[นิยายแปล] จอมมารดำ ตอนที่ 114 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จอมมารดำ

Ch.114 - ตอนที่ 114 คืนที่สองของเดือนเพลิงปฐมฤกษ์ (2)


คนที่อยู่เวรยามดึกก็มีเผ่ามนุษย์สัตว์ที่สามารถมองได้ดีในที่มืด และพวกโจรหรือจอมเวทที่มองได้ดีในที่มืดเช่นกัน

 

ชิม่อนที่สามารถเล็งยิงระยะไกลได้นั้น แต่ต่อหน้าความมืดแบบนี้ ถ้าหากไม่มีกล้องไนท์วิชั่นช่วยแล้ว เขาก็ไม่อาจทำอะไรได้มากนัก

 

ดังนั้นตอนนี้เขาเลยไม่ต้องอยู่เวรกลางคืน และสามารถไปพักผ่อนได้เหมือนกัยคนอื่น ๆ

 

แต่ทว่าชิม่อนกลับเลือกที่จะมาห้องของโครโน่แทนที่จะไปพักผ่อนที่ห้องของตน

 

ชิม่อน : “คุณพี่ชายนอนหรือยังครับ”

 

ช่วงเวลาพักของชิม่อนกับโครโน่นั้นบังเอิญตรงกันพอดี และโครโน่กะเอาไว้ว่าหลังจากที่พักสักงีบแล้วจะกลับไปที่แนวรั้วป้องกันต่อ

 

ในตอนที่ชิม่อนยืนอยู่ทางเดินหน้าห้องนอนของโครโน่ตอนนั้นเอง

 

ชิม่อน : “อ้า คุณลิลี่…”

 

ลิลี่ที่ตัวเล็กจิ๋วนั้น เขาสามารถรับรู้ได้ทันทีว่าเธอคนนี้คือลิลี่ก็เพราะปีกคู่นั้นที่อยู่บนหลังของเธอ

 

และในเหล่านักผจญภัยที่อยู่ตรงนี้ ก็มีเพียงแค่ชิม่อนกับลิลี่เท่านั้นที่ยังเป็นเด็กกันอยู่

 

ลิลี่ : “อือ~ นายมาทำอะไรที่นี่ ?”

 

ชิม่อน : “(ชิบหายแล้ว ตอนนี้ข้างในของเธอเป็นร่างเดิมนี่...ถ้าหากข้างในเป็นร่างเด็กก็ว่าไปอย่าง แต่แบบนี้มัน...หว่า น่ากลัวชะมัด...”

 

ตอนนี้ทุกคนในพันธมิตรนักจญภัยต่างก็รู้เรื่องสองบุคลิคของลิลี่กันแล้ว แม้แต่ชิม่อนเองก็รู้เช่นกัน

 

แถมเขายังรู้เร็วกว่าใครเพื่อนเลยด้วย

 

ตอนนี้ลิลี่เป็นเหมือนกับแผลทางใจของชิม่อนไปแล้ว เพราะวันที่เขาได้เจอกับโครโน่ครั้งแรกตอนนั้น เป็นลิลี่ที่พังห้องทดลองของเขาเข้ามาพร้อมกับตีหน้ายักษ์ใส่เขา

 

ชิม่อน : “อะ เออ ไม่มีอะไรครับ…”

 

ชิม่อนพูดพร้อมกลับเบนตาไปทางอื่น ลิลี่จ้องพิจารณาเขาโดยไม่จำเป็นต้องใช้เทเลพาธีเธอก็รู้แล้วว่าชิม่อนจะมาทำอะไร

 

ลิลี่ : “โครโน่นอนไปแล้ว ไว้คราวหลังละกัน วันนี้โครโน่ทำงานหนักมากแล้ว ถ้าหากจะมารบกวนเวลานอนของเขาละก็ ฉันไม่ยอมหรอกนะ”

 

ชิม่อน : “เออ งั้นที่คุณลิลี่อยู่ห้องนี้ก็--”

 

ลิลี่ : “ฉันไม่ได้มารบกวนเวลานอนของเขา ฉันแค่มานอนกับเขา”

 

ชิม่อน : “ปะ เป็นแบบนั้นเองหรือครับ”

 

