[นิยายแปล] จอมมารดำ ตอนที่ 106 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จอมมารดำ

Ch.106 - ตอนที่ 106 แฟรี่ ปะทะ อัศวินเพกาซัส (1)


ณ ที่ห้องแห่งหนึ่งภายในกิล ลิลี่กำลังนั่งอยู่คนเดียวที่พื้นของห้องนั้น

 

ที่หลังกำแพงบาง ๆ นั้นกำลังมีการต่อสู้เกิดขึ้นอยู่ เลือดจำนวนมากได้ไหลรินจนท่วมไปตามท้องถนน ถ้าเป็นปกติแล้ว เสียงเหล่านั้นต้องเล็ดลอดเข้ามาถึงภายในห้องนี้ กลายเป็นว่าภายในนั้นกลับเงียบสงบอย่างน่าประหลาดใจ

 

ร่างของลิลี่ที่นั่งหลับตาอยู่บนวงแหวนเวทที่ส่องสว่างนั้น อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดบรรยากาศอันเงียบสงัดนี้ก็เป็นได้

 

เธอกำลังทำหน้าที่เป็นตัวกลางสื่อสารระหว่างนักผจญภัยทั้งหมดด้วยพลังเทเลพาธีของเธอ

 

และหน้าที่นี้ของเธอก็กำลังจะสิ้นสุดลงแล้ว

 

โครโน่ : “ลิลี่ คิดว่าเธอน่าจะรู้แล้ว อัศวินเพกาซัสมาแล้ว”

 

ลิลี่ : “ค่ะ”

 

เสียงของโครโน่ดังก้องภายในหัวของเธอ

 

เธอรู้ความหมายของมันดี เธอพยักหน้าอันเล็กจ้อยของเธอลง

 

โครโน่ : “หลังจากนี้จะทำการตัดระบบสื่อสาร ขอให้ใช้ระบบแอนนะลอกแทนกันด้วย”

 

และพอโครโน่ออกคำสั่งนั้นไป ระบบสื่อสารด้วยเทเลพาธีก็หยุดลง

 

ตอนนี้มีเพียงแค่โครโน่กับลิลี่เท่านั้นที่ยังคงสื่อสารกันได้

 

โครโน่ : “ขอโทษด้วยนะลิลี่ ที่ต้องมอบหน้าที่ยากที่สุดให้เธอรับไป”

 

ลิลี่ : “ไม่เป็นปัญหาสักนิด”

 

เป็นคำตอบที่ไม่ได้เสแสร้งหรือประชดใด ๆ

 

ลิลี่หยิบ [ควีน・แบรีย์] ที่วางอยู่ตรงพื้นหน้าเธอขึ้นมา

 

โครโน่ : “ฝากด้วยนะลิลี่”

 

ลิลี่ : “อือ วางใจได้เลย”

 

ร่างของเด็กน้อยลิลี่ได้หายไปจากที่แห่งนั้น แต่กลับมีสาวสวยที่งดงาม เรือนร่างที่เพรียวบางได้รูป กำลังยืนอยู่ตรงนั้นแทน

 

และแล้วลิลี่ที่ปลอดปล่อยพลังขั้นสูงสุดจาก [ควีน・แบรีย์] ก็ได้เริ่มปฏิบัติภาระกิจของเธอแล้ว

 

ลิลี่ : “คอยก่อนนะโครโน่ ฉันจะกำจัด [ยัยร่านขนฟู] พวกนั้นทั้งหมดให้ดูเอง”

 

คำพูดที่แสนจะสุภาพนั้นได้ถูกพูดออกมาหลังจากที่เธอตัดการสื่อสารกับโครโน่ทิ้งไปแล้ว

 

และเขาก็ไม่อาจรู้เลยว่าตอนนี้ลิลี่กำลังยิ้มอย่างกระหายเลือดอยู่

 

ลิลี่ : “ฉันจะทำให้เต็มที่เลย ดังนั้นนายต้องชมฉันเยอะ ๆ หลังจากนี้ด้วยนะโครโน่”

 

แล้วลิลี่ก็กางปีกสีรุ้งของเธอโบยบินออกไปทางหน้าต่างของห้องนั้น

 

…………………...

