[นิยายแปล] จอมมารดำ ตอนที่ 0 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จอมมารดำ

Ch.0 - อารัมภบท (บทที่หนึ่ง:ห้องวิจัยสีขาว)


บทที่หนึ่ง: ห้องวิจัยสีขาว
อารัมภบท

 

 ในห้องสีขาว

 กำแพงทุก ๆ ด้านถูกทาไปด้วยสีขาวโดยไม่เห็นแม้แต่รอยต่อ แท่นบูชาที่ตั้งอยู่ใจกลางห้องเอง ก็เป็นสีขาวบริสุทธิ์ราวกับหิมะที่จับตัวแข็ง และแสงในห้องนั้นเอง ก็เป็นสีขาวเช่นกัน

 

「นำเครื่องสังเวยมา」

 

 เสียงที่ไม่รู้ว่ามาจากตรงไหนกังวานอยู่ภายในห้อง

 ประตูคู่ถูกเปิดออก แถวของผู้คนก็ค่อย ๆ เคลื่อนเข้ามาในห้องจากเส้นทางที่มืดสนิท เช่นเดียวกับห้องสีขาว ผู้คนเหล่านี้เองก็ขาวไปทั้งตัว

 

 ทั้งร่างของพวกเค้าห่อหุ้มไปด้วยชุดคลุมยาวสีขาวสะอาดไร้รอยด่าง มีหน้ากากสีขาวปกปิดใบหน้า และไม่มีผิวส่วนไหนของร่างกายเผยให้เห็น

 

 พวกเค้าถือกล่องสีขาวอยู่ในมือ กล่องทั้งหมดหกกล่องถูกนำเข้ามาภายในห้อง โดยไม่รู้ว่ากล่องเหล่านี้ก็คือเครื่องสังเวย พวกเค้านำกล่องไปวางในจุดที่กำหนดไว้อย่างว่องไวและออกจากห้องไป

 

 เสียงใส่กลอนพร้อม ๆ กับประตูคู่ที่ปิดลงสะท้อนอยู่ภายในห้องสีขาวที่ว่างเปล่า

 

「การเตรียมการเสร็จสิ้นแล้ว」

 

 ชายที่กำลังมองเหตุการณ์เหล่านี้จากอีกห้องหนึ่งพึมพำกับตัวเองอย่างพึงพอใจ

 

 เขาเองก็คล้าย ๆ กับเหล่าคนที่นำกล่องไปวาง สวมชุดคลุมยาวสีขาว

 แต่ใบหน้าเขาไม่ได้มีหน้ากากปกปิดและเผยให้เห็นถึงรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า ให้ความรู้สึกถึงความเป็นผู้อาวุโส

 

「เริ่มได้เลย」

 

 จากคำสั่งของผู้อาวุโส ชายที่กำลังรออยู่ด้านหลังของห้องก็สื่อให้เห็นว่ารับทราบคำสั่ง

 

「『التنين الاسود تقديم إستدعاء الروح باب ربط العالم المختلفة』――ร่ายจบแล้ว เปิดประตูได้――」

 

 จากเสียงของชายที่อยู่ด้านหลัง ผู้อาวุโสก็หลับตาลง แล้วก็เพ่งประสาทหูรับฟัง

 

 เพราะรู้ว่าตอนนี้หากมองตรง ๆ เข้าไปในห้องที่แท่นบูชากำลังเปล่งแสงจ้า อาจเป็นอันตรายถึงขั้นทำให้ตาบอด สิ่งเดียวที่สะท้อนขึ้นมาภายในวิสัยทัศน์ของเขาจึงมีเพียงความมืดภายใต้เปลือกตาเท่านั้น

 

 ไม่นานนักเสียงรบกวนในห้องก็สงบลง

 

「สำเร็จแล้ว」

 

 เมื่อผู้อาวุโสพูดขึ้น เสียงแห่งความยินดีและโล่งใจก็ดังขึ้นมาจากทุก ๆ ที่

 

「เริ่มดำเนินตามมาตรการ」

 

 อีกครั้งหนึ่ง เหล่าผู้คนในชุดขาวก็เริ่มเดินต่อแถวไปตามทางเชื่อมกับห้องที่มีแท่นบูชาสีขาว

 

 โดยที่ไม่รู้ว่ามาจากตรงไหน พวกเค้าสามารถได้ยินเสียงของผู้อาวุโสในหู พร้อมกับข้อมูลที่พวกเค้าจดจำไว้โดยไม่พลาดแม้แต่คำเดียว

 

「เพศชาย, อายุ 17, นักเรียน ――」

 

 ข้อมูลส่วนตัวของชายปริศนามาจากผู้อาวุโส

 แต่ไม่ว่าพวกเค้าจะเข้าใจความหมายนั้นหรือไม่ ก็ไม่มีวี่แววของความสงสัยในพวกเขาเลยแม้แต่น้อย

 

「ชื่อของเค้าคือ――ฟุ ว-วะฮ่า ๆ ๆ  .....」

 

 ทันทีที่เขากำลังจะพูดชื่อของชายที่ข้อมูลกำลังถูกให้มา ทันใดนั้นเสียงหัวเราะก็กังวานไปทั่วแทน

 

「วะฮ่า ๆ ๆ ๆ」

 

 ผู้อาวุโสยังคงหัวเราะ ถึงนี่จะเป็นเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เหล่าคนในชุดขาวก็ไม่ได้หยุดเดิน

 แต่แน่ล่ะว่าเริ่มมีความกระสับกระส่ายในพวกเค้าเล็กน้อย

 ในที่สุด พวกเขาก็เดินมาถึงห้องที่มีแท่นบูชาสีขาวและปลดกลอนประตูด้วยพฤติกรรมที่คุ้นเคย

 

「ขออภัยเหล่าสุภาพบุรุษ แต่ชื่อมันพิลึกพิลั่นเกินไปหน่อย」

 

 ตามที่ผู้อาวุโสพูดขึ้นมา สภาพภายในห้องก็เริ่มเผยให้เห็น

 คล้ายกับห้องเดิมก่อนหน้านี้ ห้องสีขาวที่ไร้รอยด่าง แต่กล่องที่พวกเขาถือเข้ามานั้นหายไปแล้ว

 และราวกับว่าเป็นการแลกเปลี่ยนกับกล่องพวกนั้น มีชายนอนเปลือยอยู่บนแท่นบูชาแทน

 

 ชายผมสีดำ รูปลักษณ์ตรงตามข้อมูลที่ผู้อาวุโสให้มา

 และจากนั้น ผู้อาวุโสก็พูดชื่อของชายคนนี้ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง

 

「ชื่อของเค้าคือ คุโระ โนะ มาโอ(จอมมารดำ)」 黒の魔王

 

  

 

 

 

 

 แสงจาง ๆ กระทบกับเปลือกตาของชั้น สติที่เลือนรางก็เริ่มกลับเข้ามาในหัว

 

 จำได้ว่าหลับลึกอยู่นี่นา แล้วก็รู้สึกตัวขึ้นมาว่าตัวเองกำลังห่มผ้าห่มอุ่น ๆ อยู่

 อย่างที่คิด การตื่นนอนเนี่ย ปิศาจแห่งความอบอุ่นของเตียงนอนมันทำให้ความแน่วแน่ที่จะลุกออกจากเตียงนี่สั่นคลอนจริง ๆ

 

ขะ...ขออีกนิดนึง.....อีกซักห้านาที......

