[นิยายแปล] จอมมารดำ ตอนที่ 104 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จอมมารดำ

Ch.104 - ตอนที่ 104 cross-fire (十字砲火)


(Tn : 十字砲火 : cross-fire ลักษณ์การยิงปืนมากกว่าหนึ่งกระบอกไปที่จุดหมายเดียวกัน เนื่องจากไม่มีคำแปลตรง ๆ ผมเลยทับศัพท์ไปครับ

 

โครโน่ : “เยอะชะมัด”

 

พวกมันข้ามแม่น้ำท่ามกลางฝนธนูและสายฟ้ามาได้ และตอนนี้ก็เริ่มเคลื่อนทัพบุกขึ้นฝั่งกันแล้ว

 

พวกเขาได้จัดการศตรูไปเป็นจำนวนมาก แต่พวกมันก็ยังเคลื่อนทัพเข้ามาต่อราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ตอนนั้นชั้นก็รู้ว่าพวกศตรูมีจำนวนมากกว่าอย่างไม่น่าเชื่อ

 

อิริน่า : “เออ พวกเรา--- จะหยุดยั้งพวกมันได้มั้ย ?”

 

คุณอิริน่าที่ยืนอยู่ข้างชั้น เธอกำลังยิงธนูสายฟ้าออกไปได้ยิงคำถามออกมา

 

เป็นน้ำเสียงที่กึ่งคาดหวังและกึ่งสงสัย

 

โครโน่ : “ไม่เป็นไร พวกเราหยุดพวกมันได้แน่นอน”

 

ตอนนี้ก็แค่รอให้เข้ามาในระยะยิงเท่านั้นเอง

 

โครโน่ : “ที่โล--บ้านเกิดของชั้น ด้วยสิ่งนี้มันจะเปลี่ยนทิศทางของสงครามทันที แน่นอนว่ามันใช้หยุดพวกทหารตรงหน้าได้แน่”

 

แต่ก็อาจจะไม่ได้เช่นกัน แต่ตอนนี้ชั้นไม่อาจพูดอะไรแบบนั้นออกไปได้หรอก

 

โครโน่ : “เอาเถอะ ไม่ว่าจะทำได้หรือไม่ อีกไม่นานเดียวก็รู้”

 

อิริน่า : “ก็จริง งั้นฉันจะรอดู-- นะ !”

 

พวกศตรูตอนนี้ใกล้เข้ามาอีกเมตรหนึ่งแล้ว

 

ด้วยระยะนี้ก็คงพอแล้วละ

 

โครโน่ : “[กระสุนปีศาจ・บาเร็ตอาร์ต---]”

 

ด้วยไม้คฑาเวทย์ [แบล็ค บาลิสต้า・ เรพลิก้า] ที่อยู่ในมือ ชั้นชี้มันไปที่กองทัพของครูเสดเดอร์ที่อยู่ตรงหน้านั้น

 

ชั้นตั้งสมาธิไปกับการสร้างลูกปืนนับพันที่ถูกบรรจุอยู่ในสิ่งนั้น และในตอนที่พวกศตรูเข้ามาในระยะของลานสังหารตอนนั้นเอง

 

ด้วยลูกปืนที่อัดแน่นไปด้วยความเกลียดชัง คำที่ชั้นจะส่งให้กับพวกมันก็มีเพียงแค่

 

โครโน่ : “ยินดีต้อนรับสู่อาลซัส---รูปแบบกราดยิง---แก็ตลิง”

 

………..

 

โนรุส : “منع صخرة حجر كبير جدار لحماية— โล่เกราะปฐพี!!”

 

ก่อนที่หน้านั้น โนรุสที่อยู่ ๆ ก็รู้สึกได้ถึงจิตสังหาร สัญญาณเตือนอันตรายในหัวของเขาก็ทำงานทันที

 

สัญชาตญาณของเคยช่วยชีวิตของเขาเอาไว้หลายต่อหลายครั้งแล้ว และตอนนี้ก็เป็นอีกครั้งหนึ่งเช่นกัน เขาปล่อยให้ร่างกายทำงานเอง และใช้เวทมนต์ป้องกันระดับสูงออกมา

 

กำแพงหินขนาดใหญ่มหึมาได้ผุดขึ้นมาจากแม่น้ำ และปกป้องร่างของโนรุสเอาไว้

 

ในเวลาต่อมา เขาก็รู้สึกได้ถึงหยาดเลือดที่กระจายออกพร้อมกับเสียงระเบิดของบางสิ่งที่ถูกทำลายทิ้งไปพร้อมกับ---เสียงกรีดร้องโหยหวน

 

โนรุส : “นะ นี่มัน?”

