[นิยายแปล] จอมมารดำ ตอนที่ 102 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จอมมารดำ

Ch.102 - ตอนที่ 102 พันธมิตรนักผจญภัย ปะทะ ครูเสดเดอร์ (1)


ทันทีที่ได้รับคำสั่งโจมตี กองทัพอัศวินเกราะหนักแห่งครูเสดเดอร์ก็เริ่มเคลื่อนไหว

 

พวกเขาเป็นแนวน้าที่จะเปิดฉากบุกเข้าไปก่อน

 

อัศวินที่ใส่ชุดเกราะทั้งตัวอีกทั้งยังมีโล่อันแข็งแกร่งถือเอาไว้ ได้ตั้งเรียงแถวหน้ากระดานอย่างพร้อมเพรียง

 

กำแพงเหล็กนั้นกำลังเคลื่อนไหวใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ

 

โครโน่ : “อย่าพึ่งยิง ธนูกับเวทมนต์คงไม่ได้ผลเท่าไหรหรอก”

 

โครโน่ได้ออกคำสั่งไปยังเหล่านักผจญภัยที่เตรียมคันธนูเอาไว้อยู่ตรงแนวรั้วข้างหน้า

 

กองทัพอัศวินเกราะหนักตอนนี้ได้เคลื่อนทัพมาถึงตรงสะพานแล้ว จากระยะนี้พวกเขาสามารถยิงธนูโจมตีได้ แต่โครโน่ก็ยังไม่ออกคำสั่งให้โจมตี

 

อิริน่า : “พวกมันต้องเป็นหน่วยที่มีพลังป้องกันสูงสุด แต่จากข้อมูลที่ได้มา มันต้องมีกองกำลังที่เก่งกว่านี้ซ่อนอยู่แน่”

 

คนที่ยืนอยู่ข้างเขาไม่ใช่ลิลี่แต่เป็นเอลฟ์พี่สาวคนโตสุด อิริน่า

 

สามพี่น้องต่างก็มายืนรวมตัวกันอยู่ตรงนี้ พวกเธอต่างเตรียมเวทมนต์และธนูพร้อมที่จะโจมตีเป้าหมายที่อยู่ตรงหน้าแล้ว

 

โครโน่ : “ส่งกองทัพอัศวินเกราะมาก่อน จากนั้นก็คงเป็นหน่วยทหารราบตามมา พวกหน่วยเกราะเหล็กก็เทียบได้กับหอคอยตีปราสาทนั่นแหละ ถ้าเป็นอัศวินพวกนั้นละก็ แนวรั้วนั้นก็คงถูกทำลายได้อย่างง่ายดายแน่”

 

ถ้าปลอยให้เป็นแบบนี้ต่อไป ไม่นานประตูหลักก็คงจะถูกทำลายลง

 

และถ้าประตูหลักถูกทำลาย พวกเขาก็ไม่อาจที่จะหยุดกองทัพศตรูที่มีจำนวนมากขนาดนี้ได้ แนวป้องกันอาลซัสก็จะล่มสลายลงภายในเวลาไม่นานอย่างแน่นอน

 

โครโน่ :  “แถมดูเหมือนจะใช้เวทมนต์แสงป้องกันการโจมตีเอาไว้อยู่ด้วย”

 

อิริน่า  : “งั้นไม่ว่าจะใช้ธนูหรือเวทมนต์ ก็คงใช้โจมตีมันไม่ได้ผลแน่ นี่มันอย่างกับกำแพงเหล็กจริง ๆ”

 

ในโลกเดิมของโครโน่นั้น ยุคของทหารชุดเกราะได้จบลงด้วยการเข้ามาของอาวุธปืน

 

ไม่ว่าจะสวมเกราะเหล็กหนาแค่ไหน มันก็ไม่อาจหยุดลูกปืนได้ ถ้าหากโลกนี้มีปืนเป็นอาวุธหลักละก็ ชุดเกราะเหล็กเหล่านั้นมันก็จะเป็นแค่เครื่องประดับเท่านั้น

 

แต่เพราะการคงอยู่ของเวทมนต์ ลูกปืนจึงไม่อาจใช้ทะลวงร่างของศตรูโดยตรงได้ เพราะมันจะถูกเบี่ยงเบนออกไปก่อน