 

「ลุกได้แล้ว!」

 

 ด้วยเสียงโกรธ ๆ ร่างของชั้นก็ถูกเผยออกมาให้สัมผัสกับความหนาวเย็นอย่างไร้ปราณี

 เป็นเพราะจู่ ๆ ถูกกระตุ้นอย่างสุดเหวี่ยง ชั้นก็เด้งขึ้นมายืน

 

「โอ๊ววว! ข้าศึกบุกเรอะ!?」

 

「นี่ลูกกำลังสู้อยู่กับอะไรหนิฮึ?」

 

 พร้อมกับเสียงที่เย็นชา สิ่งที่เข้ามาสู่วิสัยทัศน์ของชั้นคือใบหน้าที่เห็นจนคุ้นเคยอย่างที่สุด

 ทันทีที่ตระหนักได้ ความง่วงภายในหัวก็หายไปอย่างสิ้นเชิง

 

 ลาก่อนโลกแห่งความฝัน อรุณสวัสดิ์โลกแห่งความเป็นจริง (tn: นี่ล้อชื่อเรื่องลุงมังกรดรานเรอะ?)

 

 ในห้องรก ๆ คนที่กระชากผ้าห่มจากชั้นออกไป มีผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่

 

 ผมดำมันวาว ผิวขาวดูนุ่มนวล รูปร่างภายนอกได้สัดส่วนและจมูกโด่ง ริมฝีปากที่ตรงและสั่นเกร็งกับคิ้วมุมขมวด

ทำให้รู้สึกถึงความโกรธ

 

 ไม่รู้ว่าสีหน้าที่ดุดันและโหดร้ายนี้ ควรจะรู้สึกกลัวหรืองดงามกันแน่ คงต้องขึ้นอยู่กับตัวเลือกของแต่ละคน

 แต่ความจริงที่ว่า ใบหน้าที่มีการจัดสัดส่วนดียิ่งกว่าคำว่าเข้าที่นั้น คงเป็นเรื่องที่ยืนยันได้อย่างแน่นอน

 เพิ่มเติมจากหน้าตาดีแล้ว ส่วนสูงของเธอเองก็เกือบจะ 180 เซนติเมตร เหมือนกัน

 

 ขาเรียวยาวและเอวคอด แล้วที่เหนือไปกว่าที่ผ้ากันเปื้อนคลุมอยู่ ยิ่งผลักดันหน้าอกของเธอให้ความรู้สึกถึงความล้นหลาม  รูปลักษณ์ระดับนี้ถึงขั้นเหนือกว่าเหล่านางแบบหรือเหล่าไอดอลเลย

 เว้นแต่ว่าจะเป็นพวกโลลิค่อนจัด เกย์ หรือเป็นหมัน พูดได้เลยว่ามันดึงดูดสายตามาก

 แต่ไม่ว่าเธอจะดูดีแค่ไหน มันก็ไม่สามารถทำให้ชั้นรู้สึกหวั่นไหว  เพราะว่า

 

「อรุณสวัสดิ์ แม่」

 

 เธอเป็นแม่แท้ ๆ ของชั้นเอง

 

「อรุณสวัสดิ์ รีบ ๆ ลุกได้แล้ว ทุกคนรออยู่ที่โต๊ะแล้วนะ」

 

 พอพูดแบบนั้น แม่ก็ออกจากห้องไป ทิ้งประตูให้เปิดไว้

 

「อย่างน้อยก็ปิดประตูหน่อยซี่......มันหนาวนะ」

 

 มองไปที่นาฬิกาบนโต๊ะ บ่งบอกว่า 6 นาฬิกา 50 นาที  แล้ว

 ในฐานะนักเรียนมัธยมที่ไม่ต้องมีฝึกตอนเช้าอะไร พูดได้ว่านี่มันยังเช้าเกินไปที่จะลุกจากเตียงเลย

 

 ยังไงซะ ก็ไม่อาจกลับไปนอนได้อีกแล้ว เพราะชั้นตื่นแล้วน่ะสิ

 

「เห้อー สงสัยคงต้องไปเตรียมตัวซะแล้วล่ะมั้งงง」

 

 เช่นนั้นเอง วันนี้อีกครั้งหนึ่ง ชีวิตสงบสุขที่ไม่เปลี่ยนแปลงของ คุโรโนะ มาโอะ ก็ได้เริ่มขึ้น

 

 

 

 

 

 

 พอเปลี่ยนใส่ชุดยูนิฟอร์มที่เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าชั้นนั้นเป็นนักเรียนมัธยมเสร็จ ชั้นก็ออกจากห้องที่อยู่บนชั้นสอง

 

 หลังจากล้างหน้าแปรงฟันและแต่งตัวพร้อมในห้องน้ำชั้นหนึ่งเสร็จ ชั้นก็ไปที่ห้องนั่งเล่นเพื่อกินข้าวเช้า

 

 อย่างที่แม่บอก มีคนสองคนนั่งอยู่ที่โต๊ะแล้ว

 

「อรุณสวัสดิ์」

 

 พอชั้นพูด ทั้งสองคนก็หันมาหลังจากรับรู้ถึงตัวตนของชั้น

 

「อรุณสวัสดิ์」

 

 คนนึงคือพ่อ

 ถึงใบหน้าจะดูเด็กแม้ว่าจะอายุ 30 แล้ว เค้าเองก็ยิ่งกว่าแม่ที่สามารถจัดได้ว่าเป็นคนสวยและทำให้เหล่าเพื่อน ๆ และคนรู้จักเซอร์ไพรส์

 

 ความเยาว์ที่เรียกได้ว่าอายุแค่ 20 พร้อมกับส่วนสูงที่เตี้ยที่ 160 เซนติเมตร เค้าดูเหมือนอย่างกับเด็กหนุ่มมากกว่าชายวัยกลางคนซะอีก

 

 ร่างกายพ่อนี่มันยังไงกันเนี่ย? ทำให้คิดว่าร่างกายเค้าไม่รู้จักแก่ไม่ก็เวลาของเค้าหยุดไปแล้ว

 

 บางทีพอชั้นเรียนจบมัธยม ชั้นคงจะดูแก่กว่าพ่อตัวเองซะอีก

 

 จะว่าไปแล้วแทนที่จะดูอ้อนแอ้นแบบพ่อ ชั้นคล้ายกับแม่มากกว่า

 ได้รับกรรมพันธุ์ความสูงและตาคมจากเธอมา ที่ส่วนสูง 183 เซนติเมตรและหน้าตาเหมือนวายร้าย ชั้นดูอย่างกับว่าเป็นปิศาจ

 

 ก็ดีอยู่ที่ชั้นสูง แต่ความจริงที่ว่าชั้นไม่ได้มีหน้าตาดีแบบพ่อมันค่อนข้างจะน่าเศร้าหน่อย ๆ

 

 ต้องขอบคุณใบหน้าวายร้ายของชั้นนี่ล่ะ ผู้คนรอบตัวต่างกลัวไปหมดทั้งๆที่ชั้นยังไม่ได้ทำอะไรเลย……

 

「อรุณสวัสดิ์ มาโอะ」

 

 อีกคนที่นั่งอยู่ที่โต๊ะคือพี่สาวชั้น มานะ (真奈) (tn: ดิบใช้ aneki อยากแปลเป็น ‘อาเจ๊’ จังเลยครับ)

 

 ต่างกับชั้นโดยสิ้นเชิง พี่สาวชั้นคล้ายพ่อมากกว่า ให้ยกตัวอย่างก็ น่ารัก ตัวเล็ก หวานแหวว เปราะบาง

 ให้ความรู้สึกว่าอยากปกป้อง ถึงอย่างนั้นเธอก็อยู่มหาลัยแล้ว เธอไว้ผมทวินเทลสีดำที่เข้ากับเธอดี

 

「วันนี้ทำข้าวกล่องอีกแล้วหรอ?」

 

「อือ........อื้ม」

 

 หน้าตาตอนตอบพร้อมกับเขินหน่อย ๆ ที่แก้ม มันคุ้มที่ได้เห็นแน่ ๆ ล่ะ ถึงจะเป็นพี่สาวก็เถอะ

 แต่คนที่จะได้รับความรู้สึกดี ๆ ที่ซ่อนอยู่ในอกเล็ก ๆ ของเธอนั้นไม่ใช่ชั้น แต่เป็นแฟนที่เธอเพิ่งจะมีเมื่อเร็ว ๆ นี้เองต่างหาก

 

