[นิยายแปล] จอมมารดำ ตอนที่ 101 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จอมมารดำ

Ch.101 - ตอนที่ 101 กล่องดำ


วันรุ่งขึ้น วันแรกของเดือนเพลิงปฐมฤกษ์ ภายในห้องประชุมของกิลที่ได้ถูกย้อมไปด้วยสีดำนั้น สมาชิกหลักของกองกำลังพันธมิตรนักผจญภัยต่างกำลังรวมตัวกันอยู่

 

โครโน่ : “มาเริ่มจากฟังรายงานกันก่อน พวกมันผ่านยุทธวิธี MPK ที่หมู่บ้านวาโตะมาได้แล้วใช่ไหม”

 

อิริน่า : “ค่ะ มีพรีสคนหนึ่งที่ดูจะเป็นผู้บังคับบัญชา ได้นำกองทัพฆ่าพวกการูด้าไปค่ะ”

 

อิริน่ารายงานผลการสอดแนมให้โครโน่ฟัง

 

อิริน่า : “การูด้าสามารถสร้างความเสียหายให้กับพวกทหารราบได้เป็นจำนวนมาก แต่ไม่อาจทำร้ายพวกทหารเกราะหนักหรือพวกอัศวินเพกาซัสได้ค่ะ พรีสที่เป็นผู้บังคับบัญชาเองก็ใช้เวทมนต์ธาตุดินกับแสงเป็นหลักในการต่อสู้ค่ะ”

 

โครโน่ : “ขอบคุณ ผลลัพฑ์ไม่ค่อยดีเท่าไหรเลยนะ ทั้ง ๆ ที่ให้ไปเผชิญกับมอนสเตอร์แรงค์สี่อย่างการูด้าแท้ ๆ “

 

แคลวัน : “อะไรกัน หรือว่าไอแผน MPK อะไรนั่นจะล้มเหลวงั้นเรอะ ?”

 

แคลวันที่เป็นส่วนหนึ่งของแผนการ MPK เช่นกันกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่เล็กเกินขนาดตัวของเขาจนขาแทบจะเป็นตะคริวแล้ว

 

โครโน่ : “แค่ทำให้มันเสียหายได้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว อีกอย่างเราก็ไม่รู้ด้วยว่าพวกมันมีถูกฆ่าไปบ้างหรือเปล่า และที่สำคัญ เป็นเพราะแผนการนี้ พวกเราถึงซื้อเวลามาได้กว่าสามวันรวมวันนี้ด้วยเช่นกัน”

 

เพราะเวลาที่เพิ่มขึ้น พวกเราเลยสามารถเตรียมการทุกอย่างได้ทันการพอดี

 

โครโน่และคนอื่น ๆ ต่างก็ไม่มีใครรู้ว่าผลของแผนการยุทธวิธีที่ใช้ไปมันจะได้ผลแค่ไหนกัน แต่ความจริงก็คือศตรูได้เคลื่อนทัพช้าลงซึ่งนั่นถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก

 

โครโน่ : “ชั้นหวังว่าน่าจะรู้สึกตัวกันได้แล้วว่าศตรูของพวกเรานั้นสามารถล้มการูด้าได้อย่างง่ายดาย อย่าได้ประมาทศตรูเพียงเพราะเห็นว่าเป้นเพียงแค่กองทัพมนุษย์ซะละ”

 

จากรายงาน ถึงแม้จะมีข้อมูลอาวุธของศตรูที่ใช้และกองกำลังทั้งหมดที่มี แต่พลังที่แท้จริงพวกเขาไม่อาจรู้ได้ ดังนั้นข้อมูลที่ว่าพวกมันสามารถล้มการูด้าที่เป็นมอนสเตอร์ระดับสูงได้นั้น ถือว่ามีัค่าทีเดียวที่จะให้พวกเราทราบถึงขีดพลังของศตรูได้

 

อีกทั้งเพราะการเตรียมการที่ดูจริงจังและเกินเหตุนี้ ทำให้ทุกคนรับรู้ถึงความตึงเครียดและไม่มีทีท่าที่จะประมาทศตรูเลยสักนิด

 

แคลวัน : “เออขอถามอะไรหน่อย ตกลงแล้วไอแผนการอะไรนะ แอม ปิ เค้ ? ออกเสียงว่าไงฟะ เอาเป็นว่ามันคือห่าอะไรฟะนั่น”

 

โครโน่ : “เออ ชั้นยังไม่ได้บอกไปเรอะ ?”

