[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta. ตอนที่ 75 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta.

Ch.75 - 05 บ้านใหม่


หลังจากที่โยกไปมาในรถม้ากว่าสองวัน พวกเราก็มาถึงจุดหมายในที่สุด
 
มันเป็นชานเมืองของย่านที่อยู่อาศัยของขุนนางในเมืองหลวงซึ่งแบ่งแยกกับย่านสามัญชนเพียงรั้วกำแพง​กั้น พวกเราหยุดที่หน้าบ้านเก่าคร่ำคร่าขนาดเล็กหลังหนึ่ง มันเล็กกว่าคฤหาสน์โกลเด้นฮิลส์ที่ฉันอยู่เสียจนแทบไม่ต้องเงยหน้ามองเลย
 
"ถึงแล้ว......"
 
เสียงถอนหายใจดังมาจากท่านเอิร์ลเทเรเซีย จากนั้นเขาก็มองมายังฉัน
 
"เจ้าแน่ใจนะ ?"
 
"ถึงอย่างไรมันก็แค่ที่พักเวลาที่เรามาเมืองหลวงเท่านั้น"
 
ท่านเอิร์ลยักไหล่และมองกลับไปที่บ้านอย่างไม่นิยมชมชอบนัก บ้านหลังนี้มันเป็นสิ่งแรกที่ฉันได้ซื้อด้วยตัวเองในชาตินี้ แม้ว่ามันจะเล็กและแคบก็ตามที
 
 
 
 
 
หลังจากสงครามที่ป้อมปราการยุกก์เฟน่าแม้ว่าผลพวงที่ตามมาจะจบสิ้นไปทั้งหมดแล้ว แต่ฉันก็ยังคงวุ่นวายและต้องไป ๆ มา ๆ ระหว่างอาณาเขตของฉันและเมืองหลวงบ่อยครั้ง ในเมื่อสภาขุนนางจะมีการประชุมสามัญในทุกฤดูร้อนและฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งเป็นฤดูที่สังคมในเมืองหลวงจะคึกคักกัน ขุนนางส่วนมากที่มีอาณาเขตเป็นของตัวเองก็จะมีคฤหาสน์ในเมืองหลวงด้วยเช่นกัน และสิ่งนี้ก็จะเป็นประโยชน์ในการกระชับความสัมพันธ์ในการติดต่อกันสำหรับฉัน
 
โดยเฉพาะอย่างยิ่งตั้งแต่ช่วงกลางของฤดูร้อนจนถึงฤดูใบไม้ร่วง มันจะมีงานสังสรรค์ที่ผู้คนมากมายจะมารวมตัวกัน อย่างงานเปิดตัวทางสังคมของพวกหน้าใหม่, งานเลี้ยงเต้นรำ และรัฐพิธีของศาสนจักร
 
แน่นอน ถึงแม้ว่าท่านเอิร์ลเทเรเซียจะมีประสบการณ์ในการเป็นขุนนางข้าราชสำนัก แต่สำหรับฉันที่อายุยังไม่บรรลุนิติภาวะ นอกไปจากการเปิดตัวทางสังคมของฉันเองแล้ว มันก็ยังคงจะต้องใช้เวลาอีกกว่าสิบปีข้างหน้าที่งานเลี้ยงทางสังคมเหล่านั้นจะเกี่ยวข้องกับฉัน
 
.......แต่แทนที่จะเป็นเช่นนั้น ตรงกันข้าม ด้วยจดหมายเชื้อเชิญจากขุนนางท่านอื่นที่ส่งมาจนถูกทับซ้อนกันเป็นภูเขาเลากาในห้องทำงานของฉัน ง่าย ๆ เลยก็คือทุกคนต้องการที่จะทำความคุ้นเคยกับฉัน เพื่อเป็นประโยชน์สำหรับการติดต่อเจรจากันในอนาคตนั่นเอง
 