 

เขารู้สึกว่ามีบางสิ่งที่หนักนวงกำลังกระแทกเข้ากับกำแพงหินของเขา

 

โนรุสตะโกนถามออกไป แต่ก็ไม่มีใครตอบกลับ เขาไม่อาจรู้ได้เลยว่าเกิดอะไรข้างนอกกำแพงหินนั้นกันแน่

 

แม้แต่ลูกน้องคนสนิทที่มักอยู่ข้างกายเขาประจำ ตอนนี้เขาก็ได้กลายเป็นร่างที่เงียบสงบไปตลอดกาลแล้วเช่นกัน

 

ไม่เพียงแค่นั้น ศพของทหารค่อย ๆ ทับถมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนมิอาจนับได้

 

จนกระทั้งโนรุสรู้ตัวแล้วว่าได้มีบางสิ่งที่เหมือนกับลูกบอลสีดำเล็ก ๆ กำลังยิงเข้าใส่พวกเขาอยู่

 

มันทะลวงร่างของทหารด้วยความเร็วสูง มันไม่อาจมองได้ทันด้วยสายตาธรรมดาของมนุษย์ได้ แถมมันยังสามารถคร่าชีวิตของพวกทหารไปภายในนัดเดียวอีกด้วย

 

โนรุส : “มันคือพลังธาตุมืด-- ไม่สิ หรือว่ามันคือเวทมนต์ดำที่ได้รับพรคุ้มครองมาจากเทพปีศาจอย่างงั้นหรือ !?!”

 

โนรุสค่อย ๆ โผล่ออกมาจากที่กำบังแล้วจ้องไปยังทิศทางของการโจมตี

 

ในสายตาของเขา มีสิ่งร่างสีดำสองคนปรากฏอยู่ พวกมันกำลังยิงลูกปืนออกมาใส่เข้ากองทัพของเขา เสียงเครื่องจักรบางอย่างกำลังดัง *แคร็ก แคร็ก แคร็ก แคร็ก แคร็ก”อย่างต่อเนื่องไม่หยุดยั้ง

 

โนรุส : “(หรือเจ้าสิ่งนั้นคือ [มารร้าย] ที่ทำลายหน่วยของเคอร์วองไปสินะ)”

 

เขาไม่รู้ว่าเขาคาดการถูกหรือไม่ แต่ชายคนหนึ่งที่สวมเสื้อคลุมสีดำทั้งตัว อีกทั้งใบหน้าที่ดุร้ายราวกับปีศาจ กับอีกคนที่เป็นโครงกระดูก แต่สิ่งที่น่าตกใจนั้นไม่ใช่รูปร่างดั่งปีศาจของพวกมัน แต่เป็นพลังของเวทมนต์ดำที่สามารถสร้างภูเขาศพขนาดนี้ด้วยระยะเวลาอันรวดเร็วต่างหาก

 

ชายคนนั้นใช้ไม้คฑา ส่วนมนุษย์หัวกะโหลกกับลังใช้สิ่งที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน มันเป็นท่อเหล็กยาวที่ยิงลูกปืนนั้นออกมาอย่างต่อเนื่อง

 

โนรุส : “(หรือว่าพวกทหารที่รอดกลับมาจะพูดจริง ? พวกมันมีเวทมนต์ที่สามารถฆ่าได้ภายในการโจมตีเดียวจริง ๆ หรือนี่ ? …)”

 

กระสุนเหล่านั้นสามารถทะลวงเสื้อเกราะโซ่ถักและพร้ากชีวิตของพวกเขาไปได้อย่างง่ายดาย

 

ทั้ง ๆ ที่หน่วยของเคอร์วองก็ได้เจอสิ่งนั้นมาก่อนแล้ว แต่โนรุสกลับมองข้ามไป และคิดเป็นว่า [ก็แค่นักผจญภัยที่เก่งกาจคนหนึ่งเท่านั้น]

 

แม้ว่าจะมาคิดเสียใจที่ไม่ได้เตรียมการรับมือเจ้า [มารร้าย] ตนนั้นตอนนี้มันก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา สิ่งที่เขาคิดตอนนี้ก็มีแต่เพียงกลับเข้าสู่สนามรบเท่านั้น

 

โนรุส : ““تجنب الثابت، هيئة قوية لحماية― โล่ปฐพี!!”