 

แวลคัน : “ยังเลยเฟ้ย !!”

 

แวลคันคำรามออกมา

 

โครโน่ : “ก็ชั้นคิดว่าต่อให้อธิบายไป แกก็คงไม่เข้าใจอยู่ดีอะนะ มอนสเตอร์ฆ่าผู้เล่น (Monster Player Killer) โดยการนำอักษรหน้ามาก็จะได้ว่าเป็น MPK นะ”

 

แวลคัน : “เชี่ยไรนั่น ?”

 

โครโน่ : “มันก็แค่ยุทธวิธีที่ใช้พวกมอนสเตอร์มาค่าผู้เล่นตามชื่อนั่นแหละ ไม่ต้องไปคิดอะไรลึกซึ้งหรอก”

 

ก็นะ MPK มันเป็นชื่อที่มาจากในเกมส์ที่เขาเคยเล่นตอนอยู่โลกเดิมนั่นแหละ

 

เพราะในเกมส์ ผู้เล่นจะฆ่าผู้เล่นกันเองไม่ได้

 

แต่ด้วยการใช้มอนสเตอร์ พวกมันก็จะเข้าจู่โจมผู้เล่นได้ ตราบเท่าที่ไปเข้าระยะโจมตีของมัน พวกมันจะเข้าโจมตีผู้เล่นหนึ่ง และพอมีกลุ่มผู้เล่นอื่นอยู่ใกล้ ๆ พวกมันก็จะเข้าโจมตีต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ ต่อไป บางทีผู้เล่นบางคนก็ afk เพราะไปนั่งทำธุระอยู่ บางคนก็มัวแต่คุยโทรศัพท์ พวกเขาเหล่านั้นพอกลับมาอีกทีก็จะถูกมอนสเตอร์ฆ่าตายไปแล้วนั่นแหละ

 

แถมเพื่อนของโครโน่คนหนึ่งก็ยังเป็นสุดยอดมืออาชีพด้านการใช้ MPK ซะด้วย

 

เขาได้เลือกใช้ MPK ที่มาจากเกมในการเข้าโจมตีครูเสดเดอร์

 

ดังนั้นเขาเลยเลือกใช้วิธีจับพวกเด็ก ๆ ของมอนสเตอร์มาร่วมในแผนการนี้ด้วย แม้ว่ามันจะดูไร้มนุษย์ธรรม แต่สำหรับนักผจญภัยที่มีภารกิจเป็นอันดับแรกนั้น เขาก็ไม่ขัดข้องอะไร แต่ยังไงซะ พวกแวลคันก็เริ่มสงสัยในตัวตนที่แท้จริงของโครโน่ว่าเป็นคนแบบไหนกันแน่

 

ในเวลานั้น นักผจญภัยได้ลักลอบขโมยเด็กและไข่ของพวกมอนสเตอร์ในชุดของพวกทหารครูเสดเดอร์ ทำให้พวกมอนสเตอร์เข้าใจผิดและมุ่งหน้าไปหาพวกมันแทน

 

โครโน่ : “ที่สำคัญคือตอนนี้พวกมันมาถึงหมู่บ้านวาโตะแล้ว แสดงว่าพรุ่งนี้พวกมันก็จะมาโจมตีถึงที่นี่แล้วละนะ”

 

ด้วยคำพูดของโครโน่ทำให้เหล่านักผจญภัยต่างทราบถึงความจริงที่การต่อสู้กระชั้นชิดเข้ามาแล้ว ความตึงเครียดได้แผ่กระจายอยู่ภายในห้องนี้

 

อิริน่า : “ตอนนี้มีรายงานว่าพบหน่วยสอดแนมของศตรูอยู่รอบ ๆ นี้ พวกมันคงรู้แล้วว่ามีพวกเรารออยู่ที่นี่แน่นอน”

 

โครโน่พยักหน้าให้กับอิริน่า แล้วเขาก็เริ่มดำเนินการประชุมต่อ

 

โครโน่ : “บางที ไม่สิ แน่นอนว่าครูเสดเดอร์ต้องโจมตีหมู่บ้านอาลซัสพรุ่งนี้แน่นอน คุณเบน ตอนนี้งานก่อสร้างเสร็จหนือยังครับ ?”