 มีเพียงสิ่งเดียวที่สามารถนำสีหน้าที่เข้าใจง่ายอย่างนั้นออกมาจากใบหน้าปกติที่ไม่ต่างอะไรจากโป๊กเกอร์เฟสของพี่สาว ต้องเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับแฟนของเธอเท่านั้น

 

 ก็นะ นั่นก็แสดงให้เห็นว่าเธอมีความสุขขนาดไหน แต่จะว่าก็ว่าเถอะ เรื่องของคู่รักมันไม่เกี่ยวกับชั้นอยู่แล้ว

 ดีล่ะ ซักวันคนอย่างชั้นก็จะมีแฟนมั่ง บางทีนะ น่าจะนะ คิดว่านะ...คงจะดีไปเลยถ้าชั้นมีเหมือนกัน

 ความรู้สึกกระวนกระวายแว่บผ่านในใจชั้น ตามที่ชั้นกินข้าวกับซุปมิโสะเสร็จแล้วลุกขึ้นจากเก้าอี้

 

「จะไปแล้วหรอ?」

 

 เมื่อถูกถามโดยพี่สาว ชั้นก็ตอบพร้อม ๆ กับสวมชุดคลุม

 

「เพราะว่าฝนมันตก วันนี้เลยจะนั่งรถบัสไป」

 

「เหรอ ป้ายรถบัสมันอยู่ไกลนี่นะ」

 

 เพราะว่าไปโรงเรียนด้วยกันจนถึงเมื่อปีที่แล้ว พี่สาวชั้นเองก็รู้ว่ามันต้องใช้เวลาหน่อยที่จะไปถึงป้ายรถบัสจากที่บ้าน

 ถ้าปั่นจักรยานไปก็คงจะไม่เป็นไร ถึงชั้นจะออกจากบ้านช้ากว่านี้นิดนึง แต่ก็ไม่มีทางเลือกนอกจากต้องยอมแพ้เพราะฝนมันตกหนักขนาดนี้

 

「เอ้านี่ข้าวกล่อง อย่าลืมไว้สิ」

 

「อือ ขอบคุณ」

 

 พอเอาข้าวกล่องมาจากแม่ ชั้นก็เอามันใส่กระเป๋าในแบบที่มันจะไม่พลิกและข้าวทะลักออกมาจากกล่อง

 

「ไปละนะครับ」

 

 พอทั้งสามคนในครอบครัวออกมาส่งชั้นเสร็จ ชั้นก็ก้าวออกมาข้างนอกที่อากาศยังหนาวอยู่

 

 

 

 

 

 

 ชั้นต้องไปลงป้ายรถบัสหน้าโรงเรียน แต่ก่อนอื่นต้องข้ามไฟแดงเพื่อจะเข้าไปในตัวโรงเรียน

 ตามที่หยาดฝนขนาดใหญ่ตกลงมากระทบกับร่ม ชั้นก็กำลังรอให้สัญญาณไฟเปลี่ยนเป็นสีเขียวพร้อม ๆ กับนักเรียนอีกหลายคน คล้าย ๆ กันกับชั้นที่เดินทางมาโรงเรียนด้วยรถบัส

 

 นักเรียนคนอื่น ๆ ที่เดินเท้ามาเองก็หยุดที่สัญญาณไฟแดง แล้วคนก็เริ่มเยอะขึ้นเรื่อย ๆ

 ในฝูงชน ชั้นก็เหลือบไปเห็นนักเรียนหญิงคนหนึ่ง บางทีอาจเป็นเพราะรูปร่างที่เล็กและดูเปราะบางของเธอ ร่มสีน้ำเงินเข้มเลยดูใหญ่อย่างไม่เป็นธรรมชาติในมือเธอ ถึงแม้ฝูงชนจะเยอะถึงขนาดกลืนกินคนตัวเล็ก ๆ อย่างเธอเข้าไป

 

 แต่ลักษณะเฉพาะที่มีผมตรงยาวนั้นสามารถมองเห็นอย่างได้อย่างเด่นชัด ทำให้สามารถรับรู้ถึงตัวตนของเธอได้อย่างแน่นอน

 

 ที่อยู่ข้าง ๆ เธอบางทีอาจจะเป็นเพื่อนร่วมชั้น ตอนนี้ชั้นลังเลอยู่ว่าจะเข้าไปขัดการพูดคุยที่ดูร่าเริงของพวกเค้าและทักทายเธอดีมั้ย

 

「อา」

 

「อือ」

 

 เราสบตากันอย่างไม่คาดคิด

 

 ขนตาที่ยาวและดวงตาที่น่ารักของเธอนั้นร้ายกาจพอที่จะจงใจกระตุ้นความอยากจะปกป้องเธอภายในเหล่าผู้ชาย

 

 รูปลักษณ์ภายนอกที่เฉียบคมและผิวสีขาวบริสุทธิ์ จมูกตั้งตรงกับริมฝีปากเล็ก ๆ แต่ชุ่มชื้น

 เป็นไปไม่ได้เลยที่จะหาข้อตำหนิใด ๆ บนใบหน้าที่งดงามของเธอ ผมที่ตรงยาว สัดส่วนของผู้หญิงที่บาง แต่งในชุดกะลาสี ให้ความรู้สึกประณีตเรียบร้อย

 

 เด็กสาวหน้าตาดีในอุดมคติที่ทุก ๆ คนจินตนาการ เธอคือคน ๆ นั้นอย่างไม่ต้องสงสัยเลย

 

 ในเมื่อเราสบตากันแล้ว ชั้นก็ไม่อาจทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ได้แล้ว ไม่ใช่ว่าเพราะเธอเป็นคนสวยนะ แต่เพราะว่าเราเป็นคนรู้จักกันเท่านั้นเอง

 

「อรุณสวัสดิ์ ชิราซากิ-ซัง」

 

 ชั้นทำใจและตัดสินใจทักออกไป ชิราซากิ ยูริโกะ (白崎百合子) เพื่อนร่วมชมรมวรรณกรรมของชั้นเอง

 

「อะ อ-อรุณสวัสดิ์ คุโรโนะ-คุง....」

 

 ชมรมวรรณกรรมน่ะมีสมาชิกน้อย เพราะงั้นมันก็แน่ล่ะที่ชั้นจะรู้จักกับเธอ แล้วยังเคยคุยกับเธอมาค่อนข้างจะหลายครั้งแล้วด้วย แต่ในเรื่องความสัมพันธ์นั้น เธอเป็นน้อยยิ่งกว่าเพื่อนซะอีก จะออกไปทางคนรู้จักมากกว่า

 

 เพราะงั้นชั้นจึงไม่มีอะไรจะพูดกับเธอต่อในที่นี้อีกแล้ว ชั้นแสดงออกถึงความสุภาพมากพอแล้ว เพราะงั้นเธอกลับไปคุยกับเพื่อนเธอที่กำลังมองชั้นด้วยสายตาแปลก ๆ ได้แล้วล่ะ

 ทว่า

 

「....」

 

 มีอะไรรึเปล่านะ? ชิราซากิ-ซัง นั้นยืนต่อหน้าชั้นไม่ขยับเขยื้อน แต่ก็ไม่พูดอะไรออกมา

 บรรยากาศเงียบเคร่งขรึมพัดผ่านระหว่างเราสองคน

 ผลก็คือ ด้วยความต่างของส่วนสูงที่มากกว่า 30 เซนติเมตร มันก็แน่ล่ะที่จะรู้สึกว่าชั้นกำลังมองลงต่ำ (ในความรู้สึกว่ากำลังกดขี่) กับชิราซากิ-ซัง

 บางทีในสายตาคนอื่นอาจจะมองอย่างกับว่าชั้นกำลังสอบสวนชิราซากิ-ซัง

 

「อะ-เอ่อ วันนี้――」

 

「ไปกันเถอะ ยูริโกะ!」

 

 ชิราซากิ-ซังนั้นดูเหมือนเธอกำลังพยายามจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เพื่อนเธอจูงมือเธอข้ามสัญญาณไฟที่เปลี่ยนเป็นสีเขียวได้ซักพักแล้วไป แล้วก็หายไปในฝูงชนของนักเรียนที่กำลังข้ามถนน

 

「...อะไรน่ะ หรือว่าวันนี้ในชมรมจะมีอะไรรึเปล่านะ?」

 

 ชิราซากิ-ซังคงไม่มาคุยเรื่องส่วนตัวกับชั้นหรอก เพราะงั้นมันต้องเกี่ยวกับชมรมแน่ ๆ บางทีวันนี้เป็นวันที่ชมรมจะยกเลิกหรืออะไรทำนองนั้นรึเปล่าละมั้ง?