 

กองกำลังอัศวินเพกาซัสนั้นจะมีแต่ผู้หญิงเท่านั้น ไม่ว่าจะทวีปอาร์คหรือทวีปแพนโดร่าต่างก็ทำเหมือนกัน

 

นั่นก็เพราะเผ่าเพกาซัส ด้วยเหตุผลบางอย่าง มันเลยยอมให้เฉพาะผู้หญิง(ร่าน)ขึ้นขี่มันเท่านั้น

 

ดังนั้นหน่วยเพกาซัสของโนรุสที่มุ่งหน้ามาหมู่บ้านอาลซัสตอนนี้เลยมีแต่ผู้หญิง(ร่าน)เท่านั้น

 

และตอนนี้ที่เบื้องล่างของพวกเธอ ก็กำลังเต็มไปด้วยเหล่าทหารเลวที่สิ้นชีพไปแล้วเป็นจำนวนมากอยู่

 

กับตัน : “ดูเหมือนว่าข่าวลือเรื่อง [มารร้าย] จะเป็นจริงนะ”

 

เหล่าหญิงสาวที่บินอยู่บนฟ้าเป็นแถวอย่างงดงามนั้นกำลังพูดคุยกันอยู่ ด้วยไอเท็มเวทมนต์เทเลพาธี จึงทำให้พวกเธอสามารถสื่อสารกันเองได้

 

ถึงแม้ว่ามันจะเป็นของที่มีราคาแพง แต่หน่วยอัศวินเพกาซัสก็มีค่าพอที่จะถือครองมันเอาไว้

 

… : “เลวร้ายชะมัด ฉันเห็นมันกลายเป็นแม่น้ำเลือดแล้วนะเนี่ย”

 

… : “ถ้าหากพวกเราไม่เข้าช่วยสนับสนุนละก็ พวกเขาต้องตายเปล่าแน่”

 

… : “จริงดิ ? ฉันไม่สนหรอกนะว่ามันเป็นมารร้ายหรือตัวบ้าอะไร แต่ฉันไม่คิดว่าการโจมตีแบบนั้นจะคงอยู่ได้ตลอดไปหรอกนะ”

 

… : “ก็ไม่เห็นเป็นไรนี่ ปล่อยให้พวกมันโจมตีต่อไปแบบนั้นนั่แหละ ? เดียวก็คงจะฝ่าดงกระสุนสีดำนั้นได้เองแล้ว”

 

… : “ช่าย ช่าย ยังไงซะพวกทหารเลวก็เป็นหน่วยราคาถูกอยู่แล้ว ปล่อย ๆ พวกมันไปเถอะ”

 

กับตัน : “เงียบปากซะ ถ้ามีคนอื่นมาได้ยินเข้าจะเป็นปัญหานะ”

 

.... : “”ค่า~””

 

น้ำเสียงของพวกสาว ๆ ต่างร่าเริงและไม่มีความกดดันใด ๆ แม้ว่าจะเห็นทะเลเลือดของพวกพ้องกองอยู่ตรงหน้า

 

นั่นไม่ใช่เพราะว่าพวกเธอกล้าหาญหรืออะไรหรอก

 

แต่เป็นเพราะความต่างของพลังต่างหาก

 

หน่วยเพกาซัสนั้นแข็งแกร่งกว่าพวกทหารเลวที่เพียงแค่ถูกธนูสองสามดอกยิงใส่ก็ตายแล้ว

 

เกราะของหน่วยเพกาซัสนั้นจะถูกลงเวทมนต์เสริมพลังความแข็งแกร่ง ลดภาระน้ำหนักของเกราะ และเพิ่มพลังสมาธิ

 

ซึ่งของแบบนี้มีเพียงแค่ระดับอาวุโสที่เก่งกาญเท่านั้นถึงจะได้ของแบบนี้มาใช้งานได้

 

ส่วนพวกทหารเลวระดับล่างที่ไม่มีแม้แตทักษะใด ๆ ก็จะได้เพียงแค่เสื้อเกราะกาก ๆ ใส่เท่านั้น

 

แต่ไม่มีใครในหมู่พวกเธอคิดเลยว่าการโจมตีที่เกิดขึ้นข้างล่างนั้น จะสามารถทำร้ายพวกเธอได้

 

… : “---ที่นี่จะเป็นที่ตายของพวกเธอ”

 

ในตอนนั้นเสียงของหญิงสาวผู้งดงามก็ดังก้องขึ้น

 

ไม่สิ ต้องบอกว่ามันกำลังดังขึ้นมาอยู่ภายในหัวของพวกเธอมากกว่า

 

กับตัน : “ใครกัน !?”

