[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta. ตอนที่ 85 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta.

Ch.85 - 15 วิวาทะในสภาขุนนาง


อย่างที่ได้ยินมาจากท่านเอิร์ลเทเรเซีย เรื่องการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งมกุฎราชกุมารได้ส่งผลให้เกิดความวุ่นวายครั้งใหญ่ มันเป็นประเด็นร้อนแรงในการพูดคุยทุกหัวมุมถนน แน่นอนว่าเรื่องนี้ก็ได้กลายเป็นระเบียบวาระการประชุมที่สภาขุนนางในทันที
 
"ราชสำนักได้คิดถึงเรื่องผลกระทบที่จะตามมาจากพลาเน็ตส์บ้างรึเปล่า !?"
 
"ด้วยสถานการณ์ของรินดาร์ลที่ยังไม่เสถียร ทำไมพวกเราต้องไปยั่วยุพลาเน็ตส์ที่เป็นมิตรประเทศอีก ?"
 
"แต่ต่อให้ประเทศทางตะวันออกผนึกรวมกันเป็นสหภาพรินดาร์ล การเป็นปฏิปักษ์กันกับราชรัฐเดนเซลมันก็จะยังคงเป็นเช่นนั้นอยู่ดีนั่นล่ะ"
 
"แต่กระนั้น มันก็สุ่มเสี่ยงมิใช่รึ ในการถอดถอนเจ้าชายขององค์ราชินี เพียงเพราะว่าพระนางมาจากพลาเน็ตส์น่ะ"
 
"ตั้งแต่ต้น ไม่จำเป็นที่ต้องรีบร้อนตัดสินพระราชหฤทัย​แต่งตั้งองค์​มกุฎราชกุมารเสียด้วยซ้ำ เจ้าชายอัลเบิร์ตยังมีพระชนมายุ​ไม่บรรลุนิติภาวะเลยจนกว่าจะอีกสี่ปีข้างหน้า"
 
มันกลายเป็นความโกลาหลในทันทีที่การอภิปรายเริ่มขึ้น ขณะที่สภาขุนนางไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงเรื่องการสืบราชสันตติวงศ์ได้ แต่ก็ยังมีอิทธิพลในทางอ้อมต่อสภาขุนนางชั้นสูง เหล่าขุนนางที่ฉุนขึ้นมาทันทีและฉะเข้าใส่หนึ่งในผู้แทนของสภาขุนนางที่มีที่นั่งในสภาขุนนางชั้นสูง ท่านเสนาเอิร์ลเอ็ดน่า ว่าอะไรที่ทำให้เจ้าชายลำดับที่สองได้ตำแหน่งองค์มกุฎราชกุมาร
 
ท่านเอิร์ลเอ็ดน่าตอบทุกคนเสียงอ่อย
 
"เกี่ยวกับการตัดสินพระราชหฤทัยเรื่ององค์มกุฎราชกุมาร ตัวข้าเองก็ได้รับทราบเรื่องนี้จากราชวงศ์เมื่อสองเดือนก่อน ท่านอัครมหาเสนาบดีริตเตอร์เกาว์และพวกเราขุนนางทั้งหมดต่างก็ทักท้วงเรื่องการตัดสินพระราชหฤทัย​เรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม พระบรมวงศานุวงศ์​ทุกพระองค์ นอกเหนือไปจากองค์ราชินี ทรงเห็นพ้องต้องกันทั้งหมดให้เจ้าชายอัลเฟรดเป็นองค์รัชทายาท"
 
"โง่งม พระบรมวงศานุวงศ์​ควรทรงทราบที่สุดยิ่งกว่าผู้ใดถึงพระปรีชาญาณของเจ้าชายอัลเบิร์ต ไหนจะราชวงศ์เมลโลอาร์ตอีก การที่ทุกพระองค์ในพระราชวงศ์ทีลทรงสนับสนุนเจ้าชายอัลเฟรดแบบนี้......"
 
ผู้ที่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่ยากจะเชื่อ คือท่านมาร์เกรฟกีนาส เพราะว่าเขาเป็นท่านลอร์ดจากหนึ่งในสถานที่สำคัญที่สุดทางภูมิศาสตร์ของอัร์คเซีย ถ้อยความของเขามันจึงมีน้ำหนักมากเสียยิ่งกว่าผู้แทนระดับล่างในสภาขุนนางชั้นสูงอย่างท่านเสนาเอิร์ลเอ็ดน่านักล่ะ
 
การต้องเผชิญหน้ากับคำติเตียนในสิ่งที่ตัวเขาเพิ่งยืนยัน ท่านเอิร์ลเอ็ดน่าก็ดูคล้ายกับกบมองงูที่กำลังจ้องจะเขมือบตัวเองแล้ว
 