 

ดังนั้นจึงเป็นการยากที่จะหยุดกำแพงเหล็กนั้น ด้วยพลังโจมตีของกองกำลังพันธมิตรนักผจญภัยที่มีอยู่ตอนนี้ได้

 

ฟิโอน่าได้ให้ข้อมูลมาว่าพวกชุดเกราะเหล่านั้นจะถูกลงเวทมนต์ป้องกันเฉพาะเอาไว้ ทำให้มีพลังป้องกันที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก

 

กองกำลังเกราะหนักตรงหน้านั้น เป็นหน่วยที่ไว้ต่อต้านการโจมตีระยะไกลอย่างแท้จริง แต่มันก็แลกมาด้วยความเร็วในการเคลื่อนที่แทน

 

ด้วยสถานการณ์แบบนี้ พวกเขาจะทำยังไง ? พวกเขาจะหยุดกองทัพศตรูที่มีพลังป้องกันราวกับอมตะนั้นได้อย่างไร ? และในตอนที่เหล่านักผจญภัยรู้สึกสิ้นหวังตอนนั้นเอง

 

อิริน่า : “โครโน่ กำลังหัวเราะอยู่ ?”

 

โครโน่ : “อือ”

 

โครโน่กลับหัวเราะให้สถานการณืที่สิ้นหวังนี้ได้

 

อิริน่า : “นั่นสินะ ตอนนี้ก็ทำได้แต่หัวเราะเท่านั้นนี่ ฉันไม่คิดว่าจะมีแผนการของมือสมัครเล่นที่พวกเราคิดกันขึ้นจะช่วยอะไรได้หรอก--”

 

กองทัพอัศวินที่อยู่กลางสะพานตอนนี้ ต่างส่งเสียงโลหะที่กระทบไปมาดังก้องไปทั่วสนามรบจนแม้แต่เหล่านักผจญภัยก็ยังได้ยินอย่างชัดเจน

 

โครโน่ : “ระเบิดสะพานทิ้งได้”

 

……………..

 

ในตอนที่เขาได้ยินเสียงดังขึ้นมา โนรุสก็รู้สึกเสียใจไปกับการตัดสินใจของเขาตอนนี้

 

ทำไมเขาถึงส่งทหารไปโดยไม่คิดที่จะตรวจสอบสะพานตรงนั้นก่อนนะ ?

 

เหตุผลที่พงกศตรูเลือกสถานที่ถูกล้อมไปด้วยแม่น้ำแบบนั้นเป็นแนวป้องกัน พวกมันทำเพื่ออะไร ทำไมเขาถึงไม่คิดให้ดีก่อนนะ ?

 

แล้วทำไมกว่าเขาจะรู้ถึงเหตุผลทั้งหมดนั้น เขาก็ต้องปล่อยให้พวกลูกน้องไปเจอกับดักของศตรูซะก่อนกันนะ ?

 

แต่กว่าเขาจะคิดได้มันก็สายไปแล้ว ไม่ว่าเขาจะเสียใจมากแค่ไหน ชีวิตเหล่านั้นก็ไม่กลับมาได้อีกต่อไปแล้ว

 

ใช่แล้ว พวกอัศวินเกราะหนักต่างก็จมลงไปกับสายน้ำและไม่อาจหวนกลับมาได้อีกแล้ว

 

ย้อนกลับไปเล็กน้อย

 

*บรึมม!!*

 

เกิดเสียงระเบิดดังขึ้นมา

 

โนรุส : “ปะ เป็นไปไม่ได้…”

 

ในสายตาของโนรุสและกองทัพของเขา ต่างก็ไม่เชื่อในสิ่งที่กำลังเห็นอยู่

 

สะพานข้ามแม่น้ำเพียงแห่งเดียว ที่ถูกสร้างอย่างแข็งแรงและมั่นคงจนดูไม่น่าจะพังทลายได้นั้น กลับถูกทำลายลงอย่างง่ายดายด้วยระเบิดเปลวเพลิงที่ลุกโชนขึ้นมา

 

และกว่าที่พวกเขาจะรู้สึกตัวกัน ทุกอย่างก็สายไปเสี่ยแล้ว พวกศตรูต้องวางกับดักบางอย่างเอาไว้ที่สะพานแน่นอน