เป็นเพราะราชรัฐทั้งสี่ทางตะวันออกที่จะรวมกันเป็นสหภาพรินดาร์ล และการโจมตีที่อ้างว่าไร้การปลุกปั่นของเดนเซล พวกเราอยู่ในสถานะของการเฝ้าระวังพวกเขาระดับสูง แน่นอนว่าความสนใจภายในประเทศนี้ก็ยังรวมไปถึงอาณาเขตภาคตะวันออกที่มีพรมแดนติดกับอริราชศัตรูอย่างอาณาเขตยุกก์เฟน่า, กีนาส และคาลเดียอีกด้วย​
 
สภาขุนนางได้มอบเงินสนับสนุนพิเศษสำหรับทั้งสามอาณาเขต แต่ในตอนนี้ระบบในการจ่ายให้กับพวกเราเริ่มที่จะถูกปรับเปลี่ยน ด้วยเหตุที่มีท่านลอร์ดบางท่านเรียกร้องต้องการเงินบางส่วนกลับคืน
 
นอกไปจากการจับตามองอาณาเขตของพวกเรา มันก็ยังรวมไปถึงโอกาส​ในการเปิดตลาดทางการค้ากับยุกก์เฟน่าและกีนาส ในฐานะที่คาลเดียเองก็เป็นแนวหน้าด่านของการป้องกันประเทศ ดังนั้นสรรพวุธทางทหารและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ จึงเป็นสิ่งที่จำเป็น​ ไหนจะข้าวของต่าง ๆ ที่พลเมืองใหม่ต้องการอีกจำนวนมาก ฉะนั้นนี่จึงเป็นเหตุผลที่ขุนนางมากมายต่างก็ส่งคำเชิญของพวกเขามาให้ฉัน
 
สั้น ๆ ก็คือ ทุกอาณาเขตล้วนต้องการโอกาสทางการค้าใหม่ ๆ นั่นแหละ
 
แม้ว่าในอัร์คเซียมันจะมีกฎเรื่องมารยาทที่ออกจะไร้สาระนิดหน่อย อย่างการกำหนดว่าเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะไม่ควรจะเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมอื่น ๆ นอกไปจากว่าพวกเขาเป็นเจ้าภาพเอง อย่างไรก็ตาม ถึงฉันจะเป็นเด็ก แต่ก็เป็นลอร์ดประจำดินแดนควบคู่ไปด้วย ซึ่งแตกต่างไปจากปกติที่พวกเขาเป็นเด็กกันก่อนจะมาเป็นขุนนาง จึงมีจำนวนจดหมายเชื้อเชิญที่ถูกส่งมาไม่หยุดหย่อน​
 
.......ด้วยเหตุของสถานการณ์ในตอนนี้ ฉันจึงมีกำหนดการร่วมรับประทานอาหารมื้อเที่ยงและมื้อค่ำแน่นเอี๊ยด มันออกจะหนักไปหน่อยสำหรับร่างกายเด็ก ๆ ของฉัน แต่ฉันก็ไม่ได้กล่าวตำหนิใด ๆ สักคำ เพราะถึงอย่างไรฉันก็ไม่มีใครให้คอยติเตียนอยู่แล้วล่ะนะ
 
ด้วยเหตุนั้นฉันจึงไม่อยากจะพักที่ที่พักของท่านเอิร์ลเทเรเซียทุกครั้งที่มาเมืองหลวง เลยซื้อบ้านหลังเล็ก ๆ แห่งนี้จากชานเมืองของย่านขุนนาง
 
มันออกจะซอมซ่อ​ แต่ก็นะ เพราะว่าฉันไม่ได้ต้องมาพักที่นี่นานนักอยู่แล้ว มันจึงไม่มีปัญหาใด ๆ ฉันไม่สนใจเรื่องภายนอกนัก เพราะว่าภายในฉันได้ซ่อมแซมไว้ทั้งหมดแล้ว
 
ฉันทิ้งตัวลงบนโซฟาไร้ยี่ห้อราคาถูกแต่ยังใช้การได้ มองไปยังอิฐสีแดงและไม้ที่เผยออกมาให้เห็นจากผนังปูนที่ดูอบอุ่น ฉันคิดว่าฉันชอบมันนะ
 
"เอลีส รายงานกำหนดการของข้าในคืนนี้และพรุ่งนี้ซิ"
 
