[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta. ตอนที่ 83 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta.

Ch.83 - 13 สนทนากับราโทก้า


มันเกิดขึ้นหลังจากการสอบปากคำครั้งที่สองเสร็จสิ้น พิราบสื่อสารจากสภาขุนนางที่เมืองหลวงถูกส่งมาถึงพวกเรา ข้อความแถลงการณ์เรื่องกลุ่มโจรที่บุกรุกเข้ามาในอัร์คเซียได้สำเร็จถูกประกาศให้เป็นศัตรูของชาติที่ต้องเฝ้าระวัง และพวกเขาจะต้องถูกดำเนินการกุมขังโดยกองทัพส่วนพระองค์
 
"โชคดีที่ข้ายังมีเวลามากกว่าสิบวัน ก่อนที่จะต้องส่งตัวพวกมันให้กองทัพหลวง"
 
"เจ้ารู้ก่อนแล้วว่าพวกมันจะถูกคุมขังโดยหลวงงั้นเรอะ ?"
 
ราโทก้าอ่านจดหมายที่ฉันเพิ่งออกความเห็นไปซ้ำอีกครั้ง และถามถึงที่ฉันบอกว่า "โชคดี" ฉันผงกศีรษะและเริ่มต้นอธิบาย แม้ว่าจะมีงานกองพะเนิน แต่ฤดูร้อนนี้มันร้อนมากเกินไปจนทำให้จิตใจไขว้เขว ฉันจึงตัดสินใจสนทนากับราโทก้านิดหน่อยเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ
 
"ถึงพวกมันถูกเราจับกุมได้ในท้ายที่สุด แต่การที่พวกมันสามารถแทรกซึมผ่านพรมแดนของเราและกระทั่งเข้ามาภายในประเทศได้ สิ่งนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนับตั้งแต่มหาสงครามที่ทำให้อาร์โทลัสล่มสลาย การป้องกันของเราไม่ได้เปราะบาง​ ยิ่งไปกว่านั้น กลุ่มโจร 'ทั่วไป' ไม่ควรที่จะกล้ำกรายเข้ามาภายในประเทศได้เท่านี้"
 
"......แต่พวกมันกลับมาได้ไกลขนาดนี้"
 
ฉันเน้นย้ำว่าพวกมันไม่ใช่กลุ่มโจรทั่วไป ราโทก้าก็เบนสายตามองพื้นเบื้องล่างเหมือนว่าเขาพยายามปะติดปะต่อข้อมูลที่เขารู้อยู่แล้วประกบด้วยคำใบ้ที่ฉันมอบให้ แม้ว่าเขาจะยังอายุน้อย แต่ก็หัวไว ฉันเองก็มีนิสัยมองต่ำขณะคิดอะไรสักอย่าง ดูเหมือนว่าเขาจะเลียนแบบท่าทางของฉัน
 
"ข้อมูลภายในของอัร์คเซียไม่ได้เป็นที่รับรู้กันนักสำหรับต่างชาติ โดยเฉพาะประเทศที่พวกเราไม่ได้มีความสัมพันธ์ฉันมิตรด้วยอย่างเดนเซล นั่นคือสิ่งที่ข้าได้เรียนมาจากนางมาร์แชน"
 
"ถูกต้องแล้ว"
 
"สามัญชนยิ่งมีการเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับอัร์คเซียน้อยลงไปอีก สถานที่เพียงแห่งเดียวในเดนเซลที่จะเข้าถึงข้อมูลของอัร์คเซียได้ก็คือ วังในเมืองหลวงที่นักการทูตของอัร์คเซียพำนักอยู่..... สำหรับกลุ่มโจรที่รู้จักเขตแดนของพวกเราเป็นอย่างดี พวกมันก็อาจจะเชื่อมโยงกับวังเดนเซล..... ว่าไปแล้ว พวกมันบางคนก็รู้ภาษาอัร์คเซียก็แสดงว่ามีพวกขุนนางในหมู่พวกมันด้วย​"
 
