[นิยายแปล] จอมมารดำ ตอนที่ 107 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จอมมารดำ

Ch.107 - ตอนที่ 107 หน้าที่ของนักรบ


ลุงโม : “ไม่ดีแล้วน่อ !? ตัวปืนร้อนไปหมดแล้วน่อ !! มันยิงไม่ออกจนกว่าจะเย็นตัวลงน่อ”

 

ในที่สุดเวลานี้ก็มาถึงแล้วสินะ นั่นคือสิ่งที่โครโน่คิดเมื่อเขาได้รับข้อมูลนั้นมา

 

เขารู้แต่แรกแล้วว่าปฏิบัติการ cross fire ที่ใช้อยู่นี้จะต้องสิ้นสุดลงโดยที่ยังมีพวกครูเสดเดอร์รอดเหลืออยู่ตามแนวกำบังนั้น

 

โครโน่ : “เข้าใจแล้ว คุณลุงโมให้ประจำตำแหน่งเดิมเอาไว้จนกว่าตัวปืนจะเย็นลง แล้วจากนั้นให้ทำการยิงอีกครั้งหนึ่งได้ทันที”

 

หลังจากออกคำสั่งนั้นไป โครโน่ก็หยุดยิงเช่นกัน เขาพักหายใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะเคลื่อนไหวอีกครั้ง

 

ในระหว่างที่พักหายใจนั้น เขาก็ตะโกนขึ้นมา

 

โครโน่ : “เปิดประตู ! ชั้นจะออกไปลุยเอง !!”

 

เสียงนั้นดังไปทั่วประตูและยังส่งไปถึงกิลจนนักผจญภัยได้ยินกันทุกคน

 

“”โอ้อ้อ้อ้อ้”””

 

เสียงคำรามของสงครามได้กู่ก้องสะท้อนกลับออกมาราวกับเป็นคำตอบให้กับเขา

 

โดยเฉพาะกับคนที่กำลังเลือดเดือนพล่านเพราะอย่ากที่จะปะดาบกับศตรูที่อยู่ข้างนอกไม่ไหวแล้ว

 

แวลคัน : “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า !! ในที่สุดก็ถึงเวลาของพวกเราซะที !!”

 

ตรงหน้าประตูหลัก มีหน่วยรบแสนพลานุภาพที่ถูกจัดตั้งขึ้นโดยมีแวลคันเป็นหัวหน้าของหน่วยนั้น

 

หน้าที่ของพวกเขาก็แค่กระโดดออกไปนอกประตูนั้น แล้วเก็บกวาดศตรูที่อยู่ข้างนอกด้วยพลังที่เหนือกว่าของพวกเขา

 

มันเป็นหน่วยที่สร้างขึ้นจากการรวมตัวของหลากเผ่าพันธ์ ไม่ว่าจะเผ่ามนุษย์ เผ่ามนุษย์สัตว์ เผ่าเอลฟ์ เผ่าลิซาร์ดแมน เผ่าออร์ค อีกทั้งเผ่าโกเล็ม

 

ตอนนี้พวกเขาก็แค่รอให้ประตูตรงหน้าเปิดออกเท่านั้น

 

และก่อนที่ทุกคนจะทันรู้ตัว โครโน่ก็ไปยืนอยู่หน้าสุดพร้อมกับพร้าต้องสาป [ฮาราซะ] ที่อยู่ในมือแล้ว

 

โครโน่ : “ทุกคนฟังให้ดี นี่อาจจะเป้นจุดเปลี่ยนของสงครามได้ พวกเราต้องซื้อเวลาเพื่อให้การยิงโจมตีประสานแบบเมื่อกี้เปิดฉากอีกครั้ง จนกว่าจะถึงเวลานั้น พวกเราต้องปกป้องแนวรับนี้ให้ได้ด้วยทุกอย่างที่พวกเรามี”

 

ถึงจะสามารถใช้เวทมนต์น้ำแข็งทำให้ตัวปืนเย็นตัวได้ แต่ปัญหาคือสงครามนี้อาจจะยืดเยื้อไปอีกหลายวันต่างหาก

 

ดังนั้นโครโน่เลยตัดตัวเลือกนั้นทิ้งไป เพราะยังไม่อยากให้ปืนพังตั้งแต่วันแรก เขาเลยเลือกที่จะให้ตัวปืนค่อย ๆ เย็นตัวลงตามธรรมชาติแทน

 

โครโน่ : “ไปลุยกันเลย --”

 

โครโน่เหวี่ยงเสื้อคลุมขึ้นมาสวม และเดินไปที่หน้าประตูหลักพร้อมกับการเปิดออกของสิ่งนั้น

(tn : อย่างเท่)

 

โครโน่ : “โจมตี !!”