 

「ก็นะเอาเถอะ ไว้ไปถึงเดี๋ยวก็รู้เองล่ะ」

 

 แล้วก็ เพื่อนของเธอนี่มองชั้นด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตรเลยจริง ๆ น้า รู้สึกว่ากระจกหัวใจชั้นมันจะแตกออกหน่อย ๆ เลย

 ไม่สิ ก่อนหน้านั้นชิราซากิ-ซังเองก็แทบจะไม่ได้สบตากับชั้นเลย แล้วชั้นเองก็สงสัยอยู่แล้วด้วย ว่าทั้งหมดที่เธอทำก็มีเพียงแค่ทักทายกันอย่างเคอะเขินเท่านั้นเอง แต่ว่า

 

「ชั้นว่าละ บางทีคงถูกเกลียดอยู่ละมั้งนะ.....」

 

 

 

 

 

 

 คาบเรียนมันน่าเบื่อ แต่ชั้นก็ไม่ได้คิดว่ามันน่าเบื่อไปซะทั้งหมด

 ชั้นสามารถตามทันเรื่องที่อาจารย์สอนได้ แล้วก็ไม่ใช่ว่าไม่มีความรู้อะไรเข้าหัวชั้นเลย บางทีชั้นอาจจะหาเรื่องสนุก ๆ บางอย่างในการเรียนรู้ได้

 แต่พอเหนื่อยเท่านั้นแหละ เสียงของอาจารย์ก็กลายเป็นอย่างกับเสียงสะกดจิตไปโดยอัตโนมัติ

 

「นี่ーคุโรโนะ ขอยื้มสมุดโน๊ตหน่อยดิ」

 

 ทว่า คราวนี้ไม่ใช่ชั้น แต่เป็นเพื่อนชั้นเองที่สัปปะหงก

 

「ก็เอาดิ แต่ว่า เล่นหลับรวดซะสี่ชั่วโมง(คาบละ 1 ชั่วโมง)มันก็เป็นปัญหาอยู่นา」

 

 ด้วยน้ำเสียงทึ่ง ๆ ชั้นก็ส่งสมุดโน้ตที่เขียนตามตัวคันจิบนกระดานอย่างเป๊ะ ๆ ไปให้

 

「ขอบใจวู้ยー! แต่เมื่อวานนี่ชั้นอยู่ยันสว่างเลยอะ มันก็เลยช่วยไม่ได้นี่ーนา  ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้วーเว้ย」

 

 หัวเราะโดยไม่สำนึกอะไรทั้งนั้น เจ้าหมอนี่เป็นหนึ่งในเพื่อนสุดจะน้อยของชั้น ไซกะ โยตะ (雑賀陽太)

 พอจบคาบที่ 4 ก็ถึงเวลาข้าวกลางวันแล้ว ชั้นก็เลยมานั่งโต๊ะเดียวกับไซกะ

 

「แล้ว เมื่อคืนเล่นจบรึเปล่าอ่ะ?」

 

「ก็น้าー มันมีรูทเฉพาะทางทางนึงที่ค่อนข้างจะยากหน่อยน่ะนะ ตอนแรกชั้นคิดว่ามันก็คงจะไม่เป็นไรตราบใดที่เพิ่มแต้มความชื่นชอบอ่ะแหละ แล้วดูเหมือนต้องเพิ่มแต้มความชื่นชอบกับตัวเอกหญิงอื่นและทำให้คนนี้รู้สึกอิจฉาซักครั้งก่อน――」

 

 ถ้าได้ยินบทสนทนาส่วนหนึ่งของไซกะ ที่เค้าพูดออกมาก็มีแต่พวกที่รู้ว่ากำลังพูดถึงอะไรอยู่นั้นเข้าใจ

 แน่นอนล่ะ บทสรุปของเกมโรแมนติคจำลอง 18+

 

「―― อื้ม ก็นะเรื่องนั้นต้องใช้เวลาหน่อยอ่ะนะเดี๋ยวก็ได้ตรัสรู้เองแหละ ยิ่งไปกว่านั้นชั้นเองก็ยังถูกขัดจังหวะด้วยอนิเมเรียลไทม์รอบดึกอีก ตั้งแต่นั้นก็เลยเลยเถิดไปอีกชั่วโมงนึงน่ะนะ」

 

 ไซกะมีรูปร่างปานกลาง แล้วไม่ได้สวมแว่น เค้าก็เลยดูไม่เหมือนโอตาคุเลยซักนิด แต่ข้างในแล้วก็อย่างที่เห็น

 

 ระดับความเป็นโอตาคุก็พูดไม่ได้ว่าบ้าคลั่ง แต่ก็พูดไม่ได้ว่านิด ๆ หน่อย ๆ เองเหมือนกัน

 เช่นเดียวกัน ถึงอาจจะไม่ถึงระดับไซกะแต่ชั้นเองก็จัดอยู่ในหมู่โอตาคุด้วย ประเภทนิยายที่ชั้นชอบเขียนในชมรมวรรณกรรมเองก็ไม่ใช่วรรณกรรมจ๋า หรือเรื่องลึกลับ แต่เป็นไลท์โนเวล

 

「อัดอนิเมรอบดึกเอาไว้ก็ได้ไม่ใช่รึไงฟะ?」

 

「เอาーหน่า อนิเมเนี่ยกะแล้วถ้าไม่เรียลไทม์ก็ไม่ได้หรอก! ดูฉายสดมันบันเทิงนะเว้ย!」

 

 งั้นーเร้อ ชั้นตอบไปแบบคลุมเครือ ตามด้วยหยิบข้าวกล่องขึ้นมา

 

「โอ จะว่าไป ลืมถามเรื่องเมื่อเช้าไปเลย นายมาโรงเรียนกับชิราซากิ-ซังใช่มั้ย?」

 

「เปล่า ไม่ใช่เรื่องอะไรแบบ――」

 

「ไม่เป็นไร คุโรโนะ ไม่ต้องแกล้งทำเป็นตัวละครตายด้านหรอกน่า」

 

 หมายความว่าไงที่แกล้งทำ? ชั้นไมใช่พวกอคติที่พยายามอย่างหนักเพื่อคงบุคลิกบางอย่างไว้ทุก ๆ วันนะ!

 

「ก็เพราะว่าชั้นเห็นภาพที่พวกนายสองคนยืนสบตากันหน้าสัญญาณไฟอ่ะนะ อ้าーอ้าน่าอิจฉาจังเลยนะ ถ้านี่เป็นเอโรเกะแล้วละก็จัดอยู่ในเลเวลที่จะได้เจออีเว้นท์ CG แล้ว ชั้นเองก็อยากเจอกับฉากอีเว้นท์ในชีวิตจริงเหมือนกันนาเหวย」

 

「ใจเย็นพวก ชั้นกับชิราซากิ-ซังก็แค่อยู่ชมรมเดียวกันมันก็แค่นั้นแหละ ไม่ใช่ความสัมพันธ์ฉันท์ซีนเอโรเกะที่จะเกิดขึ้นมาได้แบบนั้นซักหน่อย」

 

「จริงーเร้อ?」

 

 ไอ้สายตาที่เต็มไปด้วยความไม่เชื่อจากก้นบึ้งของหัวใจที่นายกำลังมองชั้นนั่นมันอะไรกัน?

