[นิยายแปล] จอมมารดำ ตอนที่ 1 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จอมมารดำ

Ch.1 - ตอนที่ 1 ตื่นแรก


    บทที่หนึ่ง: ห้องวิจัยสีขาว

    ตอนที่ 1 ตื่นแรก

   

 

 ทันใดนั้นเอง เมื่อตื่นขึ้นมา ภายในห้องนั้นมืดสนิท

 

 อะไรกัน ข้างนอกยังมืดอยู่รึ?

 

 ก็ไม่ใช่ว่าชั้นฝันร้ายหรืออะไรหรอก  ช่างเถอะ ถ้ามันยังมืดอยู่ก็ควรกลับไปนอนต่อ

 ยังไงซะพรุ่งนี้ก็ยังมีเรียนนี่นะ เมื่อคิดขึ้นมาอย่างนั้น ชั้นก็รู้สึกได้ถึงความไม่สบายบนร่าง

 

 จะด้วยยังไงก็ตาม ร่างชั้นปวดไปหมด

 

 ไม่สิ เตียงที่ชั้นนอนอยู่มันแข็งเกินไปจนทำให้ชั้นรู้สึกปวดไปทั่วทั้งตัว

 

 ไม่มีทางที่ชั้นจะมานอนที่นี่แน่ ๆ เกิดอะไรขึ้นกับชั้นกัน?

 นี่ชั้นนอนผิดท่าจนตกเตียงหรืออะไรทำนองนั้นเหรอ?

 เรื่องแบบนั้นไม่เคยเกิดขึ้นกับชั้นเลยตั้งแต่เกิดมา........

 

 จะว่าไปแล้ว ตอนที่ชั้นคิดจะย้ายร่างตัวเองกลับไปที่เตียง ร่างชั้น — มันไม่ขยับเขยื้อน

 

 แล้วก็ตระหนักได้ว่าชั้นนั้นอยู่ในสถานะอัมพาตโดยสิ้นเชิงถึงขนาดขยับแม้แต่นิ้วเดียวยังทำไม่ได้

 หรือนี่ที่เขาเรียกกันว่า อาการผีอำ? นี่ถือเป็นครั้งแรกเลยนะ

 แต่คงจะดีกว่าถ้าอาการมันเกิดอย่างน้อยก็ตอนที่ชั้นกำลังนอนอยู่บนเตียง

 เพราะถึงชั้นจะขยับตัวไม่ได้ แต่สัมผัสของพื้นแข็ง ๆ นั้นก็ส่งมายังร่างได้อย่างสมบูรณ์

 ตามที่ชั้นอยู่ในสถานะที่ไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรต่อไปดี สายตาชั้นก็เริ่มปรับเข้ากับความมืดและสิ่งรอบข้างก็เริ่มชัดเจนขึ้น

 

........ที่นี่มันที่ไหนกัน?

 

 นั่นไง ในที่สุดชั้นก็รู้ตัว ว่าชั้นไม่ได้กำลังนอนอยู่ในห้องตัวเอง ถึงจะยังอยู่ในสถานะอัมพาตและขยับคอไม่ได้ แต่ดวงตาขยับได้ชั้นก็เลยสำรวจรอบ ๆ ไปทั่ว

 

 มันเป็นห้องที่ว่างสนิท บางทีชั้นอาจจะกำลังนอนอยู่ที่กลางห้อง และนอกจากชั้นแล้วไม่มีอะไรอยู่ภายในห้องขนาดเสื่อทาทามิ 6 ผืนเลย (1 ผืน = 1.8 ม. X 90 ซม.)

 

 ในวิสัยทัศน์ของชั้น ไม่มีแม้แต่ประตูซักบานเองเหมือนกัน ความรู้สึกกลัวแล่นผ่านเข้ามาในความคิดชั้น ที่ว่าบางที ชั้นอาจจะกำลังติดอยู่ในห้องที่ไม่มีแม้แต่ทางออกซักทาง

 

 นี่มันอะไรกัน? เอาจริงดิ ที่นี่มันที่ไหนกันเนี่ย? ทำไมชั้นถึงตกมาอยู่ในสถานการณ์แบบนี้?

