[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta. ตอนที่ 92 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta.

Ch.92 - 22 คำที่ทิ่มแทง


ฉันตั้งใจจะให้ราชีออคไปอยู่ข้าง ๆ ตอนสอบปากคำโจรผมบลอนด์ วาลอน ชายผู้นั้นท่าจะไม่เคยพบกับสัตว์อสูรตัวใหญ่เช่นนี้ การปรากฏตัวของราชีออคน่าจะเพียงพอที่จะทำให้เขาขวัญผวาและลนลานเป็นอย่างดี
 
แต่กระนั้น ราชีออคกลับไม่ยอมขยับตัวของมันออกจากหน้าห้องของราโทก้าเลย เพราะว่ามันตัวใหญ่กว่าฉันมากโข ไม่ว่าจะผลักดันมันอย่างไรก็ไม่เขยื้อนสักนิด เจ้าสัตว์เลื้อยคลานเอ๊ย ฉันเรียกมันด้วยชื่อต่าง ๆ ในใจ มันช่วยไม่ได้เลยและฉันก็ระลึกคำหยาบช้าและหยาบคายทั้งหลายจากในชาติก่อนขึ้นมา ฉันชำเลืองมองเจ้าดราโกนิสที่นอนยึดทางเดินทั้งหมดอย่างสบายอารมณ์พร้อมกับส่ายหางของมันไปมา
 
หรือฉันควรจะยอมแพ้ที่จะนำตัวราชีออคไปดีนะ ? ฉันก็ไม่ได้จำเป็นจะต้องมีมันในการสอบปากคำขนาดนั้นอยู่แล้ว จิตวิญญาณของโจรคนนั้นอ่อนแอลงจากความเหน็บหนาวจนถึงขั้นออกปากร้องขอชีวิต เมื่อคิดดูแล้วก็ยังพอจะมีวิธีการอื่น ๆ ที่จะใช้ หรืออาจจะส่งเขากลับเข้าคุกใต้ดินไปก็ยังได้ ดังนั้นฉันจึงเลิกสนใจราชีออคและคิดจะผละตัวไป
 
.....ฉับพลันนั้น ฉันก็ล้มลงบนพื้นโถงทางเดิน ที่จมูกรู้สึกปวดร้าวและร้อนผ่าว ต้องขอบคุณพรมบนพื้นที่ทำให้ความเจ็บปวดไม่มากมายไปกว่านี้ แต่ว่ามันก็ยังคงเจ็บอยู่ดี สำคัญกว่านั้นก็คือ บางสิ่ง น้ำหนักกดดันอันหนักอึ้งที่อยู่บนแผ่นหลังของฉัน ฉันมั่นใจว่ามันคือเท้าหน้าของราชีออค ฉันยังได้ยินเสียงหายใจของมันที่อยู่ใกล้ หน้าของมันก็คงจะใกล้กันกับฉัน คล้ายว่ามันจะยึดเสื้อคลุมของฉันไว้ดังนั้นฉันจึงไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้เลย และมันก็ยังเป็นสาเหตุเดียวกันกับที่ทำให้ฉันล้มหน้าคะมำเช่นนี้ ไอ้เดรัจฉานนี่
 
ฉันเงยหน้าของตัวเองเล็กน้อยและใช้มือปัดป้องจมูกตัวเอง รู้สึกถึงของเหลวอุ่นที่ไหลย้อยลงมา ฉันเลือดกำเดาออก
 
".............ราชีออค"
 
ฉันพยายามเค้นเสียงเรียกชื่อของมันเท่าที่จะทำได้ด้วยใบหน้าที่อยู่บนพื้น แต่ว่าน้ำหนักที่อยู่บนแผ่นหลังก็ไม่จางหาย ฉันเช็ดเลือดกำเดาอย่างลวก ๆ ด้วยแขนเสื้อแทนที่จะปล่อยให้มันหยดลงไป ขณะที่เสื้อผ้าของฉันมีราคาแพง แต่พรมมันแพงหูฉี่ยิ่งกว่า
 
จากนั้นร่างเล็กก็ปรากฏตัวขึ้นมาจากบันได คือราโทก้าที่ถือหนังสืออยู่ในแขนของเขา พอเหมาะพอเจาะเชียว
 
"เอ๋........ หา ?"
 
ราโทก้าดูจะยิ่งสับสนยิ่งกว่าใด ๆ ทั้งหมด ก็แหงล่ะที่เขาจะเป็นแบบนั้น ฉันสามารถจินตนาการถึงภาพของตัวเองที่แตกต่างไปจากทุกที ด้วยจมูกที่มีเลือดไหลย้อยขณะที่คะมำอยู่กับพื้นโดยมีฝ่าเท้าของราชีออคยันตัวไว้ได้เลยล่ะ
 
"......เอ่อ เจ้ากำลังทำอะไรน่ะ ?"
 
"คล้ายว่าข้าทำอะไรอยู่งั้นรึ ?"
 
เมื่อได้ยินเสียงขัดข้องใจของฉัน ราโทก้าก็เร่งรีบเข้ามาและเคาะหัวราชีออคสองสามทีขณะที่มันยังคงนั่งอยู่เหนือตัวฉัน จากนั้นในที่สุดน้ำหนักเหล่านั้นก็หายไปจากบนหลังของฉัน
 
ไอ้เวรเอ๊ย เป็นอีกครั้งที่ฉันนึกสาปแช่งใส่ราชีออค นี่คือทั้งหมดที่มันต้องการแต่ต้นแล้วซินะ
 
"เอ่อ....... ตอนนี้ หยุดเลือดกำเดาของเจ้ากันก่อนเถอะ"
 
ด้วยสีหน้าที่ยากจะอธิบายบนใบหน้าของเขา ราโทก้าก็เปิดประตูห้องของตัวเอง
 
มันมีเตียง, โต๊ะหนังสือ, หีบเสื้อผ้า และชั้นวางหนังสือที่มีกระดาษกับหนังสือบนนั้น ตั้งแต่ปีนี้ที่ห้องนี้ได้กลายเป็นของราโทก้า มันก็ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเลยนอกไปจากชั้นวางหนังสือ มันก็เป็นเรื่องธรรมดาเพราะว่าฉันไม่ได้ให้เครื่องเรือนอื่นใดกับเขาหรือแม้กระทั่งเงินเดือน ถึงกระนั้น เมื่อมองไปรอบ ๆ ห้องขณะที่นั่งบนเตียงของเขาแล้ว ฉันก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่าห้องของเขาดูกว้างขวางและอ้างว้าง รวมถึงเย็นเล็กน้อยด้วย ฉันคิดว่าบางทีน่าจะมอบโซฟาให้กับเขานะ
 
"เอ้า ใช้ผ้าอุดไว้ก่อน"
 
ราโทก้าทำปากเป็นสระอิ ขณะที่เขาดูว่าฉันเป็นอย่างไร ทันทีที่เขาเห็นว่าฉันยังคงอุดจมูกตัวเองด้วยแขนเสื้อ ก็ยื่นผ้าฝ้ายสะอาดจากกล่องปฐมพยาบาทที่อยู่บนชั้นมาให้ ทั้งยังเปิดหน้าต่างห้องให้อากาศถ่ายเท ฉันนั่งนิ่งอย่างเชื่อฟังอยู่สักพักหนึ่ง จนกระทั่งเลือดกำเดาหยุดไหลไปเองแล้ว ความเจ็บปวดจากที่หน้าฟาดพื้นก็จางหาย แต่ถ้าหากว่าฉันออกไปตอนนี้ ฉันรู้สึกได้ว่าราชีออคคงจะต้องทำแบบเดิมแหง ๆ
 
ฉันสับสนว่าควรจะพูดอะไรออกไป แต่สุดท้ายก็จบลงที่การถาม
 
"ท่านเอลิสเป็นอย่างไรบ้าง ?"
 
"นางมีอาการลมชักเล็กน้อยก่อนหน้านี้ แล้วตอนนี้ก็กำลังพักผ่อนอยู่ เร็ว ๆ นี้ นางมีอาการชักมากขึ้นและมากขึ้นทุกที ทั้งที่เมื่อปีที่แล้วนางยังแทบจะไม่มีอาการป่วยไข้เท่านี้มาก่อนเลย......"
 
ราโทก้าไม่มีงานทำในขณะที่เอลิสนอนหลับ ดูเหมือนว่าเขาจะฆ่าเวลาได้ด้วยการอ่านหนังสือ และเขาก็เพิ่งจะอ่านหนังสือเล่มใหม่จบในตอนที่เขากลับมาที่ห้องตัวเอง เป็นอย่างที่ราโทก้ากล่าวไว้ เมื่อเอลิสได้มาที่นี่ครั้งแรก เธอก็แทบจะไม่ได้ทำอะไรนัก นอกเหนือจากการนอนหลับเพราะขาดสมรรถภาพทางกาย และก็มักจะมีอาการไข้ขึ้นบ่อยครั้ง แต่หลังจากที่ได้พักที่นี่ได้สักระยะเวลาหนึ่ง ด้วยสภาพอากาศที่พอเหมาะในคาลเดีย สภาพร่างกายของเธอก็ดีขึ้นและเธอก็ไม่ต้องนอนติดเตียงอย่างแต่ก่อนอีก นั่นจึงทำให้ฉันต้องขมวดคิ้วกับรายงานเรื่องอาการชักของเธอที่กลับมาอีกครั้ง
 