ชิม่อน : “(เดียวสิ ผมได้ยินว่าคุณลิลี่นอนอีกห้องไม่ใช่หรือไง งั้นที่เธอมาที่ห้องคุณพี่ชายแบบนี้ก็แสดงว่าเป็นเรื่องอย่างว่า…แบบนั้นสินะ)”

 

ชิม่อนกับลังคิดเหตุผลของลิลี่ที่มานอนที่ห้องเดียวกับโครโน่นี้

 

ลิลี่ : “ถ้าเข้าใจแล้วก็กลับไปที่ห้องของตัวเองได้แล้ว”

 

ชิม่อน : “อือ...ครับ”

 

ชิม่อนคิดว่า [บางคนนี่ก็ไม่เคยยอมแพ้เลยนะ] ขณะที่มองไปที่ดวงตาของลิลี่

 

หลังจากที่เห็นลิลี่กลับเข้าไปในห้องแล้ว เขาก็กลับเริ่มเดินไปที่ห้องของตัวเอง

 

ชิม่อน : “ทั้งที่มีเรื่องอยากจะคุยตั้งเยอะ”

 

ซูซุ : “---ในอีกทางหนึ่ง นายอยากถูกโครโน่ชมงั้นสินะ”

 

ชิม่อน : “อ้าาา !? คุณซูซุ มาตั้งแต่เมื่อไหร---”

 

ชิม่อนเกือบจะหลุดตะโกนเสียงดังออกมาแล้ว แต่คุณซูซุก็ใช้มืออุดปากของเขาเอาไว้ได้ทันก่อนที่ทุกคนจะรู้ตัว

 

ซูซุ : “เงียบก่อน โครโน่คงไม่โกรธหรอก แต่คุณลิลี่คงไม่ยอมแน่ถ้าส่งเสียงดังแบบนั้น”

 

ชิม่อนเห็นด้วยกับเธอ

 

ซูซุ : “โชคร้ายหน่อยที่วันนี้ลิลี่ไปถึงห้องโครโน่ก่อนนาย ไว้พรุ่งนี้ให้โครโน่ชมก็ได้”

 

ชิม่อน : “เออ ผมไม่ได้ต้องการแบบนั้นซักหน่อย--- วันนี้เป็นวันที่ลองใช้ฟืนไรเฟิลกับฟืนกลเป็นครั้ง ผมก็แค่อยากจะถามว่ามัน….”

 

ซูซุ : “ฉันจะทำเป็นไม่เห็นละกันนะ”

 

ชิม่อน : “เฮ้ ผมพูดจริง ๆ นะ”

 

ชิม่อนปฏิเสทธิพร้อมกับแก้มที่แดงขึ้นมา หากมาเห็นปฏิกิริยาตอบรับแบบนี้ ไม่ว่าใครก็คงเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าคำพูดของซูซุเป็นจริงหรือเท็จกันแน่

 

ทั้งที่ความจริงชิม่อนก็อยากจะเพียงแค่คุยกับโครโน่เท่านั้น แต่ในใจของเขาลึก ๆ ก็อยากจะได้รับคำชมจากโครโน่อยู่จริง ๆ

 

ซูซุ : “แต่ตอนแรกที่ฉันเห็นนายไปที่ห้องของโครโน่ ฉันนึกว่านายจะแอบย่อยเข้าไปทำเรื่องอย่างว่าซะอีก”

 

ชิม่อน : “แอบย่องเข้าไป เอ้อ้อ้อ้ !? ผะ ผมไม่มีทางทำแบบนั้นหรอก อีกอย่าง ผมเป็นผู้ชายนะ ! หรือว่าเธอเห็นผมเป็นพวกชอบไม้ป่าเดียวกันงั้นเรอะครับ !”

 

ถึงแม้ว่าตอนนี้โครโน่จะยังคิดว่าชิม่อนเป็นเด็กผู้หญิงอยู่ก็ตามเถอะนะ และชิม่อนเองก็ยังไม่รู้เรื่องนี้ด้วย

 

ซูซุ : “แต่นายก็ถึงวัยที่จะมีความรักแล้วนี่ พอเห็นนายมองโครโน่ด้วยดวงตาแห่งรักแบบนั้นแล้ว ฉันก็เลยคิดว่าบางทีนายนะ…”

 

ชิม่อน : “ผมเปล่า !”

