[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta. ตอนที่ 84 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta.

Ch.84 - 14 พระราชโองการและความสับสน


ฉันกลับไปเมืองหลวง ส่งมอบกลุ่มโจรให้กับกองทัพหลวงและมุ่งหน้าไปยังเคหาสน์ของท่านเอิร์ลเทเรเซีย ฉันต้องการรับฟังว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้างในเมืองหลวง ช่วงที่ฉันไม่อยู่ รวมถึงรายงานเรื่องที่เกิดขึ้นในอาณาเขตเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูล
 
"โอ้ กลับมาแล้วรึ ?"
 
"ค่ะ ท่านเอิร์ล"
 
"ไม่มีข้อผิดพลาดในรายงานเรื่องสตรีทั้งสองจากหมู่บ้านเนซูที่ตกเป็นเหยื่อสินะ ?"
 
"ร่องรอยบนร่างกายพวกนางเป็นไปตามคำให้การ สมาชิกของชนเผ่าชิรูที่ได้ช่วยเหลือในการจับกุมกลุ่มโจรก็ยืนยันได้เช่นกัน"
 
ดูท่าทางอาการของท่านเอิร์ลจะยังไม่ดีขึ้นนัก ขณะที่ต้องพูดคุยกับเขาที่อยู่บนเตียง เมื่อมองดูท่านเอิร์ลที่สวมชุดนอนใกล้ ๆ แล้ว ฉันรู้สึกว่าเขาผ่ายผอมลงเล็กน้อยจากครั้งล่าสุดที่ฉันได้พบเขา แม้ว่าฉันจะโตขึ้นนิดหน่อย และเขาก็ยังคงตัวใหญ่กว่าฉัน แต่ตัวเขาในตอนนี้กลับให้ความรู้สึกผอมและตัวเล็ก .......ดูเปราะบาง
 
"อาการของท่าน........"
 
"ข้าก็แค่เหนื่อยล้าสักหน่อยเท่านั้น ไม่มีปัญหาอะไร .......อายุเพียงไล่ตามข้าทันแล้ว"
 
ปกติแล้วท่านเอิร์ลและฉันจะพูดคุยเพียงเรื่องกิจธุระและงานโดยปราศจากพูดคุยไร้สาระ สำหรับฉันที่กล่าวถามถึงอาการของเขา ก็คงเป็นเพราะว่าฉันรู้ดีถึงอายุของเขากับสภาพที่บนเตียง — ก็นะ มันเป็นภาวะที่ต้องพึ่งพาอาศัยกัน พวกเราทั้งคู่ต่างพูดคุยแต่เรื่องการงาน ฉันไม่รู้หรอกว่าท่านเอิร์ลเทเรเซียเห็นฉันเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาหรือผู้ว่าจ้าง แต่ไม่ว่าจะทางไหน การที่ถามถึงร่างกายของเขาหรือว่าบอกว่าเขาทำงานหนักมากเกินไป มันก็ไม่สมกับเป็นฉันเอาเสียเลย
 
"ในเมืองหลวงมีอะไรเกิดขึ้นบ้างมั้ยคะ ?"
 
ฉันตัดบทหัวข้อเกี่ยวกับร่างกายของท่านเอิร์ล และเข้าสู่ประเด็นหลัก สีหน้าของท่านเอิร์ลก็ดูจะเคร่งขรึมยับย่นกว่าเดิม ท่าทางจะมีเรื่องใหญ่บางอย่างเกิดขึ้น หลังของฉันรู้สึกแข็งทื่อและขึงเครียด
 
"ไม่กี่วันก่อน มีรัฐพิธีทางศาสนาจัดขึ้น"
 
"ข้าทราบค่ะ หากว่าไม่มีเรื่องของกลุ่มโจรเกิดขึ้น ข้าก็สมควรเข้าร่วมด้วยแล้ว"
 
