[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta. ตอนที่ 97 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta.

Ch.97 - 27 ผลึกหิมะ • บทต้น


ด้านนอกหน้าต่าง หิมะเริ่มโปรย แม้ว่าวันนี้ฉันเกือบจะทำงานเสร็จแล้ว แต่ในเวลาแบบนี้มันไม่ดีเอาเสียเลย
 
ฉันหยิบอุปกรณ์ที่ใช้ต่างแว่นขยายสำหรับอ่านเอกสาร และคิดเรื่องงานที่ฉันยังคั่งค้างพร้อมกับตรวจสอบก้อนแก้วในมือ กระจกแก้วใสบริสุทธิ์เช่นนี้เป็นสิ่งล้ำค่าอย่างมาก มันมีราคาสูงเสียยิ่งกว่ากระจกหน้าต่างเสียอีก แล้วในตอนนี้ฉันก็ฉุกใจคิดถึงอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
 
"ท่านเอลิซ่า มีอะไรรึเปล่าคะ ?"
 
"อะ...... เปล่า มาร์แชน ไม่มีอะไร"
 
ฉันตอบกลับพร้อมเก็บหินอ่านหนังสือใส่ไว้ในแขนเสื้อทำทีว่าไม่มีอะไรทั้งนั้น โชคดีล่ะที่หล่อนไม่สังเกตเห็น
 
ก็เป็นอย่างทุกที นางมาร์แชนยังคงเป็นผู้สอนฉันเกี่ยวกับงานด้านการปกครองของฉัน เนื่องจากยังมีอีกหลากหลายสิ่งที่ฉันยังไม่ได้เรียนรู้ มันก็กลายเป็นสิ่งที่สร้างความมั่นใจให้กับฉันว่าจะสามารถเรียกตัวนางมาได้ตราบเท่าที่ฉันต้องการ หล่อนเป็นอาจารย์ที่มีพรสวรรค์ที่ได้รับยอมรับจากท่านเอิร์ลเทเรเซีย นางมีความชำนาญในด้านต่าง ๆ ที่กว้างขวางและมีความคิดที่เฉียบแหลม ตอบสนองได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำสำหรับคำถามใด ๆ ก็ตามที่ฉันกังขา
 
ในขณะที่นางเอียงศีรษะอย่างงุนงงที่ฉันง่วนอยู่กับมองดูหินอ่านหนังสือ แต่นางก็ไม่ได้ใส่ใจนักและกลับไปเพ่งความสนใจที่แผ่นกระดาษ มันดูเหมือนว่าจะเป็นเรียงความที่ถูกเขียนโดยเอลิสทั้งสอง นางมาร์แชนได้รับมอบหมายหน้าที่ให้การศึกษาแก่เด็กทุกคนในคฤหาสน์โกลเด้นฮิลส์แห่งนี้
 
ฉันเบนสายตากลับมาที่งานของตัวเ​อง​ ยังคงมีรายงานที่ต้องทำอีกเล็กน้อยและใบสมัครเข้ากองทัพที่ฉันต้องตรวจ และฉันยังต้อง​เขียนและแก้ไขเอกสารสำคัญใหม่พร้อมกับ​การเซ็นรับรอง นอกจากนั้น ฉันก็ยังต้องเขียนคำสั่งซื้อสิ่งที่กองทัพต้องการควบคู่ไปพร้อมกัน
 
หลังจากนั้นทั้งหมดฉันก็ต้องเรียบเรียงและยืนยันเอกสารทั้งหมดให้กับท่านเอิร์ลเทเรเซีย ถ้ามันไม่มีปัญหาใด ๆ เนื้อหาในเอกสารเหล่านี้ก็จะถูกนำไปใช้การ ฉันเจาะรูเอกสารแต่ละแผ่นและร้อยพวกมันเข้าด้วยกัน แล้วงานในวันนี้ของฉันก็เสร็จในที่สุด
 
"เสร็จแล้วหรือคะ ?"
 
นางมาร์แชนจับชายกระโปรงเดินเข้ามาอย่างผ่อนคลาย จนกระทั่งบัดนี้ นางยังไม่เคยแต่งกายด้วยชุดดัลมาติกหรือทูนิคที่เป็นชุดพื้นเมืองของภูมิภาคยุกก์เฟน่าเลย นางมักจะแต่งด้วยชุดกระโปรงเรียบง่ายสีเดียวที่มีปกเสื้อ
 
"ใช่ ไม่มีปัญหาอะไร แล้วท่านล่ะ ?"
 