 

ผู้บังคับบัญชาของอัศวินเพกาซัสตอบรับกลับไป เธอรับรู้ได้ถึงศตรูที่กำลังจะปรากฏตัวขึ้น

 

ลิลี่ : “นามของฉันคือลิลี่ ยินดีต้อนรับสู่หมู่บ้านอาลซัสแล้วก็ลากอนนะ”

 

เสียงของเธอแม้จะฟังดูไพเราะแต่มันก็แฝงได้ด้วยความอาฆาตพยาบาทและความกระหายเลือด

 

กับตัน : “ทุกคนระวังตัวด้วย ตอนนี้พวกเราตกเป็นเป้า---”

 

ลิลี่ : “หุ หุ หุ ช่างงี่เง่าอะไรเช่นนี้”

 

อัศวินเพกาซัสได้จัดแนวรบเตรียมรับศึกที่กำลังจะมาถึง

 

ลิลี่ : “[ดาราร่วงโรย]”

 

อุกาบาตสีรุ้งขนาดใหญ่ได้แหวกหมู่เมฆลงมาที่เหนือหัวของพวกเธอ

 

กับตัน : “มะ มาจากข้างบน !?”

 

ปกติแล้วพวกเธอจะระวังแค่การโจมตีต่อต้านทางอากาศที่จะมาจากข้างล่างเท่านั้น เพราะคนที่จะโจมตีบนฟ้าได้ก็มีเพียงแค่มังกรกับมอนสเตอร์ที่บินได้เท่านั้น

 

ในสงครามนี้พวกเธอไม่ได้คิดเลยว่าจะมีกองทัพปีศาจที่สามารถต่อกรกับพวกเธอในการต่อสู้ทางอากาศได้

 

นั่นทำให้พวกเธอต่างระวังเพียงแค่ภาคพื้นดินเท่านั้น

 

แล้วตอนนี้ก็ได้มีอุกาบาตขนาดยักษ์กำลังตกลงมาเข้าใส่พวกเธอแล้ว

 

ด้วยระยะและการโจมตีที่ไม่ทันตั้งตัว ทำให้พวกเธอ มิ อาจหลบพ้น สิ่งที่ทำได้ก็มีเพียงใช้พลังเวทเสริมการป้องกันเท่านั้น

 

ด้วยพลังป้องกันที่ไม่ด้อยไปกว่าพลังโจมตีของพวกเธอ ผู้บังคับปัญชาของหน่วยก็คิดว่าเธอยังพอสามารถรับมือเจ้าสิ่งนั้นได้

 

[พวกเราสามารถทำลายสิ่งนั้นไปได้ พวกเราทำได้แน่] ผู้บังคับบัญชาหน่วยอัศวินเพกาซัสได้ถ่ายทอดคำสั่งให้กับทีมของเธอ

 

ลิลี่ : “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ! เปล่าประโยชน์ เปล่าประโยชน์ เปล่าประโยชน์ !!”

 

อุกาบาตสีรุ้งและโล่สีขาวได้เข้าปะทะกันอย่างรุนแรง

 

พวกเธอที่คิดว่าสามารถต้านทานสิ่งนี้ได้ กลับพบว่าโล่แสงสีขาวของพวกเธอได้ปริแตกออกทันทีที่รับแรงกระแทกจากอุกาบาตสีรุ้งนั้น

 

แสงสีรุ้งได้โอบล้อมร่างของกับตันและหน่วยอัศวินเพกาซัส จากนั้นมันก็ระเบิดอย่างรุนแรงสะเทือนไปทั่วทั้งนภา

 

แรงระเบิดนั้นได้พัดร่างของเพกาซัสที่ถูกสิ่งนั้นจนหายไป จะเหลือก็แค่ส่วนที่อยู่นอกรัศมีระเบิดเท่านั้น

 

… : “ไม่จริงน่า กับตัน---”

 

… : “กะ โกหกใช่มั้ย !? “

 

… : “พะ พลังบ้าอะไรกัน ! ไม่น่าเชื่อ !!”

