[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta. ตอนที่ 87 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta.

Ch.87 - 17 ถ้อยคำจากผู้อาวุโส


อารามชานัค — อารามสีขาวตั้งข้างเคียงข้างพระราชวัง สถาปัตยกรรมอันงามสง่าและตราตรึงเสียยิ่งกว่ามหาวิหารมิโซรัวที่อยู่ห่างไปจากย่านขุนนาง มหาวิหารเป็นที่ซึ่งใครก็ตามที่เป็นสาวกแม้ว่าจะเป็นสามัญชนก็เข้าได้ ทว่าสำหรับอารามแห่งนี้เป็นสถานที่สำหรับขุนนางและราชวงศ์เพียงเท่านั้น
 
"มาเร็วจังนะ ข้านึกว่าเจ้าจะหลงทางก่อนเสียแล้ว"
 
ในส่วนที่ลึกที่สุดของอาราม มีโบสถ์ขนาดเล็กที่ไม่เปิดให้คนภายนอกเข้า ท่านนักบวชฟาริสผู้ซึ่งรอพวกเราอยู่ก่อนแล้ว กล่าวทักทายด้วยเสียงยากจะหยั่งรู้เช่นที่ฉันจดจำได้
 
ภายในอารามแห่งนี้มีโครงสร้างซับซ้อนที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมา และด้วยการนำทางของคลอเดียก็ทำให้พวกเราไม่หลงทางได้อย่างน่าเหลือเชื่อ
 
".......คงเป็นสัญชาตญาณสัตว์ป่าล่ะมั้งคะ"
 
ฉันได้ยินเสียงคลอเดียหัวเราะคิกเบา ๆ จากด้านข้าง แม้ว่าเมื่อตะกี้ฉันจะไม่ได้กล่าวชมเธอเลยก็ตาม
 
"ใช่แล้ว สัญชาตญาณของนางนั้นยอดเยี่ยมมาก เอาล่ะ มานี่สิ ทำตัวตามสบาย วันนี้ข้าเพียงอยากให้เจ้ามาเจรจาพาทีกับผู้สูงวัยเช่นข้าก็เท่านั้น"
 
รอยยิ้มไม่ชอบมาพากลที่ฉันไม่สามารถอ่านได้ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของท่านนักบวชฟาริส ขณะที่นางผายมือไปทางเก้าอี้ให้ฉัน เพราะว่าวันนี้คลอเดียรับบทบาทเป็นหญิงรับใช้ของฉัน เธอจึงลากเก้าอี้ให้และฉันก็นั่งลง คลอเดียและราโทก้านั่งลงบนโซฟาที่ผนัง และท่านฟาริสก็หยุดรอยยิ้มน่าขนลุกของนางในที่สุด
 
— สีหน้าของนางไร้อารมณ์ใด ๆ นางคงจะเหนื่อย ? ฉันไม่สามารถบอกได้เลยจริง ๆ ว่าท่านฟาริสอายุเท่ากับท่านเอิร์ล ไม่สิ มันก็แค่การทึกทักเอาเองของฉัน หลังจากที่ได้รับฟังภูมิหลังของนางมาจากคลอเดียล่ะนะ
 
"นี่เป็นการพบกันครั้งที่สามของเราซินะ ? เด็กน้อย"
 
"ค่ะ ใช่แล้ว"
 
ท่านฟาริสจ้องตรงมาที่ดวงตาของฉัน ขณะที่ฉันกล่าวตอบนาง อะไรกันล่ะนั่น ? ฉันอดไม่ได้ที่จะชักตัวเองถอยออกมาเล็กน้อย นางดูน่าขนลุกยิ่งกว่าเดิมเสียอีก ท่านฟาริสหรี่ตามองฉันราวกับว่ากำลังสำรวจลงไปในห้วงลึกในดวงตาของฉันเพื่ออะไรบางอย่างด้วยความเงียบงัน
 
"......ผสานกลืนกินได้รวดเร็วนัก ข้าแทบจะมองไม่เห็นนางอีกแล้ว มีการเร่งปฏิกิริยางั้นหรือ ?"
 
ทันใดนั้น ท่านฟาริสก็กล่าวพึมพำภายใต้ลมหายใจของนาง
 
"— เอ๋ ?"
 
