[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta. ตอนที่ 86 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta.

Ch.86 - 16 นักบวชฟาริส


ฤดูของการชุมนุมทางสังคมใกล้จบลงในที่สุด มันเป็นช่วงเวลาสำหรับเหล่าขุนนางที่จะว่าจ้างคนงานที่พวกเขาต้องการจากเมืองหลวงและกลับอาณาเขต
 
หลังจากที่พวกเขากลับไปยังอาณาเขตของตน ฤดูของการเก็บเกี่ยวก็จะเริ่มต้นขึ้น สำหรับพวกเรา เพราะว่าผู้อพยพได้นำฟักทองมาในปีนี้ และไก่ที่เรานำมาเลี้ยงเมื่อสองปีที่แล้วก็วางไข่และให้ผลผลิตคงที่ อาหารที่มีอยู่หลังจากเก็บเกี่ยวในปีนี้ควรจะเยอะกว่าที่เคยเป็นมา
 
ต้องขอบคุณพวกผู้หญิงที่อยู่รอดจากยุคการปกครองของพ่อฉัน พวกเราจึงไม่สูญเสียวิธีการดั้งเดิมในการทำอาหารประเภทไข่ไป สำหรับฉัน นี่มันเป็นเรื่องที่น่าโล่งใจที่สุด เพราะพวกเราได้สูญเสียภูมิปัญญาในอาหารจานเนื้อและปลาไป ด้วยการขาดแคลนอาหารในช่วงเวลานั้น ......คิดในทางกลับกันแล้ว เมื่อครั้งที่ฉันยังเล็ก มันก็มีบางสูตรที่ถูกเก็บรักษาไว้ในตระกูล ฉันควรใช้ประโยชน์จากสถานะของตัวเองในการจัดการกับมันได้แท้ ๆ
 
ถึงแม้ฉันจะสังหารครอบครัวของตัวเองที่ฉันเชื่อว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้อง แต่ไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าการใส่เฮมล็อกลงหม้อซุปในวันนั้นมันเป็นความหุนหันพลันแล่นที่ไม่ได้วางแผนมาก่อน ด้วยความที่ฉันอ่อนล้ากับสถานการณ์ในตอนนั้นมากเกินพอแล้ว
 
ดังนั้น ฉันจึงต้องคอยตรวจสอบเสมอเพื่อให้แน่ใจว่าฉันได้ทำในสิ่งที่ถูกต้อง มิฉะนั้นฉันคงจะไม่สามารถที่จะรักษาจิตใจและจิตวิญญาณให้คงอยู่ได้ต่อไปได้อีก ฉันไม่อนุญาตให้ตัวเองละทิ้งบทบาทของลอร์ดผู้ครองแคว้นเพียงเพราะว่าหัวใจของฉันลังเลได้
 
"— เฮ้ เจ้าฟังอยู่รึเปล่า ?"
 
ฉันสะดุ้งเมื่อมีใครสักคนมาแตะไหล่ และพอหันมองก็พบราโทก้าที่ทำหน้างงงวย ฉันเผลอจมไปในความคิดเกี่ยวกับปมในอดีตของตัวเองจนไม่ได้สังเกตสิ่งรอบตัว ฉันกระพริบตาครั้งหนึ่ง ปรับตัวเองเข้าสู่สภาวะปกติ
 
".......เจ้าไม่สบายรึ ?"
 
"เปล่า ข้าแค่เผลอคิดอะไรอย่างอื่นน่ะ"
 
เมื่อมองเห็นสีหน้าเด็กคนนี้ที่อยู่เบื้องหน้าฉัน ฉันก็อดไม่ได้ที่จะขบขันเบา ๆ เมื่อเห็นการกระทำของฉัน ราโทก้าก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย
 
"ตั้งสติหน่อย ถ้าเจ้าโดนลอบสังหารขึ้นมา แล้วข้าจะทำยังไงเล่า ?"
 
"ข้าเดาว่าอย่างน้อย ข้าก็คงไม่โดนลอบสังหารในเมืองหลวงนี่หรอกน่า"
 
"หืม..... แต่เจ้าไม่มีทางรู้ได้หรอก !"
 
ฉันไม่ต้องการมีปัญหากับใครทั้งนั้น ทว่าจนกว่าฉันจะบูรณะอาณาเขตได้สำเร็จและสร้างแนวปราการเหล็กให้เป็นเขตแดนได้ ฉันก็เสี่ยงที่จะตกอยู่ในอันตรายเสมอ ยิ่งกว่านั้นมันก็ยังคงมีความขุ่นเคืองต่อฉันที่ได้รับงบประมาณในการป้องกันของชาติอีกเช่นกัน
 
ฉันมองไปที่ราโทก้าอีกครั้ง
 
".........อะไร ?"
 