 

เหล่าเพกาซัสที่ตกอยู่ในรัศมีระเบิดนั้นได้หายไปอย่างไร้ร่องรอยราวกับไม่เคยปรากฏอยู่บนโลกนี้มาก่อน

 

สิ่งที่เหลืออยู่ก็มีเพียงแค่กองเลือดและเศษเนื้อที่ไม่อาจบอกได้ว่ามันเป็นของมนุษย์หรือสิ่งมีชีวิตชนิดใดกันแน่

 

รองกับตัน : “ทุกคนสงบใจกันก่อน ! ฉันรองกับตันจะทำหน้าที่ออกคำสั่งแทนเอง ศตรูอยู่เหนือก้อนเมฆขึ้นไป ทุกคนจงขึ้นไปสกัด--”

 

ลิลี่ : “เธอคือคนต่อไปสินะ”

 

ในเวลานั้น หน่วยอัศวินเพกาซัสก็ได้พบกับร่างของศตรูในที่สุด

 

เป็นร่างของหญิงสาวที่ชื่อว่าลิลี่

 

แม้ว่าเหล่าอัศวินเพกาซัสจะขึ้นชื่อเรื่องความงดงาม แต่พวกเธอก็อดที่จะละสายตาไปจากความงามของศตรูตรงหน้าได้ ผมสีบลอนที่ยาวสวย ผิวที่ขาวดั่งไข่มุข และดวงตาสีเขียวมรกตที่งดงาม ทุกสิ่งที่ปรากฏอยู่บนร่างของเธอสามารถทำให้ผู้ชายทุกคนต้องตกอยู่ในความลุ่มหลงได้

 

ราวกับเป็นราชินีแห่งแฟนี่ที่ปรากฏอยู่ในตำนานแบบนั้น

 

แต่พอพวกเธอสัมผัสได้ถึงพลังเวทที่น่ากลัวที่ฆ่ากับตันของพวกเธอไป ทุกคนต่างก็เตรียมเข้าสู่การต่อสู้อีกครั้ง

 

และในตอนนั้นเอง

 

รองกับตัน : “ตะตั้งแต่เมื่อไหรกัน”

 

ลิลี่ : “ก็เมื่อกี้ไง”

 

ลิลี่ที่อยู่ตรงหน้านั้นได้หายตัวไปปรากฏอยู่บนหลังของเพกาซัสที่รองกับตันขี่อยู่

 

ลิลี่ : “ปลดปล่อย [โอราเคิลชีล]”

 

ลิลี่นำมือไปแตะที่หัวไหลของรองกับตัน แล้วใช้เวทมนต์เฉพาะของเผ่าแฟรี่ออกมา

 

แผ่นสีเขียวบาง ๆ ที่เป็นเวทมนต์สำหรับป้องกันการโจมภายนอกนั้น มันไม่สามารถใช้ปกป้องการโจมตีที่เกิดจากภายในได้

 

และลิลี่กำลังจะใช้เวทมนต์บาเรียนี้ในฐานะเครื่องจักนสังหารศตรู

 

รองกับตันที่กว่าจะรู้ถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้น เธอก็ถูกจับขังเอาไว้ภายในบาเรียที่มีรัศมีเพียงสองเมตรเท่านั้นแล้ว

 

รองกับตัน : “นี่มันอะไรกัน ..ทำไมถึงร้อน --”

 

ภายใน [โอราเคิลชีล] ได้ถูกเร่งให้ร้อนขึ้นมา มันเป็นความร้อนที่สามารถหลอมหัวลูกศรของธนูที่เป้นเหล็กได้ถึงร้อยดอกในเวลาหนึ่งวินาทีเลยทีเดียว

 

แน่นอนว่าเป็นความร้อนระดับที่สิ่งมีชีวิตทั่วไปไม่อาจทนได้

 

รองกับตัน : “กรี๊ดดดด---”

 

