[นิยายแปล] จอมมารดำ ตอนที่ 125 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จอมมารดำ

Ch.125 - ตอนที่ 125 มือปืน (撃ち合い)


วันนี้ชิม่อนไม่ได้ขึ้นไปประจำการบนหลังคาเหมือนทุกครั้ง แต่เขายืนอยู่ที่ริมหน้าต่างของชั้น 4 พร้อมกับปืนคู่กาย [ยาตะคะระซุ]

 

ที่ห้องนี้สามารถมองเห็นได้ทั่วทั้งแม่น้ำโรนและหน้าประตูหมู่บ้านอาลซัส เรียกได้ว่าเป็นจุดซุ่มยิงที่ดีรองจากบนหลังคาเลย

 

วันนี้พวกหน่วยจอมเวทของศตรูได้ข้ามแม่น้ำมาฝั่งนี้ด้วย ถึงจะไม่มีการทิ้งระเบิดลูกไฟมาเหมือนวันก่อน ๆ แต่ก็อาจจะมีห่าฝนของการโจมตีเวทมนต์กระหน่ำลงมาได้เช่นกัน เขาจึงเลือกที่จะเข้ามาอยู่ในห้องนี้แทน

 

ถ้าเป็นพวกนักธนูหรือจอมเวททั่วไป พวกเขาก็ยังพอที่จะต่อกรได้ แต่เนื่องจากเขาเป็นเอลฟ์ที่ออกจะอ่อนแอกว่ามาตรฐานนัก อีกทั้งยังไม่มีพลังเวทเหมือนอย่างเอลฟ์คนอื่นเลย

 

การที่ขึ้นไปยืนอยู่บนหลังคาแบบนั้น สำหรับเขาแล้วมันอันตรายเกินไป

 

แต่ต่อให้เขาคิดว่ามาอยู่ในที่ปลอดภัยแบบนี้แล้วก็ตาม พวกศตรูก็ยังโจมตีเข้าใส่หน้าต่างห้องที่เขาซุ่มยิงได้อยู่

 

ชิม่อน : “ว้ากก ร้อน ร้อนน !?! “

 

เวทศรเพลิงได้ลุกไหม้ที่บริเวณใกล้หน้าต่าง ความร้อนและเปลวเพลิงได้โห่มกระหน่ำขึ้นมา

 

โชคไม่ดีเลยที่เขาพลาดท่าถูกเผามือไปแล้ว

 

ชิม่อน : “อู้ววว….ซีด….”

 

เขาปล่อยปืนลง และถอยออกจากหน้าต่างของห้อง

 

อาคารกิลนี้เนื่องจากถูกเสริมพลังด้วยเวทมนต์ของโครโน่ ต่อให้มันสร้างมาจากไม้ การโจมตีเบา ๆ แบบนั้นก็ไม่อาจทำให้อาคารสะเทือนได้

 

ชิม่อนไม่จำเป็นต้องกลัวว่าการโจมตีของศตรูจะทะลุกำแพงเข้ามาได้ เขากำลังรีบหยิบยารักษาออกมาจากกระเป๋าที่ถูกขยายพื้นที่ด้วยเวทมนต์มิติเอาไว้

 

กระเป๋าเล็ก ๆ ใบนี้มันจุของได้มากกว่าที่เห็น ซึ่งปกติแล้วคงมีแต่นักผจญภัยแรงค์สามขึ้นไป ถึงจะได้ครอบครองเอาไว้กัน

 

ส่วนสาเหตุที่เขามีของแบบนี้ได้นั้น เพราะมันเป็นของขวัญที่เขาได้รับเมื่อนานมาแล้ว

 

ชิม่อน : “ทำยังไงดี ? นี่ก็เป็นยาแฟรี่ขวดสุดท้ายแล้วด้วย….”

 

เขาพูดในขณะที่โรยผงลงไปบนแผลไฟไหม้ที่มือของเขา ความเจ็บปวดได้จางหายไป และผิวของเขาได้กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง

 

ยาวิเศษแห่งแฟรี่นั้นเป็นตัวยาที่สามารถเร่งพลังฟื้นฟูให้กับร่างกายได้

 

และตอนนี้ยาที่ว่านั้นก้ได้หมดลงไปแล้ว

 

ชิม่อน : “....ไม่มีทางเลือกแล้ว มีแต่ต้องสู้เท่านั้น ทุกคนเองก็กำลังต่อสู้อยู่เช่นกัน”

 

เขามองออกไปยังกองทัพของศตรูที่อยู่ข้างล่าง เขารู้สึกไม่สบายใจและหวาดกลัวมาก แถมยาของเขาเองก็หมดแล้วด้วย

 

แต่ถึงจะเป็นแบบนั้น เขาก็ยังหยิบปืนขึ้นมาอีกครั้ง  

 

ชิม่อน : “เพราะแบบนั้น ถึงต้องต่อสู้---จะยิงศตรูให้มากที่สุดเลยคอยดูสิ !”

 

เขาถือปืนคู่กาย [ยะตะการะสุ] อย่างมั่นคง และตรงเป้าเล็งของเขาก็ได้มองหาจอมเวทของศตรูที่ไม่ได้อยู่ในวิสัยการปกป้องของโล่เอาไว้

 

เขาเหนี่ยวไกลงไปโดยไม่ลังเลเมื่อเห็นเป้าหมายของเขา และกลืนกินชีวิตของศตรูลงเพิ่มอีกหนึ่งคนไปพร้อมกัน

 

………

 

ผู้บังคับบัญชา : “แม่งเอ้ย นี่มันบ้าอะไรวะ ? ทำไมไอบ้านกล่องดำนั้นถึงยังไม่ถูกทำลายอีก !?!”