"เอ่อ .......อ้า คืนนี้จัดการเอกสารในห้องทำงาน .......พรุ่งนี้เที่ยง.......ช่างตัดเสื้อจะมาวัดตัว ตอนเย็น เอ่อ เข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำของท่านมาร์เกรฟโมลตัน"
 
เมื่อฉันรบกวนราโทก้าที่ถูกบังคับให้แต่งเครื่องแบบหญิงรับใช้อยู่ข้างหลังฉัน เขาก็อ่านตารางเวลาของฉันที่เขาถืออย่างลุกลี้ลุกลน เมื่อเร็ว ๆ นี้เบลเวย์ได้สอนเขาถึงสิ่งต่าง ๆ ที่เขาต้องรู้ในการรับใช้ฉัน
 
ฉันตั้งใจให้ราโทก้าเป็นหญิงรับใช้ส่วนตัวแทนที่จะเป็นผู้ติดตามส่วนตัว แต่ถ้าเขารู้เรื่องอะไรที่หลากหลาย มันก็สะดวกดีนะ แม้ว่าการทำแบบนี้ดูเหมือนจะไปเพิ่มความเกลียดชังของเขาที่มีต่อฉันก็เถอะ แต่มันก็เป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ทำให้รู้สึกว่าระหว่างเรา มันไม่ได้มีอะไรพิธีรีตองนัก
 
"วันมะรืนดูเหมือนว่าเจ้าจะต้องไปอ่านประมวลศักดิ์สิทธิ์ที่วิหาร แต่มันมีพวกสัมภาระในห้องทำงานที่ต้องจัดระเบียบ พวกเราจะเอายังไง ?"
 
"เดี๋ยวข้าไปหลังจากจิบน้ำชาแล้ว"
 
"......น้ำชา เจ้าพูดแบบนั้น แล้วหญิงรับใช้ของเจ้าล่ะ ?"
 
"เจ้านี่ทึ่มเสียจริง มันก็หมายความว่าตัวเจ้าควรจะไปทำมาให้ข้าซะยังไงล่ะ"
 
"อ้าา...... งั้นหรอกเรอะ"
 
ราโทก้าพยักหน้า แม้ว่าจะยังมีสีหน้าที่ไม่ค่อยมั่นใจนัก
 
เขาหันตัวกลับและจากไปขณะที่เดินอย่างเก้ ๆ กัง ๆ ท่าทางจะไม่คุ้นชินกับส้นสูงและกระโปรงที่สวม เขาเดินผ่านคลอเดียที่ยืนพิงผนังถัดจากเตาผิงใกล้ทางออก การถอนหายใจออกมาเล็กน้อยนั่นคงเป็นเพราะเขากำลังอดกลั้นกับฉันอยู่
 
คลอเดียสบสายตากับฉันและไม่ได้พยายามปกปิดเลยว่าเธอกำลังขำ ทั้งยังหัวเราะคิกคักจนไหล่สั่นไหวเล็กน้อย
 
".......มีอะไร"
 
"เปล่าค่ะ ข้าแค่คิดว่าท่านกำลังสนุกกับเขามากทีเดียว"
 
คลอเดียยังคงอยู่ในสถานะของผู้อารักขาของฉัน แต่ในเวลาที่ฉันอยู่ในคฤหาสน์โกลเด้นฮิลส์ ฉันก็ไม่ได้จำเป็นจะต้องได้รับการอารักขาตลอดเวลา ดังนั้นมันจึงเป็นครั้งแรกที่เธอเห็นปฏิสัมพันธ์ของฉันกับราโทก้า
 
"ตอนที่ท่านเอลลูเซียพูดคุยกับเขา ท่านดูมีชีวิตชีวาดีนะคะ อย่างที่คิด มันคงจะเป็นเพราะว่าพวกท่านมีอายุใกล้เคียงกันซินะ ?"
 