"เอาน่า ๆ เย็นไว้" ท่านเอิร์ลไอน์สบาร์คช่วยคลี่คลายสถานการณ์ ไม่เพียงแค่เขาเป็นผู้นำของหนึ่งในอาณาเขตชายแดนที่เป็นแนวป้องกันประเทศของเราในฐานะผู้บัญชาการสูงสุดแห่งป้อมยุกก์เฟน่าเท่านั้น เขายังมาจากราชตระกูลสาขาที่มีอิทธิพลเล็กน้อยอีกด้วย ดูเหมือนว่าอีกบทบาทหนึ่งของเขาก็คือการไกล่เกลี่ยเรื่องระหว่างราชวงศ์และขุนนาง
 
ขณะที่ชำเลืองมองการพิพาท ท่านเอิร์ลเทเรเซียก็เริ่มอธิบายสถานการณ์ในรินดาร์ลให้กับฉัน เมื่อเทียบกับขุนนางผู้ใหญ่แล้ว ฉันก็ขาดซึ่งความรู้โดยรวมไปหลายส่วน ดังนั้นท่านเอิร์ลจึงมอบบทเรียนให้กับฉัน แม้ว่าพวกเราประชุมในสภาขุนนางกันอยู่ก็ตาม
 
"กล่าวได้ว่าตอนนี้เป็นช่วงเวลาสำคัญของรินดาร์ล ราชรัฐทั้งสี่อยู่ภายใต้ความกดดันที่จะรวมเข้ากันเป็นสหภาพ การล้มเลิกระบบราชรัฐทั้งสี่ซึ่งเป็นสิ่งที่หลงเหลือจากราชอาณาจักรรินดาร์ลในอดีต มันก็หมายถึงว่าความเป็นราชรัฐจะหายไปและพวกเขาจะผนวกเข้าด้วยกันในเร็ว ๆ นี้"
 
"เอ ราชรัฐทั้งสี่ครอบครองชายแดนตะวันออกของเราทั้งหมดอยู่แล้ว แต่ว่าอะไรที่ยื้อยุดพวกเขาให้เวลาในการรวมเป็นหนึ่งผ่านมาเนิ่นนานขนาดนี้ล่ะคะ ?"
 
"หลัก ๆ แล้วก็มีเพียงเรื่องเดียว แท้จริงแล้วมันไม่มีความแตกต่างระหว่างอำนาจในบรรดาสี่ราชรัฐ เรื่องที่จะกำหนดศูนย์กลางของการตัดสินใจเป็นอุปสรรคสำคัญที่สุดในรวมตัวกัน"
 
"พวกเขาไม่มีผู้ที่มีอิทธิพลทางการเมืองมากเพียงพอที่จะเป็นผู้นำของราชรัฐทั้งสี่น่ะหรือ ?"
 
ฉันคิดว่ามันค่อนข้างน่าสนใจที่จะเรียนรู้และวิเคราะห์ระบบการเมืองที่นี่อย่างลึกซึ้ง ในโลกก่อนของฉัน มันมีระบบที่แตกต่างกันซึ่งถือได้ว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่กษัตริย์จะถือครองพระราชอำนาจทั้งหมดและทรงมีสิทธิขาดในการตัดสินพระราชหฤทัย​ด้วยพระองค์เอง
 
ในกรณีของรินดาร์ล ที่ซึ่งราชรัฐทั้งสี่มีปัญหากับข้อตกลงที่ว่าใครจะเป็นผู้ที่อยู่เหนือกว่า มั่นใจได้เลยล่ะว่าผลลัพธ์คงจะกลายเป็นผู้นำในนามสักคนหนึ่งเท่านั้น
 
"ข้าล่ะสงสัยจังว่าพวกเขาจะทำยังไงกับระบอบการปกครอง หลังจากที่พวกเขาสถาปนาสหภาพรินดาร์ลได้สำเร็จ"
 
"ใครจะรู้ล่ะ..... พวกเขาอาจจะใช้ระบอบขุนนางและราชาธิปไตยก็ได้ ?"
 
