[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta. ตอนที่ 72 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta.

Ch.72 - 02 เด็กเล่น


ครั้งที่ฉันตื่นขึ้นในที่สุดเมื่อฤดูใบไม้ร่วงปีกลาย หลังจากนิทราไปกว่าหนึ่งเดือนเต็ม ฉันก็มีงานมากมายที่ต้องสะสาง แม้ว่าฉันจะยังต้องพักฟื้นอยู่ก็ตาม และตอนนี้มันก็เป็นเวลาล่วงเลยมากว่าหกเดือนแล้วนับตั้งแต่บัดนั้น หลาย ๆ อย่างก็เข้าที่เข้าทางในที่สุด
 
เพราะสงครามป้อมยุกก์เฟน่าและฉันที่นอนหลับร่วมเดือน แผนการรองรับผู้อพยพจึงมีข้อผิดพลาด
 
นับตั้งแต่การประชุมด่วนของสภาขุนนาง เริ่มต้นตั้งแต่ฤดูร้อนไปจนกระทั่งถึงช่วงกลางเดือนของฤดูใบไม้ร่วง ระยะเวลาหกเดือนในช่วงนั้น
 
......เท่าที่ฉันจำได้ ชาติที่แล้ว ในหนึ่งฤดูมีสักสามเดือนนี่นะ แต่สำหรับที่นี่ระยะเวลาสี่เดือนจึงเป็นหนึ่งฤดู หรือก็คือมีจำนวนเดือนทั้งหมดสิบหกเดือนต่อปี มันไม่มีปีอธิกสุรทิน และดวงจันทร์ก็ใช้เวลาโคจรรอบโลก 28 วัน ดังนั้นมันจะมีจำนวนวันทั้งสิ้น 448 วันต่อปี
 
แม้ว่าช่วงเวลาหนึ่งปีจะยาวนานกว่าชาติก่อน แต่มันก็ไม่ได้แปลกประหลาดใด ๆ ต่อการเจริญเติบโตของมนุษย์ล่ะนะ คงเป็นเพราะสิ่งมีชีวิตในโลกนี้ได้ปรับตัวให้เหมาะสมกับโลกอยู่แล้ว ฉันคิดว่าอย่างงั้นนะ เพราะสำหรับฉันเอง ฉันก็ไม่เข้าใจความรู้สึกของตัวเองเหมือนกัน แต่บางทีคงจะเป็นระยะเวลาหนึ่งวันที่คล้ายว่าจะสั้นกว่าในชาติที่แล้วล่ะมั้ง
 
กลับมาที่เรื่องผู้อพยพ พวกเราได้เริ่มรับผู้อพยพมาจำนวน 50 คนในแต่ละเดือน เริ่มต้นมาตั้งแต่กลางฤดูร้อน และสุดท้ายพวกเราก็ควรได้รับพลเมืองใหม่ทั้งสิ้นประมาณ 2,000 คน ทว่าเป็นเพราะผู้อพยพที่ป้อมยุกก์เฟน่าทั้งหมดต่างถูกสังหาร ในท้ายที่สุดคาลเดียจึงมีพลเมืองใหม่จากผู้อพยพเพิ่มขึ้นประมาณ 250 คนเท่านั้น
 
ในเวลาเดียวกัน ผู้อพยพจำนวนกว่า 800 คนที่ยังคงอยู่ที่อาณาเขตของท่านมาร์เกรฟกีนาสเป็นการชั่วคราวกลับได้การรองรับจากที่นั่น และได้มีการเตรียมการจัดสร้างหมู่บ้านใหม่ในทันที เพราะว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะจำกัดขอบเขตของพวกเขา และเมื่อคิดถึงความรู้สึกของกลุ่มผู้อพยพแล้ว ถ้าพวกเขายินยอมจะอยู่ที่นั่น ฉันก็ได้แต่เพียงปล่อยทิ้งเรื่องนี้ไว้ในใจให้ผ่านพ้นไปเท่านั้น
 
ส่วนชนเผ่าชิรู พวกเขามีจำนวนมากกว่าที่ฉันได้คาดการณ์ไว้ ในเบื้องต้นฉันได้ยินว่าพวกเขามีจำนวนประมาณ 40 คน แต่กลายเป็นว่าพวกเขามีกว่า 120 คน เป็นจำนวนมากกว่าถึงสามเท่า
 