 

การที่จะเผชิญกับลูกปืนตรง ๆ มันอันตรายเกินไป โนรุสจึงเปิดการใช้งานเวทป้องกันระดับต่ำขึ้นมาใช้งาน

 

กำแพงหินได้งอกขึ้นมาจากแม่น้ำ แต่คราวนี้มันบางกว่าเดิม และไม่อาจรับรองความปลอดภัยได้

 

โนรุส : “(ถ้าหากตอนนั้นเลือกให้หน่วยจอมเวทข้ามแม่น้ำมาด้วยละก็ … แค่ข้าคนเดียวคงไม่อาจปกป้องทั้งกองทัพเอาไว้ได้แน่)”

 

พวกทหารที่เหลือรอดต่างก็วิ่งเข้าหลบที่กำบังของเขาที่สร้างเอาไว้ แต่มันก็มีขนาดเล็กเกินกว่าจะรองรับได้ทั้งหมด

 

มีทั้งคนที่อยู่ไกลออกไป และคนที่ไม่อาจวิ่งเข้ามาได้ทันเวลา และมีคนที่โชคร้ายเนื่องจากลูกปืนทะลวงผ่านกำแพงหินของเขามาได้ ทำให้สุดท้ายก็ยังมีจำนวนศพเพิ่มขึ้นมาอยู่ดี

 

โนรุส : “(ในเมื่อป้องกันไม่อยู่ แถมถ้าหยุดอยู่กับที่แบบนี้ ก็มีแต่จะเพิ่มผู้เคราะห์ร้ายเท่านั้น งั้นก็มีหนทางเดียวคือออกไปลุยซึ้ง ๆ หน้านี่แหละ)”

 

โนรุส : “อย่าได้หวาดกลัว ! จงบุกต่อไป !! พวกเรามีจำนวนมากกว่าพวกมันเยอะ พวกเราจะจัดการพวกมันลงตรงนี้ ตอนนี้เลย !!”

 

โนรุสได้ตะโกนขึ้นมาอีกครั้ง และออกคำสั่งโจมตีไป

 

เหล่าทหารที่ไม่เหลือทางรอดนอกจากความตายตรงหน้า ต่างก็เข้าใจในสิ่งที่เขาพูดออกมา

 

ทหาร : “โอ้อ้อ้!! บุกก!!”

 

ทหาร : “เล็งไปที่มารร้ายตนนั้นเลย”

 

ทหาร : “ใช่แล้ว ฆ่ามันซะ ถ้าฆ่ามารตัวนั้นได้ พวกเราก็จะชนะ!”

 

ทหาร : “ฆ่ามารร้าย !!”

 

ทหาร : “ในนามของพระเจ้า !!”

 

ทหาร : “ฆ่าพวกปีศาจ ! ฆ่าพวกมารร้ายให้หมดสิ้นซะ !!”

 

พวกเขาได้ก้าวข้ามศพของพรรคพวกและก้าวเดินต่อไปข้างหน้า

 

ทหาร : “โอ้ ! บุกกก!!”

 

และเมื่อโนรุสยืนยันเหล่าทหารที่เริ่มบุกอีกครั้ง เขาก็เริ่มเคลื่อนไหวเช่นกัน

 

โนรุส : “تجنب الثابت، هيئة قوية لحماية—-เพิ่มพลังป้องกัน”

 

เขาเพิ่มพลังป้องกันของตนเอง และในตอนที่เขาก้าวเดินออกมาจากที่กำบังตอนนั้นเอง

 

*เคร้งง !!*

 

โล่ป้องกันของเขาก็ถูกทำลายลง อีกทั้งยังมีแรงกระแทกเข้าสู่ร่างของโนรุสโดยตรง

 

“อั๊กกก !!”