 ชักจะเริ่มเห็นกระแสน้ำวนสีดำด้านหลังนายในโลกแห่งความเป็นจริงเพราะการตอบสนองแบบโอเวอร์ของนายแล้วเนี่ย!

 

「พวกอย่างตัวเอกอ่ะนะ ทุกคนมันก็อย่างนั้นกันหมดนั่นแหละ! ‘ชั้นเป็นนักเรียนมัธยมธรรมดา ไม่ได้เป็นที่นิยม

ไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรกับสาวคนนั้นหรอก’ ――น่ะ ไม่ว่าจะดูยังไง แต้มความรักของตัวเอกมันก็ 100% ชัด ๆ เลยไม่ใช่รึไงฟะ!」

 

「ก็บอกแล้วไง ใจเย็นก่อนน่ะ อย่าเอาเรื่องจริงมาปนกันมั่วซั่วกับเรื่องแฟนตาซีสิฟระ

 จะพูดดักไว้ก่อนนะ ไอ้เรื่องอย่างชั้นเป็นเพื่อนในสมัยเด็กกับชิราซากิ-ซัง หรือทำสัญญาสุดแสนสำคัญด้วยกัน หรือพวกเรายังไม่ได้คบกันแต่ว่าเธอมาปลุกชั้นทุกเช้าที่บ้านทุกวัน หรือกินข้าวกลางวันด้วยกันบนดาดฟ้าถึงเราจะอยู่คนละห้อง ไอ้เรื่องพวกนั้นน่ะไม่มีแม้แต่นิดเดียวเลยนะเออ」

 

「เงียบไปซะ  นายได้ฉากเด็ดตั้งสองช็อตที่มาโรงเรียนกับสาวรูปงามระดับชิราซากิ-ซังนั้นมันดียิ่งกว่าอีเว้นท์ไหน ๆ แล้วนะเฟ้ย!

 ขนาดนั้นแล้วยังคิดว่าไม่มีอะไรอีกเรอะ นี่นายเป็นผู้ชายจริงรึเปล่าว้า? นักเรียนชายปกติคงไม่ได้แม้แต่จะมีปฏิสัมพันธ์กับสาว ๆ คนไหนสักคนเลยนะเฟ้ย!」

 

「นะ...นั่นก็....」

 

 พอมาคิด ๆ ดู ก็อาจจะถูกของหมอนี่แฮะ

 ถึงจะประหม่าหรือถูกเกลียดก็เถอะ แค่ได้ทักทายกับสาวรูปงามในตอนเช้าก็นับได้ว่าโชคดีแล้ว

 ถ้าชั้นไม่ได้เข้าร่วมชมรมวรรณกรรม จำนวนครั้งที่ได้คุยกับผู้หญิงก็คงเป็นศูนย์

 ขนาดชื่อนักเรียนหญิงในห้องชั้นยังแทบจำไม่ได้เลย แล้วก็จำไม่ได้ด้วยว่าเคยทักทายใครอย่างเหมาะสมไปแล้วเลยซักครั้ง

 

「เดี๋ยวนะ ไม่ใช่ว่านายไม่มีปฏิสัมพันธ์อะไรกับสาว ๆ เลยซักหน่อย ยังไงนายก็อยู่ชมรมฟุตบอลนี่

ไม่ได้คุยกับผู้จัดการน่ารัก ๆ คนนั้นเลยรึไง?」

 

「ไอ้บ้า! เธอเป็นแฟนกับกัปตันแล้วเฟ้ย! แล้วนี่ก็เป็นแฟนคนที่ 3 ของเธอหลังจากเข้ามาเรียนที่นี่แล้วด้วย! ม่ายยยยยย ชั้นไม่อยากได้ยินเรื่องราวความรักของสาว ๆ ในชีวิตจริง!!」

 

「อย่าเลือกมากเลยน่ะ? แค่เธอน่ารักก็ไม่เป็นไรแล้วไม่ใช่เรอะ?」

 

「จะบ้าเรอะ! ผู้หญิงที่ NTR คนอื่นกับโดน NTR ซะเอง นั่นไม่ใช่ตัวเอกเลยซักนิด! เรื่องป่าเถื่อนแบบนั้นควรมีอยู่แค่ในหนังสือลามกกับละครน้ำเน่าเท่านั้น!」

 

「เข้าใจแล้ว ๆ เพราะชั้นเข้าใจที่นายจะสื่อแล้วเพราะงั้นใจเย็นหน่อย จากนั้นก่อนอื่นก็นั่งลงแล้วสงบสติไปนะ โอเค้?」

 

 ด้วยสีหน้า ‘ช่วยไม่ได้นี่น้า’ ไซกะก็นั่งลง ถ้าเค้ายังเครื่องร้อนอยู่อย่างนั้น

 คงได้กลายเป็นจุดศูนย์กลางของความสนใจในทางแย่ ๆ ของเพื่อนร่วมชั้นแหง

 

「อือ หรือก็คือถ้าสาว ๆ ที่มีแฟนแล้วนั้น NG (tn: No Good) ถ้างั้นชิราซากิ-ซังก็ต้องไม่โอเคด้วยสิ」

 

「นั่นน่ะ เป็นงั้นเรอะ?」

 

 ชั้นวางคางลงบนมือแล้วก็มองไกลออกไปนอกหน้าต่างตามที่คุยอยู่กับไซกะ

 

「ชิราซากิ-ซังอ่ะนะ เป็นสาวแบบเด็กดีที่ถึงกับคุยกับคนอย่างชั้นแล้วก็ยังไม่แสดงสีหน้าไม่พอใจอะไรเลยนะ」

 

 แต่เธอก็ไม่ได้สบตาตรง ๆ เหมือนกัน แต่ก็ยังดีกว่าถูกเมินตรง ๆ

 

「ก็หน้าตานายมันน่ากลัวนี่หว่า แถมยังตัวใหญ่อีก」

 

「ก็ตามนั้นแหละ แล้วชั้นค่อนข้างจะอ่อนไหวกับเรื่องนั้นอยู่เพราะงั้นเลิกพูดเถอะ」

 

「OK แล้ว?」

 

「แล้วก็นะ ไม่คิดว่าจะไม่มีผู้ชายคนไหนอยู่รอบ ๆ ตัวชิราซากะ-ซังเลยงั้นรึ?」

 

 มันชัดเจนอยู่แล้ว ไอ้เรื่องที่ความสัมพันธ์จะพัฒนาแบบเรียบง่ายอย่างที่เธอใจดีกับชั้นคนเดียวเท่านั้นคงไม่เกิดขึ้นหรอก ไม่สิ ถ้าเธอนั้นเป็นเด็กดีจริง ๆ แล้วล่ะก็ ถ้างั้นเธอคงไม่มาดีกับใครคนเดียวแบบเจาะจงยังงี้หรอก

 

「อือออ ก็จริงที่มีพวกผู้ชายหน้าตาดีคุยกับชิราซากิ-ซังเยอะแยะอ่ะนะ」

 

「นั่นแหละ ชั้นมันก็แค่คน ๆ หนึ่งในหมู่คนมากมายที่ทักทายเธอได้เท่านั้นเอง แล้วก็จำนวนของคนที่เธอสนิทด้วยก็นับไม่ได้ด้วยแค่สองมือหรอกนะ」

 

「อ้า... แบบนั้นーเองนั่นสิน้าーคิดว่าความเป็นจริงยังไงมันก็เป็นยังงี้อยู่แล้วนี่เนอะ ยังไงซะสาวรูปงามก็ยังเป็นคนเหมือน ๆ กัน

ถ้ามีผู้ชายดี ๆ อยู่ใกล้ ๆ เธอ มันก็ชัดอยู่แล้วว่าจะเป็นยังไงอ่ะน้าー」

 

「ก็นั่นแหละ ถ้าเป็นชิราซากิ-ซัง ก็คงเป็นธรรมดาอยู่แล้วถ้าเธอจะเคยมีแฟนแล้วซักคนสอง――」

 

「ไม่มีหรอก」

 

 คนที่พูดขัดชั้นไม่ใช่ไซกะ จะว่าไงดีล่ะ ถ้าจู่ ๆ เสียงของหมอนั่นเปลี่ยนเป็นเสียงน่ารักขนาดนี้ ชั้นคงไม่อาจอยู่เป็นเพื่อนกับหมอนั่นต่อไปได้แน่

 ไม่ล่ะไม่ล่ะไม่เป็นงั้นหรอก เสียงนี้น่ะ ถ้าเกิดว่าใช่ล่ะ......