 

เขาปฏิเสทธิด้วยพลังทั้งหมดที่มี จริงอยู่ว่าเขารู้สึกผูกพันกับโครโน่ แต่ไม่ใช่ในเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ แบบนั้น

 

ซูซุ : “ฮืมม ใครจะรู้ พวกเรามีสาวงามอย่างองค์หญิงนักล่าทั้งสาม และแม่มดอย่างฟิโอน่า พวกเธอทุกคนล้วนมีใบหน้างดงามทั้งนั้น แต่ฉันไม่เห็นนายเหลียวตามองเลยสักนิด”

 

ชิม่อน : “ถ้าผมมองพวกเธอแบบนั้น ผมก็เป็นพวกลามกสิครับ”

 

ชิม่อนยอมรับว่าสาว ๆ เหล่านั้นสวยอย่างที่ว่าจริง แต่เขาก็ไม่ได้มีความรู้สึกอะไรกับพวกเธอจริงอย่างที่ว่า

 

ซูซุ : “งั้นถ้าเป็นคุณลิลี่ละ รายนั้นสวยมากเลยนะ แต่ฉันไม่แนะนำหรอกนะ”

 

ชิม่อน : “คุณลิลี่งั้นหรือครับ ได้โปรดเถอะ ไม่มีทางเลย !”

 

ไม่ว่าจะสวยขนาดไหน แต่ถ้าต้องถูกจ้องแบบนั้นตลอด ก็คงไม่มีใครชอบลงได้หรอก

 

ซูซุ : “อืมม งั้น--หรือว่าจะ อ้าฉันรู้แล้ว !”

 

ชิม่อน : “ได้โปรดหยุดเถอะครับ ผมไม่เก่งเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ แบบนี้นะครับ--”

 

ซูซุ : “ไม่ใช่ว่านายชอบพวกอกแบนงั้นหรือ”

 

ชิม่อน : “ได้โปรดฟังผมด้วยครับ…”

 

ชิม่อนเริ่มถอนหายใจพร้อมกับห่อไหลลง

 

เขาก้มมองลงไปที่เท้าพร้อมกับคิดหาวิธีที่จะหนีจากสถานการณ์นี้ไปให้ได้

 

ซูซุ : “งั้นถ้าเป็นแบบนี้ละ ? เป็นไงชอบมั้ย ?”

 

ภูเขาสองลูกกำลังส่ายไปมาอยู่ตรงหน้าของชิม่อน

 

ชิม่อน : “เอ้อ้อ้อ้ !? ทำไมถึง ทำไมหน้าอกถึงใหญ่ขึ้นมาแบบนั้นได้ละ !?”

 

ซูซุ : “โฮ่ มีปฏิกิริยาตอบรับดีเกิดคาดแบบนี้ แสดงว่าฉันยังมีความหวังสินะ ?”

 

ชิม่อน : “ผมกลัวต่างหาก !”

 

ซูซุยิ้มอย่างมีเลศนัย เมื่อกี้หน้าอกของเธอยังมีขนาดปกติอยู่เลย แต่ตอนนี้ราวกับว่าเธอได้รับพรจากพระแม่ธรณีผู้เป็นมารดาแห่งทุกสรรพสิ่ง มันกลับกลายเป็นภูเขาขนาดมหึมาสองลูกเข้ามาแทนที่ซะแล้ว

 

ขนาดของมันเทียบเท่ากับหัวของชิม่อนเลยทีเดียว มวลมหาศาลของมันกำลังขัดดันอยู่ภายใต้เสื้อเชิ้ตบาง ๆ ของเธอ

 

ชิม่อน : “มันคืออะไรกันเนี่ย….”

 

ซูซุ : “ฉันเป็นสไลม์นะ ถึงปกติจะทำให้มันดูธรรมดา แต่ถ้าหากฉันอยากเปลี่ยนขนาดละก็ ฉันสามารถทำปรับได้ตามใจอยากอย่างที่นายเห็นตอนนี้เลยละ”

 

พอเธอพูดแบบนั้น เจ้าหน้าอกหน้าใจนั้นก็กวัดแกว่งไปมาอย่างมีเสน่ห์ ชิม่อนจ้องไปสิ่งนั้นตามสัญชาตญาณ คงไม่มีผู้ชายคนไหนปฏิเสทธิที่จะมองเจ้าเนินเขาลูกนี้ได้

 

ซูซุ : “ขนาดนี้นายคิดว่าเป็นยังไงบ้าง ?”

 

ชิม่อน : “เออ เออคือว่าคุณหมายความว่ายังไงครับ….?”