 

 ฝันร้ายแน่ ๆ นั่นคือสิ่งที่ชั้นอยากจะคิด แต่สติของชั้นมันชัดเจนเกินไป ถึงชั้นจะขยับไม่ได้ แต่สัมผัสต่าง ๆ ของร่างกายนั้นแน่นอนว่ายังคงมีอยู่ ชั้นไม่อาจคิดได้เลยว่านี่มันไม่ใช่ความเป็นจริง

 

 ก็นั่นไงล่ะ ใช่แล้ว ชั้นว่าชั้นเริ่มจะจำอะไรบางอย่างได้ — ชั้นไม่ได้กำลังนอนอยู่ในห้องของตัวเอง

 ชั้นอยู่ที่โรงเรียนต่างหาก ใช่แล้ว ชั้นอยู่ที่ห้องชมรมหลังเลิกเรียน

 ชั้นเป็นสมาชิกชมรมวรรณกรรมซึ่งไม่ค่อยจะเข้ากับคนอย่างชั้นที่มีร่างกายใหญ่โตแววตาดุดัน

 ภายในห้องชมรมที่แทบจะไร้คน ชั้นกำลังตื่นเต้นกับความคิดที่จะแต่งนิยายในแบบที่ชอบ ไลท์โนเวลที่เต็มไปด้วยเรื่องจูนิเบียว ไม่สิ ไม่ใช่ ตอนนั้นชั้นกำลังอยู่กับชิราซากิ-ซังสองต่อสองด้วยบรรยากาศเคอะเขินนี่

 

 ระหว่างนั้นเอง อาการปวดหัวที่ไม่รู้ว่ามาจากไหนก็โถมเข้ามา.........และชั้นก็สลบไป คิดว่านะ

 

 จะยังไงก็ตาม ความทรงจำตอนที่ชั้นรู้สึกปวดหัวและตกจากเก้าอี้ก็ค่อย ๆ กลับเข้ามา

 ด้วยสภาพที่ดูเกินจริงขนาดนั้น ชั้นทำให้ชิราซากิ-ซังเป็นกังวลอย่างไม่จำเป็นเข้าซะแล้วสิ แล้วก็ ครอบครัวของชั้นรู้เรื่องพวกนี้รึยังนะ?

 

 ช่างเรื่องนั้นก่อนเถอะ ชั้นสลบไปในห้องชมรมแปลว่าที่นี่คือโรงพยาบาลรึ? ไม่สิ โรงพยาบาลคงไม่มีทางเอาผู้ป่วยมานอนบนแท่นแข็ง ๆ ขนาดนี้แน่

 ถึงจะเป็นโรงพยาบาลสนามก็ไม่มีทางปฏิบัติกับผู้ป่วยแบบนั้นแน่ หรือบางทีพวกเค้าคิดว่าชั้นตายแล้วเลยส่งมาที่ห้องเก็บศพหรอ?

 ขนาดศพยังถูกให้นอนบนผ้าปูอย่างเหมาะสมเลย หรือว่าบางที ความคิดในหัวชั้นมันเลยเถิดเกินไปหน่อย

 ไม่มีทางที่เรื่องอะไรแบบนั้นจะเกิดขึ้นได้แน่นอน

 

 ไม่สิ แต่สถานการณ์ที่ ‘เป็นไปไม่ได้’ แบบนั้นมันกำลังเกิดขึ้นอยู่กับชั้นในตอนนี้อยู่นี่ไง

 เรื่องราวแบบไหนกันที่เป็นเหตุผลเบื้องหลังที่ทำให้ชั้นต้องมานอนอยู่ในที่อย่างนี้?

 หรือว่าบางทีชั้นถูกลักพาตัวมา? มันชัดอยู่แล้วนี่ว่าชั้นมีครอบครัวปกติทั่ว ๆ ไปที่สามารถพบเห็นได้ดาษดื่น

 พ่อชั้นเป็นข้าราชการและแม่เป็นแม่บ้าน เรื่องอย่างพวกที่ชั้นเป็นลูกชายของขุนนางเศรษฐีชั้นสูง หรือเจ้าชายจากบางประเทศ หรือเรื่องราวอื่น ๆ ตอนเกิดที่พิเศษอะไรแบบนั้น ไม่มีอยู่จริง

 สิ่งที่ดูจะพิเศษบางทีอาจจะมีแค่รูปลักษณ์ภายนอกของพ่อแม่ชั้นเองก็เท่านั้น

 

 แต่ดูเหมือนจะมีการเข้าใจผิด — ความคิดของชั้นต่อจากนั้นที่ไม่ปะติดปะต่อกันจู่ ๆ ก็ถูกขัดจังหวะ

 

 อั่ก แสงจ้าเกินไปแล้ว!!

