[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta. ตอนที่ 99 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta.

Ch.99 - 29 การขับไล่เจ้าชาย


ชีวิตอันสงบสุขขณะที่อยู่กับพวกเด็ก ๆ ชนเผ่าชิรู กล่าวได้ว่า เมื่อใจสงบ เราก็จะค้นพบความจริงแท้ของตัวตนภายใน
 
การใช้เวลาร่วมกับเด็ก ๆ ที่อายุไล่เลี่ยกัน ฉันสังเกตเห็นความแปลกประหลาดของตัวเองได้แล้ว ไม่ซิ บางทีฉันควรจะบอกว่า ฉันถูกบังคับให้จัดการกับอายุและความวิตกกังวลของตัวเองแทนมากกว่า แม้ว่าฉันจะไม่ต้องการก็ตาม
 
ฉันยอมรับกับตัวเอง ว่าจิตวิญญาณของฉันก็ยังคงไม่บรรลุวุฒิภาวะ ขณะที่วันคืนผ่านพ้นไป ฉัน​รู้สึกราวกับว่าตัวเองนั้นแบเบาะยิ่งกว่าพวกเด็ก ๆ ในชนเผ่าชิรูเสียอีก ฉันเกิดและใช้ชีวิตในฐานะของเอลิซ่าจนถึงอายุแปดปี โดยปราศจากการเติบโตขึ้นเลย นี่มันคงจะเป็นเพราะความทรงจำที่ฉันได้รับถ่ายทอดมาจากอดีตชาติมีบางสิ่งผิดพลาดที่ทำให้ฉันกลายเป็นผู้ใหญ่จอมปลอมเช่นนี้
 
แน่นอนว่าตรรกะความมีเหตุผลของฉันล้วนมาจากความทรงจำของตัวเอง เป็นความจริงที่ว่าฉันได้ใช้ความทรงจำเหล่านั้นสร้างบุคลิคของตัวเองขึ้น ในเมื่อบุคลิกของเอลิซ่าคนต้นแบบยังไม่ก่อตัว​
 
แต่กระนั้น มันก็เป็นเพียงแค่ความทรงจำจากเด็กหญิงคนอื่นที่มีประสบการณ์มาก่อนเท่านั้น มันไม่ใช่ประสบการณ์ส่วนตัวของตัวฉัน ฉันต้องแยกตัวตนของตัวเองออกมาจากปณิธานและอารมณ์ของเด็กหญิงคนนั้น หาไม่แล้วก็ไม่มีทางเลยที่จิตวิญญาณของตัวฉันจะเติบโตขึ้น
 
และดังนั้นด้วยความน่ารังเกียจ, ตัวตนอันบิดเบี้ยวภายใน และความสับสนของฉันเหล่านั้นมันจึงกระจัดกระจายภายในใจฉัน
 
ราโทก้าปฏิบัติต่อฉันอย่างผู้ใหญ่และเป็นเจ้าชีวิตของเขา ท่านเอิร์ลเทเรเซียได้มอบความรับผิดชอบทั้งหมดแก่ฉันอย่างผู้ใหญ่ จิตใจของฉันยังคงไม่เจริญสมวัยขณะที่ต้องตอบสนองกับการปฏิบัติของพวกเขาอย่างนั้น
 
ส่วนนางฮอร์เทนเซียที่พยายามปฏิบัติต่อฉันอย่างเด็ก ๆ หากว่าฉันยอมรับมืออันอ่อนโยนของนางแล้วล่ะก็ ฉันก็รู้สึกเหมือนว่ากำลังหลบหนีจากความรับผิดชอบทั้งหมดของตัวเอง นั่นหมายความว่าฉันไม่อาจหยุดพึ่งพาความแข็งแกร่งของตัวเองเพียงลำพังได้เลย ฉันไม่อาจให้อภัยจากบาปของตัวเองได้เลย
 
ต้องขอบคุณเด็ก ๆ เหล่านั้นที่ทำให้ฉันในตอนนี้สามารถที่จะหัวเราะและตระหนักถึงความโง่เขลาของตัวเองได้ พวกเขารู้ว่าฉันคือลอร์ดผู้ครองดินแดน แต่ขณะเดียวกัน​พวกเขาก็รู้เช่นกันว่าฉันยังคงเป็นแค่เด็ก และเตือนฉันอย่างอ่อนโยนถึงความจริงที่ว่านี้
 
