[นิยายแปล] จอมมารดำ ตอนที่ 113 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จอมมารดำ

Ch.113 - ตอนที่ 113 คืนที่สองของเดือนเพลิงปฐมฤกษ์ (1) 初火の月2日の夜


ดูเหมือนว่ากองทัพครูเสดเดอร์จะล่าถอยไปแล้วจริง ๆ ตอนนี้ไม่เห็นกองทัพสีขาวของพวกมันอีกต่อไปแล้ว

 

จะมีก็แค่หน่วยเล็ก ๆ ที่อาจแอบซ่อนตัวอยู่ที่ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำเท่านั้น

 

กองทัพหลักคงจะกลับไปตั้งหลักที่หมู่บ้านวาโตะแล้ว

 

โครโน่ : “ในที่สุด วันนี้ก็ผ่านไปได้ซะที”

 

ชั้นพึมพำกับตัวเองแล้วหลับตาลง

 

แม้ความว่าจริงชั้นจะไม่ต้องนอนพักก็ตาม แต่คุณลุงโมก็บอกชั้นว่า [การพักเองก็เป็นส่วนหนึ่งของงานเหมือนน่อ] แบบนั้นชั้นเลยยอมมาพักผ่อนที่ห้องแบบนี้

 

เพื่อหยุดกองทัพของศตรูที่อาจมาเมื่อไหรก็ไม่รู้ การโจมตีหลักจากปืนกลของชั้นและลุงโมเลยต้องไปประจำอยู่ที่ประตูหน้า อีกเดียวชั้นก็จะต้องไปสลับเฝ้ายามกับเขาแล้ว

 

การป้องกันแบบนี้คงจะเป็นภาระเกินไปสำหรับคนธรรมดา แต่ด้วยร่างกายที่ถูกดัดแปลงมาอย่างชั้นกับคุณลุงโมที่มีความใกล้เคียงกับอสูรปีศาจนั้น พวกเราเลยสามารถขยับตัวไปมาได้ตลอดทั้งอาทิตย์โดยไม่จำเป็นต้องหลับนอนก็ได้

 

แต่กับคนปกติและเผ่าอื่น ๆ คงไม่อาจทำงานแบบนี้โดยไม่พักผ่อนไม่ได้ พวกเขาจะสะสมความเหนื่อยล้ามากขึ้นเรื่อย ๆ และในที่สุดมันก็จะสงผลต่อภาพรวมของสงครามได้

 

แม้ว่าพวกที่อยู่ที่นี่เป็นนักผจญภัยทั้งหมด แต่ก็ใช่ว่าจะไม่ต้องการพักผ่อน พวกเขาต่างยินดีที่ได้มีโอกาศหลับนอนภายในอาคารดี ๆ แบบนี้มากกว่าที่จะไปหลับข้างนอกนั้นกัน

 

ถึงจะมีเตียงไม่พอจนบางส่วนมากกว่าครึ่งต้องลงไปนอนอยู่บนพื้นก็ตามทีเถอะนะ

 

โครโน่ : “แต่ถ้าหากมีคนเสียชีวิตเพิ่มแล้วละก็ จำนวนมันก็คงจะ….”

 

วันนี้ทางฝ่ายของเขามีคนเสียชีวิตไปแค่สองคนเท่านั้น พวกเขาตายด้วยคมหอกของพวกมันที่บุกมาถึงแนวกำแพงป้องกันเมื่อนั้น

 

เมื่อดูถึงผลลัพฑ์แล้วว่าการที่มีกำลังรบเพียงแค่ร้อยคน แต่สามารถหยุดกองทัพศตรูนับหมื่นแบบนั้นได้ แถมยังสูญเสียเพียงแค่นี้ จะว่าแผนการทุกอย่างดำเนินไปด้วยดีจนไม่น่าเชื่อก็ว่าได้

 

มันไม่ง่ายที่พวกมันจะฝ่าแนวป้องกันนี้เข้ามาได้

 