 

พร้อมกับเสียงประตูที่เปิดออก เสียงคำรามแห่งสงครามก็ได้เริ่มต้นขึ้น

 

หน่วยที่มีเพียง 24 คนได้กระโดดของสู่ฝูงของครูเสดเดอร์ที่พุ่งเข้ามาราวกับสัตว์ป่าที่ถูกโยนอาหารเข้าไป

 

……….

 

ณ ที่ หลังคาของกิล คำสั่งของโครโน่ได้ส่งไปถึงชิม่อนและซูซุที่อยู่บนนั้น

 

ชิม่อน : “ในที่สุดก็เริ่มแล้ว… ถ้าหากมีเวลามากกว่านี้ ผมก็คงจะสร้างระบบนั้นได้ทันแล้วแท้ ๆ”

 

ชิม่อนเข้าใจดีว่าการโจมตีนี้ทำเพื่อซื้อเวลาให้กับปืนกลกระบอกนั้น

 

หรือในทางกลับกัน ถ้าหากปืนของเขาสามารถยิงได้อย่างต่อเนื่องในแบบที่ควรจะเป็น พวกเขาก็คงไม่ต้องใช้แผนการซื้อเวลาที่อันตรายแบบนี้ออกมาใช้

 

ชิม่อนรู้สึกเสียใจที่เขาไม่อาจทำกระบอกปืนให้ดีกว่านี้ได้ ทำให้ต้องเสียงชีวิตกัน

 

ตอนที่เขาสร้างกระบอกปืนเสร็จนั้น โครโน่ก็ชมเขาว่า [สร้างได้ดีมาก] แต่เขาคิดว่าเขาไม่สมควรได้รับคำชมนั้นเลยสักนิดเดียว

 

ซูซุ : “ตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะมามันเสียใจกับอดีตแบบนั้นนะ มาเริ่มภารกิจต่อไปกันเถอะ”

 

ซูซุพูดกับเขาราวกับสัมผัสได้ถึงหัวใจที่กำลังปวดร้าง เธอเปลี่ยนมือของเธอจากศูนย์เล็งระยะไกลกลับไปเป็นมือของมนุษย์ตามเดิม

 

ชิม่อน : ”ครับผม !!”

 

ชิม่อนปล่อยมืออกจากปืนแล้วลุกขึ้นมา

 

ปกติแล้วพวกเขาคงต้องปืนบันไดลงไปข้างล่างกัน แต่ทว่า

 

ซูซุ : “กระโดดลงไปเลยน่าจะเร็วกว่านะ”

 

ชิม่อน : “เอ้ ?”

 

ก่อนที่เขาจะทันรู้ตัว ซูซุก็จับแขนของชิม่อนเอาไว้แล้วพากระโดดลงมาจากแทนยืนที่สูงจากหลังคาไปอีกสามเมตร พร้อมกันลงมาอยู่บนหลังคากิลแล้ว

 

แต่ชิม่อนก็ไม่ได้บาดเจ็บหรือได้รับแรงกระแทกใด ๆ นั่นก็เพราะว่าซูซุช่วยเขาเอาไว้

 

ชิม่อน : “ขะ ขอบคุณครับ….”

 

ซูซุ : “พวกเราคงต้องพึ่งตัวเองกันแล้วนะ ระวังด้วยละชิม่อน ไม่แน่ว่าอาจจะมีอัศวินเพกาซัสหลุดเข้ามาแล้วด้วยนะ”

 

ชิม่อน : “คะ ครับ คุณซูซุก็เช่นกันครับ ระวังตัวด้วยนะครับ”

 

ซูซุ : “ไม่ต้องห่วงฉันหรอก ฉันเป็นจอมโจรนะ ต่อให้อยู่แนวหน้า ศตรูก็ไม่รู้หรอกว่าฉันไปแอบอยู่ใกล้ ๆ มันแล้ว”

 