.....ก็นะ ขณะที่ฉันยอมรับมันทั้งหมดในเรื่องนี้ มันก็ยังต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่าที่ทุกอารมณ์ของฉันจะจัดเรียงออกมาได้
 
 
 
 
 
ฉันอาศัยกับพวกเด็ก ๆ บนเนินเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะร่วมสองเดือนเต็ม ในที่สุดท้องฟ้าก็เริ่มจะปลอดโปร่งและเหมันต์ก็จะสิ้นสุดในไม่ช้านี้ หนึ่งปีกำลังจะผ่านพ้นไป
 
ในช่วงเวลาของการพักผ่อน​อันหายากในสภาพอากาศที่แจ่มใส นกพิราบส่งสารก็มาจากเมืองหลวง
 
"พระราชโองการจากสำนักราชวัง"
 
ใบหน้าของท่านเอิร์ลเทเรเซียถอดสีและมือของเขาก็สั่นเทาขณะที่ยื่นพระบรมราชโองการแก่ฉัน มันมีตราพระราชลัญจกรประทับจริง ๆ
 
ฉันไม่เคยเห็นท่านเอิร์ลเทเรเซียหรือสัมผัสกับบรรยากาศเจ็บปวดอันหนักอึ้งเช่นนี้มาก่อน ตั้งแต่ครั้งล่าสุดที่พวกเราได้อยู่ร่วมกันที่ห้องของราโทก้า และฉันก็จับระเบียบปกคอเสื้อตัวเองพยายามลืมช่วงเวลานั้นไป
 
"พระองค์ท่านมีพระราชกระแสเช่นไร ?"
 
เมื่อฉันถามถึงข้อความ ท่านเอิร์ลเทเรเซียก็คล้ายว่าเป็นเรื่องยากเกินจะเอ่ย นัยน์ตาอันเต็มเปี่ยมไปด้วยปัญญาและความศงกาของเขาเพ่งพินิจบนเนื้อหาของจดหมาย ราวกับต้องการจะตรวจสอบให้แน่ชัดในสิ่งที่ถูกเขียนไว้และความถูกต้องของมัน
 
เขาปล่อยให้ฉันรอสักพักหนึ่ง ก่อนที่จะเอ่ยตอบด้วยเสียงที่แหบพร่ากว่าปกติในที่สุด
 
"........ได้มีการตัดสินพระราชหฤทัยว่าเจ้าชายอัลเบิร์ตจะต้องเสร็จเข้าใช้ชีวิตอารามวาสี"
 
.......เอ๊ะ ?
 
เครื่องเรือนภายในห้องทำงานของท่านเอิร์ลเทเรเซียลั่นเสียงเอี๊ยดอ๊าด ฉันเพิ่งสังเกตว่ามันเป็นเสียงที่ดังขึ้นมาหลังมีความเงียบเชียบวังเวงไร้ที่สิ้นสุด
 
"ไม่จริงน่า ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ?"
 
ฉันอดไม่ได้ที่จะหลุดปากออกไปในสิ่งที่ท่านเอิร์ลเองก็คงจะคิดอยู่แล้ว แหงล่ะ ทั้งหมดที่ฉันคิดก็คือความน่าเหลือเชื่อของเรื่องนี้
 
"นั่นหมายความว่าเจ้าชายอัลเบิร์ตทรงถูกขับไล่ออกจากพระราชวงศ์ ?"
 
".......หากว่าพระองค์ต้องเสด็จออกบรรพชาเป็นนักพรต ก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ แล้ว"
 
บ้าบอ เรื่องบ้าบอพรรค์นี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไรกัน ? และทำไมจะต้องเป็นในช่วงเวลานี้ เพียงแค่ทรงสูญเสียตำแหน่งองค์มกุฎราชกุมารก่อนหน้านี้ก็เพียงพอที่จะยุยงพลาเน็ตส์ได้แล้ว แล้วสิ่งที่กำลัง​เกิดขึ้นในตอนนี้อีกเล่า
 
เหนือไปกว่านั้น เหตุใดพระองค์ทรงต้องถูกขับไล่ออกจากพระราชวงศ์กันล่ะ ? เรื่องพรรค์นี้มันอย่างกับว่า
 
"พระราชวงศ์และศาสนจักรอาร์เซียทรงต้องการให้เกิดสงครามหรือกระไร......?"
 
เมื่อฉันพึมพำคำพูดนั้นออกไปอย่างกังขา คิ้วของท่านเอิร์ลเทเรเซียก็ขมวดโก่งขึ้นทันที
 
"ระวังวาจาของเจ้าด้วย"
 
ฉันตระหนักได้ถึงสิ่งที่เอ่ยออกไปและกล่าวขออภัยกับการประพฤติมิชอบของตัวเอง ถึงแม้จะเป็นท่านเอิร์ลเทเรเซีย แต่ก็ยังมีสิ่งที่ฉันไม่ควรพูด
 
นับตั้งแต่โบราณกาล อดีตของราชอาณาจักรอัร์คเซีย "ราชอาณาจักรอาร์เซียอันศักดิ์สิทธิ์โดยชอบ" อำนาจอธิปไตยของราชอาณาจักรมีเพื่อปกป้องบรรดาสาวกแห่งศาสนาเซียเพียงเท่านั้น สงครามนั้นหมายถึงการป้องกัน การข่มขู่หรือยั่วยุประเทศอื่นและแม้แต่การประกาศสงคราม สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ราชอาณาจักรไม่อาจยอมรับได้
 
"อ่า ข้าตั้งใจจะกล่าวว่าสิ่งนี้อาจเป็นการสร้างสถานการณ์ ด้วยการทำให้เจ้าชายอัลเบิร์ตทรงตกในเกณฑ์บกพร่องต้องยกเว้นจากการสืบราชสันตติวงศ์โดยสัมบูรณ์ สิ่งนี้เป็นอันตรายที่จะจุดชนวนพลาเน็ตส์ หรือข้าควรจะเรียกว่า สหภาพรินดาร์ลให้กลายเป็นอริมากยิ่งขึ้น"
 
เสียงที่เปล่งออกมาจากลำคอของฉันเองฟังดูเย็นเยือก
 
ถึงอย่างไร มันก็เป็นเพียงแค่การคาดการณ์ ถ้าพลาเน็ตส์กลายเป็นอริราชศัตรูอีกประเทศ คาลเดียเองก็จะได้รับผลกระทบเต็ม ๆ ด้วยเป็นส่วนหนึ่งของแนวป้องกันประเทศในเขตตะวันออก
 
หากสงครามเริ่มขึ้น ฉันก็แทบไม่มีพลทหารที่จะระดมได้เพียงพอแล้ว ฉันอาจต้องเกณฑ์พลเมืองเข้าร่วมกองทัพและเข้าสู่สมรภูมิ มันเป็นเรื่องยากสำหรับกองทัพคาลเดียที่มีสถานะต่ำจะรับสมัครทหารจำนวนมากได้ ดังนั้นการเกณฑ์ไพร่พลจึงเป็นหนทางเดียวเท่านั้น
 
พลเมืองของฉันจะต้องเข้าร่วมการสู้รบอย่างงั้นหรือ ? สำหรับเรื่องที่ไม่กระจ่างแจ้งพรรค์นี้ ? ฉันจะต้องบังคับพวกเขาให้เข้าสู่สนามรบ แม้ว่าฉันจะได้ตัดสินใจที่จะชดใช้บาปที่ครอบครัวก่อกับพวกเขาไปแล้วน่ะหรือ ?
 
"เย็นไว้ เหล่าผู้ที่อยู่ในราชสำนักจะต้องสามารถโน้มน้าวพระองค์ท่านได้แน่ อย่างที่เจ้าคิด ในเมื่อเหล่าขุนนางต่างก็มีหน้าที่ดูแลพลเมืองของพวกเขา นี่ก็เป็นเรื่องที่พวกเขาไม่สามารถเพิกเฉยได้ เหมือนกับเจ้า"
 
ต้องขอบคุณคำเกลี้ยกล่อมของท่านเอิร์ล ฉันจึงสงบลงได้ อย่างน้อยที่สุดก็ในผิวเผิน ฉันเพียงพยักหน้าตอบกลับเขาไป
 
.....อย่างไรก็ตาม ภายในจิตใจฉัน ความไม่พอใจและความวิตกกังวลก็พัดฮือโหมกระหน่ำดุจพายุทอร์นาโด



NEKOPOST.NET