ถ้าหากพวกเขาตายเพราะการกระทำของพวกเขาเองมันก็คงจะไม่เท่าไหร แต่หากพวกเขาตายเพราะคำสั่งของชั้นแล้วละก็ มันก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งไป

 

ต่อให้เป้นแค่ความผิดพลาดเล็ก ๆ เพียงอย่างเดียว คนเราก็ตายได้อย่างง่ายดายแล้ว มันเป็นอะไรที่น่ากลัวอย่างไม่น่าเชื่อ ชั้นเริ่มรู้ตัวถึงสิ่งนั้นก็ตอนหลังจากที่ได้ยินถึงรายงานผลของการตายของทั้งสองคนนั้น

 

โครโน่ : “---เรื่องนั้นคงต้องเอาไว้ก่อน ตอนนี้ชั้นก็ได้ลงมือตัดสินใจไปแล้ว ชั้นและคนอื่นที่อยู่ที่นี่ต้องเสียสละเพื่อให้ชาวบ้านอพยบไปให้ทันให้ได้”

 

ตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะมาเสียใจกับความสูญเสียนั้น

 

ตอนนี้ที่ต้องคิดคือยุทธวิธีการรบหลังจากนี้ พวกมันจะใช้แผนอะไร พวกมันจะเคลื่อนไหวยังไง และพวกเราจะตั้งรับกันอย่างไร

 

ยังมีอีกหลายเรื่องที่ชั้นต้องคิด แต่ข้อมูลที่ได้รับมาวันนี้ก็มีค่ามากเช่นกัน วันนี้ยังเป็นแค่วันแรกเท่านั้น ชั้นในตอนนี้ก็พอจะรู้จำนวนคร่าว ๆ และวิธีการสู้ของพวกมันแล้ว

 

โครโน่ : “ก็นับว่าเป็นผลลัพฑ์ที่ยอดแล้วละนะ ฝ่ายเราสูญเสียไปแค่สองคน แต่ทางฝ่ายพวกมันต้องสูญเสียไปถึงพันกว่าคนแบบนั้น

 

ถึงแม้ว่าพวกที่บาดเจ็บอาจจะได้รับการรักษา แล้วสามารถกลับมาต่อสู้ได้ทันทีพรุ่งนี้ แต่คนที่ตายไปนั้นก็เป็นจำนวนมากจนน่ากลัวอยู่ดี

 

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพวกเราประสบความสำเร็จในการลดจำนวนของกองทัพครูเสดเดอร์ลงได้

 

แม้ว่าชั้นจะรู้ว่ามันยังไม่พอที่จะทำลายกองทัพทั้งหมดของศตรูลงได้ อีกทั้งจำนวนที่พวกมันเสียหายไปนั้นยังไม่ถึง 1 ใน 3 ของพวกมันก็ตาม

 

แต่ยังไงซธ แผนการทุกอย่างก็ดำเนินไปได้ด้วยดี ไม่ว่าจะการควบคุมการระเบิดของสะพาน ทิศทางกระแสของสงคราม ทุกอย่างต่างดำเนินเป็นไปอย่างราบลื่น

 

แต่สงครามคงไม่จบลงแบบนี้ หากดูในระยะยาวแล้ว ในอนาคตอันใกล้นี้ พวกเราคงจะต้องถอยทัพกันสักวัน และพวกศตรูคงไม่ปล่อยให้ทำแบบนั้นแน่

 

ถ้าหากผู้บังคับบัญชาของศตรูเป็นพวกที่มีความทรงนงและยึดมั่นในความเชื่อสูง ตอนนี้เขาคงจะโกรธจนหน้าแดงไปแล้ว เพราะว่าเขาไม่อาจยึดหมูบ้านเล็ก ๆ แบบนี้ได้แม้ว่าจะมีกองทัพมากมายขนาดนั้นก็ตาม

 

สมมติว่าเป็นแบบนั้นจริง มันก็ลงตัวกับเหตุการณ์ในวันนี้ที่พวกศตรูบุกแบบไม่ลืมหูลืมตา ราวกับลืมพวกพ้องที่ล้มตายไปเป็นจำนวนมากแบบนั้น