"อา...... คงงั้นมั้ง แล้วก็ไม่ใช่เอลลูเซีย เอลิซ่าค่ะ"
 
"อุ ข้าผิดอีกแล้ว ขออภัยด้วยค่ะ"
 
ฉันไม่คิดว่าเป็นเพราะอายุที่พวกเราใกล้กันนะ ยิ่งไปกว่านั้น ทำไมฉันถึงปฏิบัติต่อราโทก้าอย่างขอไปทีแบบนั้น กระทั่งฉันเองก็ยังไม่สามารถตอบคำถามตัวเองได้
 
"ยังไงก็ตาม พอข้าเห็นท่านแบบนี้แล้ว ไม่ใช่เพียงแค่ท่านมีชีวิตชีวา ท่านก็ยังดูสนุกด้วย แล้วก็มีท่าทีที่ผ่อนคลายลงเล็กน้อย ข้าจะพูดยังไงดีน้า......"
 
คลอเดียท่าทางหมดคำพูดและเริ่มพึมพำกับตัวเอง มันดูเหมือนว่าเธอจะยังไม่พูดอะไรต่อ ฉันจึงหันไปทางหน้าต่างและมองออกไปข้างนอก
 
ที่อีกด้านหนึ่งของหน้าต่างกระจกคือท้องฟ้าที่ย้อมเป็นสีแดง ที่เมืองหลวงมันมืดช้ากว่าที่คาลเดีย ถ้าเป็นที่นั่นละก็ในเวลานี้จะมืดสนิทไปแล้ว
 
สิ่งที่เหมือนกันกับคาลเดียก็คือแสงสว่างของที่นี่คือเทียนไขซึ่งมีราคาแพงเกินกว่าจะใช้หลังพระอาทิตย์ตกดิน
 
อย่างที่ฉันกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ ฉันจะไปที่ห้องทำงานหลังจากที่ได้จิบน้ำชาเสร็จแล้ว ทั้งหมดที่ฉันต้องทำก็คือการจัดระเบียบสิ่งต่าง ๆ ที่กองบนโต๊ะเพื่อให้สะดวกต่อการใช้งาน และฉันก็จะต้องทำให้เสร็จสิ้นทั้งหมด​
 
เมื่อฉันมองกลับไปทางคลอเดีย ฉันก็เพิ่งรู้สึกตัวว่าเธอไม่ได้พูดกับตัวเองแล้ว เธอมองมายังฉันด้วยนัยน์ตาสีฟ้าครามของเธอด้วยสีหน้าที่ดูพิศวงยากจะพรรณนา ฉันไม่รู้ว่าควรจะมีปฏิกิริยาตอบกับเธอยังไง ดังนั้นมันจึงช่วยไม่ได้ที่ฉันจะนิ่งงันไปเฉย ๆ
 
ฉันอยู่แบบนั้นชั่วพริบตาหนึ่ง
 
"อ้าา ใช่แล้ว ! มันเหมือนกับว่าในที่สุดท่านเอลิซ่าก็เปิดใจและปล่อยวาง เมื่อคนที่ข้าต้องอารักขาไม่ได้ตื่นตัว ข้าเองก็เลยไม่ตื่นตัวตามไปด้วยน่ะค่ะ"
 
คลอเดียพูดลั่นออกมาอย่างปุบปับด้วยสีหน้าที่ถึงพอใจในตัวเองเป็นอย่างมาก ในขณะที่ฉันรู้สึกว่าอกของฉันมันถูกแช่แข็ง​ไปทั้งหมด แม้ว่าฉันจะรู้ดีว่ามันเป็นเพียงแค่ความหลอนเท่านั้น
 
"......ท่านเอลิซ่า เป็นอะไรไปหรือคะ ? หรือว่าข้าเรียกชื่อท่านผิดอีกแล้ว ?"
 
"......เปล่า ไม่ใช่แบบนั้น"
 
แม้ว่ากล้ามเนื้อที่เกร็งตัวแน่นของฉันจะทักท้วงก็ตาม แต่ฉันก็พยายามบีบคั้นคำพูดนั้นออกไป คำพูดของเธอมันทำให้ฉันตระหนักถึงความรู้สึกของตัวเองขึ้นมาได้ ซึ่งมันทำให้ฉันแทบอยากจะแหกปากเสียงดังลั่น​



NEKOPOST.NET