 

ซูซุก้อมหน้าเข้ามาจ้องใกล้ดวงตาของชิม่อน ที่เบื้องล่างของใบหน้าเธอ ร่องลึกของหุบเขานั้นกำลังปริแตกออกมาจากเสื้อที่เธอกำลังสวมใส่อยู่

 

ชิม่อนที่หน้าแดงอย่างสมบูรณืแล้ว ก็เลี่ยงสายตาไปทางอื่น แน่นอนว่าปฏิกิริยาแสนจะไร้เดียงสานี้ ไม่อาจรอดพ้นสายตาของเธอไปได้

 

ซูซุ : “ที่ฉันหมายถึงก็คือ---”

 

สำหรับชิม่อนที่ไม่มีประสบการณ์ด้านความรักเลยสักครั้ง ก่อนที่เขาจะรู้ว่าซูซุกำลังคิดอะไรอยู่ในใจ มือของเขาก็…

 

ซูซุ : “---เจ้าสิ่งนี้ไง”

 

ก่อนที่ชิม่อนจะรู้ตัว มือขวาของเขาก็ขย้ำลงไปที่ภูเขาลูกนั้นด้วยฝีมือของคุณซูซุแล้ว

 

ความนุ่มและไออุ่นได้ไหลผ่านทางสัมผัสฝ่ามือของเขา สิ่งที่ขวางกั้นเจาเขาลูกนั้นมีเพียงแค่เสื้อเชิ้ตตัวบางเท่านั้น ด้วยเจ้าสิ่งนี้ก็เพียงพอที่จะทำให้ผู้ชายคนหนึ่งสัมปชัญญะโบยบินได้แล้ว

 

ชิม่อน : “ว้ากกก !? ขะ ขอโทษครับ ตอนนี้ได้เวลานอนของผมแล้ว ! เจอกันวันหลังนะครับ !!”

 

บางทีคงจะมากเกินไปกว่าที่ชิม่อนจะรับมือได้ เขาดูตื่นเต้นและตัวสั่นพร้อมกับหน้าแดง เขารีบวิ่งกลับไปที่ห้องของเขาแล้ว

 

ซูซุ : “อ่า ฮ่า ฮ่า เขาช่างน่ารักจริง---”

 

ซูซุจ้องมองชิม่อนที่จากไปด้วยรอยยิ้ม

 

ซูซุ : “ครั้งหน้าฉันคงต้องจริงจังกว่านี้แล้วละ”

 

หลังจากพึมพำออกไปแบบนั้น เธอก็หายไปจากที่แห่งนั้นโดยไร้ซุ่มเสียง

 

…………………

 

กองทัพครูเสดเดอร์ที่อยู่หมู่บ้านวัตโตะตอนนี้ ความจริงแล้วพวกเขาควรที่จะยึดหมู่บ้านอาลซัสได้ภายในวันนี้

 

แต่กลับกลายเป็นว่าพวกเขาได้พ่ายแพ้ให้กับแนวป้องกันของพวกปีศาจ ดังนั้นพวกเขาจึงต้องกลับมาตั้งฐานกันอยู่ที่แห่งนี้

 

กลุ่มทหารรับจ้างคุบโรสก็เช่นกัน ตอนนี้พวกเขากำลังตั้งแคมป์อยู่ที่รอบนอกของหมู่บ้านวัตโตะอยู่

 

คุบโรสที่แสนขี้เกียจคนนั้น ปกติตอนนี้เขาจะต้องนอนอยู่ที่เตียงของตัวเองไปพร้อมกับสาว ๆ ของเขา แต่วันนี้เขากลับเลือกที่จะเดินเข้าไปในป่าลึกแทน

 

เขาเดินไปที่หน้าต้นไม้ใหญ่พร้อมกับคฑาเวทที่อยู่ในมือของเขา

 

บนต้นไม้นั้นมีเส้นสีขาววาดเป็นภาพเรขาคณิตที่ดูเหมือนกับหอกอยู่

 

คุบโรส : “ให้ข้าคนนี้ใช้ [อารัคเน] แบบรุ่นเก่าอย่างนี้ ช่างบ้าบอซะจริง ต้องมานั่งเขียนวงเวทย์แบบนี้ทุกวัน ก็เพราะไอบ้านั่นแท้ ๆ”

 