 

ถ้าหากตอนนั้นพวกมันบุกต่ออีกสักนิด แน่นอนเลยว่าแผนการของชั้นต้องพังไม่เป็นท่า และแนวรับนี้คงจะพังทลายลง แล้วหมูบ้านอาลซัสก็จะตกอยู่ในมือของศตรูแน่นอน

 

โครโน่ : “อำนาจการยิงยังไม่ต่อเนื่องพอ แต่จะทำยังไงได้อีกนะ จะหยุดพวกมันในขณะที่ปืนกำลังเย็นตัวด้วยวิธีไหนดี ...หรือว่าต้องใช้กำลังเข้าปะทะอย่างเดียวเท่านั้นเองหรือเนี่ย อืมม”

 

ชั้นคิดอย่างอื่นไม่ออกนอกจากใช้ทุกอย่างที่มีเข้าหยุดพวกมันโดยตรง

 

ไม่สิ บางทีประเจ้าคงจะให้โชคกับพวกเราด้วย ถึงได้สามารถกลับมายิงได้อีกครั้งแบบนั้น

 

ต่อให้แนวกำแพงป้องกันมีรั้วลวดหนามหุ้มเอาไว้อีกชั้น แต่พวกมันก็ยังฝ่ามาได้ จะมีก็เพียงแค่อำนาจการยิงของปืนทั้งสองนี้เท่านั้นที่จะรักษาแนวรับที่หมู่บ้านอาลซัสนี้ได้ถึงหนึ่งอาทิตย์เท่านั้น

 

และในวันนี้ปืนกลกระบอกนี้ก็ได้แสดงพลังออกมาให้เป็นที่ประจักษ์แล้ว

 

โครโน่ : “และการที่ลิลี่เพียงคนเดียวสามารถหยุดอัศวินเพกาซัสได้ทั้งหน่วยแบบนั้น ก็ถือเป็นโชคดีของพวกเราเหมือนกันละนะ”

 

ชั้นรู้ว่าลิลี่นั้นแข็งแกร่ง แต่คิดไม่ถึงเลยว่าเธอเพียงคนเดียวจะสามารถหยุดทั้งหองทัพแบบนั้นได้จริง

 

และคนที่ทำหน้าที่จัดการกับพวกเพกาซัสที่หนีไปจากลิลี่นั้น ก็มีชิม่อนกับพวกนักธนูที่ประจำการอยู่ที่กิลนี้

 

ตอนแรกคิดว่าอาจจะเกิดเหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้นก็ได้ และชั้นคิดว่าน่าจะมีผู้บาดเจ็บจำนวนมากไปซะแล้ว

 

ต่อสู้กับหน่วยของศตรูที่เป็นสวนใส่ชุดเกราะระดับสูง และยังโจมตีจากอากาศ มันคงไม่จบแค่แผลถลอกเบา ๆ แน่นอน

 

แต่ในรายงานกลับกลายเป็นว่าไม่มีใครในกิลตอนนั้นได้รับบาดเจ็บเลย และพวกอัศวินเพกาซัสก็ไม่โผลหัวมาอีกด้วย เพราะพวกมันถูกลิลี่เพียงคนเดียวหยุดเอาไว้ได้

 

และในระหว่างนั้น พบพวกทหารราบถอยทัพ พวกอัศวินเพกาซัสก็ถอยทัพไปด้วยเช่นกัน

 

มันคือความจริง เป็นเรื่องยากที่จะเชื่อได้ว่าเป็นความจริง ชั้นไม่เคยคิดเลยว่าลิลี่ร่างที่แท้จริงจะแข็งแกร่งขนาดนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่ชั้นได้เห็นเธอต่อสู้ในร่างจริงแบบนั้น

 

จะว่าไงดี ร่างจริงของเธอนี่มันเป็นมังกรชัด ๆ ไม่ใช่แฟรี่แล้วแบบนี้ ไม่สิ ความจริงคงจะดีกว่าถ้าหากให้ลิลี่เป็นผู้นำละนะ…