 

กิลมาสเตอร์ของหมู่บ้านอาลซัส แบน เขาเป็นหัวหลักในการก่อสร้างเสริมควมแข็งแรงในครั้งนี้ เขากระแอมออกมาเล็กน้อยก่อนที่จะเริ่มรายงานในส่วนของเขา

 

เบน : “แนวป้องกันได้ถูกสร้างเท่าที่พวกเราจะทำได้ตอนนี้แล้ว แต่เป็นเพราะรั้วลวดหนามนั้น การหยุดพวกทหารราบคงจะทำได้แน่นอน แต่กับอัศวินเพกาซัสและทหารเกราะหนักมันคงจะเป็นไปไม่ได้ พวกมันคงต้องให้เป็นหน้าที่ของพวกเจ้าแล้วละ”

 

โครโน่ : “แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว พวกเราจะหยุดมันทั้งคู่ให้ดูเอง”

 

ด้วยคำตอบรับที่แนวแน่ของโครโน่ เบนก็หัวเราะอย่างอารมณ์ดีออกมา

 

เบน : “โอ้ แล้วก็การติดตั้งเจ้านั่นก็เสร็จแล้วด้วยนะ”

 

โครโน่ : “หมายถึงหน้าไม้ยักษ์งั้นหรือ ?“

 

ในหัวของโครโน่ตอนนี้คือเครื่องยิงฉมวกขนาดใหญ่ที่สร้างโดยเหล่าคนเคราะห์ แน่นอนว่าเขาเคยเห็นมาแล้วที่กำแพงเมืองของไดดารอส

 

เบน : “มันติดตั้งเอาไว้ที่ประตูหลักของเมืองนะ ใช้งานให้เต็มที่เลย”

 

โครโน่ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงมีของแบบนี้ด้วย แต่เขารู้สึกว่ามันคงเป็นเรื่องส่วนตัวที่จะไปถามเขาแบบนั้น เขาเลยยอมรับอาวุธที่ว่าด้วยความยินดี

 

โครโน่ : “ขอบคุณสำหรับอาวุธแห่งลูกผู้ชายนี้นะครับคุณเบน”

 

เบน : “อะไรกัน ของแค่นี้เอง! ใช้มันให้พังไปเลยก็ได้นะ”

 

โครโน่รู้สึกดีใจที่เขามีของที่ใช้ต่อสู้เพิ่มขึ้นมา

 

เขาไม่เคยคาดคิดว่าจะได้พลังของเครื่องยิงฉมวกมา ตั้งแต่แรกเขาคิดถึงแต่สิ่งที่เรียกว่า [ปืนกล] เท่านั้น

 

โครโน่ : “แล้วทางชิม่อนเป็นยังไงบ้าง ?”

 

ชิม่อน : “คะ ครับผม !”

 

บางทีคงเป็นเพราะมีนักผจญภัยอยู่กันเยอะไปหน่อย ชิม่อนเลยลุกขึ้นพร้อมกับอาการตื่นเต้นที่มากล้นเป็นพิเศษ

 

สายตาทั้งหลายได้จับจ้องไปที่เขา

 

ลิลี่ : “จี่จี่จี่...”

 

และนั่นก็รวมไปถึงสายตาของลิลี่ด้วยเช่นกัน

 

ชิม่อน : “เออ คือคุณพี่ชาย”

 

โครโน่ : “มีอะไรหรือเปล่า ?”

 

ชิม่อน : “คือว่า บางที ผมรู้สึกว่าคุณลิลี่ กำลังจ้องเขม็งมาที่ผมแบบว่า….”

 

โครโน่ : “ดะ เดียวสิ ลิลี่เธอยังติดใจเรื่องนั้นอยู่อีกหรือ !?”

 

ลิลี่ : “ฮึ่ม !!”

 

พอเห็นลิลี่พองแก้มตอบรับ โครโน่ก็ระลึกไปถึงครั้งแรกที่ลิลี่ได้พบกับชิม่อน

 

ทำลายประตูเข้ามา เร่งพลังเวทจนถึงขีดสุดหมายจะทำร้ายชิม่อน

 

หลังจากเหตุการณ์นั้นเธอก็กลับสู่ร่างเด็ก แต่เธอก็ยังเห็นชิม่อนเป็นศตรูเรื่อยมาจนถึงตอนนี้

 

โครโน่ก็ไม่เข้าใจว่าลิลี่ที่ดีกับทุกคนนั้น ทำไมต้องทำแบบนี้เฉพาะกับชิม่อนด้วย แต่ว่าคงจะมีเหตุผลบางอย่างละมั้ง มันก็เป็นเรื่องของคนสองคนซะด้วยสิ

