[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta. ตอนที่ 76 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta.

Ch.76 - 06 น้ำแอปเปิ้ล


"อ๊ะ นานแล้วทีเดียวนะ ท่านไวส์เคาน์เตสคาลเดีย ขอบคุณที่มาร่วมงานในวันนี้"
 
"ขอบคุณที่เชิญข้าเช่นกันค่ะ ท่านลอร์ดโมลตัน"
 
ฉันรู้สึกแปลก ๆ กับการแต่งชุดกระโปรงอย่างเป็นทางการครั้งแรก ขณะทักทายกับเจ้าภาพในค่ำคืนนี้ โดยมีคลอเดียที่แต่งกายชุดหญิงรับใช้ติดตามมาด้วย ท่านมาร์เกรฟรูปงามที่ฉันได้พบเมื่อปีที่แล้วยืนอยู่ส่วนหลังของห้องอาหาร และหลังจากเขาเห็นฉัน คำพูดของเขาก็สะดุดไปเล็กน้อย
 
"ครั้งนี้ท่านสวมกระโปรงนี่ มันดูเหมาะกับท่านนัก ก่อนหน้านี้ที่ท่านแต่งเครื่องแบบอัศวินเองก็ดูดีและสง่างามเช่นกัน นี่เป็นจุดแข็งของท่านทีเดียวที่สามารถสร้างความประทับใจด้วยการเผยโฉมด้านความเป็นสตรีออกมาเช่นนี้"
 
ท่านมาร์เกรฟโมลตันวิจารณ์ถึงตัวฉันในชุดกระโปรงอย่างสุภาพ ฉันมักจะสวมเครื่องแบบอัศวินอยู่เสมอเวลาออกไปที่สาธารณะ ดังนั้นนี่จึงเป็นครั้งแรก ฉันรู้สึกได้ว่าตัวเองตกเป็นเป้าสายตาของเหล่าขุนนางทั้งหมด
 
"หากท่านคิดเห็นเช่นนั้นจริง ๆ แล้วล่ะก็"
 
"อย่าได้อคติไป ข้าไม่ได้ประชดประชันท่าน ข้าคิดว่านั่นเป็นหลักฐานว่าท่านเป็นที่สนใจแค่ไหนนะ"
 
เขาหัวเราะรื่นเริงตามแบบฉบับของเขา เรือนผมสีเงินก็พริ้วไหวเล็กน้อย ฉันรู้สึกโล่งใจนิดหน่อยที่อ่านความตั้งใจของเขาได้อย่างง่ายดายโดยไม่ผิดพลาด
 
"ตอนนี้ท่านเอิร์ลเทเรเซียเป็นอย่างไรบ้าง ?"
 
"นั่น...... เขาดูท่าทางไม่ค่อยไม่สบายนัก...... เพียงมีอาการอ่อนล้าเล็กน้อยน่ะค่ะ"
 
ด้วยการทำงานของเขาในฐานะผู้แทนของฉัน ประกอบกับกิจกรรมทางสังคมรายวันทั้งปวง ไหนจะระยะเวลาในการเดินทางด้วยรถม้ากว่าสองวันเต็ม ดูเหมือนสิ่งเหล่านี้จะทำร้ายเขา แม้ว่าฉันคิดว่าเขาทำงานหนักเกินไป แต่มันก็ยังมีงานอีกมากมายที่มีเพียงเขาเท่านั้นที่จะทำได้ บางทีพวกเราอาจจะต้องว่าจ้างคนให้มากขึ้นเพื่อแบ่งเบาภาระเขาจริง ๆ แล้ว
 
ท่านมาร์เกรฟโมลตันมองไปบนโต๊ะที่อยู่ด้านหลังเขา และหยิบแก้วไวน์ขึ้นมา จากนั้นเขาก็เทเครื่องดื่มที่คล้ายกับไวน์ขาวลงในแก้ว
 