 

พวกมันอาจทำสายโครงสร้างหลักทิ้ง หรือไม่ก็แอบทำให้ตัวสะพานอ่อนแอลงไว้แต่แรก แล้วจากนั้นก็ทำลายทิ้งลงในเวลาที่เหมาะสมด้วยเวทมนต์บางอย่าง

 

แต่การที่จะระเบิดของแบบนั้นได้ มันต้องใช้วงแหวนเวทมนต์ หรือไม่ก็ไอเท็มเวทมนต์ อีกทั้งยังต้องใช้พลังเวท สรุปคือการที่จะกระทำการอย่างเหมาะเจาะได้แบบนั้นโดยไม่มีสัญญาณใด ๆ ให้เห็นเลย มันเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้

 

โนรุส : “เป็นไปไม่ได้ !!”

 

โนรุสตะโกนไปพร้อมกับการพังทะลายลงของสะพาน

 

เศษซากของสะพานได้ร่วงหล่นลงไปพร้อมกับเหล่าอัศวินเกราะเหล็กที่อยู่บนสะพานนั้น

 

ไม่ว่าจะเป็นธนู ระเบิดเพลิง สายฟ้า หรือการโจมตีใด ๆ ก็ไม่อาจสร้างบาดแผลให้กับทหารเกราะเหล็กหนักเหล่านั้นได้ แต่ต่อหน้ากระแสน้ำที่เชี่ยวกราด พวกเขาก็เป็นได้แค่พวกไร้น้ำยาเท่านั้น

 

ด้วยน้ำหนักของชุดเหราะ มันเป็นไปไม่ได้เลยที่มนุษย์ธรรมดาจะสามารถขึ้นกลับมาผิวน้ำได้ พวกเขาตอนนี้ก็เหมือนกับคนที่ถูกขังเอาไว้อยู่ในโลงศพที่เรียกว่าชุดเกราะเหล็ก

 

โนรุส : “ทะ ทุกนายรีบไปช่วยหน่วยอัศวินเกราะเหล็ก เดียวนี้ !”

 

ต่อหน้าเหล่าทหารชุดเกราะที่พยายามว่ายน้ำกลับเข้าฝั่ง โนรุสก็ตัดสินใจออกคำสั่งช่วยเหลือไป

 

บางทีคงจะตายไปมากกว่าครึ่งหน่วยได้ ตอนนี้เขาต้องช่วยเหลือชีวิตที่รอดให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

ในตอนนั้นเขาไม่คิดอื่นใด นอกจากความรู้สึกที่อยากจะช่วยชีวิตพวกทหารเหล่านั้น โนรุสวิ่งออกไปที่แนวหน้าไปยังริมแม่น้ำตรงนั้นพร้อมกับพวกทหารที่เหลือ

 

โนรุส : “ดูตรงนั้น ! ยังมีคนรอดอยู่แถวจุดน้ำตื้น ! รีบไปช่วยพวกเขาเร็ว !!”

 

แม่น้ำโรนไม่ได้ลึกพอที่จะพรากชีวิตทหารทั้งหมดได้ พวกทหารบางส่วนยังคงโผล่ส่วนหมวกเหล็กขึ้นมาพ้นเหนือน้ำได้อยู่

 

และในตอนนั้นเอง ความคิดที่จะเข้าไปช่วยเหลือพวกเขาเหล่านั้น ก็ถูกพรากจากไปพร้อมกับเสียงระเบิดอันก้องกังวาลที่ดังขึ้นมาอีกครั้ง

 

โนรุส : “เสียงอะไรกัน?…”

 

*คลื่นนนน* เสียงของแม่น้ำที่เชี่ยวกราดอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม ฝนจำนวนมากได้เทลงมาจากฟากฟ้า

 

[เป็นไปไม่ได้] นั่นเป็นสิ่งที่พวกทหารต่างเห็นพ้องกัน

 

เสียงนั้นค่อย ๆ ดังขึ้นเรื่อย ๆ

 

วันนี้เป็นวันฟ้าใส ไม่มีทีท่าว่าฝนจะตกได้ ดังนั้นมันเป็นไปไม่ได้เด็ดขาดที่อยู่ ๆ จะเกิดน้ำป่าทะลักได้