"ข้าประหลาดใจว่า เจ้าจะมีปัญหาอะไรกัน ถ้าหากว่าข้าตาย เมื่อปีก่อน เจ้ายังเป็นคนออกปากเองว่าจะฆ่าข้าอยู่เลย"
 
"จะ......เจ้า ! ปากพล่อยให้มันมีขอบเขตหน่อย !"
 
ด้วยความตระหนก ราโทก้ามองอย่างรังเกียจเดียดฉันท์ การแสดงออกที่ตรงไปตรงมาของเขา ทำให้ฉันรู้สึกโล่งใจที่ไม่รู้สึกถึงไอสังหารของเขาอีกแล้ว
 
"อโหสิ ข้าล้อเล่นมากไปหน่อย"
 
"เอาเถอะ...... อ่า จริงซิ เปลี่ยนเรื่องเลย มีจดหมายมาจากวิหาร"
 
"จดหมาย ?"
 
ราโทก้านำจดหมายออกมาให้ฉัน และเมื่อตรวจสอบดูแล้ว มันก็มีตราประทับที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน มันแตกต่างไปจากตราศาสนจักรที่ฉันคุ้นเคย มันเป็นตัวอักษร F แทนที่ — และบุคคลเดียวที่เข้ามาในความคิดฉันก็คือท่านหัวหน้านักบวชฟาริส
 
เมื่อฉันตรวจสอบอีกด้านให้แน่ใจ มันก็ระบุชัดเจนว่าถึง เอลิซ่า คาลเดีย ไม่มีอะไรผิดพลาด
 
"ราโทก้า เอาที่เปิดจดหมายมาให้ข้าสิ"
 
จดหมายที่ส่งมาถึงฉันจากท่านนักบวชที่ฉันไม่ได้มีความสัมพันธ์ด้วยเป็นพิเศษ ฉันนั่งลงบนเก้าอี้และจ้องเขม็งราวกับว่าจะทะลุมันได้ ขณะที่ประหลาดใจว่าเนื้อความข้างในคือเรื่องอะไรกันนะ
 
 
 
 
 
ฉันตีหลังราโทก้าเมื่อเขาทำไหล่ลู่ลงอย่างเมื่อยล้า ขณะที่เพ่งมองไปยังอารามสีขาวอันฟุ้งเฟ้อที่อยู่เคียงพระราชวัง
 
"ไปได้แล้ว"
 
".....เจ็บนะเฮ้ย !?"
 
ฉันหยุดความบูดบึ้งของเขาด้วยการชำเลืองมอง ได้ยินเสียงคิกคักและเอิ๊กอ๊ากก็ดังมาจากคลอเดียที่อยู่ข้างหลังฉันหนึ่งก้าวในเครื่องแบบของหญิงรับใช้ รวมถึงกุนเธอร์ที่ทำหน้าที่เป็นผู้อารักขาของฉันในวันนี้
 
วันนี้ฉันแทบจะพาราโทก้าและคลอเดียติดตามไปด้วยทุกที่ที่ฉันไป แต่ฉันก็ยังประหลาดใจว่าเหตุใดท่านหัวหน้านักบวชฟาริสถึงได้ระบุเชิญพวกเขาให้มากับฉันด้วยนะ
 
"ทำไมต้องพวกเราสามคนกันนะ......"
 
ฉันพึมพำกับตัวเองขณะก้าวเข้าไปในอารามหินอ่อนแพรวพราว ท่านนักบวชไม่น่าจะมีเหตุผลอะไรที่จะรู้จักราโทก้าได้เลย เป็นเมื่อไหร่และที่ไหนกันที่เขารู้เรื่องนี้ ฉันสงสัยว่าบางทีอาจจะเป็นท่านเอิร์ลเทเรเซียล่ะมั้งที่บอกกับท่านฟาริส ในเมื่อทั้งสองดูจะเป็นมิตรต่อกัน
 
"เขาว่ากันว่า ท่านนักบวชฟาริสมีตาทิพย์นะคะ"
 
บางทีเธอคงจะได้ยินฉันพึมพำกับตัวเอง คลอเดียจึงเริ่มพูดคุยเรื่องที่เธอเคยได้ยินมาจากในเมือง เกี่ยวกับท่านนักบวชที่ฉันไม่เคยรู้อะไรเกี่ยวกับเขาเลย
 
"ดูเหมือนว่ามารดาของท่านฟาริสจะมาจากราชวงศ์เมลโลอาร์ต เลื่องลือกันว่าขณะที่นางเป็นบุตรีของท่านดยุค นางเคยเป็นคู่หมั้นของท่านเอิร์ลเทเรเซีย แต่ว่านั่นก็เป็นเรื่องนานนมมากแล้วล่ะค่ะ"
 
"......หา ?"
 