ขณะที่บ่นถึงคนที่มอบ [อารัคเน] ให้กับเขา คุบโรสก็นำปลายคฑาแทงลงไปในพื้นดิน

 

คุบโรส : 「مراقبة سرية لمعالجة الرقيق العنكبوت」

 

คฑานั้นตอบสนองกับการร่ายมนต์ของคุบโรส รูปราขาคณิตตรงนั้นเริ่มเรืองแสงออกมา

 

จากจุดที่คฑาแทงลงไปนั้น ลวดลายเรขาคณิตได้ปรากฏกระจายออกมาจากตรงนั้น

 

วงแหวนเวทที่มีรัศมีหนึ่งเมตรได้ถูกสร้างขึ้นมา มันดูเหมือนกับข่ายของแมงมุมก็ว่าได้

 

คุบโรส : “--อารัคเน”

 

เขาได้เรียกอสูรรับใช้ออกมา มันคืออสูรรับใช้แมงมุมนั่นเอง

 

ภายในข่ายใยแมงมุมนั้น มีฝูงแมงมุมพุ่งออกมาเป็นจำนวนมากราวกับฝุดขึ้นมาจากน้ำ

 

แมงมุมขนาดใหญ่จำนวนมากที่ออกมาจากพื้นนั้น หากเป็นคนธรรมดามาเห็นคงต้องตกใจแน่

 

แต่กับคุบโรสที่เป็นคนอัญเชิญแล้วนั้น ถือเป็นภาพปกติสำหรับเขา

 

พวกมันโผล่ขึ้นมาแล้วหายเข้าไปในป่าลึกนั้น และไม่ถึงนาทีต่อมาก็มีบางส่วนกลับมาหาเขา

 

คุบโรส : “---ชิ ลดลงไปเยอะเลยนี่หว่า ไอพวกของไร้คุณภาพเอ้ย !”

 

เนื่องจากกลุ่มทหารรับจ้างคุบโรสถูกสั่งให้อยู่ที่หมู่บ้านวัตโตะ เขาเลยใช้แมงมุมเหล่านั้นไปเฝ้าสังเหตุสงครามที่เกิดขึ้นในวันนี้

 

คุบโรส : “ปีศาจอย่างงั้น ปีศาจอย่างงี้ ไอบ้านั้นกลับมาทั้ง ๆ ที่แพ้ ไหนขอดูหน่อยสิว่าเกิดอะไรขึ้น--”

 

คุบโรสจับแมงมุมตัวหนึ่งมาส่องดู

 

ภาพและเสียงของเหตุการณ์ที่มองดูผ่านแมงมุมนั้นได้ปรากฏขึ้นภายในหัวของเขา

 

คุบโรส : “---ว้าว นั่นมันสาวเอลฟ์นี่ นี่แหละที่ข้าคนนี้อยากได้”

 

ภาพของสาวเอลฟ์แสนสวยสามคนที่มีผมบรอนและดวงตาสีน้ำเงินได้ประทับสู่สมองของเขา

 

หลังจากนั้นก็เป็น ภาพของทหารที่ตายเพราะธนูสายฟ้าของพวกเธอ

 

คุบโรส : “อืม--แต่เพราะพวกมันเป็นปีศาจ เดียวก็คงตาย---”

 

แต่พอคุบโรสดูต่อไปเขาก็เปลี่ยนความคิดทันที

 

ถึงตอนแรกเขายังมีรอยยิ้มที่จะมองหาเหยื่อของเขาอยู่ แต่แล้วรอยยิ้มนั้นก็ได้หายไปจากใบหน้าของเขา

 

เขาบ่นอุบอิบแล้วเขวี้ยงแมงมุมนั้นทิ้งไป เจ้าแมงมุมตัวนั้นรีบวิ่งกลับเข้าไปในวงแหวนเวทแล้วหายตัวไปทันที

 

คุบโรส : “น่าสนใจนี่ มีสิ่งนั่นรออยู่อย่างงั้นหรือ ฮ่า ฮ่า ฮ่า คงเป็นโชคชะตาที่ชักนำข้าคนนี้มาสินะ”

 

สิ่งนั้นคงทำให้ข้ามีความสุขมากแน่นอน

 

แล้วเขาก็เดินกลับเข้าไปที่แคมป์อย่างอารมณ์ดีกว่าที่เคยเป็น

 



 




NEKOPOST.NET