นอนอยู่บนเตียงภายในหัวของตัวเองอยู่

 

ฟิโอน่า : “งั้นเดียวฉันขอไปเตรียมม้าก่อนนะคะ”

 

โครโน่ : “งั้นฝากด้วยละ”

 

หลังจากมองฟิโอน่าเดินหายไปที่ทางหนีใต้ดิน เสียงแห่งการทำลายล้างที่กระทบกับกิลก็เริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ

 

โครโน่ : “ที่นี่เองก็เริ่มไม่ปลอดภัยแล้วสินะ----”

 

พวกมันคงเอาเครื่องกระทุ้งสำหรับตีประตูเมือง (Battering ram) มาด้วย มันถึงได้เสียงดังขนาดนี้

 

ต่อให้ชั้นเสริมความแข็งแกร่งไปมากแค่ไหน มันก็คงขึ้นอยู่กับเวลาแล้วละที่พวกมันจะทำลายแล้วบุกเข้ามาภายในอาคารนี้ได้

 

โครโน่ : “งั้นก็ได้เวลาเปิดม่านกับแผนการสุดท้ายแล้วละ”

 

…………………………

 

พวกกองทัพครูเสดเดอร์ได้บุกฝ่าดงลวดหนามเหล็ก ทำลายแนวรั้วไม้ และในที่สุดแนวป้องกันของอาลซัสก็ถูกทำลายลงอย่างสมบูรณ์

 

ตอนนี้พวกปีศาจก็ถอดใจและหยุดต่อต้านกันไปแล้ว พวกมันหนีหางจุกตูดไปอุดอู้กันอยู่ภายในอาคารกิลหลังนั้นกัน พวกเขาเลยสามารถวิ่งข้ามรั้วมาได้อย่างง่ายดายแบบนี้

 

ในที่สุดก็จะถึงจุดจบของสงครามนี้ได้ซะที

 

พวกครูเสดเดอร์ได้วิ่งเข้าปิดล้อมกิลที่รู้จักในนาม [บ้านกล่องดำ] เอาไว้ราวกับฝูงมดที่กำลังจะเข้ารุมก้อนน้ำตาล

 

รอบตัวอาคารมีม่านควันหนาทึบพวกเขาเลยมองเห็นข้างในได้ยาก แต่มันก็ไม่มีธนูหรือการโจมตีใด ๆ ออกมาจากอาคารหลังนั้น พวกเขาค่อย ๆ เคลื่อนทัพเข้าไปใกล้ได้อย่างปลอดภัย

 

มีเพียงอัศวินเพกาซัสเท่านั้นที่ไม่อาจร่วมการโจมตีนี้ได้เพราะม่านควันที่บดบังจนไม่เห็นศตรู พวกเธอเลือกที่จะเฝ้าระวังอยู่ในอากาศนี้ดีกว่าลงไปร่วมทัพบนพื้นลาบที่ดูมีเค้าลางไม่ดีออกมา

 

ทหาร : “เอาละ ลองอีกครั้ง !!!”

 

เสียงกระแทกของไม้ได้ดังกระฮึ่มขึ้นที่หน้าประตูของกิล

 

พวกทหารได้นำท่อนซุงจากแพมาทำเป็นเครื่องกระทุ้งตีเมือง และเครื่องที่ว่านั้นก็กำลังทำหน้าทำลายประตูนี้อยู่

 

พวกเขาใช้กำลังของทหารเลวในการกระแทกท่อนซุงนั้นลงไปที่ประตูสีดำตรงหน้า

 

และเมื่อกระแทกจนถึงขีดสุดที่มันจะทนรับไหวได้ บานประตูสีดำก็พังลง ทางเข้าสู่บ้านกล่องดำได้ถูกเปิดออกแล้ว

 

ทหาร : “มันถูกเปิดแล้ว !! บุกได้ !!”

 

ทหาร : “””โอ้อ้อ้ !!!”””

 

พร้อมกับเสียงคำราม ทหารก็บุกเข้าไปภายในอาคารทันที

 

ถึงห้องโถงนี้จะจุนักผจยภัยได้ถึงร้อยคน แต่ด้วยจำนวนคลื่นของทหารที่มีมากมายนัก เพียงแค่ไม่กีนาทีภายในอาคารก็ถูกอัดแน่นไปด้วยทหารครูเสดเดอร์แล้ว

 

ทหาร : “นี่มันบ้าอะไรฟะ ศตรูหายหัวไปไหนหมด !!”

 

ทหาร : “ระตัวดัวย บางทีพวกมันอาจจะแอบอยู่ข้างบนก็ได้”

 

ทหาร : “ไม่มีทาง บางทีพวกมันคงจะทำทางหนีเอาไว้ ค้นหาพวกมันซะ !!”