[นั่นมันทักษะของพวกนักฆ่าไม่ใช่หรือไงคราบ] แต่ชิม่อนที่อยากจะตบมุขกลับไปแบบนั้น เขาก็เลือกที่จะหยุดเอาไว้ก่อน เพราะตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาคุยเล่นกันอยู่

 

ชิม่อน :  “งั้นไว้เจอกันอีกนะครับ”

 

ซูซุ : “อือ”

 

หลังจากร่ำลากันเสร็จ ซูซุก็กระโดขึ้นไปบนหลังคาของกิลอีกครั้ง

 

ถึงเธอจะดูเหมือนกับมนุษย์ แต่ด้วยความที่เป็นสไลม์ ทำให้เธอสามารถปีนป่ายกำแพงได้รวดเร็วพอ ๆ กับการเดินบนถนนเพราะการกลายร่างของของเธอ

 

พอเห็นแบบนั้นแล้ว ชิม่อนก็คิดว่าเขาอยากจะมีทักษะหรือเวทมนต์ใช้เป็นติดตัวบ้างเหมือนกัน

 

ชิม่อน : “เอาละ ตอนนี้ผมก็แค่ต้องยิงป้องกันคุณพี่ชายกับคนอื่น ๆ สินะ”

 

ชิม่อนวิ่งไปพร้อมกับคิดหาตำแหน่งซุมยิงที่เหมาะสมตรงบริเวณประตูหลักของหมูบ้านนี้

 

จนถึงเมื่อกี้หน้าที่ของเขาก็คือการกำจัดจอมเวทเท่านั้น แต่ตอนนี้คือการยิงสนับสนุนพวกที่ต่อสู้อยู่ประตูหลักตอนนี้แทน

 

และเพราะระยะที่ใกล้แบบนี้ เขาเลยไม่จำเป็นต้องใช้ศูนย์เล็งระยะไกลอีกแล้ว

 

ชิม่อน : “(พวกระดับผู้บังคับบัยชาและหัวหน้าหน่วย ต่างสามารถใช้เวทมนต์ได้ พวกเขาคือเป้าหมายแรกที่ต้องกำจัดสินะ)”

 

ตอนนี้ชิม่อนได้กำหนดเป้าหมายของเขาแล้ว เขาได้เข้าประจำตำแหน่งและเตรียม [ยาตะคะระซุ] ขึ้นมาอยู่ที่หลังคากิลนี้

 

เป้าของเขาตอนนี้อยู่ที่ข้างล่างของอาคารนี้แล้ว

 

ชิม่อน : “ระยะใกล้แค่นี้ ผมไม่พลาดแน่นอน”

 

ด้วยความมั่นใจ ชิม่อนได้เหนี่ยวไกออกไปอย่างไม่ลังเล ลูกกระสุนของเขาได้พุ่งออกไปยังเป้าหมายที่เขาเล็งเอาไว้ตรงหน้านั้นทันที

 

ตั้งแต่กลับจากหมู่บ้านอิรุส ชั้นก็ไม่ได้ต่อสู้ระยะประชิดอีกเลย

 

ฮาราซะ : “สับ สับ สับ --- ฆ่าซะ แล้วก็ สับ สับ สับ เลือด แล้วก็ฆ่าอีก แล้วก็ สับ สับ สับ --- สับ สับ สับ”

 

โครโน่ : “แกก็ต้องการแบบนั้นเหมือนกันสินะ ?”

 

คงต้องขอบคุณที่ความกระหายเลือดเหล่านั้นได้ถูกถ่ายโอนไปที่พร้าต้องสาปเล่มนี้หมดแล้ว ชั้นเลยยังคงสติเอาไว้ได้อยู่

 

มันก็แปลกดีนะที่ดันรู้สึกผ่อนคลายแปลก ๆ จากผลของคำสาปนี้ แต่มันไม่ใช่เวลาจะมาคิดเรื่องนี้ตอนนี้ นั่นก็เพราะมีศตรูมาอยู่ตรงหน้าแล้ว

 

พวกครูเสดเดอร์ที่มาทีหลังก็พบกับชะตากรรมไม่ต่างไปจากพวกแรกที่บุกเข้ามา

 

แต่พวกมันมีจำนวนมากชิบหายเลยละ เยอะกว่าตอนที่ไปบุกหมู่บ้านอิรุสไม่รู้กี่ร้อยเท่า

 