 

โครโน่ : “แต่ลิลี่เองก็มีขอบเขตของเธออยู่ คราวหน้าพวกเพกาซัสคงเข้ามาใกล้อาคารกิลได้แน่”

 

หลังจากพวกศตรูถอยทัพกลับไปแล้ว ลิลี่ก็เข้ามาขอโทษชั้น

 

ลิลี่ : “ขอโทษนะโครโน่ ที่ฉันคนเดียวทำลายล้างพวกอัศวินเพกาซัสทั้งหน่วยไม่ได้ ฉันทำได้แค่จัดการบางส่วนของมันไปเท่านั้น เพราะร่างนี้ถึงขีดจำกัดแล้ว แม้ว่าฉันจะเพิ่มเวลาด้วยการใช้พรปกป้องจากราชินีแฟรี่ แต่มันก็ไม่ได้ผลเท่าไหร ครั้งหน้าฉันเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าจะหยุดพวกมันทั้งหมดได้เหมือนวันนี้อีกนะ”

 

และพอเธอพูดเสร็จ เธอก็กลับเป็นร่างเด็กพร้อมกับนอนหลับเป็นตายทันที

 

ชั้นเลยอุ้มเธอมานอนที่เตียงในอาคารกิลแห่งนี้

 

โครโน่ : “เฮ้อ อย่าฝืนเกินไปสิ ลิลี่”

 

แม้ว่าชั้นจะทำเป็นสงบเยือกเย็นอยู่ แต่ในใจของชั้นตอนนี้รู้สึกราวกับตกนรกทั้งเป็นในตอนที่ชั้นตัดสินใจให้ลิลี่ไปเผชิญกับพวกเพกาซัสคนเดียวแบบนั้น

 

ชั้นเชื่อว่าเธอต้องการที่จะกวาดล้างพวกมันทั้งหมดจริง ๆ ทั้ง ๆ ที่ชั้นบอกแค่ว่าให้หยุดพวกมันเอาไว้ก็พอแล้ว

 

โครโน่ : “ไม่ดี ไม่ดีแน่ถ้าจะมาค่อยเป็นห่วงเฉพาะพวกตัวเองแบบนี้… แต่ไม่ว่ายังไง ชั้นก็เป็นห่วงอยู่ดีนะ”

 

ตอนแรกก็คิดว่าพอเลยสามสิบนาทีไปแล้ว พวกอัศวินเพกาซัสน่าจะมาปรากฏตัวให้เห็นแล้วแท้ ๆ

 

วันนี้เธอปราบลงไปได้ถึงเจ็ดคน อีกทั้งเธอยังฝากบาดแผลหนักฉกรรจ์เอาไว้กับพวกมันอีกด้วย คราวต่อไปก็คงจะให้ผลลัพฑ์ออกมาแบบนี้เช่นกัน

 

นอกจากนี้พวกเรายังสามารถลดประสิทธิภาพการรบของพวกอัศวินเพกาซัสลงไปได้อีกด้วย ต้องขอบคุณลิลี่ที่ทำให้พวกเราไม่ต้องเสียสละใครและจัดการพวกมันไปได้บางส่วน

 

โครโน่ : “ตอนนี้พวกผราสามารถหยุดพวกอัศวินเพกาซัสได้แล้ว ปัญหาที่เหลืออยู่ก็แค่การรบบนพื้นราบเท่านั้น”

 

ไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว ไม่ทั้งกำลังเสริมหรือแผนการที่จะนำมาใช้พลิกกระดานของสงครามนี้ได้อีกแล้ว

 

ความจริงแล้วมันเป็นไปไม่ได้แต่แรกแล้วละ ที่จะฆ่าวพวกมันได้เยอะแบบนี้ ต้องขอบคุณอาคารกิลหลังนี้ที่ช่วยเป็นที่กำบังให้กับพวกเราในการเล็งยิงได้

 