ขณะที่รู้สึกได้ถึงความร้อนที่กำลังค่อย ๆ หลอมร่างของเธอจากภายใน ในที่สุดรองกับตันก็ถูกทำให้หายไปจากโลกใบนี้ด้วยน้ำมือของลิลี่ไปแล้ว

 

ร่างที่สวยงามได้ถูกเผาไหม้และสลายกลายเป็นขี้เถ้าไป

 

สิ่งที่เหลืออยู่ก็มีเพียงแค่ส่วนขาของเพกาซัสและชุดเกราะที่ถูกหลอมละลายเท่านั้น

 

ลิลี่ : “เอาละต่อไปก็---”

 

ร่างของเพกาซัสที่เหลือเพียงเท่านั้นก้ร่วงหล่นลงไปตามแรงโน้มถ่วงของโลกสู่เบื้องล่าง

 

ส่วนลิลี่นั้นก็หาได้สนใจต่อศพร่างนั้น เธอได้ลืมไปแล้วว่าเคยมีคนที่เรียกว่ากับตันและรองกับตันเข้าต่อสู้กับเธอ

 

ลิลี่ : “ถ้าหากพวกเธอยอมแพ้ตอนนี้ซะ ฉันจะปล่อยพวกเธอไป ฉันจะรับรองความปลอดภัยให้เอง”

 

ลิลี่ได้มอบโอกาศให้กับพวกเธอด้วยรอยยิ้ม

 

ไม่มีคำตอบใด ๆ กลับใา แต่พวกเธอกลับยิงศรเวทมนต์เข้าโจมตีลิลี่แทน

 

… : “คิดหรือว่าพวกเรา อัศวินเพกาซัสจะยอมแพ้เพราะยัยแฟรี่เพียงตัวเดียวแบบนี้นะหา !?”

 

เกราะแสงของลิลี่ได้ปกป้องร่างของเธอเอาไว้ ไม่มีบาดแผลใด ๆ เกิดขึ้นบนผิวที่สวยงามของเธอเลยสักนิดเดียวแม้ว่าการโจมตีนั้นจะรุนแรงมากก็ตาม

 

ลิลี่ : “นี่คือคำตอบของพวกเธอสินะ”

 

เหล่าอัศวินเพกาซัสจับหอกของพวกเธอขึ้นมา และพุ่งเข้าสู่การปะทะกับศตรูที่อยู่ตรงหน้า

 

ด้วยการที่สูญเสียหัวหน้าไปถึงสองคน ทำให้การโจมตีนั้นมั่วไปหมด และไม่มีการประสานงานใด ๆ พวกเธอไม่ใช่หน่วยทหารระดับสูงอีกต่อไปแล้ว

 

ลิลี่เงยหน้าขึ้นและจ้องไปที่พวกเธอพร้อมกับเดาะลิ้นอย่างไม่พอใจ

 

ลิลี่ : “(มีพวกแมงเม่าให้กำจัดเยอะชะมัด ช่างน่ารำคาญเสียจริง)”

 

ลิลี่ : “ไม่เป็นไร พวกเธอไม่เหงาหรอก ฉันจะฆ่าทุกให้คนเอง...พวก [ยัยร่านขนฟู]

 

เอสเทล : “อย่าดูถูกพวกเรานะยะ ยัยสารเลว !!”

 

อัศวินเพกาซัสคนหนึ่ง เธอมีชื่อว่า [เอสเทล (エステル)] มือและปากของเธอได้ขยับไปก่อนที่สมองจะได้ทันสังการใด ๆ

 

ศรเวทมนต์ได้ถูกยิงออกมาอย่างรวดเร็วไปที่ลิลี่

 

เอสเทล : “พวกเราไม่กลัวยัยแฟรี่แบบเธอหรอก”

 

ศรเวทมนต์ได้ปะทะเข้ากับร่างของลิลี่ แต่เอสเทลก็รู้ดีว่าเวทมนต์ระดับต่ำแบบนี้ทำอะไรเธอไม่ได้อยู่แล้ว

 

เอสเทล : “ฉันจะฆ่ายัยนั่นที่นี่ เดียวนี้เลย ทุกคนตกลงมั้ย !”