 

「ฉัน ยังไม่มีแฟนหรอกนะ」

 

「ช-ชิราซากิ-ซัง.....」

 

 ทำไมกัน?  ทำไมถึงโผล่มาเอาตอนเวลาซะเหมาะเหม็งขนาดนี้?

 ไม่ใช่ว่าชั้นเพิ่งจะบอกไปว่าพวกเราไม่ได้มีความสัมพันธ์ถึงขั้นที่ต้องกินข้าวด้วยกันนี่? นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่เธอมาที่ห้องเพื่อมาหาชั้นแบบเจาะจง

 

 อีกย่าง ทำไมชั้นถึงได้รู้สึกผิดล่ะ? หัวใจชั้นมันเต้นแรงเป็นบ้า

 อา รู้สึกได้ถึงเหงื่อเย็น ๆ ไหลออกมาเต็มหน้าผากเลย

 

 เดี๋ยวสิ ใจเย็นก่อน มันก็ไม่ใช่ว่าชั้นพูดนินทาอะไรเธอนี่นา!

 

「ไม่สิ เอ่อ....’โทษที ที่จู่ ๆ ก็พูดอะไรเออออเอง」

 

 สุดท้ายชั้นก็จบลงที่ขอโทษไป ก็นะ ไปคุยเรื่องความสัมพันธ์ของคนอื่นมันก็ไม่ใช่เรื่องดีอะไรเท่าไหร่

 อืม ก็ตามนั้น ยิ่งเฉพาะคน ๆ นั้นมาได้ยินเข้าด้วยตัวเองอีก ไม่มีอะไรที่จะทำได้เลยนอกจากต้องขอโทษไป

 

「อา ก็ไมได้ถึงกับโกรธหรืออะไรหรอก ขอโทษด้วย」

 

「อา อืม งั้นรึ ถ้างั้นก็ดีไป.......」

 

 ไม่ไม่ไม่ เดี๋ยว ๆ บรรยากาศแบบนี้มันไม่ใช่ไม่เป็นไรแล้ว! ไซกะเองก็กลายเป็นอย่างกับรูปปั้นหิน แล้วก็ทำท่า ‘ไม่เกี่ยวกับตรูนะเฟร้ย’

 

 ดูเหมือนเธอเองจะไม่ได้โกรธจริง ๆ จัง ๆ แต่ชั้นก็รู้สึกได้ว่าเธอเองก็ไม่ได้ถึงกับพอใจเหมือนกัน แต่ในเมื่อตัวเธอเองพูดอย่างนั้นเองแล้ว ชั้นก็ไม่อาจทิ้งเรื่องพวกนี้ไปตอนนี้ได้

 

「เอโตะ...แล้ว ต้องการอะไรรึเปล่า?」

 

「อืม เอ่อ เมื่อเช้าไม่ทันได้บอกไปน่ะ」

 

 สำหรับตอนนี้ ลืมเรื่องก่อนหน้านี้แล้วโฟกัสกับเนื้อหาของบทสนทนานี้ก่อนดีกว่า

 นี่แปลว่าเธอมีเรื่องจะบอกชั้นเมื่อเช้าจริง ๆ สินะ

 

「ที่ชมรมวันนี้ เพราะว่ามีมีทติ้งสำคัญ.....ต้องมา ให้ได้นะ」

 

「มีทติ้ง? งั้นเหรอ...เข้าใจแล้ว」

 

 เมื่อวานไม่เห็นจะได้ยินเรื่องอะไรแบบนี้เลยแฮะ......ก็นะ สงสัยคงมีเรื่องด่วน

 พิจารนาจากที่เธออุตส่าห์มาหาชั้นโดยตรง ท้ายที่สุดแล้ว ก็ไม่มีการเปลี่ยนแผนที่จะต้องไปที่ชมรม

 

「อืม ถ้างั้น....จะรออยู่นะ」

 

「อา ขอบคุณมากนะ」

 

 ก็ตามนี้ หลังจากที่จบการคุยที่เหมือนกับการทำธุรกิจแล้ว ชิราซากิ-ซังก็ออกจากห้องไปด้วยความรวดเร็ว

 

「ให้ตายซี่ー สาวรูปงามนี่มีผลกระทบสูงน่าดูอย่างไม่น่าเชื่อเลยเนอะ!」

 

 เจ้าเพื่อนเลือดเย็นของชั้นที่เงียบกริบจนกระทั้งตอนนี้ในที่สุดก็กลับมามีชีวิต

 

「ไซกะ ไม่ใช่ว่านายก็ช่วยชั้นได้ด้วยการแถตามหรืออะไรทำนองนั้นหน่อยเรอะ?」

 

「ไม่มีทาง เป็นไปไม่ได้!

 ชั้นเองก็ไม่ได้เป็นแม้แต่คนรู้จักด้วยแต่แรกแล้ว แต่โชคดีนี่นายเจอทางออกใช่มั้ยล่ะ?」

 

 เอ็งเรียกว่านั่นคือทางออกเรอะ? ชั้นเห็นแต่แต้มความสัมพันธ์มันลดฮวบฮาบเอาน่ะสิ

 

「แล้วーก็ ดูเหมือนชิราซากิ-ซังจะไม่มีแฟนนะ เยี่ยมสำหรับนายไปเลย คุโรโนะ! นายยังมีโอกาสอยู่!!」

 

「อะ กลับมาเรื่องเดิมอีกแล้วเรอะ」

 

「กะแล้วว่าชีวิตในโรงเรียนมันก็หมายถึงอีเว้นท์เรื่องความรักไม่ใช่ไง!」

 

「ไม่ใช่ว่าไม่สนใจความจริงไม่ใช่รึไงกันฟะ」

 

「ดีーล่ะ! ตอนนี้เหมือนอะไรบางอย่างจะพุ่งพรวดออกมาละ เฮ้ยคุโรโนะ คราวหน้าแนะนำชิราซากิ-ซังให้ด้วยนะ!」

 

「นายอยากจะเชียร์ให้ชั้นเอย หรืออยากจะคบกับเธอเองเอย อันไหนกันแน่ฟะ」

 

 ที่ชั้นพูดได้ทั้งหมดก็มีแค่นั้น ในฐานะแค่คนรู้จัก ทักษะการพูดคุยของชั้นยังไม่ถึงขั้นจะไปแนะนำเพื่อนหรอก เอาตรง ๆ แล้ว ด้วยสถานะของชั้นเอง นั่นมันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะแนะนำไซกะให้ชิราซากิ-ซัง

 

「ยิ่งไปกว่านั้นเรื่องข้าวกล่อง รีบ ๆ กินกันดีกว่า」

 

「อันนั้นก็ใช่นะ ช่วงพักเที่ยงนี่สั้นจริง ๆ น้าー อ้ーา พวกเค้าเพิ่มเป็นสองชั่วโมงหน่อยーไม่ได้รึไงนะ――」

 

 ชั้นเอื้อมไปหยิบข้าวกล่องที่วางทิ้งไว้ช่วงที่กำลังคุยกับชิราซากิ-ซังอย่างตึงเครียด

 พอเปิดฝาออก ข้าวที่รอชั้นอยู่น่าจะเป็นข้าวกล่องพิเศษของแม่ที่ไม่ต้องใช้ความพยายามในการทำ ทว่า

 

「อะไรเนี่ย ไอ้นี่.....」

 