ฉันพยักหน้าในแต่ละการวิเคราะห์ข้อมูลของเขา และฉันก็เพิ่งรู้สึกตัวว่าริมฝีปากตัวเองขยักขึ้นจนแทบจะเป็นรอยยิ้ม ขณะที่เขาได้รับการศึกษาแบบเดียวกับฉัน กระบวนการคิดของเด็กคนนี้จึงคล้ายกับฉันทีเดียว การแลกเปลี่ยนข้อมูลกับเขาเป็นวิธีการที่ดีที่ฉันจะได้ยืนยันถึงทฤษฎีของตัวเอง ดูเหมือนว่าการอนุมานของราโทก้าจะมีประสิทธิภาพคาบเกี่ยวกับฉัน นั่นเป็นเรื่องที่ดี ทีนี้ฉันก็ได้รับรู้ถึงความปราดเปรื่องของเขาแล้ว และก็จะสามารถใช้ประโยชน์จากเขาได้มากขึ้นในอนาคต
 
"แน่นอนว่าสภาขุนนางย่อมไม่รู้เรื่องที่ว่ากลุ่มโจรเป็นพวกมีการศึกษา ทว่าจากจดหมายฉบับนี้กลับดูมิชอบมาพากล บางทีขุนนางบางคนอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เหมือนว่าเขาพยายามวางหมากให้เฝ้าจับตาประเทศเพื่อนบ้านไว้"
 
"ใช่ และไม่ช้าก็เร็ว หลวงก็จะรับรู้ว่าพวกเราได้จับกุมกลุ่มโจรไว้ก่อนแล้ว นั่นเป็นสาเหตุที่ข้าต้องลงแรงในการสอบปากคำไปมากมายขนาดนั้น"
 
ก่อนที่พวกมันจะจากไปยังสถานที่ที่ฉันไม่สามารถเอื้อมถึง ฉันต้องคาดคั้นเอาข้อมูลที่เป็นไปได้ทั้งหมดออกมาเสียก่อน ราโทก้าพยักหน้าและกล่าว "เข้าใจล่ะ"
 
ฉันเงียบลงและชี้ไปยังเหยือกน้ำที่อยู่บนโต๊ะ รู้สึกกระหายน้ำหลังจากการสนทนานี้ บางทีเจตคติในการรับใช้คงจะฝังลึกลงในตัวเขาแล้ว ราโทก้าเทน้ำลงในแก้วให้ฉันโดยแทบไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ น้ำแอปเปิ้ลมิ้นต์เย็นเป็นพิเศษให้ความรู้สึกสดชื่น และได้ชำระความรู้สึกของหน้าร้อนออกไปจากฉันได้อย่างสมบูรณ์ ฉันรู้สึกได้รับการเพิ่มพลังงานขึ้นมาและเริ่มพูดต่อ
 
"ข้าสงสัยว่าอาจมีผู้สมรู้ร่วมคิดภายในประเทศของเราให้การช่วยเหลือ พวกมันถึงได้รู้รายละเอียดภูมิประเทศภายในของเรามากเยี่ยงนี้"
 
"ไส้ศึก​น่ะเรอะ แหงล่ะ นักการทูตของเราไม่น่ามีเหตุผลใดที่จะสอนอริราชศัตรูเกี่ยวกับภูมิประเทศของเราอยู่แล้ว ว่าแต่ทำไมหลวงถึงพยายามจะรับเอาพวกโจรไปดูแลด้วยตัวเองกันล่ะ ?"
 
อย่างที่คาดไว้ เมื่อมาถึงกระบวนการคิดของขุนนาง ราโทก้ายังไม่ได้เรียนรู้เรื่องนี้เพียงพอ เขาจึงยังคงไม่เข้าใจเหตุผล เขาหยุดคิดและกล่าวถามฉันอย่างตรงไปตรงมา
 
"ถ้าเป็นคุกปราสาทที่เมืองหลวง เหล่าขุนนางจะเข้าถึงตัวนักโทษได้โดยง่าย ผู้ที่พยายามเรียกตัวพวกมันไปก็คงจะต้องการเข้าถึงตัวพวกมัน หากว่านอร์ดสเทิร์มมีส่วนพัวพันอย่างที่ข้าเป็นกังวล เกรงว่าการที่กลุ่มโจรยังคงอยู่ที่นี่ในฐานะนักโทษของเรา มันจะไม่สะดวกสำหรับเขายิ่งกว่าใคร"
 
"แต่ว่ามันจะไม่เสี่ยงไปหน่อยเหรอ ที่จะเชื่อฟังคำสั่งและส่งตัวนักโทษไปน่ะ ?"
 