 

มองดูลูกน้องของตัวเองที่ถูกยิงและเลือดไหลอาบหน้าอกของเขา ผู้บังคับบัญชาจอมเวทหน่วยที่ 5 ก็ถึงกับบ่นออกมาอย่างไม่พอใจ

 

หลังจากที่ลงจากแพ หน่วยจอมเวทของเขาก็กระจายเข้าควบคุมพื้นที่ริมแม่น้ำเอาไว้ และยิงเวทเพลิงเข้าใส่อาคารสีดำตรงหน้า แต่อาคารหลังนั้นก็ยังไม่มีท่าทีจะถล่มลงมาเลยสักนิดเดียว

 

ทหาร : “หัวหน้าครับ ผมว่าพวกเราเน้นไปที่การป้องกันเพื่อรอกำลังเสริมจากหน่วยที่ 6 และ 7 ก่อนเถอะครับ !!”

 

ผู้บังคับบัญชา : “ชิ ไม่มีทางเลือก เปลี่ยนมาเป็นการป้องกัน--”

 

พวกศตรูมีอาคารสีดำเป็นโล่กำบังเอาไว้ แต่พวกเขาที่อยู่ริมน้ำโดยไร้กองอัศวินเกราะเหล็กถือโล่กันเอาไว้ให้ ก็เรียกได้ว่าแทบจะไร้การป้องเลยเลย ดังนั้นพวกเขาจึงไม่มีทางเลือก นอกจากเปลี่ยนมาใช้เป็นเวทป้องกันเต็มรูปแบบแทน

 

แต่ก็ใช่ว่าเวทมนต์ป้องกันจะแข็งแกร่งไร้เทียมทาน


 

มันต้องการพลังเวทสูงเพื่อที่จะกางโล่ป้องกันทั้งหน่วยได้

 

อีกอย่าง ถ้าหากเวทป้องกันมันดีจริง พวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องมีกำแพงเมืองหรือปราสาทแล้วละ

 

ยกตัวอย่างง่าย ๆ เลยก็สิ่งที่อยู่ตรงหน้าพวกเขานี่แหละ ต่อให้พวกเขามีจำนวนเยอะขนาดนี้ แต่พวกเขาก็ยังไม่สามารถทำลายอาคารหลังนั้นลงได้

 

ผู้บังคับบัญชา : “เอาจริง ๆ นะ ไอพวกอัศวินเกราะเหล็กบ้านั้นมันจะชักช้าเกินไปแล้ว กะอีกแค่ปีสาจแค่นั้น จะต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหนกันฟะ ถึงจะทะลวงไปที่ประตูนั้นได้นะหา !”

 

ตามแผนการแล้ว หน่วยจอมเวทไม่ได้มีหน้าที่สำหรับทำลายอาคารสีดำนั้นเลย พวกเขามาเพื่อสนับสนุนหน่วยทหารเลวและอัศวินเกราะหนักในการเข้าตีต่างหาก

 

พวกเขามีหน้าที่คอยปกป้องเวทมนต์และธนูของศตรูที่จะโจมตีใส่เข้ามาเท่านั้น

 

แต่เพราะเขาคิดว่า บางทีเวทของพวกเขาอาจจะสามารถทำลายอาคารนั้นได้ ผู้บังคับบัญชาเลยอยากลองดูก่อน แต่ก็พบว่ามันไม่สามารถทำได้

 

แถมหน่วยแนวหน้าของเขา ก็ยังทำการบุกโจมตีได้ไม่ค่อยดีอีก เลยทำให้แผนการทุกอย่างล่าช้าไปซะหมด

 

แต่ก็ใช่ว่าพวกเขาจะคิดว่าตอนเองจะไม่ชนะ มันก็แค่ยืดเวลาชนะของพวกเขาออกไปอีกหน่อยเท่านั้น

 

ผู้บังคับบัญชา : “อืมม ก็จริงอย่างที่แกพูด จะให้มาตายเพราะการต่อสู้ไร้สะระแบบนี้มันก็ ---”

 

ตอนนั้นเอง กระสุนสีดำก็ได้ทะลวงหัวของผู้บังคับบัญชาไปแล้ว

 

ทหาร : “หะ หัวหน้า !?!”

 

กระสุนลูกนั้นได้ทะลุใจกลางกระหม่อมอย่างสวยงาม รูขนาดใหญ่บนหน้าผากของเขามีเลือดสีแดงไหลทะลักออกมา เขาได้ตายลงทันทีโดยไม่ต้องเสี่ยเวลาไปรักษาให้เปลืองแรงแม้แต่น้อย

 

ทหาร : “เล็ง เล็งไปที่หน้าต่างของอาคารเลย ! อย่าให้ไอบ้านั้นซุ่มโจมตีมาได้อีกเด็ดขาด !!”

 

เมื่อเห็นฝีมือการซุ่มโจมตีจากศตรูที่สามารถเล็งผ่านช่องว่างเล็ก ๆ ของโล่ที่กางเอาไว้ได้แบบนั้น ด้วยตำแหน่งของเขาที่เป็นรองผู้บังคับบัญชาหน่วย เขาก็ออกคำสั่งแทนทันที

 

รอง : “เฮ้ย ๆ ฝ่ายเราเสียหายไปมากแล้วนะเฟ้ย รีบ ๆ ตีฝ่าพวกมันแล้วทำลายแนวป้องกันนั้นได้แล้ว !....”




NEKOPOST.NET