 

โครโน่ : “ขอโทษที ต่อได้เลย”

 

โครโน่จับลิลี่น้อยมานั่งบนตักเพื่อสงบเธอลง และให้ชิม่อนเริ่มรายงานในส่วนของเขาต่ออีกครั้ง

 

ชิม่อน : “เออคือ ใช่แล้ว คือว่าปืนกลทำเสร็จไปแล้ว ตอนนี้ก็แค่ดูว่าจะเตรียมตัวลำกล้องปืนและกระสุนได้มากแค่ไหนเท่านั้นครับ”

 

โครโน่ : “ดีมาก ชั้นจะเป็นคนทำลูกปืนเองส่วนเรื่องกระบอกปืน พวกเรามีเหลือเพื่ออีกทั้งยังมีเวทมนต์ที่จะช่วยทำให้มันเย็นตัวลงด้วย มันไม่น่าเป็นไรหรอก”

 

เพียงแค่สร้างปืนกลได้ภายในหนึ่งอาทิตย์ก็สุดยอดแล้ว

 

ชิม่อน : “ก็อย่างที่คาดไว้ พวกเราไม่มีเวลาทำอุปกรณ์ทำความเย็นให้กับตัวปืนจริง ๆ ด้วย”

 

โครโน่ : “แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว มีตั้งสองกระบอกแบบนี้ พวกเราสามารถหยุดพวกศตรูได้แน่นอน คุณโม รู้วิธีใช้ปืนกลแล้วใช่มั้ย ?”

 

โม : “โอ้ วางใจขอยได๋เลย !”

 

ลุงโมยกนิ้วแม่โป้งให้กับชั้น สมกับที่เป็นนักผจญภัยแรงค์สี่ โครโน่คิดว่าสามารถวางใจเขาได้จริง ๆ

 

โครโน่ : “เอาละ--”

 

หลังจากที่ได้รับรายงานทั้งหมดแล้ว โครโน่ก็ได้เอยคำพูดออกมา

 

โครโน่ : “ในที่สุดพรุ่งนี้ศตรูก็จะมาถึงแล้ว ถึงแม้ว่าพวกเราจะมีเวลาเตรียมการถึงหนึ่งอาทิตย์ แต่แนวป้องกันทั้งหมดก็ถูกสร้างอย่างเร่งรีบอยู่ดี พวกเราไม่มีทางเลือก นอกจากจัดการเรื่องทั้งหมดด้วยพลังของตัวเองให้ได้”

 

กลุ่มผู้ลี้ภัยสุดท้ายคือคุณเบนและนายช่างทั้งหลาย ซึ่งพวกเขาจะออกเดินทางในวันนี้ ถ้าหากศตรูฝ่าแนวป้องกันได้ภายในหนึ่งหรือสองวันละก็ ทุกอย่างที่ทำมาก็จะพังพินาจ

 

โครโน่ : “พวกเราต้องหยุดศตรูให้ได้เป็นอย่างน้อยหนึ่งอาทิตย์ มันทั้งอันตรายและต้องเป็นการต่อสู้ที่ยากลำบากแน่นอน แต่พวกเราทุกคนต่างก็มีอีกหลายชีวิตที่ต้องปกป้องอยู่ จงสู้ ! จงลุกขึ้นสู้ด้วยทุกสิ่งที่พวกเรามีซะ!”

 

โครโน่พูดด้วยพลังที่มีทั้งหมด แม้จะไม่รู้ว่าคำพูดเหล่านั้นจะสื่อความรู้สึกในใจของเขาไปถึงเหล่านักผจญภัยหรือไม่ก็ตาม

 

ลิลี่ : “สู้ โอ้ ! โอ้วว !!”

 

ลิลี่ลุกขึ้นมาชูแขนขึ้นไปบนฟ้า

 

ฟิโอน่า : “โอ้”

 

ฟิโอน่าเป็นคนที่พูดต่อจากลิลี่ด้วยใบหน้าที่นิ่งเฉย และหลังจากนั้น

 

“””โอ้ โอ้ โอ้อ้อ้อ้!!!”””

 

นักผจญภัยทั้งหมดต่างก็ลุกขึ้นกู่คำรามก้องพร้อมที่จะรับศึกสงครามแล้ว

 

……………………………….