"มันเป็นงานสำคัญทางสังคมที่เจ้าพลาดโอกาสไป รัฐพิธีทางศาสนานี้เป็นงานใหญ่โตที่สุดในบรรดาฤดูกาลทั้งหมด แต่เข้าเรื่องเลย องค์กษัตริย์ได้มีพระราชโองการประกาศในระหว่างพิธีนี้"
 
มันเป็นหัวข้อที่ฉันไม่ได้คาดคิด มันจึงช่วยไม่ได้ที่ฉันจะกระพริบตาปริบโดยไม่รู้ตัว
 
เพราะว่าองค์กษัตริย์​มีกระแสพระราชดำรัส​เรื่องนี้แก่อาณาประชาราษฎร์ด้วยตัวพระองค์เอง สิ่งนี้จะต้องเป็นเรื่องที่ส่งผลต่อประเทศทั้งหมด แต่กระนั้นกษัตริย์ก็ไม่ได้มีพระราชอำนาจในการตัดสินพระราชหฤทัยทางการเมืองของประเทศทั้งหมดด้วยตัวพระองค์เอง
 
องค์​กษัตริย์แห่งอัร์คเซียทรงมีพระราชอำนาจเต็มเปี่ยมในการบริหารและปกครองประเทศ แต่ก็มีขอบเขตจำกัดที่พระองค์ทรงกระทำได้ ในประเทศแห่งนี้ระบอบการปกครองจึงเป็นการที่กษัตริย์แบ่งพระราชอำนาจให้แก่เสนาขุนนางของพระองค์
 
ก่อนหน้านี้ในสภาขุนนางก็ไม่มีประเด็นที่กล่าวถึงพระราชประสงค์ใด ๆ ในการประกาศพระราชโองการแก่ราษฎรนี่นา
 
"เกี่ยวกับเจ้าชาย"
 
"......อ๋อ เข้าใจล่ะ ถ้าเป็นเรื่องของราชวงศ์ สภาขุนนางก็ไม่เกี่ยวข้องด้วย"
 
ฉันถึงบางอ้อในที่สุด และตอบรับยืนยัน ฉันยังคงอยู่ในระหว่างการเรียนเรื่องการเมืองที่เกี่ยวข้องกับศาสนาและราชวงศ์ ดังนั้นฉันจึงไม่สามารถเชื่อมต่อจุดทั้งหมดได้ในทันที
 
ก่อนหน้านี้ ฉันได้เรียนการบรรยายของนางมาร์แชน ว่ามีประเด็นทางการเมืองสองประเด็นที่สภาขุนนางไม่มีสิทธิ์เข้าแทรกแซง
 
หนึ่งคือการทูตระหว่างประเทศ และอีกหนึ่งเป็นราชกิจของราชวงศ์
 
การทูตคือพระราชภารกิจและหน้าที่ของกษัตริย์, ตระกูลอาร์ชดยุค และสภาขุนนางชั้นสูง ในขณะที่ราชกิจภายในจะถูกตัดสินโดยราชวงศ์, ศาสนจักร และสภาขุนนางชั้นสูง
 
"ตอนนี้มีเจ้าชายหลายพระองค์ในราชวงศ์ แต่มีกี่พระองค์ที่มีสิทธิ์สืบราชสันตติวงศ์ เจ้ารู้หรือไม่ ?"
 
"ค่ะ พระราชโอรสในองค์ราชินีดิโอนีเซีย เจ้าชายอัลเบิร์ต และพระราชโอรสในเจ้าหญิงเอวาริส เจ้าชายอัลเฟรด เพียงสองพระองค์เท่านั้น ถูกต้องหรือไม่ ?"
 
ฉันถามเขากลับ ท่านเอิร์ลเทเรเซียพยักหน้าเพื่อยืนยันคำตอบ
 
"เจ้ายังอยู่ในระหว่างการเรียนเรื่องราชวงศ์ในปัจจุบันอยู่สินะ ?"
 