ตอนนี้ที่แม่น้ำเองก็เต็มไปด้วยร่างสีขาวของพวกแล้ว

 

โครโน่ : “แบบนี้ก็ดีเลย ต้องการเลือดสินะ เดียวจะให้แกดื่มเยอะ ๆ เลย จะได้พัฒนาร่างอีกครั้งยังไงละ”

 

ยังไงซะ ชั้นก็จะฆ่าพวกมันทั้งหมดอยู่แล้วด้วยนี่นะ

 

หลังจากร่นระยะเข้าประชิดศตรู ชั้นก็เพิ่มพลังทางกายภาพเอาไว้ที่ขาและกระโดดหลบหอกของพวกมันขึ้นไปบนฟ้า

 

โครโน่ : “[ความสงบอันมืดมิด・คุโรนางิ (黒凪)] !!”

 

ชั้นปล่อยทักษะระหว่างที่ยังลอยอยู่กลางอากาศ หัวของทหารตรงหน้าได้ถูกฉีกออกเป็นสามส่วน

 

ทั้งหัวและเสื้อกเกราะโซ่ถัก ทั้งคู่ถูกตัดแยกจากกันราวกับเป็นเต้าหู้

 

พร้าของชั้นได้ดื่มเลือดของมันเข้าไปทั้งหมดหลังจากที่รอมาถึงหนึ่งอาทิตย์นี้

 

ชั้นลงมายืนตรงหน้าของร่างที่ถูกผ่าแยกเป้นสามส่วนนี้ จากนั้นชั้นก็มุ่งตรงไปยังใจกลางวงของศตรู พวกมันต่างเว้นระยะและล้อมตัวชั้นเอาไว้

 

พวกทหารเลวที่รู้ว่าชั้นเข้ามาสู้ในระยะประชิดแบบนี้แล้ว พวกเขาก็เลือกที่จะทิ้งหอกลงไป และจับดาบขึ้นมาสู้แทน

 

แต่การกระทำทั้งหมดนั้น มันก็ช่างเชื่องช้ายิ่งนักเมื่ออยู่ต่อหน้าชั้นตอนนี้

 

พอมาคิดดู ชั้นเองก็เหมือนจะเคยฆ่าพวกระดับสูงมาถึงสิบคนได้อย่างง่าย ๆ ตอนที่หนีจากห้องวิจัยตอนนั้นอยู่เหมือนกัน แล้วอย่างกรณีนนี้ พวกทหารเลวที่ตรงหน้าของชั้น ก็เป็นพวกที่ไม่มีทั้งทักษะและเวทมนต์ใด ๆ อีกด้วย พวกง่าย ๆ ก็คือเป็นแค่มนุาย์ธรรมดาเทานั้นเอง พวกมันก็ไม่ได้มีดีกว่าจำนวนเท่านั้นเอง

 

ขณะที่พวกมันกำลังจะหยิบดาบขึ้นมา ชั้นก็สับพวกมันไปพร้อม ๆ กับทั้งหมดแล้ว

 

แล้วก็ตามชื่อของมัน [ฮาราซะ] นั้นได้ตัดผ่านท้องของพวกมันอย่างสะอาดหมดจด เลือดและชิ้นส่วนที่อยู่ภายในต่างสาดกระเซ็นออกมาจนทั่วพื้นที่นี้

 

หลังจากที่ชั้นฆ่าทหารไปอีกส่วนหนึ่ง พวกที่เหลือก็หยิบดาบขึ้นมาได้แล้ว

 

ทหาร : ““ตายซะเจ้ามารร้าย !””

 

ทุกคนต่างตะโกนเป้นเสียงเดียวกันว่าจะแก้แค้น และเข้าโจมตีชั้น

 

ต่อให้เป็นพร้าเล่มนี้ ชั้นก็ไม่อาจจะฆ่าพวกมันพร้อมกันทั้งหมดได้

 

พวกมันเข้ามาโจมตีด้วยจำนวนที่มากกว่า-- แต่ชั้นในตอนนี้ก็ได้เรียนรู้วิธีที่จะสับพวกมันเป็นชิ้น ๆ ไปพร้อม ๆ กันแล้ว

 

โครโน่ : “[ประตูเงา] เรียกใช้ [ดาบปีศาจ]”