 

ในวันที่สองของเดือนเพลิงปฐมฤกษ์ ณ ที่ริมแม่น้ำโรน ม่านหมอกได้เข้าปกคลุมไปทั่วบริเวณนี้

 

โนรุส : “นั่นมัน--”

 

คนที่ยืนอยู่แนวหน้าสุดของดินแดนตะวันตกของประเทศไดดารอส ชายที่เป้นผู้นำกองทัพที่ยึดมั่นในกางเขน หัวหน้าพรีสโนรุส กำลังยืนอยู่ตรงนี้แล้ว

 

ทหาร : “ตามที่ได้รายงาน อาคารกิลนั้นถูกเคลือบด้วยเวทมนต์เอาไว้แล้วครับ”

 

คนที่ตอบคำถามของเขาคือลูกน้องที่ยืนอยู่ข้างของเขา

 

โนรุส : “งั้นหรือ มิน่าถึงได้ตั้งชื่อมันว่า [กล่องดำ] สินะ ช่างเป็นอาคารที่ดูมืดมนและเป็นลางร้ายเสี่ยจริง”

 

ป่าที่อยู่โดยรอบของถนนได้ถูกถ่างออกจนบางตา แม่น้ำโรมข้างหน้ามีสะพานเป็นทางเชื่อมเพียงแห่งเดียวถูกสร้างเอาไว้อยู่ตรงหน้า

 

ที่ข้างหลังของสะพาน ก็มีแนวรั้วไม้กับลวดเหล็กแปลก ๆ ขึงเอาไว้อยู่

 

และสิ่งที่อยู่ใกล้กับประตูหน้าหมู่บ้านนั้น ก็มีอาคารกิลสีดำตั้งอยู่ตรงนั้น

 

โนรุส : “ก็แค่ของหลอกเด็กแหละวะ”

 

โนรุสไม่รู้สึกหวาดกลัวใด ๆ ที่จะเข้าต่อสู้กับพวกปีศาจที่รออยู่ข้างหน้า

 

ไม่ว่าพวกปีศาจจะขนกันมามากแค่ไหน มันก็ไม่น่าจะมีเกินสามร้อยได้ จำนวนแค่นั้นมันไม่อาจเทียบได้กับกองทัพของเขาหรอก

 

ด้วยขนาดของกองทัพที่ต่างชั้น อีกทั้งพลังที่ยิ่งใหญ่ของพวกเขา สิ่งที่เขาต้องการก็แค่โถมกำลังเข้าโจมตีไปเท่านั้นเอง

 

ที่เป็นปัญหาก็แค่มีแม่น้ำมาขวางกั้น ทำให้การเข้าล้อมหมู่บ้านอาจจะช้าลงกว่าที่คิดเอาไว้

 

อีกทั้งถ้าพวกเขาต้องใช้เวลามากไปกับที่นี่ พวกปีศาจก็อาจจะหนีไปไกลได้

 

อีกทั้งหน่วยทหารม้าก็ไม่ใช่ว่าจะใช้ได้ชุ่ย เพราะต้องนำไปตามล่าพวกปีศาจที่หนีไปอีก

 

แต่ทั้งหมดนั้นก็ห่าใช่ปัญหา ถึงแม้ว่าพวกปีศาจจะมีถึงสามร้อยคนจริง ๆ ด้วยกองทัพอัศวินเพกาซัสและอัศวินเกราะหนัก พวกมันก็จะถูกทำลายลงได้อย่างง่ายดายแน่นอน

 

โนรุสที่ได้วาดภาพชัยชนะเอาไว้อยู่ในหัวแล้วนั้น ในที่สุดเขาก็ได้ออกคำสั่ง

 

โนรุส : “ออกคำสั่งโจมตีได้ !”

 

……………………………..

 

แต่ทว่าเขาไม่รู้ตัวเลยสักนิด

 

ว่าความเกลียดชังของโครโน่ที่มีต่อครูเสดเดอร์นั้น ทำให้เขาขนเอาความรู้ของโลกยุคปัจจุบัน นำมารวมเข้ากับอาคารกิลและหมู่บ้านอาลซัส จนเกิดเป็นพื้นที่ [สังหาร] ที่จะนำพาซึ่งความตายจนมิอาจนับได้ให้แก่ฝ่ายของเขาในอนาคตข้างหน้านี้

 

ตอนนี้ สงครามแห่งการแก้แค้น เลือดที่ต้องล้างด้วยเลือด ระหว่างพันธมิตรนักผจญภัยและกองทัพครูเสดเดอร์ก็ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว