[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta. ตอนที่ 89 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta.

Ch.89 - 19 เหมันต์กับพลเมืองใหม่ • บทต้น


 
Act 2, Part 2
 
น่าแปลกที่เวลาผ่านไปโดยไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นเลย
 
ความสับสนวุ่นวายในการแต่งตั้งองค์รัชทายาทค่อยทุเลาลงหลังจากเวลาผ่านพ้นไป ฤดูการของการเข้าสังคมจบสิ้นลงไปแล้วและบรรดาขุนนางทั้งหลายที่มีบทบาทในเมืองหลวงก็กลับไปสู่อาณาเขตของพวกเขาเอง เพราะไม่ว่าจะถกเถียงกันอย่างไร มันก็เป็นเรื่องยากที่จะพูดถึงเรื่องนี้ตลอดเวลา
 
แม้ว่าฉันกล่าวเช่นนั้น แต่มันก็ยังไม่ได้ถึงกับสงบนิ่ง ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นได้ก่อให้เกิดการแตกแยกเป็นกลุ่มขุนนางที่สนับสนุนเจ้าชายทั้งสองฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเหล่าเสนาขุนนางในพระราชวัง
 
ก็เป็นอย่างขุนนางท่านอื่น ๆ ท่านเอิร์ลเทเรเซียและฉันกลับมายังคาลเดียหลังส่งท้ายฤดูร้อน ดูเหมือนว่าจะไม่มีความเคลื่อนไหวจากขุนนางทางภาคเหนือ รวมถึงการติดต่อจากท่านฟาริสเกี่ยวกับกิจกรรมของคณะซิสเตอร์ในอาณาเขตนอร์ดสเทริม ในขณะที่พวกเรายังคงเฝ้าระวังไว้ ด้วยปริมาณงานที่มากกว่าเดิมควบคู่ไปกับการจัดการกับผลผลิตที่เก็บเกี่ยวได้ ก่อนที่ฉันจะรู้สึกตัวฤดูใบไม้ร่วงก็ล่วงเลยไปแล้ว
 
"หิมะคงจะตกในไม่ช้านี้......"
 
"อ่า ถึงช่วงเวลานี้ของปีแล้วเหรอเนี่ย ? แพล็บเดียวก็ครบปี ๆ หนึ่งแล้ว"
 
เวลานี้ยังคงเป็นเดือนสุดท้ายของฤดูใบไม้ร่วง และอากาศในคาลเดียก็เริ่มจะเย็นเล็กน้อย เป็นช่วงที่หิมะพร้อมจะตกได้ตลอดเวลา โดยไม่ต้องคำนึงถึงปฏิทิน ทันทีที่หิมะแรกโปรยปราย ก็นับว่าฤดูหนาวได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
 
นับตั้งแต่ที่ฉันกลับจากเมืองหลวงมายังคฤหาสน์โกลเด้นฮิลส์ ฉันก็ไม่มีเวลาให้หยุดพักเลย ทุกวันล้วนวุ่นวายกับการส่งจดหมาย, รวบรวมข้อมูลและรายงาน, เขียนเอกสาร, เรียนการบรรยายจากนางมาร์แชน, ทำงานกับท่านเอิร์ลเทเรเซีย หรือฝึกการใช้ธนูและดาบ...... เอาเถอะ นี่มันก็เป็นการใช้ชีวิตประจำวันของฉันทั้งหมด ไม่น่าประหลาดใจเลยที่ฤดูทั้งฤดูจะผ่านพ้นไปก่อนที่ฉันจะรู้ตัวเสียอีก
 
ฉันใช้เวลาในทุก ๆ วันกับภาระเหล่านี้จนไม่ได้ตระหนักเลยว่าร่างกายของฉันจนบัดนี้มันอ่อนล้ามากแค่ไหน ดังนั้นฉันจึงถอนหายใจเบา ๆ แล้วควันบาง ๆ สีขาวก็เหือดหายไปในอากาศ
 
ตอนนี้ฉันคลุมตัวเองด้วยเสื้อคลุมขนสัตว์ตัวหนา และควบม้าพร้อมกับคลอเดียไปทางทิศตะวันออก ก่อนที่จะกลายเป็นฤดูหนาวจัดเต็มที่ ฉันต้องตรวจสอบสถานะของหมู่บ้านของพลเมืองใหม่เสียก่อน
 
"ตอนนี้ท่านดูไม่มีความกระตือรือร้นสักนิดเลยนะคะ ท่านอลิเซีย ท่านเหนื่อยรึเปล่า ? ท่านน่าจะพักที่ที่พักของเธโอสักหน่อยนะคะ"
 
"เอลิซ่าค่ะ ท่านคลอเดีย"
 
"อะ ขออภัยค่ะ"
 
"......ท่านพูดถูกต้องแล้ว ข้าเหนื่อยนิดหน่อยน่ะ"
 