"ทางข้าก็เรียบร้อยแล้วค่ะ"
 
ในขณะที่นางมาร์แชนยิ้มอย่างสุภาพ ทันใดนั้นสีหน้าของนางก็หม่นหมองขณะมองกระดาษในมือของนาง หนึ่งในสองเอลิส หรือไม่ก็ทั้งคู่คงจะได้คะแนนไม่ดีนักล่ะมั้ง
 
"อ่า...... เด็กคนอื่นที่อยู่ในการเรียนการสอนของท่านเป็นเช่นไรบ้างคะ ? พวกเขาอยู่ในโอวาทภายใต้การแนะแนวของท่านหรือไม่ ?"
 
"เอ๋ ? เอ่อ........ ส่วนมากแล้วไม่มีปัญหาค่ะ"
 
บางทีมันคงจะเป็นสิ่งเกินความคาดหมายสำหรับหล่อนที่ได้ยินฉันถามคำถามนี้ นางดูพยักหน้าให้ฉันอย่างเหม่อลอย อย่างไรก็ตาม นางก็ปรับตัวและกล่าวต่ออีกครั้ง
 
"ถึงกระนั้น​ มันดูเหมือนว่าตอนนี้หนึ่งในพวกเขาจะไม่เปิดรับสิ่งที่ข้าพูดนัก....... แม้ว่าคนคนนั้นจะยังคงพยายามอย่างหนัก แต่มันก็ดูคล้ายว่าจะมีอะไรบางสิ่งที่รบกวนเธออยู่"
 
"สิ่งรบกวน........"
 
ฉันหวนนึกถึงใบหน้าของราโทก้าในตอนที่พวกเราเผชิญหน้ากันในวันนั้น สีหน้าประหลาดใจ, เป็นกังวล, ขื่นขม และดำมืดเปี่ยมไปด้วยโทสะ........ในเวลาระยะสั้น ๆ มีสีหน้าที่แตกต่างกันมากมายที่ฉาบบนใบหน้าของเขา
 
ฉันสงสัยว่า หากราโทก้ามีอารมณ์ที่อ่อนไหวเหมือนกับฉันในตอนนี้ ถ้าเขาเจ็บปวดอย่างที่ฉันเป็นตั้งแต่​วันนั้น
 
"สำหรับท่านเอลิสที่เป็นบุตรสาว​ของท่านบารอน เมื่อเร็ว ๆ นี้ก็ท่าทางว่าจะยังคงมีอาการชักเกร็งเพิ่มขึ้นทุกที และสภาพของเธอก็ย่ำแย่ ขณะที่เอลิสที่เป็นลูกมือฝึกหัดก็คงจะมีความกังวลเกี่ยวกับเธอน่ะค่ะ"
 
"......เรื่องนี้ข้าได้ยินมาเช่นกัน"
 
มันเป็นเรื่องที่เจ็บปวดที่ได้รับฟัง แม้ว่าฉันจะบอกกับราโทก้าไปว่าฉันจะไปเยี่ยมเยียนเอลิส แต่ทั้งหมดที่ฉันทำแทนคือการหนีออกจากคฤหาสน์
 
แม้ว่านางมาร์แชนคงไม่รับรู้เรื่องความขัดแย้งระหว่างฉันและราโทก้าอย่างแน่นอน แต่มันก็ดูเหมือนนางจะจับสังเกตบางอย่างได้จากนัยน์ตาของฉัน แต่ท้ายที่สุด ฉันก็ไม่ได้กล่าวสิ่งใดและเบนสายตาลงเพื่อเลี่ยงการมองของนาง
 
หล่อนคงจะต้องการพูดว่าให้ทำอะไรสักอย่างกับเรื่องนี้ ถ้าไม่อย่างนั้นก็คงจะต้องการถามว่าเกิดอะไรขึ้น แต่นางก็ไม่ได้กล่าวเลียบเคียงหัวข้อนี้เลย
 
นางมาร์แชนเป็นครูพี่เลี้ยงของฉัน ในบรรดาข้ารับใช้ทั้งหมด มีเพียงครูพี่เลี้ยงเท่านั้นที่จะออกจากบ้านเมื่องานของนางเสร็จสิ้น นั่นเป็นสาเหตุที่นางไม่เคยพยายามมีส่วนเกี่ยวข้องกับปัญหาใด ๆ ก็ตามที่ผู้อาศัยในคฤหาสน์โกลเด้นฮิลส์ต้องรับมือ ยิ่งมากผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นี่เท่าใด ก็ยิ่งเห็นได้อย่างชัดเจนมากขึ้นเท่านั้น
 
นั่นคือเหตุผลที่ลึก ๆ ข้างในแล้วฉันรู้สึกเย้ยหยันกับความรู้สึกปลอดภัยที่ได้อยู่ใกล้นางแทนที่จะเป็นผู้ร่วมอาศัยที่นี่นักล่ะ
 
 
 
 
 
"อะ ยินดีต้อนรับกลับจ้ะ ท่านเอลิซ่า !"
 
"ข้ากลับมาแล้ว"
 
ในวันที่ฉันไม่ต้องเข้ารับการฝึกทหาร ฉันก็จะกลับมาที่กระโจมหมู่บ้านชั่วคราวของพลเมืองใหม่เพื่อทานมื้อเที่ยง และทำงานที่ได้จากที่นี่ก่อนจะกลับไปคฤหาสน์อีกครั้งเพื่อฝึกศิลปะการต่อสู้
 
"ท่านเอลิซ่า ไม่เหนื่อยจากงานบ้างเหรอฮะ ?"
 
"หิมะเริ่มตกแล้วนะ หนาวรึเปล่าจ๊ะ ?"
 
"นางตัวชื้นจากหิมะแน่ะ ! พานางไปอุ่นตัวที่เตาเร็วเข้า !"
 
พอฉันเข้ามาในกระโจม ก็ถูกห้อมล้อมโดยพวกเด็ก ๆ ทันที ในขณะที่ยังคงง่วนกับการพูดคุย หนึ่งในนั้นก็จับมือฉันและพาไปยังเตาที่อยู่กึ่งกลางของกระโจม
 
"อ้า ข้าไม่เป็นไร วันนี้ข้าขี่ราชีออคมาน่ะ"
 
"ราชีออคที่เป็นสหายของท่านเอลิซ่า หมาป่าเกล็ดนภา ดรากูเนียซินะ ?"
 
ด้วยชื่อของราชีออค พวกเด็ก ๆ ต่างก็ฮือฮากันในทันที ฉันเคยเล่าเรื่องเกี่ยวกับราชีออคให้กับพวกเขาก่อนหน้านี้ ดูเหมือนว่าพวกเขายังจำได้
 
"ใช่ ในอัร์คเซีย พวกเราเรียกมันว่าหมาป่ามังกร หรือดราโกนิส"
 
"มันอยู่ที่นี่รึเปล่า ?"
 
"อ้า อยู่ มันรออยู่ข้างนอกกระโจมแน่ะ"
 
พวกเด็ก ๆ ดาหน้าสลอนดูสนใจในดราโกนิสมาก และพวกเขาก็เปล่งเสียงกันออกมาขณะที่ฉันชี้ไปที่ทางเข้ากระโจม
 
"ข้าอยากเห็นจัง !"
 
"นั่นสิ ข้าคิดว่าข้างนอกมันหนาวนะ เราให้มันเข้ามาข้างในดีกว่ามั้ย ?"
 
"ใช่ ใช่ !"
 
นัยน์ตาพวกเขาลุกวาวด้วยความใคร่รู้ พร้อม ๆ กับรอยยิ้มสดใสที่ทำให้หน้าอกของฉันรู้สึกแปลกและอบอุ่นเล็กน้อย พวกเขาสุกสกาวจนชวนให้อิจฉาขนาดนี้ได้อย่างไรกันนะ
 
กระบวนการคิดที่ฉันทำไม่ได้ กระทั่งราโทก้าก็มีชีวิตวัยเด็กอันบิดเบี้ยว หรือเอลิสที่ป่วยไข้ แม้จะเปล่งประกายแต่ก็ดูจะห่างไกลจากฉัน
 
ภาพของคลอเดียทับซ้อนกับภาพลักษณ์ของพวกเขา เธอเป็นเด็กสาวที่ตรงไปตรงมาในทุกสิ่งจนแทบไม่น่าเชื่อว่าเป็นชนชั้น​สูง
 
จากนั้นฉันก็ตระหนักได้ ว่าเมื่อครั้งแรกที่คลอเดียมายังอาณาเขตของฉัน ฉันก็ไม่รู้ว่าจะรับมือกับเธออย่างไรดี ในตอนแรกฉันมักจะเหนื่อยอ่อนกับท่าทีของเธอเสมอ
 
หวนย้อนนึกดูแล้ว มันคงจะเป็นความรู้สึกอันบิดเบี้ยวของความอิจฉา เพราะฉันไม่สามารถทำตัวแบบพวกเด็ก ๆ หรือคลอเดียได้เลย
 
ดีแล้วจริง ๆ ที่ฉันหนีออกจากคฤหาสน์มา
 
ฉันอิจฉาพวกเขา แต่กระนั้นฉันก็ไม่เหมือนกับพวกเขา และตอนนี้ฉันก็ยอมรับได้อย่างตรงไปตรงมาว่าฉันไม่สามารถเป็นอย่างพวกเขาได้
 
การได้รู้จักตัวตนของตัวเองอย่างกระจ่าง คือสิ่งสำคัญสำหรับตัวฉัน เพื่อแก้ปัญหาความบิดเบี้ยวของตัวเอง



NEKOPOST.NET