เมื่อฉันรับแก้วที่เขายื่นให้ ก็เห็นได้ชัดเลยว่ามันเป็นน้ำแอปเปิ้ล ฉันอดไม่ได้ที่เหลือบขึ้นไปทางเขา และเห็นเพียงรอยยิ้มเยื้อนของเขาส่งให้ จากงานเลี้ยงทางสังคมทั้งหมดที่ฉันได้เข้าร่วมจำนวนนับไม่ถ้วน นี่เป็นครั้งแรกที่มีใครสักคนได้เตรียมเครื่องดื่มที่เหมาะสมสำหรับเด็ก — ซึ่งหมายถึงฉัน ไว้ด้วย
 
เขาเป็นผู้ที่น่ายกย่องจริง ๆ มันไม่ใช่เพียงแค่เขามีบุตรชายอายุเท่ากับฉัน เขายังปฏิบัติกับฉันอย่างกรุณาและปราศจากอคติใด ๆ ถึงแม้ว่าฉันจะเป็นบุตรีแห่งตระกูลคาลเดียก็ตาม
 
ชื่อเสียงอันฉาวโฉ่ของพ่อและตระกูลได้ทิ้งรอยด่างพร้อยไว้บนชื่อของฉัน พวกเขาต่างพิจารณาว่าเราเป็นพวกนอกรีต คือความเสื่อมเสียแห่งขุนนาง ถึงแม้ว่ามันจะไม่ใช่การตัดสินอย่างเป็นทางการจากสภาขุนนางหรือใด ๆ ก็ตาม แต่ขุนนางทางภาคเหนือและคนอื่น ๆ ที่อยู่ในหมู่พวกเขาต่างก็คิดเช่นนั้นอย่างแน่นอน
 
พวกเราทานขนมปังและดื่มเครื่องดื่มด้วยกัน ความหวานเอมสดชื่นเจือรสขม ทำให้ฉันนึกถึงน้ำแอปเปิ้ลที่ชอบดื่มในชาติที่แล้ว
 
ท่านมาร์เกรฟโมลตันยกเก้าอี้สองตัวให้ฉันกับคลอเดีย และกระทั่งเสิร์ฟน้ำให้กับเธอเป็นอย่างดี
 
มันยังคงเป็นเวลาเร็วเกินไปสำหรับมื้อค่ำ แต่ก็มีเครื่องดื่มและอาหารว่างบนโต๊ะ ผู้คนเริ่มมานั่งพักกันที่นี่ หลังจากเต้นรำในลานมาก่อนหน้านี้
 
เมื่อท่านมาร์เกรฟเลื่อนเก้าอี้ให้กับฉันด้วยตัวเอง มันจะเป็นการเสียมารยาทหากปฏิเสธ คลอเดียและฉันต่างนั่งลงข้างหน้าท่านมาร์เกรฟ
 
"......ว่าไปแล้ว ระยะนี้ข้าไม่เห็นผู้ติดตามส่วนตัวของท่านเลยนะ"
 
เขาคงหมายถึงช่วงที่พวกเราได้พบปะกันในงานสังคมอื่น ๆ ที่ผ่านมา ท่านมาร์เกรฟมองไปยังคลอเดียเล็กน้อย ก่อนจะเบนสายตากลับมายังฉัน
 
เขาพูดถึงคามิล
 
ชั่วขณะที่นึกถึงเขา ภาพร่างอาบเลือดของคามิลก็ปรากฏเบื้องหลังเปลือกตาของฉัน
 
กิ๊ง เสียงแก้วใสของคลอเดียวางลงข้าง ๆ แม้แผ่วเบา แต่ฉันก็ได้ยินอย่างกระจ่างแจ้ง รอยยิ้มงดงามของท่านมาร์เกรฟโมลตันจางหายไปในทันที
 
"เขาเสียชีวิตที่ยุกก์เฟน่า"
 
เสียงของฉันสั่นไหวขณะกล่าวอย่างตรงไปตรงมา ริมฝีปากก็สั่นเพื่อมเล็กน้อย
 
"โอ้....."
 