"ใช่ค่ะ"
 
"ข้าจะอธิบายง่าย ๆ องค์ราชินีดิโอนีเซียทรงเป็นธิดาของ​ท่านดยุคแห่งราชรัฐพลาเน็ตส์ ในขณะที่เจ้าหญิงเอวาริสทรงเป็นพระธิดาในราชวงศ์เมลโลอาร์ต เนื่องจากทั้งองค์ราชินีและเจ้าหญิงต่างมีสถานะเสมอกันในอัร์คเซีย มันก็ยากที่จะกำหนดว่าเจ้าชายพระองค์ใดที่จะทรงเป็นผู้สืบราชสันตติวงศ์"
 
ด้วยการอธิบายของท่านเอิร์ล มันก็ทำให้ฉันย้อนคิดไปถึงเมื่อครั้งล่าสุดที่เขาสอนฉันเรื่องการเมือง ด้วยการอธิบายนี้ ฉันก็สามารถมองเห็นได้แล้วว่ามันมีอะไรเกิดขึ้น
 
"เช่นนั้น พระราชโองการที่ทรงประกาศในรัฐพิธีก็คงเป็นเรื่องของการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งมกุฎราชกุมารสินะคะ ?"
 
"ถูกต้อง องค์มกุฎราชกุมารที่ได้รับโปรดเกล้าฯ คือเจ้าชายลำดับที่สอง เจ้าชายอัลเฟรด พระราชโอรสในเจ้าหญิงเอวาริส"
 
"เจ้าชายอัลเฟรด ? ไม่ใช่เจ้าชายอัลเบิร์ตหรอกรึ ?"
 
มันแตกต่างไปจากที่ฉันคาดคิด ฉันจึงถามยืนยันอีกครั้งให้แน่ใจ ท่านเอิร์ลพยักหน้า ดูเหมือนว่าฉันจะไม่ได้หูฝาด ฉันรีบทบทวนเท่าที่จะทำได้จากสิ่งที่ได้เรียนรู้เรื่องกับการเมืองของอัร์คเซียมา ตามกฎมณเฑียรบาลของอัร์คเซีย ไม่มีข้อแตกต่างทางสถานะระหว่างองค์ราชินีกับเจ้าหญิง แต่ในความจริงแล้ว ปัจจุบันได้ปรากฏความแตกต่างกันระหว่างทั้งสองพระองค์อย่างชัดเจน
 
เจ้าหญิงเอวาริสทรงมาจากราชวงศ์เมลโลอาร์ต อันเป็นหนึ่งในสองราชวงศ์แห่งอัร์คเซีย ประกอบกับราชวงศ์ผู้ปกครองในปัจจุบันคือ พระราชวงศ์ทีล อันเป็นผู้สืบเชื้อสายมาจากเซ็นต์อะฮาร์โดยตรง และพวกเขาก็ได้รับการปฏิบัติเช่นสถานะเดียวกับอาร์ชดยุคโดยไม่ต้องดำรงตำแหน่งอื่นใดนอกไปจากถือพระนามสกุลวงศ์
 
ในทางกลับกัน เมื่อครั้งที่องค์ราชินีดิโอนีเซียแห่งพลาเน็ตส์ทรงอภิเษกสมรสในอัร์คเซียด้วยเหตุผลทางการเมือง พระนางทรงมิได้ลาออกจากฐานันดรศักดิ์​ในประเทศพลาเน็ตส์ ดังนั้นพระนางจึงทรงเป็นทั้งองค์ราชินีแห่งอัร์คเซีย ควบคู่ไปกับบุตรีแห่งราชรัฐพลาเน็ตส์ด้วย
 
นอกเหนือจากนั้น ก็มียังมีเรื่องของการประสูติของเจ้าชาย ถึงแม้ในอัร์คเซียการสืบราชสันตติวงศ์จะ​ไม่ได้เป็นไปตามเกณฑ์​ลำดับพระชนมายุ แต่เป็นการแต่งตั้ง ทว่าเป็นเพราะ​พระมารดาของเจ้าชายอัลเบิร์ตทรงมีพระอิสริยยศที่สูงกว่า และพระองค์ก็ทรงเป็นเจ้าชายลำดับที่หนึ่ง พระองค์ก็สมควรได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นมกุฎราชกุมารมากที่สุด
 