ท่านฟาริสเป็นอดีตบุตรีของท่านดยุค และยิ่งกว่านั้นนางยังเคยหมั้นหมายกับท่านเอิร์ลเทเรเซียตอนที่ทั้งคู่ยังหนุ่มสาว ? นั่นก็หมายความว่าอายุของนางคงจะไม่ขาดเหลือจากท่านเอิร์ลสักสิบปี ดังนั้นนางก็อายุราว ๆ 70 งั้นซิ ?
 
"ใช่ค่ะ ภูมิหลังของนางค่อนข้างจะแปลกประหลาด ท่านไม่ได้พบเห็นใครที่มีสถานะสูงขนาดนั้นมาเข้าบวชนักหรอกค่ะ
 
"ว่ากันว่าตาทิพย์ของนางสามารถมองเห็นทุกสรรพสิ่งที่เหนือกฎเกณฑ์ธรรมชาติ อาจจะด้วยอภินิหารนี้ที่ทำให้นางเข้าอุทิศตนต่อศาสนจักรก็เป็นได้"
 
เพราะว่าฉันเป็นเพียงคนเดียวในหมู่พวกเขาที่เคยได้พบท่านหัวหน้านักบวชฟาริสตรง ๆ มาก่อน ราโทก้าและคลอเดียจึงไม่ได้ตกใจกับอายุที่แท้จริงของนักบวชที่เรากำลังจะเข้าพบ
 
ราโทก้าก็ว่าไปอย่าง แต่กระทั่งคลอเดียก็ยังไม่รู้เรื่องราวเกี่ยวกับนักบวชมากนัก .....ก็นะ นักพรตและนักบวชที่มีปฏิสัมพันธ์บ่อย ๆ ในสังคมขุนนางนั้นมีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อยนี่นา
 
— แต่ว่า ตาทิพย์งั้นเหรอ
 
ฉันนึกถึงเมื่อครั้งงานเฉลิมฉลองวันเกิดอายุหกขวบของฉัน บนตราชูแห่งกรรมดีและกรรมชั่วที่ท่านนักบวชฟาริสเตรียมให้แก่ฉัน สิ่งที่ฉันคาดหวังไม่ให้ใครล่วงรู้กลับถูกแพร่งพรายออกมา ในเวลานั้นมีเพียงแค่คามิลและท่านเอิร์ลเทเรเซียที่นั่น แต่พวกเขาก็ดูจะไม่ได้เข้าใจความหมายของมัน
 
กระทั่งอยู่ขอบเหวแห่งความตาย คามิลก็ดูจะไม่เคยรับรู้ถึงเรื่องนี้มาก่อน ว่าเป็นฉันเองที่ได้ป้ายสีความผิดแก่พ่อของเขาโดยไม่ตั้งใจ
 
ส่วนท่านเอิร์ล ฉันสงสัยว่าเขาอาจจะรู้ทุกอย่างก็เป็นได้ เมื่อฉันนึกย้อนไปถึงกระดาษหนังรายชื่อของคนตายที่ปรากฏบนตราชูที่มีเพียงเขาเท่านั้นที่รู้ แต่พวกเราทั้งคู่ก็ไม่เคยหารือเรื่องนี้ อย่างน้อยฉันก็คาดเดาได้ว่าเขาคงจะต้องได้รับแจ้งเกี่ยวกับเนื้อหาของพิธีล่วงหน้ามาก่อนแล้ว
 
ขณะที่เดินไปยังสถานที่ถูกระบุไว้ภายในอารามอย่างเงียบงัน แม้ว่าฉันจะรู้สึกประหม่าว่าท่านฟาริสจะพูดอะไรกัน ฉันรู้สึกว่านางได้กำจุดอ่อนบางอย่างของฉันไว้ แต่อย่างน้อยฉันก็ไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวอย่างที่เคยเป็นมา



NEKOPOST.NET