ฉันไม่มีความคิดเลยว่านางกำลังพูดถึงเรื่องอะไร แต่ท่านฟาริสก็เมินท่าทีประหลาดใจของฉันและมองต่อไปโดยไม่หลุดพึมพำใด ๆ ออกมาอีก ดูคล้ายกับว่านางได้กลับไปสู่สถานะที่เราได้พบกันครั้งแรก การยิ้มเยื้อนของนางขณะที่จ้องมาในดวงตาของฉัน จากนั้นความรู้สึกที่ฉันก่อนหน้านี้ที่ว่านางอาจจะเป็นหญิงชราก็จางหายไป ไม่ว่าจะเป็นเพศหรืออายุของท่านฟาริสก็ไม่อาจจะจำแนกได้เลยจริง ๆ นั่นทำให้นางดูลึกลับเป็นปริศนา
 
"ซิกมุนด์เป็นอย่างไรบ้าง ? เมื่อไม่นานมานี้ข้าได้ยินมาว่าเขามีริ้วรอย​เหี่ยว​ย่นบนใบหน้าเพิ่มขึ้นสินะ"
 
ท่านฟาริสเริ่มบทสนทนาในที่สุด ราวกับว่าเรื่องนี้เป็นการเริ่มต้นที่ดีที่สุดแล้ว และฉันที่กลั้นหายใจไว้ก็ผ่อนลมหายใจออก
 
"เขายังฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่นัก มันคงจะดีถ้าเขากลับมาแข็งแรงอีกครั้ง"
 
"อนิจจา​ มนุษย์ต่างก็มีขีดจำกัดกาลเวลา​ เป็นเรื่องธรรมดาที่เราไม่สามารถต้านทานความ​ชราภาพได้ และเขาก็มักหัวรั้นอย่างไร้เหตุผล แม้ว่านั่นจะไม่เป็นผลดีกับเขาเลยก็ตาม"
 
ท่านฟาริสคล้ายกับหัวเราะคิกในลำคอและริมฝีปากของนางก็โค้งขึ้นเล็กน้อยกับคำใบ้นั้น ฉันไม่รู้ว่าเรื่องที่ว่าครั้งหนึ่งนางเป็นคู่หมั้นของท่านเอิร์ลเทเรเซียนั้นจริงหรือไม่ ทว่ามันก็ดูเหมือนว่าทั้งคู่มีความสัมพันธ์อะไรบางอย่าง
 
"ตอนนี้งานล้นมือไปหมด ข้าคิดว่าคงจะดีหากเขาฟื้นตัวเต็มที่และกลับมา แต่ว่า....."
 
"อพิโถ จะเป็นอย่างไรกันหนอ..... พวกเราต่างก็มาถึงอายุปูน​ที่มิแปลก หากจะแตกดับลงในทุกเมื่อชั่วยามกันแล้ว"
 
คล้ายกับจะเป็นถ้อยคำอันลึกซึ้ง ฉันอดไม่ได้ที่จะสูดหายใจลึกกับคำที่นางใช้ว่า "พวกเรา" แน่ใจได้ว่าท่านฟาริสเองก็ได้เตรียมตัวสำหรับความตายในทุกชั่วขณะแล้ว โดยไม่คำนึงถึงรูปลักษณ์วัยงามที่ยังอ่อนเยาว์อย่างน่าพิศวง นางได้ยอมรับอายุสังขารตน — เพื่อเผชิญกับความตาย
 
"ท่านเหนื่อยหรือไม่ ?"
 
"ไม่เลย ถึงอย่างไรข้าก็พึงพอใจในชีวิตนี้แล้ว ขณะที่ซิกมุนด์ เขามีสิ่งที่เป็นกังวลมากเกินไป"
 
"หากเขาปล่อยวางได้ เช่นนั้นข้าก็มีปัญหาแล้ว"
 
"นั่นซินะ"
 
มันไม่มีสิ่งใดให้ขบขัน แต่ก็ไม่มีสิ่งใดให้โศกเศร้า ฉันคิดว่านี่เป็นเรื่องราวอันสำรวมเพียงเท่านั้น ถึงแม้ว่าพวกเราจะสนทนากันเรื่องความตาย แต่บรรยากาศก็ไม่ได้หนักอึ้งแม้แต่น้อย สิ่งนี้คงต้องขอบคุณท่านฟาริส
 
"......พระผู้เป็นเจ้าจะประสาทการหลับใหลอันเป็นนิรันดร์แก่ดวงวิญญาณข้า เป็นสิ่งอันประเสริฐแล้ว"
 
นัยน์ตาของท่านฟาริสราวกับจะหยั่งลึกถึงกายฉันอีกครั้ง ถ้อยคำเหล่านั้นซึมซาบเข้าโสตประสาทจนถึงสมองของฉัน โดยปราศจากการเหนี่ยวรั้งใด ๆ และหยั่งรากลึกลงไปในใจฉัน
 
"ถ้า ถ้าหากว่า...... สมมติว่าดวงวิญญาณของท่านไม่ได้รับอนุญาตให้พักหลังความตาย และถูกส่งกลับมาที่โลกใบนี้อีกครั้งเล่า ท่านฟาริสมีความเห็นเช่นไร ?"
 