และยังคงมีคนของพวกเขาอีกจำนวนหนึ่งที่ยังหลบซ่อนในที่ราบสูงแบนดิเชียและเทือกเขาเอม็อนนอร์ เป็นจำนวนกว่า 300 คน ได้มาเข้าร่วมกับพวกเรา เป็นจำนวนที่สูงกว่าที่ได้คาดการณ์ไว้มากโข มันน่าประทับใจนักล่ะที่พวกเขาส่วนมากสามารถสลัดการไล่ล่าของกองกำลังทหารสามร้อยนายของเดนเซลมาได้กว่าแรมเดือน
 
เมื่อรวมกันแล้ว เราก็จะมีพลเมืองใหม่จำนวนราว 600 คนด้วยกัน แต่มันก็ยังคงเป็นเพียงจำนวนหนึ่งจากที่พวกเราสมควรได้รับ พวกเขาควรจะมีส่วนช่วยเหลือในการวิศวกรรมโยธาและการก่อสร้างหมู่บ้านใหม่ แต่ด้วยเรื่องนี้ทำให้ฉันต้องเปลี่ยนแผนการใหม่ตั้งแต่ต้น
 
ถึงอย่างไร จำนวนกว่าครึ่งหนึ่งของพวกเขาก็คือชนเผ่าชิรูซึ่งเป็นชนเผ่าเร่ร่อน นั่นก็หมายความว่าพวกเขาย้ายถิ่นฐานไปเรื่อยและไม่ได้อยู่ที่ใดที่หนึ่งเป็นระยะเวลานานนัก ดังนั้นพวกเขาจึงมีความรู้เรื่องการก่อสร้างเพียงน้อยนิด และยิ่งไปกว่านั้นพวกเขาก็ไม่ได้เชี่ยวชาญในเกษตรกร​รมและกสิกรรมเท่าไหร่เลย
 
จากทางฝั่งตะวันตกของที่ราบสูงแบนดิเชียอพยพมายังอาณาเขตคาลเดีย พวกเขาจะต้องปรับวิถีชีวิตของพวกเขาและสร้างบ้านสำหรับตัวพวกเขาเอง มันดูเหมือนว่าพวกเขามักจะสร้างบ้านจากดินและหินแทนที่จะเป็นไม้ แต่น่าเสียดาย หินที่เป็นวัสดุก่อสร้างในคาลเดีย...... แทบจะไม่มีเลย
 
เนื่องจากฉันไม่มีทั้งเวลาหรือเงินทอง สำหรับในตอนนี้ทั้งหมดที่ฉันสามารถทำได้ก็คือการจัดหาไม้เป็นวัสดุก่อสร้าง นอกจากนั้นฉันก็ยังได้เตรียมดินเหนียวสำหรับการสร้างอิฐไว้ด้วย
 
แม้ว่าฉันจะยังหวังที่จะดึงดูดผู้คนให้อพยพเข้ามายังอาณาเขตของฉัน แต่มันก็เป็นเพียงความหวังเลือนลาง สำหรับตอนนี้แล้วฉันยังต้องแก้ปัญหาปัจจุบันเสียก่อน
 
ตั้งแต่ที่คามิลซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการดูแลการก่อสร้างหมู่บ้านจากไป มันก็มีปัญหาว่าใครควรจะมาทำหน้าที่นี้แทน การค้นหาใครสักคนที่นี่ที่รู้วิธีการพูดภาษาอาร์โทลัสเพื่อให้พลเมืองเข้าใจซึ่งกันและกันจนสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างง่ายดาย มันเป็นไปไม่ได้เลย
 
นอกจากนี้ แต่เดิมมีทหารจำนวน 30 นายที่ช่วยในเรื่องของการก่อสร้างหมู่บ้าน แต่ 20 นายได้ถูกเรียกตัวให้ไปที่ป้อมยุกก์เฟน่าและคงเหลือไว้ที่นี่ 10 คน ถึงแม้ว่าฉันจะได้เตรียมใจไว้อยู่แล้วว่าเรื่องนี้อาจจะเกิดขึ้น แต่เนื่องมาจากการบาดเจ็บล้มตายในสงครามครั้งนั้น ในตอนนี้พวกเราจึงมีกำลังพลไม่เพียงพอที่จะส่งทหารเข้าไปช่วยในการก่อสร้างอีก
 
ท้ายที่สุด ฉันจึงตัดสินใจย้ายหมู่บ้านที่จะจัดตั้งถิ่นฐานที่สุดตะวันตกของอาณาเขตขยับเข้ามาใกล้กับพื้นที่ภายใต้การควบคุมแทน เป็นแผนการขั้นต้นเพื่อให้สามารถจัดกำหนดการได้
 