 ข้าวสีขาวโรยหน้าด้วยเกล็ดรูปหัวใจเข้ามาสู่สายตาของชั้น

 

「เอ๊ะ นั่น คุโรโนะข้าวกล่องนี่มันอะไรกัน!? ช่างเป็นข้าวกล่องที่เต็มไปด้วยความรักที่เห็นแค่ในเกมไม่ใช่รึไงーเนี่ย!?」

 

「อา งี้นี่เอง――」

 

 ข้าวกล่องที่เต็มไปด้วยความรักนี่ไม่ใช่สิ่งที่แม่จะทำให้ชั้นหรอก

 

「แม่ คงเผลอสลับข้าวกล่องของชั้นไม่ผิดแน่........」

 

 ไม่ต้องสงสัยเลย นี่เป็นข้าวกล่องของพี่สาวที่ทำให้แฟนเธอต่างหาก ตอนนี้สงสัยแฟนพี่คงกำลังกินข้าวกล่องเย็น ๆ ของแม่แหง

 

「อู๊วーวว สุดーยอด! หัวใจเว้ยหัวใจ  อะฮ่า ๆ ! สุเก๊ー!!」

 

 ชั้นเมินเจ้าเพื่อนไฮเปอร์แล้วด้วยความรู้สึกที่ปนกันไปมั่วก็ตัดสินใจกินข้าวกล่องทำมือของพี่สาว

 แต่ว่า พี่สาวที่รัก นี่มัน ไม่ใช่ความความรักของพี่มันค่อนข้างจะหนักหน่วงไปหน่อยรึ?

 

 

 

 

 

 

 ตอนนี้เป็นเวลาเลิกเรียนแล้วหลังจากผ่านไปสองคาบ หลังจากเข้าเวรทำความสะอาดเสร็จชั้นก็ตรงไปที่ห้องของชมรมวรรณกรรมทันที

 พอเปิดประตูออกชั้นก็ก้าวเข้าไปในห้องที่คุ้นเคย

 

「อาเระ」

 

 โดยไม่ได้ตั้งใจ ชั้นเผลอส่งเสียงหลงออกมาเพราะว่ามันมีแค่คนเดียวเท่านั้นที่อยู่ในห้อง แน่ล่ะว่าชมรมนั้นมีสมาชิกที่น้อยอยู่แล้ว ส่วนใหญ่ก็เป็นสมาชิกที่ไม่ค่อยเข้าชมรม

 แต่ความจริงที่ว่าไม่มีใครเลยนอกจากคน ๆ เดียว ถึงแม้จะได้รับข้อมูลมาก่อนหน้า แล้วชั้นเองก็มาสายด้วยเพราะเข้าเวรทำความสะอาดอยู่ นี่มันออกจะแปลก ๆ นะ

 

 ชั้นนึกภาพของประธานคุยสบาย ๆ กับคนอื่น ๆ ในขณะที่กำลังรออยู่ตามปกติ แต่มันไม่ใช่แบบนั้น

 แล้วก็ความจริงที่ว่าสมาชิกเพียงคนเดียวที่มาที่นี่แล้ว มีเพียงแค่ชิราซากิ-ซังคนเดียวเท่านั้น ก็เป็นเรื่องที่ไม่คาดคิด

 

「อา คุโรโนะ-คุง」

 

「ชิราซากิ-ซัง อยู่คนเดียวหรอ?」

 

「อือ  อื้ม...」

 

 ครับ การสนทนาจบลงแล้ว

 

 ชั้นไม่รู้จะพูดอะไรต่อ ต่อหน้าใบหน้าที่น่ารักของเธอที่ไม่เปลี่ยนแปลงไปเลยนั้น

 ซวยล่ะสิ จะชวนคุยต่อหรือไปหาที่นั่งแบบสุ่ม ๆ ดี ชั้นคิดเรื่องต่าง ๆ ไปทั่วไปที่เลย

 แต่ไม่มีเรื่องไหนหลุดออกมาจากปากซักนิด ฝ่ายเธอเองก็ไม่มีอะไรพูดออกมาเหมือนกัน

 

 ชิราซากิ-ซังถือหนังสือที่มีปกน่ารัก ด้วยการที่เลียนแบบเธอ

 ชั้นเองก็เอานิยายไลท์โนเวลที่แต่งเองออกมาจากกระเป๋าเพื่อฆ่าเวลา

 

 บนกระดาษขนาด A4 ที่เรียงกันเป็นตับมีชื่อเรื่อง 『ตำนานของผู้กล้าอาเบล』อยู่ ชื่อเรื่องสุดจะเถรตรงที่คงไม่มีเกมหรือนิยาย RPG ไหนตั้งเป็นชื่อเรื่อง

 นี่ถือเป็นเรื่องที่ชั้นแต่งครั้งแรกตอนอยู่มัธยมต้น เนื้อหาก็ตามชื่อเรื่องเลย

 ผู้กล้าอาเบลไปปราบจอมมาร ไม่มีหักมุมหรือความเป็นเอกลักษณ์ แล้วยังเขียนไปเรื่อยเปื่อยมีแต่ความไม่เป็นมืออาชีพร่ำร้องออกมา

 แต่ถึงอย่างนั้นมันก็มีบทสรุปที่เหมาะสมและเป็นงานที่เสร็จแล้ว บางทีชั้นควรจะอ่านมันใหม่อีกรอบ

 หรือไม่ก็เขียนเรื่องราวหลังจากนั้น........

 

 เงียบเป็นเป่าสาก มีเพียงเสียงตะโกนจากชมรมกีฬาจากข้างนอกและเสียงพลิกกระดาษไปมาเท่านั้น

 ภายในห้องชมรมนั้นเงียบซะส่วนใหญ่ เป็นเพราะบรรยากาศมันกระอักกระอ่วน

 ไม่มีซักประโยคในไลท์โนเวลเข้ามาในหัวชั้นเลย อะไรกัน ทำไมไม่มีใครมาเลย?

 ไม่ใช่ว่าควรจะมีประชุมหรอกเหรอ? จะใครก็ได้รีบ ๆ มาเถอะ! เป็นเพราะเหตุการณ์เมื่อตอนพักกลางวัน บรรยากาศระหว่างเราสองคนรู้สึกอึดอัดสุด ๆ และชั้นก็แทบจะทนไม่ไหวแล้ว

 อา แต่แรกแล้วชั้นก็ไม่เคยจะอยู่กับชิราซากิ-ซังสองต่อสองมาก่อนหน้านี้ ทุกทีมักจะเป็นตอนที่คุยกันพร้อมกับมีคนอื่นอยู่

 

 ไม่สิ แต่ว่า ยังคงเงียบต่อไปอยู่แบบนี้มันค่อนข้างจะทรมาน ถึงมันออกจะดูบ้าบิ่นไปหน่อย

 บางทีชั้นควรพยายามสุ่มเรื่องอะไรออกมาคุยใช่มั้ย? ใช่แล้ว พวกเราก็เป็นเพื่อนร่วมชมรมกัน

 แล้วถึงแม้ประเภทหนังสือจะต่างกันนิดหน่อยมันก็น่าจะมีอะไรซักอย่างคล้าย ๆ กันให้คุยกันได้น่า

 

 แล้วหลังจากนั้นไม่นาน ประธานกับสมาชิกคนอื่น ๆ ก็คงค่อย ๆ ทยอยเจี๊ยวจ๊าวกันเข้ามาในชมรมสินะ เพราะงั้นถึงชั้นจะสามารถชวนคุยได้แค่แป๊บเดียวก็ไม่เป็นไร ดีล่ะ จะลุยล่ะนะ――

 

「「เอ่อ」」

 

 อุ๊ปส์ เสียงของเราประสานกันซะงั้น!

 

「อ๊ะ โทษที」

 

「อือ......」

 

 บรรยากาศเคอะเขิน ถึงพวกเราจะเงียบมาจนกระทั่งเมื่อกี๊ พอคิดว่าพวกเราพูดออกมาพร้อมกันแล้วนี่มัน...