"ไม่มีใครคาดคิด ว่าเจ้าชายอัลเฟรดจะทรงกลายเป็นองค์รัชทายาท​ เจ้าชายอัลเบิร์ตต่างก็เป็นที่รู้กันดีในเมืองหลวงถึงพระปรีชาสามารถของพระองค์ ไม่มีสิ่งใดที่บกพร่องจนพลาดที่จะไม่ได้เป็นองค์รัชทายาทได้เลย"
 
".....ถ้าเช่นนั้นมันเกิดขึ้นได้อย่างไร ?"
 
"ข้าไม่รู้ และไม่มีผู้ใดล่วงรู้ ตอนนี้ในเมืองหลวงต่างก็เต็มไปด้วยความตึงเครียดและสับสน"
 
อย่างนี้นี่เอง ฉันพยักหน้าและเริ่มเรียบเรียงข้อมูลในใจ
 
สรุปก็คือผู้ที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นองค์มกุฎราชกุมารก็คือ เจ้าชายลำดับที่สอง แทนที่จะเป็นลำดับที่หนึ่ง และเหล่าเสนาขุนนางที่สนับสนุนให้เจ้าชายลำดับที่หนึ่งเสด็จขึ้นครองราชบัลลังก์ต่างก็ระส่ำระส่าย ......ไม่สิ เดี๋ยวก่อนนะ เรื่องเพียงแค่นั้นมันไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรเลยนี่
 
เมื่อคิดดูให้ดีแล้ว ที่ผ่านมาฉันไม่เคยคำนึงถึงภูมิหลังของพระมารดาของเจ้าชายลำดับที่หนึ่งมาก่อนเลย
 
"เพราะว่าตอนนี้พวกเรากำลังเฝ้าระวังรินดาร์ล ดังนั้นจึงมีขุนนางบางส่วนที่เป็นปฏิปักษ์ต่อประเทศพลาเน็ตส์......"
 
"ไม่ผิด และตอนนี้มันไม่ใช่เรื่องฉลาดในการไปปลุกปั่นพลาเน็ตส์ด้วย"
 
ทุกคนก็ควรจะคิดแบบนั้น นอกเหนือไปจากการตัดสินพระราชหฤทัยขององค์กษัตริย์ สภาขุนนางชั้นสูงก็ควรจะคำนึงถึง​เรื่องนี้ก่อนที่จะรับสนองพระบรมราชโองการในการแต่งตั้งองค์มกุฎราชกุมารอย่างเร่งด่วน​นี้แล้ว
 
"ก็นะ มันก็เปล่าประโยชน์ที่พวกเราจะคุยเรื่องนี้ เหล่าขุนนางเช่นเราก็ทำได้เพียงแค่เฝ้ามองและรอดูว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไปเท่านั้น"
 
แม้ว่าฉันจะยังคงสับสน แต่สิ่งที่ท่านเอิร์ลกล่าวมาก็ถูกต้องแล้ว มันไม่มีสิ่งใดที่ฉันจะสามารถทำได้เกี่ยวกับเรื่องที่เกี่ยวโยงภายในพระบรมมหาราชวังหรือราชวงศ์เลย
 
"เอาล่ะ ไหนเจ้ารายงานรายละเอียดเรื่องที่ได้ยินมาจากพวกกลุ่มโจรมาซิ ?"
 
นี่สิที่เป็นเรื่องสำคัญที่ควรจะใส่ใจเป็นอย่างแรก สิ่งที่มันเกี่ยวพันกับดินแดนของฉัน ฉันเลิกคิดเรื่องการสืบราชสันตติวงศ์ และเปลี่ยนเข้าสู่ประเด็นใหม่



NEKOPOST.NET