 

แต่เสียงที่กำลังใกล้เข้ามานั้น

 

*คลื่นนนน* *คลื่นนนน* *คลื่นนนน* *คลื่นนนน*

 

ในเวลาที่พวกเขารู้ตัว คลื่นยักษ์ที่กำลังกลืนกินแม่น้ำอยู่นั้น ก็ได้พรากชีวิตของพวกเขาทั้งหมดไปแล้ว

 

ในเวลาไม่ถึงวินาที กองทัพทหารเกราะเหล็กและกองทัพทหารราบที่อยู่บริเวณแม่น้ำ ก็ถูกทำลายจนหมดสิ้น

 

………………..

 

ในสถานที่ห่างออกไปหนึ่งร้อยเมตรของต้นแม่น้ำ มีร่างของแม่มดคนหนึ่งยืนอยู่

 

ฟิโอน่า : “จะเป็นไปได้ดีหรือเปล่าน้า ?”

 

เธอคือฟิโอน่า เป็นหนึ่งในปาร์ตี้ของโครโน่ [เอเลเมนต์มาสเตอร์] เธอเป็นจอมซุ่มซ่ามที่ไม่อาจควบคุมพลังเวทของตนได้ และเธอก็คือผู้ที่อยู่เบื้องหลังของมหาคลื่นซึนามิบก ที่ได้พัดพาอัศวินเหล่านั้นไป

 

กระบวนการก็ง่ายนิดเดียว เพียงแค่ให้ฟิโอน่าเรียกมวลน้ำมหาศาล เติมลงไปในแม่น้ำโรมก็เท่านั้นเอง

 

ปกติแล้วต้องใช้เวลาและสร้างเขือนมากักเก็บน้ำเอาไว้ แต่ด้วยพลังของฟิโอน่า มันก็เป็นเรื่องที่ง่ายดายยิ่งนัก

 

โครโน่ : “อือ มันได้ผลละฟิโอน่า”

 

ในมือของฟิโอน่า แก้วคริสตั้นสีขาวได้ส่องสว่างขึ้นมา สิ่งนั้นกำลังส่งเสียงของโครโน่อยู่

 

ด้วยการใช้พลังเทเลพาธีของลิลี่เป็นพื้นฐาน แก้วคริสตั้นนี้จึงสามารถใช้แทนเครื่องมือสื่อสารระยะไกลได้

 

โครโน่ : “อีกเดียวพวกมันคงรู้ตัวแล้วว่าสิ่งนี้เป็นฝีมือของจอมเวทสักคนที่อยู่ต้นน้ำ เธอรีบกลับฐานเดียวนี้เลย”

 

ฟิโอน่า : “รับทราบค่ะ”

 

หลังจากสนทนากันเล็กน้อย คริสตั้นในมือของฟิโอน่าก็แตกลง

 

เพราะมันเป็นเป็นของที่ถูกสร้างอย่างเร่งด่วน มันเลยทำให้สามารถใช้สนทนาได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

 

ถึงจะมีเวทมนต์ แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะสร้างของสะดวกสบายอย่างมือถือได้ แต่ตอนนี้ เพียงเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว

 

ฟิโอน่า : “ฟู~ ฉันไม่ค่อยเหมาะก็การใช้เวทธาตุน้ำเลยค่ะ”

 

ฟิโอน่าโยนคฑาเวทที่อาบพลังธาตุน้ำจนพังไปแล้วออกไป จากนั้นเธอก็เดินกลับไปที่หมู่บ้านตามคำสั่งของโครโน่ที่ได้รับมาเมื่อกี้

 

ฟิโอน่า : “บางทีคงเป็นเพราะฉันใช้เวทที่เหมาะสมกับตัวเอง ตอนนี้ฉันเลยหิวมากเลยค่ะ รบกวนของกินไอซ์แคนดี้ตอนนี้หน่อยนะคะ”

 

โครโน่ : “ไม่ใช่ว่าเพิ่งจะกินไปเมื่อเช้าหรือไง ?!”

 

แน่นอนว่าเสียงของโครโน่ท่อนนั้นก็ส่งไปไม่ถึงตัวเธอแล้ว

 



NEKOPOST.NET