"แล้วใครว่าเราจะเชื่องส่งพวกมันไปซื่อ ๆ กันล่ะ ?"
 
เห ? ราโทก้านิ่งงันไปชั่วขณะหนึ่ง จากนั้นเขาก็ทุบมือตัวเองด้วยกำปั้นหลังจากหายใจลึกไปสองที เขามองกลับมาอย่างไม่สบอารมณ์นัก
 
"เข้าใจล่ะ เจ้าจะ 'ฆ่า' ใครบางคน อย่างที่ทำกับข้าล่ะซิ"
 
"ข้าไม่ได้​เป็นคนพูดนา 'เอลิส'"
 
เขามีกระบวนความคิดที่เหมือนกับฉันจริง ๆ
 
ใช่แล้ว ถึงแม้ว่ามันจะเป็นคำสั่งจากสภาขุนนาง แต่ก็ไม่มีเหตุผลที่ฉันจะต้องส่งมอบกลุ่มโจรให้ไปทั้งหมด
 
ถึงอย่างไร ฉันก็มีอำนาจเต็มเปี่ยมในการสอบปากคำพวกมันจนกระทั่งจดหมายนี้ได้ส่งมาถึง ฉันก็อาจจะพลั้งมือฆ่าคนไปสักคนสองคนระหว่างการสอบสวนแล้วก็ได้
 
"ข้าตัดสินใจไว้แล้วล่ะว่าจะสังหารใคร หนึ่งคือโจรคนแรกที่ข้าสอบสวน อีกคนคือชายผมสีบลอนด์ ......ข้าจะต้องนำตัวพวกมันส่งไปยังเมืองหลวงอย่างที่พวกเขาต้องการ ข้ายกให้การเตรียมการเป็นหน้าที่ของเจ้าแล้วกัน เอลิส"
 
ฉันจบบทสนทนากับราโทก้าเพียงเท่านี้ ถึงแม้ฉันจะกลับมาที่อาณาเขตเพราะการบุกรุกของกลุ่มโจร แต่ฉันก็ไม่สามารถให้พวกเขาถูกคุมขังอยู่ที่นี่อย่างไม่มีกำหนดได้
 
อย่างที่ฉันสัญญาไว้กับเธโอ ฉันยังคงต้องการหารือกับขุนนางคนอื่น ๆ เกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนแรงงานช่างฝีมือของพวกเขามาช่วยเหลือในการก่อสร้างของพวกเรา ฉันยังต้องร่างระบบการจัดการปกครองในขณะที่ฉันได้กลับมาที่นี่ ไหนจะปัญหาเร่งด่วนเกี่ยวกับการก่อสร้าง​หลายประการที่ต้องแก้ไขอีก
 
นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันต้องจัดการกับเอกสารและขั้นตอนที่จำเป็นสำหรับการรองรับพลเมืองใหม่จำนวนมาก ฉันยุ่งเสียจนมีเวลาในการพักผ่อนเพียงน้อยนิด ขณะที่จัดการงานและบูรณะอาณาเขต ฉันก็เริ่มที่จะทำงานมากขึ้นและมากขึ้นแทนที่ท่านเอิร์ลเทเรเซียแล้ว
 
พอนึกถึงท่านเอิร์ล.......
 
เขาชราภาพมากแล้ว และพอคิดว่าในตอนนี้ฉันยังคงเป็นเพียงแค่เด็กเจ็ดขวบ ก็ชักอยากจะร้องไห้ออกมานิดหน่อย​แฮะ



NEKOPOST.NET