ฉันเหนื่อยมากจนกระทั่งไม่มีแม้แต่พลังงานจะแสร้งทำเข้มแข็งแล้ว ขณะที่ฉันพยักหน้าให้คลอเดีย เธอเองก็ดูจะอ่อนล้าเล็กน้อยเช่นเดียวกันขณะที่ตอบกลับมา ซึ่งก็สมควรจะเป็นอย่างนั้น
 
นับตั้งแต่ที่อาการของท่านเอิร์ลเทเรเซียเริ่มจะไม่สู้ดีนักตั้งแต่ฤดูร้อนที่ผ่านมา เขาก็ไม่ได้ดีขึ้นเลย แน่นอนว่าฉันไม่สามารถปล่อยให้งานค้างคาได้ ดังนั้นฉันจึงต้องทำงานของเขาให้คุ้นเคยเพิ่มขึ้นไปด้วย
 
ไม่ว่าจะทำงานหนักมากแค่ไหน ฉันก็ไม่สามารถทำทุกสิ่งได้ด้วยตัวของฉันเอง ดังนั้นฉันจึงปล่อยให้งานที่เกี่ยวข้องกับทหารในดินแดนให้กับคลอเดีย, กุนเธอร์ และนายทหารที่อาวุโสที่สุดในกองทัพของฉัน คาลวิน แต่น่าเสียดายที่กุนเธอร์และคาลวินต่างก็ไม่รู้วิธีการอ่านและเขียน ดังนั้นงานเอกสารทั้งหมดจึงตกที่คลอเดีย
 
คลอเดียจึงมีงานยุ่งเกินความคาดหมาย เธอได้รับหน้าที่เป็นผู้ฝึกสอนกองทัพจากท่านเอิร์ลเทเรเซีย ไม่เพียงแค่การฝึกเทคนิคการต่อสู้ตัวต่อตัวเท่านั้น แต่รวมไปถึงกลยุทธ์และยุทธวิธีอีกด้วย ดูเหมือนว่าหล่อนจะมีความสามารถในการทหารอย่างรอบด้านสุด ๆ อย่างงั้นล่ะ
 
เห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่าพวกเราทั้งคู่ต่างก็ทำงานหนักเกินไป แต่มันก็เป็นเพราะว่าฉันไม่มีบุคลากรให้ใช้งานได้แล้ว
 
"น่าเจ็บปวดจังนะที่ตอนนี้ 'เอลีส' ไม่อยู่ด้วย......."
 
แม้ฉันจะคิดว่าไม่มีอะไรเลยที่จะสามารถทำได้เกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะหลุดความเห็นนั้นออกไป
 
"แหม ช่วยไม่ได้นี่คะ เขาถูกล้างสมองมาก่อนนี่นา"
 
คลอเดียคล้ายกับพยายามปลอบฉัน เอลีส — หรือราโทก้า ได้ถูกส่งให้ไปรับใช้ "เอลีส" อีกคนตั้งแต่ฤดูใบไม้ร่วงภายใต้การเฝ้าจับตาเขาไว้
 
นอร์ดสเทิร์มดูเหมือนว่าจะมีส่วนเชื่อมโยงกับคณะซิสเตอร์ที่ปลูกฝังทัศนคติต่อต้านขุนนาง พวกเขาอาจจะรู้เรื่องการดำรงอยู่ของราโทก้าและใช้ประโยชน์จากเขาในการตีฝ่าการป้องกันตัวของพวกเราได้ในสักทางหนึ่ง พวกเราจึงต้องเฝ้ามองเขาไว้
 
ฉันรู้ดี ว่าเป็นฉันเองที่เสนอความคิดในการจำกัดขอบเขตของเขา แต่กระนั้นฉันก็ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้เลย
 
แบบนี้จะมีอะไรแตกต่างไปจากที่ฉันเคยทำกับคามิลกันล่ะ ?
 
"........."
 
"......ท่านเอลิซ่า ?"
 
ฉันส่ายศีรษะพยายามขับไล่ความรู้สึกมัวหมองออกไป
 
".....ไม่มีอะไร ขากลับของพวกเราพรุ่งนี้ ข้าว่าจะแวะไปที่หมู่บ้านเนซูสักหน่อย"
 
"อ้า สตรีเหล่านั้น ดีนะคะที่บาดแผลในใจพวกนางได้เยียวยาขึ้นบ้างแล้ว"
 
คลอเดียพยักหน้าและการสนทนาของพวกเราก็จบลง พวกเราเดินทางไปตามเส้นทางอย่างเงียบสงบ
 
 
 
 
 
"นายท่าน ! ยินดีที่ได้พบท่านสักที"
 
ที่ทางเข้าของหมู่บ้านใหม่ เธโอเมอร์ที่ยืนอยู่ส่งเสียงทักทายพวกเราพร้อมกับโบกมือซ้ายให้ คลอเดียกับฉันก็โบกมือทักทายตอบกลับ
 
"ว่าไง เธโอ นานแล้วทีเดียวนะ การเตรียมรับมือกับหน้าหนาวเป็นเช่นไรบ้าง ?"
 
