[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta. ตอนที่ 71 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta.

Ch.71 - 01 พิธีกรรมเปลี่ยนผ่าน


Act 2, Part 1
 
ในแต่ละสังคม ต่างก็มีพิธีกรรมเปลี่ยนผ่าน[1]ที่แตกต่าง
 
ฉันอยู่ในเทวสถานเอกแห่งศาสนจักรอาร์เซีย มหาวิหารมิโซรัว ที่ล้อมรอบไปด้วยพระราชวังในเมืองหลวง ฉันคุกเข่าในความมืดคิดถึงสิ่งต่าง ๆ แทนการสารภาพบาปที่ต้องกระทำ
 
ในราชอาณาจักรอัร์คเซีย นี่คือพิธีกรรมเปลี่ยนผ่านสำหรับเด็กวัยเจ็ดปีอันเป็นจุดผันเปลี่ยนของชีวิต นี่คืออายุที่สามารถรับโทษทัณฑ์ทางอาญาภายใต้ตัวบทกฎหมายได้แล้ว ความหมายก็คือ ฉันจะต้องทำกล่าวถวายสัตย์ปฏิญญาเพื่อน้อมรับกฎหมายแห่งเซียไปตลอดชีวิตที่เหลือของฉัน และฉันจะต้องรับผิดชอบในโทษทัณฑ์ตามอาญา หากฉันได้ละเมิดกฎหมายใด ๆ ก็ตาม
 
ในขณะที่เด็ก ๆ สามัญชนจะไปที่โบสถ์ที่ใกล้ที่สุดและท่องอาขยานเนื้อหาของประมวลศักดิ์สิทธิ์ แต่สำหรับขุนนางแล้ว มันแตกต่างกัน
 
ฉันจะต้องนัดหมายล่วงหน้ากับมหาวิหารมิโซรัวเพื่อทำพิธี และทำพิธีล้างบาปด้วยการสารภาพบาปกว่าครึ่งวันในห้องมืด หลังจากนั้นฉันจะต้องท่องเนื้อหาจากประมวลศักดิ์สิทธิ์และถวายสัตย์ปฏิญญาว่าจะปกป้องและยึดมั่นในกฎหมายต่อหน้าองค์เทพเจ้ามิโซรัวและคณะนักบวช
 
ในเวลาเดียวกัน พิธีกรรมนี้ยังมีจุดประสงค์เพื่อให้ฉันเข้าเป็นสาวกของศาสนจักรอาร์เซียอย่างเป็นทางการอีกด้วย
 
ก่อนอายุเจ็ดขวบ ฉันเป็นเพียงสาวกเฉพาะกาลเท่านั้น ก็นะ เป็นเพราะว่าสัดส่วนของเด็กจำนวนมากที่ตายก่อนจะถึงอายุเจ็ดขวบ และเด็ก ๆ ก็ไม่สามารถตัดสินผิดชอบชั่วดีได้มาก่อนจนกว่าพวกเขาจะโตพอ
 
ต้องขอบคุณรายละเอียดปลีกย่อยต่าง ๆ จากความทรงจำในชาติก่อน ฉันจึงรู้สึกว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวข้อง​กับศาสนาต่างก็มีอีกด้านทั้งนั้น และฉันก็ไม่ได้ศรัทธาเลยแม้แต่น้อย การใช้เวลากว่าครึ่งวันคุมขังไว้ในห้องมืด ฉันค้นพบว่ามันค่อนข้างจะน่าขัน และฉันก็เพียงแค่อยู่ในนั้นอย่างเงียบเชียบ​
 
ไม่ว่าองค์เทพมิโซรัวจะมีตัวตนอยู่จริงหรือไม่ ฉันก็ไม่ได้สนใจสักนิด กระทั่งว่าฉันอยู่ในศาสนจักรอาร์เซีย ไม่ว่าฉันจะเชื่อในสิ่งที่พวกเขาเทศนาหรือไม่ มันก็ไม่ได้สลักสำคัญใด ๆ เลย สิ่งสำคัญที่สุดคือการรักษาภาพพจน์และการปรากฏตัวในสังคมต่างหากล่ะ
 