ท่านมาร์เกรฟคงจะสังเกตเห็นท่าทางของฉัน เสียงของเขาฟังดูตึงเครียดขึ้นมา
 
".....ข้าขออภัยด้วยที่ทำให้ท่านต้องหวนคิด​ถึง​เรื่องนั้น"
 
เขากล่าวน้ำเสียงเรียบและสีหน้าเปี่ยมไปด้วยความเห็นใจ เขาคงจะมองเห็นฉันเป็นเด็กอย่างลูกชายของเขา
 
ฉันยกแก้วตัวเองขึ้นดื่มอึกหนึ่ง ฉันไม่ได้ตระหนักเลยว่าคอตัวเองแห้งผากแค่ไหน จึงดื่มอึกที่สองและสามตามมา
 
ในตอนนั้น ฉันก็นึกเห็นใจท่านมาร์เกรฟเช่นกัน ฉันสงสัยว่าหากเขาจะตระหนักได้ว่าบรรดาเด็ก ๆ ที่รุ่นราวคราวเดียวกับลูกชายของตนได้ตายลงในสงคราม ถึงอย่างไรชีวิตมันก็ช่างน่าโศกศัลย์ถึงเพียงนี้
 
"ข้าขออธิษฐานให้ดวงวิญญาณของเขาได้รับการประทานพรจากองค์เทวามิโซรัว"
 
".....ขอบคุณมากค่ะ"
 
ท่านมาร์เกรฟชูแก้วของเขาโดยปราศจากการกล่าวอะไรสักพักหนึ่ง เขาเพียงแต่อธิษฐานขอสวัสดิภาพแด่ดวงวิญญาณของอดีตผู้ติดตามส่วนตัวของฉันอย่างสงบ
 
 
 
 
 
ระหว่างการเดินทางกลับในรถม้า ฉันมองออกไปนอกหน้าต่างโดยไม่พูดสิ่งใด ในมือของฉันคือลูกกวาดห่อด้วยกระดาษตกแต่งลวดลายที่ท่านมาร์เกรฟโมลตันได้มอบให้เป็นของขวัญ
 
".......ข้อความกับรหัสลับนี่มันเป็นเรื่องทั่วไปของขุนนางหรือไงกันนะ ?"
 
"งั้นเหรอคะ ?"
 
"เปล่า ......ไม่มีอะไร"
 
ฉันอดไม่ได้ที่จะถามคลอเดีย แต่กลับได้เพียงคำตอบที่ว่างเปล่ามาแทน ฉันจึงรู้สึกตัวได้ว่ามันเป็นเรื่องไร้ประโยชน์ที่จะถามเธอ ดังนั้นจึงเงียบเสียงลง
 
ลูกกวาดที่ถูกห่อด้วยกระดาษหลายชั้น และเปลือกด้านในสุดมันคือข้อความจากท่านมาร์เกรฟโมลตัน
 
เป็นธรรมเนียมที่จะไม่ฉีกกระดาษห่อของขวัญอันสวยงามออก เพราะว่ามันยังสามารถนำมาใช้ได้อีกครั้ง เป็นจดหมายหรือการ์ดอวยพร ฉันควรจะสังเกตเห็นมันในไม่ช้าก็เร็ว แต่เพราะว่าฉันมีนิสัยในการส่งจดหมายขอบคุณไปยังผู้ที่เชิญฉัน ดังนั้นฉันจึงพบมันในทันที
 
ข้อความเป็นเรื่องเกี่ยวกับผู้คนที่ได้เดินทางผ่านอาณาเขตของท่านมาร์เกรฟโมลตันเพื่อไปยังอาณาเขตทางตอนเหนือ คณะซิสเตอร์ที่มีพิรุธและเกี่ยวพันกับขุนนางทางภาคเหนือ ทำไมท่านมาร์เกรฟโมลตันถึงบอกเรื่องนี้กับฉันกันนะ ? แล้วคณะซิสเตอร์เหล่านั้นคืออะไรกันแน่ ?
 
เนื่องจากฉันยังมีข้อมูลที่น้อยเกินไปจึงคับข้องใจเล็กน้อย ฉันถอนหายใจและมองออกไปยังทัศนียภาพนอกหน้าต่างอีกครั้ง คลอเดียนั่งตรงกันข้ามกับฉันท่าทางอารมณ์ดีจากการกินลูกกวาดที่ได้รับจากงานเลี้ยงของท่านมาร์เกรฟโมลตัน จากนั้นเธอก็เริ่มฮัมเพลงขึ้นมา



NEKOPOST.NET