 

 ทันใดนั้น ห้องก็เต็มไปด้วยแสงสว่าง

 

 เป็นเพราะการเปลี่ยนแปลงแบบฉับพลันจากมืดเป็นสว่าง ดวงตาของชั้นหยุดทำงานอยู่ครู่หนึ่ง

 แต่หลังจากนั้นไม่กี่วินาที ชั้นก็เริ่มชินกับแสง ทว่าการเปลี่ยนแปลงภายในห้องนั้นไมได้หยุดอยู่แค่ตรงนั้น

 

 ชั้นสัมผัสได้ถึงตัวตนของมนุษย์คนอื่น

 

 ไม่ใช่สิ่งที่เลือนราง เสียงฝีเท้าที่ชัดเจนสะท้อนอยู่บนพื้นที่แข็ง

 ความจริงที่ว่ามีคนกำลังมานั้น ช่วยไขปัญหาเรื่องความจริงที่ว่าชั้นไม่ได้ถูกขังอยู่ในห้องที่ปิดสนิท

 แต่ความโล่งอกนั้นก็ถูกซัดหายไปในทันทีทันใด

 

 คนที่เข้ามาอยู่ในวิสัยทัศน์ของชั้นนั้น รูปลักษณ์ของเค้านั้นมันพิเศษเกินไป

 

 สวมชุดบางอย่าง คล้าย ๆ ชุดคลุมสีขาวและส่วนหัวเองก็มีฮู๊ดปกปิด มันก็คงจะไม่เป็นไรหรอกถ้ามันมีแค่นั้น

 

 เค้าสวมหน้ากากสีขาว เพียงแค่มองหน้ากาก ระดับสัญญาณเตือนภัยในร่างกายของชั้นก็กระโดดไปจนถึงขีดสุด

 

 ไม่ใช่หน้ากากกันก๊าซ แต่เป็นแบบที่สวมในการแสดงโอเปร่า เป็นหน้ากากง่าย ๆ แต่ทั้งผิวนั้นทาไปด้วยดีไซน์ที่พิลึกพิลั่น

 

 บ้าอะไรกันวะ? คนพวกนี้เป็นตัวอันตรายแน่นอน!

 

 คนที่อยู่ในสายตาชั้นนั้น มี 3 คน ทุกคนสวมชุดคล้าย ๆ กัน

 

 ไอ้พวกนี้มันกำลังบริหารลัทธิอะไรแปลก ๆ หรืออะไรทำนองนั้นอยู่รึไง? แต่ยังไงก็ตาม

 ชั้นเองก็ยังนอนอัมพาตอยู่บนพื้นและไม่สามารถทำอะไรได้เลยนอกจากมองไปรอบ ๆ อย่างไม่ลดละ

 ไม่แม้แต่จะสามารถที่จะกระดิกนิ้ว และไม่สามารถจะส่งเสียงร้องอะไรออกมาได้

 

 ชั้นสัมผัสได้ถึงเหงื่อเย็น ๆ ที่ไหลลงตามแก้ม ก็ไม่เข้าใจเท่าไหร่เหมือนกัน แต่ตอนนี้ชั้นกำลังอยู่ในสถานการณ์ที่สิ้นหวังสุด ๆ

 

مهلا، أن استيقظ

 

 ทันใดนั้น หนึ่งในชายสวมหน้ากากก็พูดอะไรบางอย่างออกมา

 

لا تقلق ، أنا على أي حال مواصلة العمل

 

 อีกคนตอบกลับ

 

 ถึงชั้นจะอยู่ในสถานการณ์ที่สิ้นหวังแล้ว ชั้นกลับยิ่งถูกผลักให้ตกลงไปสู้ความสิ้นหวังเข้าไปอีก

 นั่นก็เพราะว่าชั้นไม่เข้าใจคำพูดซักคำที่พวกชายสวมหน้ากากนี้กำลังพูดอยู่เลย

 