 

「พูดก่อนเล――」

 

「อา ไม่เป็นไร คุโรโนะ-คุงนั่นแหละ พูดมาเลย」

 

 ว่างั้น เธอว่ามาแบบนั้น แต่ก็ไม่ใช่ว่าชั้นจะมีอะไรที่มันสำคัญจะพูดซะหน่อย

 

「เปล่าหรอก เอโตะ ทุกคนนี่ช้าจังเลยน้าー น่ะ สงสัยแค่นั้นแหละ」

 

 สุดจะเป็นหัวข้อที่ไม่เป็นอันตรายและน่าเบื่ออย่างไม่น่าเชื่อ ขนาดชั้นยังอดคิดไม่ได้เลยว่าตัวชั้นนี่มันโคตรน่าเบื่อเลยจริง ๆ

 

「อา อืม นั่นสิเนอะ ฉันเองก็เหมือนกัน....」

 

 แต่ ชิราซากิ-ซังเองก็กำลังจะพูดเรื่องเหมือน ๆ กันเหรอ ――

 

「........อื้ม ไม่ใช่สิ ไม่ใช่แบบนั้นนะ」

 

「หือ?」

 

「จริง ๆ แล้วน่ะนะ นั่นไม่ใช่สิ่งที่อยากจะพูดหรอก」

 

 จะด้วยเหตุผลอะไรบางอย่าง ชั้นสามารถเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงในตัวเธอจากก่อนหน้านี้ที่เอาแต่เงียบ

 

 ยังมีอะไรที่เธออยากจะพูดกับชั้นอยู่อีกรึ?

 

「อ่าโน่ อาโนเนะ――」 (เอ่อ คือว่านะ――)

 

 อย่างกับว่าทำใจอะไรซักอย่างแล้ว ชิราซากิ-ซังก็ยืนขึ้นอย่างรวดเร็ว

 ตามที่เธอยืนขึ้นนั้น ชิราซากิ-ซังที่ไม่เคยจะสบตาชั้น ตอนนี้กำลังสบตากับชั้นตรง ๆ ในแววตาที่น่ารักคู่นั้นมีความมุ่งมั่นและสีตาที่แสดงถึงความมีพลังอยู่

 

 ด้วยความเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันนี้ ชั้นเองก็เซอร์ไพรส์อยู่หรอก แต่ภายนอกนั้นยังคงคงไว้ถึงความสงบ

 

「โกหก น่ะ...」

 

「เอ๊ะ อะไรเหรอ?」

 

「เรื่องมีทติ้ง ที่บอกไปน่ะ เรื่องนั้นน่ะนะ เป็นเรื่องโกหกน่ะ」

 

 สิ่งที่เธอกำลังพูดออกมานั้น ชั้นไม่อาจเข้าใจได้เลยแม้แต่น้อย หัวชั้นเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม

 

「อา เป็นงั้นสินะ」

 

 ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นเรื่องที่จะไปโกรธล่ะนะ แต่แรกแล้วชั้นก็ไม่รู้เลยว่าอะไรคือนัยน์แฝง ก็เลยไม่มีทางเลือกนอกจากคุยต่อ

 

「อื้ม แล้วก็นะ คือว่า.....」

 

「......」

 

 ความเงียบนั้นดำเนินไปต่อนานกว่าที่ชั้นคิด บทสนทนาเองก็จบอยู่ตรงนั้น

 แต่ชั้นรู้สึกว่าตอนนี้ไม่ควรจะเรียกเธอออกไปและควรรออยู่เงียบ ๆ

 

「คือ ฉ-ฉัน――」

 

 แล้วในที่สุดเธอก็พูดออกมา

 

「กับคุโรโนะ-คุงแล้วฉั――!!」

 

 ใช่แล้วล่ะ ชิราซากิ-ซังพูดออกมาแล้วแน่นอน

 

「........?」

 

 แต่ว่าชั้นไม่ได้ยิน ไม่ว่าจะเสียงของชิราซากิ-ซังหรือเสียงที่มาจากข้างนอก ชั้นไม่ได้ยินอะไรเลย

 ทำไมล่ะ? ทำไมชั้นถึงไม่ได้ยินอะไรเลย? จู่ ๆ แก้วหูชั้นฉีกหรืออะไรทำนองนั้นเหรอ?

 

「――อ!?」

 

 ในโลกที่ไร้เสียง ทันใดนั้นเอง ความเจ็บปวดมหาศาลก็แล่นเข้ามาสู่หัวชั้น

 

 ชั้นเองก็เคยปวดหัวมาหลายครั้งตอนที่เป็นไข้และอื่น ๆ แต่ไม่เคยปวดขนาดนี้

 ไม่สิ แต่แรกแล้วธรรมชาติของการปวดหัวนี้มันก็ต่างไปโดยสิ้นเชิง นี่ นี่มันไม่ใช่อาการปวดหัวปกติ

 นี่มันถือเป็นสิ่งที่คุกคามชีวิต บางสิ่งที่เป็นอันตรายร้ายแรง――

 

「!?」

 

 วิสัยทัศน์ของชั้นกลับตาลปัตร อาการเจ็บปวดอย่ารุนแรงแล่นไปทั่วร่าง

 

 หลังจากนั้นไม่กี่วินาที ชั้นก็ตระหนักได้ว่าตัวเองตกจากเก้าอี้

 แทนที่ความเจ็บปวดจะลดน้อยลงมันกลับยิ่งเพิ่มขึ้นในทุก ๆ วินาที ตามที่ชั้นนอนลงอยู่บนพื้นไม่อาจลุกขึ้นได้

 

 มีเพียงสิ่งเดียวที่ชั้นทำได้คือดิ้นรนอยู่ภายในความคิด

 

 ชั้นอาจจะส่งเสียงทรมานออกมาแต่ก็ไม่อาจได้ยินเสียงตัวเอง

 

「――――!」

 

 ด้วยน้ำตาที่อาลัยอาวรณ์ภายในดวงตา

 ภาพที่ไม่เคยเห็นมาก่อนของชิราซากิ-ซังที่เกาะร่างชั้นอย่างตื่นตระหนกนั้นปรากฏอยู่

 

 แทนที่จะคิดถึงเรื่องความเจ็บปวด หรือขอให้เรียกรถพยาบาล

 ความจริงที่ว่าชั้นเป็นสาเหตุให้เธอมีสีหน้าที่เต็มไปด้วยความทรมานนั้นทำให้ชั้นรู้สึกรบกวนอยู่

 

 ภาพที่น้ำตานองหน้าของเธอจู่ ๆ ก็สลายออกเป็นบางอย่างคล้าย ๆ ทรายสีดำ

 

 นี่มันแย่แล้ว ดูเหมือนวิสัยทัศน์ของชั้นเองก็เริ่มจะผิดเพี้ยนไป

 

 ไม่นานไอ้สิ่งดำ ๆ นั้นก็ห่อหุ้มวิสัยทัศน์ของชั้นราวกับพายุทราย แล้วใบหน้าร้องไห้ของเธอก็หายไปจากสายตา

 ไม่ได้ยินอะไรเลย มองไม่เห็นอะไรเลย กว่าที่ชั้นจะตระหนักได้ ขนาดความรู้สึกที่นอนอยู่บนพื้นเองก็หายไปด้วย

 ชั้นไม่แน่ใจเลยว่าตัวเองนั้นกำลังหายใจอยู่หรือไม่ สิ่งเดียวที่แน่นอนคือความเจ็บปวดที่แล่นอยู่ไปทั่วทั้งหัว

 

 นี่ชั้นกำลังจะตายรึ ――

 

 ในความมืดมิด ที่ ๆ สัมผัสทั้งห้าของชั้นถูกตัดขาด ไม่นานชั้นก็สูญเสียการรู้สึกตัวไปด้วยเช่นกัน

 

 ชั้นยังไม่อยากตาย――

 

 นั่นคือความคิดสุดท้ายที่ผุดขึ้นมา

 




NEKOPOST.NET