ด้วยจำนวนอันมหาศาลของพวกมัน แผนการใช้ธนูสายฟ้าจึงเป็นแผนการที่ดีที่สุดตอนนี้

 

ต่อให้ยิงพลาดไป อย่างน้อยก็ยังสร้างความเสียหายจากอาการช็อคด้วยสื่อนำไฟฟ้าจากน้ำได้

 

โครโน่ : “จะว่าไป วันนี้ชิม่อนทำงานหนักน่าดูเหมือนกันนะ”

 

ชิม่อนสามารถลดจำนวนพวกจอมเวทได้เป็นจำนวนมากที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของแม่น้ำ

 

ทั้งที่ได้รับคำแนะนำเล็กน้อยจากชั้นไปเท่านั้น แต่เขาก็สามารถพัฒนาปืนไรเฟิลไปจนถึงขั้นนั้นได้ เขาเป็นคนที่มีความสามารถในการซุ่มยิงที่น่ากลัวมาก

 

การจับคู่ของชิม่อนและคุณซูนับว่าให้ผลลัพฑ์ที่เกินคาดหมายไว้

 

ในช่วงของการเตรียมตัวนั้น ชั้นเห็นพวกเขาสองคนไปฝึกซ้อมกันเป็นประจำ คิดไม่ผิดจริง ๆ ที่เลือกคุณซูมาเป็นคู่หูของเขา

 

จะว่าไปตอนที่สู้ศึกอยู่ข้างล่างกับพวกหัวหน้าหน่วย พวกมันที่อยู่รอบ ๆ ชั้นต่างก็ถูกเป่าหัวกระเด็นล้มตายไปด้วยอยู่เหมือนกัน

 

ชั้นเข้าใจในควมสามารถของชิม่อนดี แต่กับคุณซูที่ใช้วิธีตัดหัวของศตรูออกมาได้โดยการซ่อนตัวในเงามืดนั้น มันทำให้แอบดูน่ากลัวอยู่เหมือนกัน นอกจากแวลคันแล้ว...พวกนักผจญภัยแรงค์สี่นี่แข็งแกร่งกันเสียจริง

 

โครโน่ : “พวกนักผจญภัยต่างก็แข็งแกร่งกันเกินคาดทั้งนั้น การที่วันนี้พวกเราปกป้องหมู่บ้านเอาไว้ได้ นับว่าเป็นเพราะทุกคนทุ่มสุดความสามารถจริง ๆ”

 

ชั้นไม่รู้จะใช้คำพูดไหนขอบคุณพวกเขาดี แต่พอจะต้องมาคิดว่าพวกเขาจะต้องมาเสียเลือดเสียเนื้อให้กับสนามรบแห่งนี้แล้ว ชั้นก็อดที่จะรู้สึกถึงความดำมืดที่กำลังก่อตัวอยู่ในจิตใจมิได้

 

บางทีคนที่ตายเป็นรายต่อไป อาจเป้นชั้นหรือไม่ก็คนใกล้ตัวที่ชั้นรู้จัก

 

ความจริงที่ต้องสูญเสียทุกคนไปที่หมู่บ้านอิรุส ทั้งที่มันผ่านไปนานแล้ว แต่ชั้นยังรู้สึกเศร้า โกรธแค้น และความสูญเสียนั้นยังคงฝังลึกอยู่ในจิตใจของชั้น

 

ชั้นไม่อยากรู้สึกแบบนั้นอีกแล้ว หรือบางทีชั้นอาจจะกำลังหนีจากอดีตอยู่ก็เป็นได้

 

โครโน่ : “.....ไม่ดีเลยแบบนั้น อย่าไปคิดแบบนั้นสิตัวชั้น ตอนนี้ชีวิตของทุกคนกำลังอยู่ในมือของชั้นนะ”

 

ใช่แล้ว ไม่มีที่ไหนจะให้หนีได้อีกแล้ว เพราะตอนนี้สงครามได้เริ่มขึ้นแล้ว

 



NEKOPOST.NET