 

เธอถามกับพวกพ้องที่เหลืออยู่ผ่านทางเทเลพาธ

 

ตัวประกอบ (1) : “ฉันจะเอาด้วย เอสเทล ออกคำสั่งได้เลย”

 

ตัวประกอบ (2) : “ฉันด้วยคน ! ฉันจะแก้แค้นให้กับตัน !”

 

ตัวประกอบ (3) : “เออ หยุดดีกว่ามั้ย ?”

 

ตัวประกอบ (4) : “หนีก่อนเถอะนะ นะ”

 

เสียงตอบรับเป็นครึ่งต่อครึ่ง

 

แคมมี่ : “งั้นก็ถอยทัพก่อน หน่วยของ แคมมี่ (キャミー) กับ แคธี (キャシー) จะทำหน้าที่ระวังหลังเอง”

 

ตัวประกอบ (1) : “พวกเราควรจะแก้แค้นตอนนี้เลยสิ !”

 

ตัวประกอบ (2) : “ใช่ ใช่ มารวมพลังปราบปีศาจตัวนั้นกันเถอะ !”

 

หลังจากเถียงกันไปมา สุดท้ายพวกเธอทั้งหมดก็ตัดสินใจที่จะสู้ต่อ

 

ตามปกติแล้วพวกเธอน่าจะสามารถล้มศตรูนี้ได้หากยิงเวทมนต์ทั้งหมดเข้าไปพร้อมกันจากทุกทิศทาง

 

แต่ทว่าความคิดแบบนั้น ก็คงจะได้ผลอยู่ หากฝ่ายตรงข้ามเป็นมนุษย์เท่านั้น

 

เอสเทล : “เวทมนต์ระดับต่ำจะช่วยหยุดการเคลื่อนไหวของมัน พวกเราต้องสร้างโอกาศนำหอกนี้แทงเข้าไปบนร่างนั้นให้ได้ ฟรัน (フラン) กับ มาตี้ (マティ) ช่วยเข้าล้อมและยิงสกัดการร่ายเวทของยัยนั่นที อย่าให้มันหนีไปได้ ส่วนแคมมี่กับแคธีเข้าโจมตีพร้อมกับฉัน ทุกคนพร้อมนะ !”

 

“””รับทราบค่ะ”””

 

แคมมี่ : “เออ ทำไมพวกเราต้องมาอยู่หน่วยจู่โจมด้วยละ !!?”

 

แคธี : “นะ น่ากลัวอ่า !”

 

เอสเทล : “พวกเธอสองพี่น้องมีดีที่พลังโจมตีไม่ใช่หรือไง นั่นละเหตุผล”

 

แคธี : “เอ้ ไอการแบ่งแยกแบบนี้มันคืออะไรกัน”

 

แคมมี่ : “ฉันมีดีแค่ทักษะต่อสู้กับสมองกล้ามเท่านั้นเองน้า”

 

เอสเทล : “เงียบได้แล้วพวกเธอ หรืออยากจะลงไปนอนกองอยู่ข้างล่างพร้อมกับคนอื่นหรือไงหา !!”

 

แคธี : “ค่า ค่า เข้าใจแล้วค่ะ”

 

แคมมี่ : “บุกก็บุก พอใจแล้วใช่ไหม ?”

 

ในที่สุดเอสเทล เคียชี และเคียมีก็เตรียมนำหน่วยที่เหลือของพวกเธอเข้าโจมตี

 

เอสเทล : “จงเสียใจที่อาจหาญมาต่อกรกับพวกเราซะเถอะ ยัยแฟรี่โง่ !”

 

ในที่สุดการต่อสู้ระหว่างหนึ่งแฟรี่กับหน่วยอัศวินเพกาซัสก็ได้เริ่มขึ้นที่น่านฟ้าขึ้นไปร้อยเมตรของหมูบ้านอาลซัสนี้

 

…………………………………….

 
ติดตามอัพเดทกับทางผู้แปลได้ที่เพจ  https://www.facebook.com/Diamos-519670511704186/
โปรเจคอื่น ๆ (นิยายแต่ง)
"ยินดีต้อนรับสู่ต่างโลก" (แต่งจบแล้ว) https://writer.dek-d.com/dek-d/writer/view.php?id=1699173
"DSU Board" (ยังไม่จบ) https://writer.dek-d.com/dek-d/writer/view.php?id=1765915



NEKOPOST.NET