 อย่างน้อยที่สุด มันก็ไม่ใช่ภาษาอังกฤษหรือจีน หรือภาษาต่างประเทศอื่น ๆ ที่ชั้นอาจจะคุ้นเคย

 

 ถึงอย่างนั้น ชั้น ผู้ที่เกือบจะได้คะแนนภาษาอังกฤษในระดับคนทั่วไปก็อาจจะไม่สามารถเข้าใจได้เช่นกัน

 อย่างน้อยมันก็ไม่ใช่ภาษาอังกฤษล่ะ ด้วยการที่เมินชั้นที่กำลังตกอยู่ในสภาวะแตกตื่นและสับสนโดยสิ้นเชิง เหล่าชายที่สวมหน้ากากก็สนทนากันต่อไป

 

 ทันใดนั้นการสนทนาของพวกนั้นก็จบ คิดว่านะ เมื่อชายสวมหน้ากากคนหนึ่งนำแหวนสีขาวออกมา มันดูเหมือนหลอดไฟฟลูออเรสเซ็นท์ในรูปของแหวน แต่ไม่ใช่แค่นั้น

 จะว่าไปแล้ว แหวนที่ไม่มีเพชรประดับตกแต่งมันจะพิเศษอะไรนักหนา นั่นถือเป็นสิ่งที่ชั้นเองก็ไม่รู้ เครื่องมือที่ชั้นไม่เคยเห็นมาก่อน ตามที่ชั้นกำลังสงสัยว่าพวกเค้าจะทำอะไรกับมัน

 ทันใดนั้นจากข้างในแหวน เข็มบาง ๆ ก็แทงออกมา

 

 เข็มที่แทงออกมามีทั้งหมด 7 เล่ม ด้วยเสียง *ชิ้ง* ชั้นเห็นแน่ ๆ ว่ามีเข็มแทงออกมา

 ชั้นคิดว่ามันก็ดูสวยดีแต่ในขณะเดียวกัน ชั้นเองก็รู้สึกถึงลางไม่ดี

 

 คล้ายกันกับตอนที่เข็มแทงออกมา มันก็กลับเข้าไปในทันทีทันใดและแหวนเองก็กลับสู่สภาพปกติ

 แล้วจากนั้นชายสวมหน้ากากที่ถือแหวนก็นำมันมาที่หัวชั้น —

 

 ฮ-เฮ้ย เฮ้ย เดี๋ยว เดี๋ยวก่อน อย่าเขาของอันตรายแบบนั้น ที่มีเข็มทะลวงออกมา มาใกล้หัวชั้น!!!

 

 ไม่สามารถที่จะขยับร่างหรือแม้แต่ส่งเสียงร้อง นอกจากกลอกตาไปมาอย่างเอาเป็นเอาตายและเหงื่อท่วมไปทั้งตัว ชั้นไม่อาจตอบสนองด้วยอาการอื่น ๆ ได้เลย

 

 ชายสวมหน้ากาก ไร้ความลังเลใด ๆ ด้วยมือที่ถูกฝึกมาอย่างดี นำแหวนมาทาบบนหัวของชั้น

 

 หยุดนะ พูดจริง ๆ นะ หยุดนะเว้ย!

 

 ถ้าเข็มแทงออกมาตอนนี้ อะไรมันจะเกิดขึ้นกับหัวชั้นกัน?

 

 ด้วยความยาวขนาดนั้น แน่ล่ะว่าเข็มแทงถึงสมองแน่ แล้วยังมีเข็มตั้ง 7 เล่ม!

 

 ตายแน่ ชั้นต้องตายแน่ ๆ

 

 ความกลัวตายจู่ ๆ ก็โถมเข้ามาหาชั้น แต่ ชั้นไม่มีทางที่จะขัดขืนใด ๆ ได้เลย ขนาดร้องไห้และตะโกนในขณะที่ตัวสั่นในท่าทางที่ไม่น่าดูก็ยังทำไม่ได้

 

 ในเพียงไม่กี่วินาทีนั้น แหวนก็ถูกทาบไว้บนหัวของชั้น

 

 หยุดนะ ได้โปรด หยุด —

 ไม่อาจพูดออกมาได้ อย่างไร้ปราณี จากหัวของชั้น ก็มีเสียง *ชิ้ง*

 

 และท้ายที่สุด สติของชั้นก็เลือนรางหายไป

 

 




NEKOPOST.NET