"ในขณะที่ระบอบนั้นยืดหยุ่นได้มาก แต่ก็อาจเพิ่มอำนาจในการแย่งชิงภายในของพวกเขาเองไปพร้อมกัน"
 
"ไม่ว่าระบอบการปกครองของประเทศจะเป็นแบบใด หนึ่งในเรื่องที่น่าเวียนเศียรที่สุดเสมอก็คือ การสืบทอดอำนาจไปสู่สูงสุดนั่นแหละ เหมือนกับอัร์คเซียในตอนนี้" 
 
ท่านเอิร์ลหัวเราะหึ ผิวพรรณของเขายังคงดูซีดเซียว เขาฟื้นตัวมากเพียงพอที่จะลุกออกจากเตียงได้ แต่ก็ยังไม่สมบูรณ์นัก คล้ายว่าเขายื้อตัวเองไว้เพียงเพื่อที่จะมาเข้าร่วมประชุมตามหมายกำหนดการในวันนี้
 
"ถ้าสหภาพรินดาร์ลเข้าใกล้ที่จะสถาปนาแล้ว มันก็ไม่ใช่ความคิดที่ดีในการปลุกปั่นพลาเน็ตส์ตอนนี้เลยซินะคะ ?"
 
"พูดยาก ความจริงก็คือในบรรดาราชรัฐทั้งสี่ พลาเน็ตส์เป็นเพียงหนึ่งเดียวที่เป็นได้ลงนามเป็นมิตรทางการค้ากับพวกเรา ส่วนเดนเซลเป็นอริกับเราอย่างชัดเจน ขณะที่การติดต่อกับจีโอกราดและพาร์มิแกรนของเราเป็นศูนย์ ดังนั้นหากความสัมพันธ์ระหว่างพลาเน็ตส์และเราเลวร้ายลง มันก็เลี่ยงไม่ได้ที่ความสัมพันธ์กับสหภาพรินดาร์ลจะเป็นเลวร้ายแบบขาดลอย"
 
ไม่มีอะไรยากเกินความเข้าใจของฉัน ขุนนางทั้งหมดที่ตอนนี้คัดค้านเจ้าชายลำดับที่สองในการเป็นองค์รัชทายาทเองก็คงจะเป็นกังวลด้วยเหตุผลเดียวกัน เพราะว่าอาณาเขตของท่านมาร์เกรฟกีนาสมีพรมแดนติดกับประเทศพลาเน็ตส์ มันก็เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเขาที่จะหวาดวิตกเรื่องนี้จนถึงจุดที่หวาดระแวงไปแล้ว
 
"แต่ก็อย่างที่ขุนนางบางคนได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ ถึงความจริงที่ว่าการที่พระนางเจ้ายังทรงถือฐานันดรศักดิ์ บุตรีของท่านดยุคแห่งพลาเน็ตส์ก็เป็นปัญหาเช่นกัน"
 
ถึงอย่างไร มันเป็นปัญหา หากว่าเจ้าชายอัลเบิร์ตทรงเป็นกษัตริย์องค์ต่อไปน่ะหรือ ? สิ่งนี้เป็นเรื่องที่ฉันไม่สามารถอนุมานได้เพราะยังเรียนไม่ถึง ในขณะที่พยายามจับต้นชนปลายจากสิ่งที่ท่านเอิร์ลได้บอกมาแต่ต้น ฉันก็ไม่เข้าใจอยู่ดี ก็นะ มันก็ช่วยไม่ได้นี่ ฉันคงจะต้องถามดู บางทีฉันอาจต้องเผชิญหน้ากับท่านมาร์เกรฟกีนาส ในฐานะที่เขาเป็นลอร์ดผู้ครองดินแดนชายแดนทางฝั่งตะวันออกสักในวันหนึ่ง หากว่าฉันไม่เข้าใจในเรื่องเหล่านี้อย่างถ่องแท้ก็คงจะเป็นที่น่าขายหน้าแย่
 
"......ทำไมพวกเขาถึงว่าเช่นนั้น ?"
 
"อืม ก็....... สิทธิ์ในการสืบทอดตำแหน่งดยุคแห่งพลาเน็ตส์ไม่ได้จำกัดเพียงแค่บุตรชายในตระกูลสายตรงเท่านั้น ชายคนใดก็ตามที่มีเชื้อสายเดียวกันก็นับว่ามีคุณสมบัติแล้ว แม้ว่าบุตรชายสายตรงคนโตจะเป็นตัวเลือกอันดับแรกก็ตาม"
 
แทนที่จะตอบอย่างตรง ๆ เขาได้มอบคำตอบอีกอย่างให้แทนเพื่อให้ฉันพิจารณาข้อมูลและหาคำตอบด้วยตัวเอง นี่คือวิธีการสอนตามปกติของเขา คล้ายกับว่าท่านเอิร์ลเทเรเซียจะพยายามเน้นฝึกทักษะการใช้เหตุผลเชิงตรรกะของฉันงั้นล่ะ
 
เนื่องจากองค์ราชินีทรงมิได้ลาออกจากฐานันดรศักดิ์บุตรีของดยุคแห่งพลาเน็ตส์ นั่นก็หมายความว่าพระนางทรงไม่ยอมสละสิทธิ์ในการสืบทอดตำแหน่งที่นั่น..... ใช่แล้ว ความหมายก็คือ พระราชโอรสของพระองค์ เจ้าชายอัลเบิร์ตก็ทรงสามารถสืบทอดดยุคแห่งพลาเน็ตส์ได้เช่นกัน.......?
 