 

ภายใต้สติของเขาที่เหลืออยู่น้อยนิดนั้น เขาเห็นบางสิ่งที่มีขนาดใหญ่ได้เจาะทะลุโล่เหล็กยักษ์ของเขาอยู่

 

โนรุส : “ฉมวกสงครามงั้นหรือ ?.... ทำไมพวกมันถึงมีของแบบนั้นได้…”

 

ทหาร : “ท่านพรีสครับ !”

 

ทหาร : “ท่านพรีสถูกยิง !!?”

 

เสี่ยงแห่งความวิตกกังวลได้ดังก้องไปทั่วหมู่ทหารที่อยู่ใกล้ตัวโนรุส

 

โนรุส : “ไม่ ไม่เป็นไร…”

 

ตอนนี้ถึงเขาจะรู้ว่าสองคนนั้นเป็นลูกน้องของตัวเอง แต่ด้วยสติที่เหลืออยู่ ทำให้เขาตาลายจนไม่อาจเห็นใบหน้าของพวกเขาได้ชัดเจนแล้ว

 

โนรุส : “ไม่ต้องห่วง ไป รีบหนีไป--”

 

ในตอนที่สติของเขากำลังจะจากไป ที่ท้องฟ้าเขาก้ได้เห็นร่างเงาของกองทัพจำนวนมากที่กำลังบินไปหาศตรู

 

โนรุส : “--อัศวินเพกาซัสมาถึงแล้ว ด้วยสิ่งนี้พวกเราก็จะชนะ---”

 

โนรุสได้สิ้นสติไปพร้อมกับรอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้า

 

ด้วยกองทัพทหารราบและการโจมตีทางอากาศจากอัศวินเพกาซัส การป้องกันของมารร้ายจะต้องพ่ายแพ้แน่นอน

 

โนรุสมันใจในชัยชนะของเขาที่กำลังจะมาถึงนี้

 

………………………

 

ลุงโม : “สุดยอกเลย ! มังเป็นอาวุกที่สุดยอกไปเลย !!”

 

ลุงโมกล่าวด้วยความตื่นเต้นไปพร้อมกับยิงปืนกลออกไป

 

ด้วยรูปร่างที่ราวกับถอดแบบมาจากเทพแห่งความตาย และตอนนี้เขาก็ยังได้ฆ่าไปอีกหลายชีวิตในเวลานี้ ตอนนี้เขาได้กลายเป็นยมทูต (ริปเปอร์) ที่แท้จริงไปแล้ว

 

ลุงโม : “เอาไปแดรกซะน่อ ! นั่งแหละ ไอพวกฟากโพ้นทะเลมังต้องตายน่อ !!”

 

ฮิย่าฮ่า !! เสียงหัวเราะของเขานั้นไม่เข้ากับร่างอวตาลที่เป็นดั่งเทพเจ้าแห่งความตายเลยสักนิด

 

แต่ด้วยปืนกลที่เขาใช้อยู่ เขาก็ไม่ต่างจากเทพเจ้าแห่งความตายตัวจริงแล้ว และก็มีแต่จอมเวทมนต์ดำเท่านั้นที่จะใช้อาวุธนี้ได้

 

โครโน่ได้ขอให้ชิม่อนสร้างปืนกลกระบอกนี้ขึ้นมา แต่เพราะในต่างโลกนี้ไม่มีแนวคิดทางวิทยาศาสตร์อยู่ แม้แต่โรงงนาก็ไม่มี พวกเขาเลยทำได้แค่สร้างของที่คล้ายกันขึ้นมาเท่านั้น

 

สิ่งที่เขาทำก็แค่ใช้เวทมนต์ของเขาสร้างลูกปืนขึ้นมา และใช้อาวุธที่สามารถยิงลูกปืนนั้นออกไปด้วยเวทมนตแทนดินปืน

 

พูดง่าย ๆ ก็คือมันเป็นคฑาเวทรูปปืนกลนั่นแหละ

 