หกเดือนก่อน ฉันนอนหลับนิ่งร่วมหนึ่งเดือน และได้ฝันถึงสิ่งต่าง ๆ จากอดีตชาติ
 
ในห้วงภวังค์ ฉันได้รื้อฟื้นสิ่งต่าง ๆ มากมายที่หลงลืมไปแล้ว แต่แทนที่จะรู้สึกว่ามันเป็นชาติก่อน ฉันกลับรู้สึกราวกับว่ากำลังอ่านหนังสือที่มีใครคนอื่นเป็นตัวเอก หรือบางทีก็อาจเป็นพรายกระซิบเล่าเรื่องราวให้ฟังเสียมากกว่า
 
ณ ตอนนี้ ฉันคือ เอลิซ่า คาลเดียแห่งราชอาณาจักรอัร์คเซีย ไม่ใช่เด็กสาวที่ใช้ชีวิตในญี่ปุ่นอีกต่อไป​แล้ว
 
ในความมืด แม้ว่าฉันจะทำท่าทีศรัทธาในการสะท้อนบาปที่ผ่านมา แต่แท้จริงแล้วฉันใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการไว้อาลัยและตัดขาดอดีตชาติของตัวฉันเอง
 
 
 
 
 
หลังจากเวลาของการสารภาพบาปจบสิ้นในที่สุด ฉันก็มองไปรอบ ๆ ห้องโถงในมหาวิหารเล็กน้อย ผู้คุ้มครองของฉัน ท่านเอิร์ลเทเรเซียก็ได้มาที่มหาวิหารพร้อมกัน แต่เขาเองก็มีธุระที่ต้องทำเช่นกัน
 
ในที่สุดพวกเราก็สามารถที่จะนิมนต์บิชอป ผู้สามารถโปรดกิจพิธีกรรมทางศาสนาไปยังอาณาเขตของฉันได้แล้ว สำหรับเอกสารที่จำเป็นเพื่อการย้ายถิ่นของบิชอปและเงื่อนไขที่จะต้องได้รับการยอมรับ นั่นคือสิ่งที่ท่านเอิร์ลต้องไปดำเนินการ อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าในชาติก่อนของฉัน บิชอปจะเป็นนักบวชที่มีตำแหน่งสูง แต่สำหรับในอัร์คเซียแล้ว บิชอปกลับเป็นเพียงแค่ผู้ให้การศึกษาทั่วไป ทำหน้าที่ในเรื่องการเรียนการสอนเท่านั้น
 
นักบวชได้นำทางฉันไปยังห้องโถงเอกของมหาวิหาร เมื่อได้เข้าไป ฉันก็ชะงักไปด้วยความฟุ้งเฟ้อและตรึงตาของสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า
 
หน้าต่างกุหลาบบานโตประดับกระจกสีประหนึ่งหมู่มวลบุปผชาติ ประติมากรรมหินประณีตด้วยงานฝีมือชั้นยอดต้องแสงเปล่งประกายแวววาว  สร้างภาพให้ภายในของมหาวิหารมีสีสันมลังเมลืองเหนือจริงอย่างน่าอัศจรรย์
 
ที่ด้านบนของบริเวณศักดิ์สิทธิ์คือ แท่นบูชาเพื่อเป็นเกียรติแก่เซ็นต์อะฮาร์ และน่าประหลาดมหัศจรรย์ยิ่งขึ้น ด้วยมีตาน้ำพุธรรมชาติสองสายพวยพุ่งเป็นธารน้ำไหลโอบล้อมวงแหวนศิลาที่มีหีบบรรจุพระศพตั้ง ณ ศูนย์กลาง
 
"วิเศษมากใช่มั้ยล่ะ"
 