 

เนื่องจากไม่ได้ต่างไปจากที่คาดการไว้มากนัก พวกทหารเลยไม่สับสนและเคลื่อนพลกันต่อ

 

บางคนก็ลองปีนขึ้นไปเช็คชั้นบนของอาคาร บางคนก็ไล่เช็คตามห้องนอน บางคนก็พยายามหาทางลับที่ดูน่าจะเป้นเส้นทางหลบหนีตามกำแพงหรือพื้นของห้อง

 

แน่นอนว่าพวกอัศวินเพกาซัสเองก้ถูกมอบหมายให้สำรวจจากท้องฟ้าเช่นกัน

 

เพราะไม่ว่ายังไงปีศาจกว่าห้าสิบตนจะหายไปเฉย ๆ ไม่ได้

 

พวกเขาไม่รู้ว่าพวกมันซ่อนหรือหนีไปด้วยเส้นทางไหน แต่ไม่ว่ายังไงไม่ช้าก็เร็ว พวกเขาต้องหาเจอแน่

 

พวกเขาคิดกันแบบนั้น

 

*แกร๊ก --- เปรี๊ยะ ---*

 

เสียงของอาคารที่ถึงจุดวิกฤตของโครงสร้างได้ดังลั่นออกมากระทบหูของพวกทหาร

 

ทหาร : “อ๊ะ โอ้ หรือว่าพวกมัน--”

 

เสียงของไม้ที่ค่อย ๆ แตกหัก มันคือเสียงนั้นอย่างไม่ต้องสงสัย

 

พร้อมกับเสียงที่แตกหักลงมา พื้นของอาคารก็เริ่มแยกตัวออกเป็นส่วน ๆ

 

ทหาร : “วิ่ง ! มันกำลังจะถล่มลงมาแล้ว !!”

 

พวกทหารต่างวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิตออกจากกิล แต่มันก็สายไปแล้ว

 

อาคารที่เกินกว่าจะรับน้ำหนักไหว ได้พังถล่มลงมา และมันยังล้มทับพวกทหารที่ยืนอยู่รอบ ๆ ไปด้วย

 

เสียงอันดังได้คำรามก้องไปทั่วบริเวณไปพร้อมกับเสียงกรีดร้องของทหารเหล่านั้น

 

…………………

 

โครโน่ : “---ปลดปล่อยการเสริมพลัง”

 

ขณะที่ชั้นปลดปล่อยเวทมนตืที่เสริมความแข็งแกร่งให้กับอาคารออกไปนั้น อาคารไม้ตรงหน้าก็ถล่มลงมาตามแผนของชั้นได้อย่างสวยงาม

 

โครโน่ : “ดูเหมือนจะเป็นไปตามแผนนะ”

 

ลิลี่ : “พวกเราทำได้ !”

 

ชั้นได้รับพลังใจจากลิลี่ที่เชียร์อยู่ตรงหัวไหลของชั้น

 

และเสียงระเบิดกับดินถล่มที่ดังก้องไปทั่วภายในเส้นทางนี้ก็ทำให้รู้ว่าทางเข้าของเส้นทางหลบหนีนั้นได้ถูกปิดลงไปแล้วด้วยเช่นกัน

 

เพราะอคารกิลถูกถล่มลงมาแบบนั้น เส้นทางเลยถูกปิดตายลงไปด้วยพร้อมกัน

 

ลิลี่ : “อืออ ดูเหมือนว่าพวกมันจะถูกทับไปเยอะเลยละ”

 

โครโน่ : “งั้นหรือ ? ดูเหมือนพวกเราจะใช้งานกิลได้คุ้มค่าจนหยดสุดท้ายเลยแฮะ คงต้องขอบคุณมันหน่อยแล้วละ”

 

ชั้นเป็นคนที่เสริมพลังให้กับมันด้วยตัวเอง อาคารกิลถึงได้ทนอยู่มานานขนาดนี้ ถ้าวันหนึ่งที่อาลซัสได้เป็นอิสระจากพวกครูเสดเดอร์แล้วละก็ ชั้นจะไปสร้างอนุสรณ์สถานหินตรงฐานของกิลให้แน่นอน

 

โครโน่ : “หน้าที่ของชั้นก็จบลงแล้ว เอาละ มาหนีกันเถอะ !”

 

ลิลี่ : “อือ !”

 

…………………………………….

ติดตามอัพเดทกับทางผู้แปลได้ที่เพจ  https://www.facebook.com/Diamos-519670511704186/

โปรเจคอื่น ๆ (นิยายแต่ง)

"ยินดีต้อนรับสู่ต่างโลก" (แต่งจบแล้ว) https://writer.dek-d.com/dek-d/writer/view.php?id=1699173

"DSU Board" (ยังไม่จบ) https://writer.dek-d.com/dek-d/writer/view.php?id=1765915

 

 

 




NEKOPOST.NET