มันมีรูปร่างเหมือนกับท่อที่ติดกล่องบรรจุลูกปืนจำนวนมากเอาไว้ ถ้าให้บอกละก็ มันเป็นปืนที่ดูน่าเวทนามาก แต่ภายในกล่องนั้นก็มีระบบเวทมนต์ที่สามารถทำงานได้เหมือนกับเวทของโครโน่ [กระสุนปีศาจ・บาเร็ตอาร์ต] ทำให้มันสามารถยิงลูกปืนออกมาได้

 

และคนที่จะทำแบบนั้นได้ก็ต้องเป็นคนที่ใช้เวทมนต์ดำเหมือนอย่างเขา จอมเวทมืดอย่างคุณลุงโมจึงเป็นตัวเลือกทำหน้าที่นี้

 

ลุงโม : “ม่า ! กระบอกปืนร้อนไปแล้วน่อ รีบเปลี่ยนด่วนเลยน่อ !!”

 

ก็อบลิน : “”ครับ!””

 

สองก็อบลิ้นรีบเข้ามาเปลี่ยนตัวกระบอกปืนทันที

 

ด้วยการฝึกที่ผ่านมา ทำให้พวกเขาสามารถทำงานได้อย่างว่องไว

 

ความจริงแล้วเบื้องหลังของความสำเร็จปืนกลกระบอกนี้ก็คือวงแหวนเวทมนต์ ที่ถูกเขียนขึ้นอย่างเป็นระบบนั่นเอง

 

ส่วนตัวกระบอกปืนนั้น มันก็ทำหน้าที่แค่ทำให้ลูกปืนยิงออกไปได้อย่างแม่นยำเท่านั้น

 

ตอนที่เวลาจะใช้เวทมนต์ยิงลูกปืนออกไป ก็แค่ใส่พลังเวทลงไปในอุปกรณ์นี้ จากนั้นมันก็จะทำการสร้างลูกปืนและยิงออกไปโดยอัตโนมัติ

 

ดังนั้นนอกจากตัวกระบอกปืนกับกล่องที่เป็นตัวทำงานหลักแล้ว สิ่งอื่นก็ไม่จำเป็นที่จะต้องสร้างประกอบเข้าไป

 

คฑาเวทเป็นอาวุธของจอมเวทเพื่อที่จะใช้ลดภาระของตัวผู้ร่ายลง และปืนกลกระบอกนี้ก็ทำหน้าที่แบบนั้นเช่นเดียวกัน

 

เวทมนต์[กระสุนปีศาจ・บาเร็ตอาร์ต] ของโครโน่มันใช้งานโดยการสร้างภาพของลูกปืนขึ้นมาภายในหัว ในทางกลับกัน หากมีของที่เรียกว่าปืนปรากฏอยู่ ทุกสิ่งก็จะง่ายลง

 

เวทมนต์ที่ใช้กับปืนกลนี้ก็มี [บรรจุกระสุน] และ [พลังที่ใช้แทนดินปืน]

 

ลูกปืนจะถูกอัญเชิญเข้าไปที่รังเพลิงโดยตรง และจากนั้นพลังเวทมนต์ดำก็อัดแรงดันให้ลูกปืนถูกยิงออกไป

 

ลุงโมที่สามารถใช้เวทมนต์ดำได้และเข้าใจถึงหลักการนี้ จึงทำให้เขาสามารถใช้ปืนกลกระบอกนี้ได้ทรงพลังเทียบเท่ากับโครโน่นั่นเอง

 

ในอีกทางหนึ่ง เพราะการยิงถูกใช้เวทมนต์โดยตรง เลยไม่จำเป็นต้องมีไกปืนติดตั้งเอาไว้เช่นกัน

 

ลุงโม : “หัวหน้า ทางนั้นเป็นไงมังน่อ ?”

 

เพราะพลังเทเลพาธีของลิลี่ได้ครอบคลุมไปทั้งบริเวณแล้ว ทำให้ทุกคนรอบประคูหลักนี้สามารถสื่อสารกันได้โดยตรงตลอดเวลา

 

และตอนนี้ลุงโมก็กำลังคุยอยู่กับโครโน่ที่ห่างออกไปหลายเมตรอยู่

โครโน่ : “ยังยิงไหวอยู่ แล้วทางคุณละครับ ?”