นักบวชที่นำทางฉันดูท่าทางภาคภูมิ ฉันได้เพียงแต่พยักหน้าอย่างเห็นด้วย สิ่งปลูกสร้างอันวิจิตรเช่นนี้ กระทั่งในชาติที่แล้วฉันก็ไม่เคยเห็นมาก่อน
 
ฉันไม่อาจละสายตาออกมาจากความงดงามทั้งหมดเลย ในขณะที่สายตาถูกดึงดูดไป นักบวชที่อยู่ถัดไปมองฉันเงียบ ๆ ดูเหมือนว่าเขาจะอนุญาตให้ฉันมองดูได้จนกว่าจะเบื่อเชียวล่ะ
 
จากนั้น ขณะที่ฉันมองไปรอบ ๆ ในรายละเอียดของงานฝีมือบนเพดานและผนัง ฉันก็ได้ยินเสียงดังขึ้นมาจากข้างหลัง
 
"โอ้ นั่นเจ้า......บุตรีแห่งคาลเดียมิใช่หรือ ?"
 
เสียงที่ดังมานั้นฟังดูไม่ใช่ทั้งเด็กหรือแก่ ไม่ใช่ทั้งชายหรือหญิง มันเป็นเสียงที่ลึกลับและฟังดูคุ้น ๆ เมื่อฉันหันกลับไปก็พบกับบุคคลซึ่งสวมอาภรณ์นักบวชสีขาว
 
"ท่านนักบวชฟาริส—"
 
"ดูเหมือนว่าเจ้าจะได้ถวายสัตย์ปฏิญญาแล้ว ถึงแม้ว่าเจ้าจะมีสีหน้าย่ำแย่นักสำหรับคนที่เพิ่งผ่านพิธีล้างบาปและสารภาพบาปมาก็ตาม......"
 
นี่คือนักบวชที่ได้เป็นประธานในงานเฉลิมฉลองวันเกิดของฉันเมื่อฤดูใบไม้ผลิที่แล้ว ท่านฟาริสมีรอยยิ้มอย่างคลุมเคลือ แม้ว่าฉันไม่ได้เจอเขามาปีกว่า แต่ภาพลักษณ์ของเขาก็ไม่ได้เปลี่ยนเลย และแก้มของฉันก็กระตุกโดยไม่ได้ตั้งใจกับท่าทีของนักบวช
 
"......อ้า ข้าเดาว่ามันคงจะเป็นเพราะว่าบ่าของเจ้าได้แบกรับภาระแสนสาหัส ทั้งที่เจ้ายังคงเยาว์วัยเช่นนี้"
 
มันมีเรื่องอะไรที่น่าขบขันกับความเห็นเย้ยหยันพรรค์นั้นของท่านกัน และอย่ามาแตะต้องไหล่ข้าโดยไม่ได้รับอนุญาตเช่นนี้นะ
 
นักบวชที่ยากจะเข้าใจได้คนนี้ ฉันไม่สามารถบอกได้เลยว่าเขาหรือเธอกำลังคิดอะไรอยู่ อีกทั้งยังรู้สึกราวกับว่าเขาหรือเธอสามารถมองทะลุหัวใจของฉันได้ นั่นทำให้ฉันรู้สึกอึดอัดเป็นอย่างมาก
 
"ท่านหัวหน้า​นักบวช ได้โปรดอย่าแหย่ท่านไวส์เคาน์เตสคาลเดียนักซิครับ......"
 
นักบวชที่นำทางฉันกล่าวติงท่านฟาริส นักบวชฟาริสยักไหล่เล็กน้อย และมุ่งหน้าไปยังแท่นบูชา
 
 

 

[1] พิธีกรรมเปลี่ยนผ่าน (Rite of Passage) — การเปลี่ยนแปลงจากสภาวะหนึ่งไปสู่อีกสภาวะหนึ่ง  จากสถานที่หนึ่งไปอีกสถานที่หนึ่ง  การหมุนเวียนของวัฎจักรในรอบปี หรือ การเปลี่ยนสถานะของบุคคล [ref]



NEKOPOST.NET