"นั่นก็หมายความว่า เพราะพระนางเจ้าทรงมิได้ลาออกจากฐานันดรศักดิ์บุตรีของท่านดยุคแห่งพลาเน็ตส์ เจ้าชายอัลเบิร์ตก็ทรงมีสิทธิ์ที่จะสืบทอดและเป็นเจ้าผู้ครองราชรัฐพลาเน็ตส์ ?"
 
"ว่าตามกฎมณเฑียรบาลแห่งพลาเน็ตส์ ก็ถูกต้องแล้ว"
 
"อย่างนี้นี่เอง ถ้าแบบนั้นก็เป็นปัญหาจริง ๆ"
 
ถ้าเจ้าชายอัลเบิร์ตกลายเป็นเจ้าชายรัชทายาท มันก็แทบจะเป็นไปได้ว่าอัร์คเซียจะถูกควบคุมโดยพลาเน็ตส์ในอนาคต มันเป็นเพียงการคาดการณ์ว่า พลาเน็ตส์อาจจะใช้ประโยชน์จากเจ้าชายอัลเบิร์ตเพื่อประโยชน์ของพวกตนก็ได้
 
มันอาจจะไม่มีปัญหาใด ๆ เมื่อครั้งที่องค์ราชินีทรงอภิเษกสมรสเข้าอัร์คเซีย อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันการมีอยู่ของสิ่งที่รู้จักกันว่า "สหภาพรินดาร์ล" ได้บังเกิดขึ้น มันจะกลายเป็นเรื่องอันตรายร้ายแรงสำหรับประเทศ หากผู้สืบราชบัลลังก์และสายพระโลหิตของกษัตริย์แห่งอัร์คเซียมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับอริราชศัตรู
 
ฉันประเมินสถานการณ์ทั้งหมดได้ในที่สุด หัวก็รู้สึกปลอดโปร่งขึ้นมา ตอนนี้ฉันไม่ต้องเดาอะไรอีกแล้วและสามารถมองเห็นภาพรวมทางการเมืองได้อย่างกระจ่างแจ้ง ฉันรู้สึกเบื่อจริง ๆ กับการฟังขุนนางวิวาทะเกี่ยวกับการสืบราชสันตติวงศ์โดยที่ไม่ได้รู้ความจริงเบื้องหลังเหล่านี้
 
ทว่าอะไรความหมายของเรื่องราวทั้งหมดนี้กันล่ะ ราชวงศ์ได้ประเมินสถานการณ์ของทางรินดาร์ลไว้ ตั้งแต่ก่อนที่มีการแต่งตั้งองค์มกุฎราชกุมาร แต่กระนั้น หนึ่งในข้อโต้แย้งอันดับแรกก็คือ เจ้าชายทั้งสองพระองค์ทรงยังไม่บรรลุนิติภาวะกันเลยและมันก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเลือกองค์รัชทายาทล่วงหน้าขนาดนี้
 
".................อืมม"
 
ฉับพลันนั้น เหมือนกับเป็นภาพแฟลชแบ็ค ความทรงจำก็ผุดวาบในท้องทะเลแห่งความคิดของฉัน มันเป็นเศษเสี้ยวแห่งความทรงจำที่คล้ายกับจะบอกเล่าเรื่องราวให้ฉันฟัง แทนที่จะเป็นความทรงจำของตัวฉันเอง
 
(เอมิเลีย รินดาร์ล บุตรีของท่านอาร์ชดยุคแห่งสหภาพรินดาร์ล ได้มายังโรงเรียนขุนนางของอาณาจักรเพื่อนบ้าน ราชอาณาจักรอัร์คเซีย เพื่อเข้ารับการศึกษาและความหวังในการตามหาคู่ครอง....)
 
— ใช่แล้ว นั่นเป็นอารัมภบทของเกมจีบหนุ่ม
 
แต่ฉันก็ไม่อาจตัดสินได้ว่าอนาคตมันจะเป็นแบบนั้นตายตัว ฉันยังคงมีความรู้สึกคลุมเครือที่ว่า ไม่ว่าสภาขุนนางจะคัดค้านการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเจ้าชายอัลเฟรดเป็นองค์มกุฎราชกุมารอย่างไร พวกเขาก็ไม่สามารถล้มการตัดสินพระราชหฤทัยได้อย่างแน่นอน



NEKOPOST.NET