 

ลุงโม : “ถึงจะสร้างลูกปืนได้ แต่ตัวกระบอกปืนก็ไปไวมักเล่นน่อ อีกเดียวคงจะยิงต่อไม่ได้แล้วน่อ”

 

โครโน่ : “ช่วยไม่ได้ละนะ เพราะพวกเราไม่มีเวลาพอที่จะสร้างเอาไว้ แต่ตอนนี้พวกเราไม่มีทางเลือกแล้ว รบกวนช่วยใช้อย่างระวังอย่างเผลอทำมันพังเข้าละครับ”

 

ลุงโม : “วางใจขอยได้เลยน่อ ! ถึงจะดูไม่ใช่คงแบบนนั้น แต่ขอยก็เป็นคงที่ประหยักน่าดูเลยละน่อ”

 

วะฮ่าฮ่าฮ่า

 

โครโน่ยิ้มออกมาหลังได้ยินเสียงหัวเราะอย่างร่าเริงของคุณลุงโม

 

ก็อบลิ้น : “เปลี่ยนเสร็จแล้วครับคุณลุงโม!”

 

ลุงโม : “เอาละน่อ ! เริ่มทำการยิงอีกครั้งได้น่อ !!!”

 

เขาจับตัวกระบอกปืนและเริ่มยิงอย่างบ้าคลั่งอีกครั้ง

 

กองทัพครูเสดเดอร์ไม่อาจเคลื่อนทัพไปได้ไกลกว่านี้แล้ว เพราะถูกโครโน่กับลุงโมริงประสานงานกันในฐานะลานสังหารตรงหน้านี้

 

ความคิดนี้ได้มาจากตอนที่โครโน่ไปสังหารศตรูของหน่วยเคอร์วองถึงร้อยคนท่หมู่บ้านอิรุสตอนนั้น  เพราะตอนนั้นเขากำลังคลุ้มคลั่งอยู่ มันจึงทำให้สมองของเขาปลอดโปร่งและได้ไอเดียใหม่ ๆ ในการสังหารศตรูมา

 

หลังจากที่โครโน่ได้ขึ้นเป็นผู้นำ เขาก็รวบรวมประสบการณ์ที่สั่งสมมานำมันมาใช้ และเขาก็รู้ว่าพลังอำนาจจากการยิงของปืนนั้นสามารถใช้ต่อต้านพวกมันได้

 

มันสามารถใช้ปืนอย่างง่ายในการสังหารทหารถึงร้อยคนได้อย่างง่ายดาย

 

เขาจึงคิดได้ว่า ถ้าหากเขาสามารถเตรียมปืนกลที่ทำงานได้เหมือนอย่างเวทมนต์ของเขาแล้ว เขาก็จะสามารถใช้ยุทธวิธี cross-fire ในการสร้างลานสังหารกำจัดศตรูได้เช่นกัน

 

Cross-fire คือการใช้ปืนมากกว่าสองกระบอกยิงเข้าไปยังเป้าหมายเดียวกัน มันเป็นหลักยุทธวิธีป้องกันอย่างหนึ่ง

 

ยุทธวิธีนี้ถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรกตอนสมัยสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง และในตอนสงครามระหว่างรัสเซียกับญี่ปุ่นก็มีการนำมาใช้เช่นกัน

 

และฉากแบบนั้นก็กำลังกลับมาปรากฏที่แนวป้องกันของหมู่บ้านอาลซัสนี้

 

ระยะห่างของพวกมันถึงริมแม่น้ำก็ห่างเพียงแค่สิบเมตรเท่านั้น แต่ในระยะแค่นี้กลับไม่มีใครสามารถข้ามผ่านไปได้เลยสักคน

 

ทั้งถูกแรงคลื่นของแม่น้ำรั้งตัวเอาไว้ จะวิ่งขึ้นมาก็ทำไม่ได้

 

แต่ทั้งที่เป็นแบบนั้น พวกทหารที่ไม่รู้เลยว่าฝนลูกปืนเหล่านั้นจะหยุดลงเมื่อใด พวกเขาต่างคิดและคาดหวังที่จะให้มันหยุดลงและมุ่งหน้าต่อไป และพวกเขาเหล่านั้นก็ไม่อาจไปถึงฝั่งได้ตราบสิ้นชีวิตของเขาเหล่านั้น

 



NEKOPOST.NET