"ไม่ได้พบนานทีเดียว ข้าเห็นได้เลยว่าท่านแทบจะไม่มีพลังงานเช่นปกติ สำหรับการเตรียมการกับเหมันต์....... เป็นไปด้วยดี ข้าก็อยากจะกล่าวเช่นนั้นหรอกนะ"
 
ผิวของเธโอดูจะกระจ่างขึ้นจากก่อนหน้านี้ที่ใช้เวลาช่วงฤดูร้อนในคาลเดีย เขาควรจะผิวสีแดงกว่านี้ แต่ในเวลานี้เกือบจะเป็นสีของข้าวสาลีแล้ว
 
"งานชลประทานลุล่วงล่าช้ากว่าที่ข้าได้คาดการณ์ไว้"
 
เธโอเมอร์กล่าวรายงานสั้น ๆ ขณะที่พวกเราเข้าผ่านประตูหมู่บ้าน มันไม่มีหมู่บ้านอื่นที่อยู่ใกล้กับที่นี่ แต่พวกเราก็สร้างกำแพงรอบ ๆ หมู่บ้านไว้เพื่อป้องกันอาชญากรรม
 
เมื่อฉันเข้ามาในหมู่บ้าน ก็แลเห็นสิ่งปลูกสร้างหินที่ก่อสร้างแบบพื้นฐานอย่างหยาบ ๆ หลายหลัง ในทำนองเดียวกัน มันก็มีเพียงไม่กี่เส้นทางเท่านั้นที่ได้ปูพื้นหินไว้ และกระโจมเร่ร่อนที่พวกเขาทำขึ้นด้วยตัวเอง ร่วมกับกระโจมอื่น ๆ ที่ได้รับบริจาคมาจากอาณาเขตอื่นเรียงรายเป็นแถวไปทั่วบริเวณ
 
นี่คือสถานการณ์ในปัจจุบันของหมู่บ้านสำหรับพลเมืองใหม่ ฉันมองเห็นสิ่งปลูกสร้างเพิ่มขึ้นหกหลัง นับจากที่ฉันได้มาที่นี่ครั้งล่าสุดก่อนจะไปเมืองหลวง อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่เพียงพอสำหรับชาวบ้านกว่าหกร้อยคนให้อยู่อาศัย แต่เดิมอาคารหลังหนึ่งมีไว้สำหรับคนจำนวนห้าคน และถึงแม้ว่าตอนนี้จะมีอาคารเพิ่มขึ้นมาอีกเท่าตัว แต่ก็ยังคงไม่เพียงพออยู่ดี ดังนั้นจึงยังคงมีคนอีกกว่าสี่ร้อยคนที่ยังอาศัยอยู่ในกระโจม
 
"ตอนนี้ ผองข้าให้พวกเด็ก ๆ และท่านผู้อาวุโสพักอาศัยใน 'บ้าน' ส่วนผองข้าก็อยู่ที่กระโจม แต่ว่า....."
 
"ไม่มีทางที่จะผ่านฤดูหนาวไปได้ด้วยกระโจม ชาวเจ้าคือพลเมืองของข้า ข้าจะไม่ส่งใครไปเข้าเฝ้าองค์มิโซรัวภายในหนึ่งปีนี้หรอกนะ"
 
เมื่อครั้งฤดูใบไม้ผลิ หิมะจากเทือกเขาเอม็อนนอร์จะละลาย ทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำและทะเลสาบสูงขึ้นจนท่วมบริเวณนี้ นั่นเป็นเหตุที่ทำให้เราต้องยกระดับของอาคารที่ก่อสร้างที่นี่ และเราก็ดำเนินการควบคุมปริมาณน้ำที่เอ่อล้นขึ้นมาที่แม่น้ำเซร่าและทะเลสาบโดยรอบ แต่เนื่องจากในหมู่พลเมืองใหม่มีคนจำนวนมากที่ไม่เหมาะกับการใช้แรงงานอย่างเด็กหรือผู้สูงอายุ และความจริงที่ว่าพวกเขาต่างก็ไม่เคยทำงานประเภทนี้มาก่อน ด้วยเหตุนี้กระบวนการจึงล่าช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้
 
นอกเหนือไปจากนั้น หมู่บ้านแห่งนี้ก็ห่างไกลจากคฤหาสน์โกลเด้นฮิลส์มากพอ ๆ กับห่างไกลจากหมู่บ้านอื่น ๆ มากเช่นกัน มันจึงเสี่ยงที่จะกลายเป็นหมู่บ้านโดดเดี่ยวและคลอนแคลนที่ต้องรับมือกับหิมะในฤดูหนาวของคาลเดียเพียงลำพัง
 
"......อืมม ขอโทษที แต่ข้าจะจัดสรรสถานที่ให้พลเมืองใหม่พักในบริเวณพื้นที่ภายใต้อาณัติสำหรับฤดูหนาวนี้ก็แล้วกัน"



NEKOPOST.NET