"แพทย์กำลังตรวจสอบอาการในตอนนี้อยู่ แต่กระทั่งท่านเอลิสเองก็ยังยอมรับว่าอาการของนางย่ำแย่ลง"
 
"ช่วยสนับสนุนเธอเท่าที่จะทำได้ด้วย ข้าเองก็จะพยายามไปเยี่ยมตราบเท่าที่จะเป็นไปได้เช่นกัน"
 
อาการชักของเอลิสมีผลอย่างมากกับสภาวะจิตใจของเธอ ถ้าเธอมีสภาพจิตใจที่อ่อนแอลง เธอก็ยิ่งมีอาการชักมากขึ้นเท่านั้น
 
"ช่วยทำแบบนั้นทีเหอะ ตั้งแต่ที่เจ้ากักข้าไว้ที่นี่อีกครั้ง เจ้ายังไม่เคยไปเยี่ยมท่านเอลิสเลยสักครั้ง"
 
"........งั้นเหรอ"
 
เป็นราโทก้าที่ฉันต้องการหลีกเลี่ยง ไม่ใช่เอลิส แต่เนื่องจากราโทก้าทำหน้าที่ในการดูแลเอลิส ฉันจึงได้หลีกเลี่ยงห้องของเอลิสไปด้วยเช่นกัน ฉันสร้างข้ออ้างให้กับตัวเองว่างานยุ่งมากเกินกว่าจะไปพบเธอ แต่จริง ๆ แล้วฉันก็รู้สึกผิดมากเช่นกันที่ไม่ได้ไปพูดคุยกับเธอเลย เมื่อฉันพยักหน้าโดยไม่พูดอะไรอีก ราโทก้าก็จ้องมองมาที่ฉัน
 
".......ข้าไม่สามารถเป็นตัวข้าเองได้ และต้องใช้ชื่อของคนอื่น ข้าไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้นามของตัวเอง"
 
เสียงของเขาเยียบเย็น ฉันมองไปที่ราโทก้าอีกครั้งอย่างประหลาดใจ เขามีสีหน้าเรียบเฉย ไม่มีอารมณ์ใดเลยนอกไปจากความเย็นชาดั่งน้ำแข็ง
 
"กระทั่งเจ้าเองก็ไม่ต้องการข้าอีกแล้วเช่นกัน ?"
 
เขาเริ่มโถมคำพูดใส่ฉัน จากนั้นเขาก็ดูจะเย้ยหยันตัวเองอย่างเชื่องช้า
 
".......ข้อเท็จจริงที่เจ้าไม่ฆ่าข้า ข้ารู้ดีว่าควรจะรู้สึกสำนึกและไม่คิดถึงเรื่องนี้อีก ทว่าข้าก็ยังคงสงสัยมาตลอดว่าเหตุใดเจ้าต้องสร้างความยุ่งยากด้วยการยัดเยียดการศึกษาและให้ข้าปรนนิบัติอยู่ข้างกายเจ้า มันประหนึ่งว่าเจ้าพยายามชำระล้างความรู้สึกผิดด้วยการปรนเปรอข้า ?"
 
"ไม่ใช่"
 
แม้ว่าพูดแบบนั้น แต่ฉันเองก็ยังไม่แน่ใจตัวเองเหมือนกัน
 
ฉันเข้าใจได้อย่างถ่องแท้ว่าราโทก้าต้องการจะพูดอะไร ถึงฉันจะตระหนักเรื่องนี้ได้อย่างเบาบาง แต่ฉันก็ปิดผนึกความคิดนี้ไว้ตั้งแต่ปีก่อนแล้ว
 
"ข้าไม่คิดว่าข้าคิดผิด เจ้ากำลังเอาตัวข้าไปทับซ้อนกับคามิล"
 
ลำคอของฉันค้างกึก แม้ว่าฉันต้องการที่จะสั่งให้เขาหยุด แต่ฉันกลับไม่สามารถเปล่งอะไรออกไปได้เลย
 
"เจ้ากำลังใช้ข้าเป็นตัวแทนแทนที่คนคนนั้น"
 
หัวของฉันร้อนระอุ อารมณ์ต่าง ๆ ปะทุหลั่งไหลจนถึงจุดที่มือของฉันสั่นกึก วิสัยทัศน์กะพริบแปลบปลาบ
 
เขารู้ รู้ดียิ่งกว่าตัวฉันเอง เขามองจิตใจของฉันได้ทะลุปรุโปร่งยิ่งกว่าตัวของฉันเองเสียอีก
 
"——อ๊า"
 
เสียงเบาหลุดออกมาจากลำคอของฉัน ในเวลาเดียวกัน ใครคนหนึ่งก็เคาะประตูห้องราโทก้า



NEKOPOST.NET