นอกจากนั้น ฉันก็ต้องสะสางงานเอกสารต่าง ๆ ที่คั่งค้างเพราะว่านอนหลับไปร่วมเดือน ทั้งยังต้องไป ๆ มา ๆ ระหว่างป้อมยุกก์เฟน่าและเมืองหลวงเพื่อจัดการกระบวนการต่าง ๆ หลังเสร็จสิ้นสงครามจนแทบไม่มีเวลาให้พักผ่อนเลย
 
— ที่เล่ามาข้างต้นนั้น คือสิ่งที่ฉันต้องใช้เวลากว่าสามสิบนาทีในการอธิบายให้กับราโทก้าที่หรี่ตามองฉัน แล้วในที่สุดเขาก็พูดขึ้นด้วยสีหน้าบูดบึ้ง
 
"สรุปก็คือ เจ้าจะบอกว่าเจ้างานยุ่งมากจนลืมข้าไปสนิทเลยอย่างนั้นซินะ ?"
 
น้ำเสียงของเขาแม้ว่าจะดูสงบ แต่ก็ฟังดูโกรธขึงและเยียบเย็น ฉันคิดว่ามันคงจะดีกว่าถ้าเขาแหกปากและตะคอกใส่ฉันแทนนะ
 
"เปล่า ก็แค่ข้ามีงานที่ต้องสะสางเยอะแยะไปหมด ก่อนที่ข้าจะสามารถพบเจ้าได้ นั่นคือสิ่งที่ข้าอธิบาย"
 
"นั่นมันคือสิ่งที่เจ้าพูดกับคนที่เจ้าเพิ่งจะมาคุยด้วย หลังจากปล่อยทิ้งไว้เกือบปีน่ะรึ ?"
 
ในขณะที่ฉันไม่ได้พูดคุยกับเขานัก การศึกษาของเขาก็ยังคงดำเนินต่อไป ดังนั้นคำพูดคำจาของเขามันจึงมีวาทศิลป์ขึ้นมากโข นัยน์ตาสีแดงของเขาและแม้แต่ท่าทางที่คล้ายคลึงกับฉัน มันจับความสนใจของฉันไว้มั่น
 
"......ถึงเจ้าจะบอกว่าข้าปล่อยให้เจ้าโดดเดี่ยวเดียวดายมาร่วมปี แต่ในตอนนี้ข้าก็ยังไม่มีธุระอะไรกับเจ้าหรอกนะ"
 
เมื่อคำพูดหลุดออกไปจากปากของฉัน เส้นเลือดก็ปูดขึ้นบนหน้าผากของเขา
 
"ไม่จริงน่า หรือว่า บางที เจ้าต้องการความสนใจจากข้า ข้าที่เด็กกว่าเจ้าเสียอีกอย่างงั้นน่ะเรอะ ?"
 
"นั่นเจ้าอยากจะลองดีใช่มั้ย !"
 
"โอ๊ะโอ เจ้าต้องระวังคำพูดคำจาสักหน่อยนา"
 
ฉันมองราโทก้าที่อยู่ในฐานะของ "เอลิส" มันก็อดไม่ได้ที่ฉันจะหัวเราะออกมาให้กับใบหน้าของเขาที่เปลี่ยนเป็นสีแดงด้วยความฉุนเฉียวและไม่พอใจ การเย้าแหย่ล้อเลียนเขา มันเริ่มจะกลายเป็นการคลายเครียดไปแล้ว นี่มันเป็นนิสัยของเด็ก ๆ รึเปล่านะ
 
ฉันหลบหมัดของเขาที่พุ่งมาที่ไหล่ของฉัน และฉันก็หวนนึกถึงเมื่อครั้งฉันที่ยังคงอยู่ในค่ายทหารและได้รับการหยอกล้อจากพวกเขา มันคงจะเป็นความรู้สึกเช่นนี้เองล่ะมั้ง
 
 

T/N: ถ้าใครอ่านฉบับแปลอังกฤษมาก่อนจะพบว่าเนื้อหาในตอนนี้ช่วงต้นของตอน มีส่วนเพิ่มเติมและเพี้ยนไป (เรื่องเวลาในโลกและรายละเอียดจำนวนของผู้อพยพ) เพราะพบว่าผู้เขียนมีการรีไรท์หลังแปลอังกฤษออกครึ่งปี จึงดำน้ำจากต้นฉบับญี่ปุ่นมาค่ะ




NEKOPOST.NET