ก่อนที่จะรู้สึกตัว คำถามนั้นก็หลุดออกไปจากปากของฉันแล้ว ท่านฟาริสทำสีหน้าไร้เดียงสาอย่างเด็กน้อย จากนั้นก็เยื้อนยิ้มกลับมาราวกับจะปัดเป่าคำถามของฉัน เป็นรอยยิ้มอันเปี่ยมไปด้วยเมตตา แต่ในขณะเดียวกันก็คล้ายกับเวทนา เป็นรอยยิ้มอันงดงามที่ราวกับเป็นรอยยิ้มของท่านนักบุญชานัค ฉันตระหนกในใจที่ท่านฟาริสสามารถยิ้มแบบนั้นได้ด้วย
 
"องค์เทวามิโซรัวหาได้มีอานุภาพที่จะต่อลมหายใจให้กับดวงวิญญาณอีกคราไม่ ไม่มีโชคดี ไม่มีโชคร้าย มาตรแม้นโชคชะตา สรรพสิ่งล้วนเป็นอุบัติการณ์ พึงใช้ปัญญา​ของตัวเจ้า เสาะแสวงมรรคาแห่งชีวิต จงขวนขวายและฟันผ่าในสิ่งอันพึงมีทั้งปวง ตราบที่มีลมหายใจอยู่​เทอญ"
 
ถ้อยคำจากผู้อาวุโสนั้นหนักอึ้ง อย่างไรก็ตาม ฉันก็ได้สงบสติตัวเองลงได้ ฉันพยักหน้า และรอยยิ้มนักบุญของท่านฟาริสก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง ถึงแม้ว่าจะกลับมาเป็นรอยยิ้มลึกลับอย่างที่เป็นมาก่อนหน้านี้ แต่การเปลี่ยนสีหน้าอย่างฉับพลันขนาดนี้ มันก็ทำให้ฉันนิ่งงันไปชั่วขณะหนึ่ง จากข้างหลังของฉัน ฉันได้ยินเสียงราโทก้าที่เงียบมาตลอดถึงกับร้องเสียงหลง
 
"เอาล่ะ สิ้นสุดแต่เพียงเท่านี้ และเข้าประเด็นกันเลยเถิด วันนี้ข้าไม่ได้เชิญเจ้ามาที่นี่เพื่อสนทนา​กระทู้ธรรม หรือไถ่ถามสารทุกข์สุขดิบของซิกมุนด์หรอกนะ"
 
"ค่ะ แน่นอน"
 
พวกเราทั้งคู่ต่างก็ไม่ได้มีเวลาว่างมากมายนัก คงจะต้องมีธุระบางประการที่นางได้เรียกฉันมาที่นี่วันนี้
 
"ในทุก ๆ องค์กร เมื่อผู้คนจำนวนหนึ่งได้รวมตัวกัน ย่อมมีความเห็นที่แตกต่าง และกระทั่งการแบ่งแยกก็เกิดขึ้น องค์กรยิ่งใหญ่โตแล้วไซร้ ความไม่ลงรอยยิ่งเป็นที่ประจักษ์ ดังมีคนกล่าวว่า เสียงแห่งความแตกแยกจะอุบัติ​ เมื่อใดก็ตามที่มีบุคคลสามคนขึ้นไปมารวมตัวกัน ฉันใด"
 
.....นางกำลังพูดถึงสภาขุนนางหรือเปล่านะ มันยังคงมีความขัดแย้งเล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับเรื่ององค์มกุฎราชกุมารกันอยู่ แปลกแฮะ นางทำคล้ายที่ท่านเอิร์ลเทเรเซียคอยสอนฉันในสักเรื่องหนึ่ง ดังนั้นฉันจึงอดไม่ได้ที่จะเปลี่ยนท่าทีและเตรียมพร้อมตัวเองสำหรับการรับฟัง
 
"ศาสนจักรเอง ก็ฉันนั้น"
 
ทว่าถ้อยคำของท่านฟาริส ได้สร้างความตระหนกเกินความคาดหมายจนฉันตกตะลึงอย่างที่ไม่ทันตั้งตัว



NEKOPOST.NET