 

เงาสีดำได้ปรากฏขึ้นที่เท้าของฉัน จากนั้นก็มีดาบเล่มดำพุ่งออกมาจากสิ่งนั้น”

 

โครโน่ : “---ทะลวงไปเลย”

 

ดาบดำทั้งสิบเล่มได้บินตรงไปยังทหารที่กำลังจะโจมตีเข้ามา

 

โดยไม่จำเป้นต้องหันไปมอง ชั้นก็รับรู้ได้ว่าดาบของชั้นได้ฆ่าพวกมันไปแล้ว

 

ชั้นใช้แค่ความรู้สึกเท่านั้น โดยไม่จำเป้นต้องขยับมือด้วยซ้ำ ชั้นก็รู้สึกได้ถึงร่างที่ถูกดาบฉีกออกเป็นชิ้น ๆ ส่งผ่านเข้ามา

 

ทหารเลวเหล่านั้นทั้งหมดได้ถูกกำจัดทิ้งไปหมดแล้ว ชั้นเลยตั้งสมาธิกับพวกใหม่ที่กำลังเข้ามานี้

 

ชั้นกระโดนเข้าไปข้างในคอมหอกที่เล็งมาทางชั้น พวกมันถูกตัดออกไปพร้อมกับร่างของผู้ถืออยู่ตรงน้น

 

หลังจากฆ่าพวกมันไปแล้ว หลังจากนั้นประมาณสิบวินาที ร่างของชั้นก็ลงมายืนอยู่ตรงจุดที่พวกเขาตายลง

 

ชั้นรู้สึกได้ถึงร่างที่แหลกเหลวใต้ฝ่าเท้าจากการกระแทกลงมาของตัวชั้น

 

พวกทหารรอบ ๆ ตั้งหอกอีกครั้งพร้อมที่จะพุ่งเข้ามาเอาชีวิต ระยะห่างจากตัวชั้นมีอยู่ประมาณหนึ่งเมตรได้

 

แต่ก็ไม่จำเป็นต้องหันไปมอง ชั้นใช้ดาบที่ลอยไปมาอยู่สังหารพวกเขาจนสิ้น

 

ความเร็วของดาบชั้นได้แทบทะลุหน้าอกของเขาก่อนที่เขาจะได้ลงมือโจมตี

 

พวกทหารที่เหลือที่เห็นสภาพแบบนี้ พวกเขาต่างก็ค่อย ๆ ถอยห่างออกไปโดยมีชั้นเป็นจุดศูนย์กลาง

 

โครโน่ : “ถ้าไม่เข้ามา ชั้นจะเข้าไปเอง”

 

ด้วยพร้าต้องสาปในมือซ้ายและคฑาเวทในมือขวา อีกทั้งดาบเล่มดำทั้งสิบที่ถูกชั้นควบคุม ชั้นก็ย่างก้าวเข้าไปหาพวกมันช้า ๆ

 

[ฮาราซะ] ที่สามารถตัดไ้ทุกสิ่งแม้แต่เกราะเวทมนต์ คฑาที่ค่อย ๆ บรรจุกระสุนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ รอการสาดโจมตีรอบใหม่ออกไป และดาบทั้งสิบที่วนอยู่รอบตัวของชั้น ด้วยทั้งหมดนี้ แม้จะมีชั้นแค่คนเดียว ชั้นก็สู้ได้สบายมาก

 

ชั้นเป็นจอมเวท ดังนั้นก็เป็นเรื่องปกติที่ชั้นจะใช้เวทมนต์สนับสนุนในการต่อสู้ระยะใกล้ด้วย

 

ถึงมันจะทำอะไรซาริเอลไม่ได้เลยสักนิด แต่กับทหารเลวพวกนี้แล้ว จนกว่าพลังเวทของชั้นจะหมด ชั้นไม่มีทางแพ้แน่นอน

 

โครโน่ : “อย่าให้พวกมันผ่านไปได้สักคนเด็ดขาด”

 

สำหรับตอนนี้ แค่นี้ก็น่าจะเพียงพอที่จะหยุดพวกมันได้แล้ว

 

ชั้นเหยียบลงไปบนศพของทหารเลวเหล่านั้น และลงดาบทั้งสิบไปที่พวกมันที่ล้อมตัวชั้นอยู่นี้




NEKOPOST.NET