[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta. ตอนที่ 68 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta.

Ch.68 - นามเดียวกัน • บทที่ 12


ราโทก้ามองลงไปยังเด็กหญิงที่นอนอยู่เบื้องหน้าเขา
 
เรือนผมสีดำของเธอสยายบนผ้าปูเตียงสีขาว แววตาเย็นชาดั่งน้ำแข็งและสีแดงคล้ายกับสนธยาของเธอคู่นั้น ในตอนนี้เขาไม่อาจมองเห็นได้ ผิวพรรณขาวผ่องของเธอก็แห้งกร้าน
 
ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเวลากว่าหนึ่งเดือนมาแล้ว ตั้งแต่ที่ได้กลับมาจากป้อมปราการยุกก์เฟน่า แต่เอลิซ่าก็ไม่กระทำสิ่งใดเลยนอกไปจากการนอนหลับ​
 
คืนถัดมาหลังจากที่ราโทก้าได้รับรู้ถึงอาการของเอลิซ่าจากนายทหารที่กลับมาจาก​ป้อมยุกก์เฟน่า เขาก็ลอบออกมาจากห้องมายังห้องของเอลิซ่า ตามคำที่ทหารบอกเล่า เอลิซ่าอยู่ในสถานะนี้มาตลอด แม้ว่าเธอจะไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่มันดูเหมือนว่าการตายที่ป้อมปราการยุกก์เฟน่าของชายที่ชื่อ คามิล นั้น จะได้สร้างความสะเทือนใจให้กับเธออย่างร้ายแรง​
 
ความจริงที่ว่าเอลิซ่าใช้เวลาทั้งหมดไปกับการนิทรา เบลเวย์ได้บอกเขาอย่างเปิดเผยในวันนั้น เนื่องจากเขาไม่ได้รู้เรื่องราวทั้งหมดจากนายทหาร ดังนั้นเขาจึงสันนิษฐานว่าบางทีเบลเวย์คงจะจับได้ว่าเขาออกไปพบทหารและคงจะไม่ได้ใส่ใจนัก
 
เอลิซ่ายังคงตื่นขึ้นมาเป็นครั้งคราว เธอจะลืมตาและลุกขึ้น แต่ไม่ขยับกาย ยิ่งไปกว่านั้นเธอไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ กับเสียงใครก็ตามและเธอก็ไม่กระทั่งเดิน เธอไม่พูดคุยอะไรกับใครทั้งนั้น ไม่กระทั่งแสดงความเจ็บปวด
 
แม้ว่าเธอจะยังคงมีชีวิต แต่ราโทก้ารู้สึกคล้ายกับว่าเอลิซ่านั้นได้กลายเป็นซากศพที่มีลมหายใจเท่านั้น เธอไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ เธอไม่พูดอะไร และไม่ตอบสนองต่ออะไรก็ตาม
 
ที่ตายไปคงไม่ใช่ร่างกาย แต่เป็นจิตใจของเธอ
 
และ ณ ขณะนี้ ราโทก้าก็เพียงยืนมองเอลิซ่ามาระยะเวลาหนึ่ง
 
ราโทก้าถือมีดเงินไว้ในมือขวาของเขา ตอนนี้ไม่มีใครที่อยู่ข้างเอลิซ่าเลย และบางทีเอลิซ่าในสถานะปัจจุบันนี้ก็คงไม่ขัดขืนด้วยซ้ำ
 
สมองของเขาทึ่มทื่อ นอกจากนี้เขายังรู้สึกถึงความรู้สึกอันแปลกประหลาดบางอย่างที่คล้ายกับเป็นความอิ่มเอม
 
การใช้เวลาในค่ายทหารและคฤหาสน์อีกครั้ง เขาได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ มากมายในเวลานั้น ว่าขุนนางไม่ได้ชั่วร้ายไปเสียทั้งหมดทุกคน เด็กหญิงที่ชื่อ เอลิซ่าคนนี้ บางทีก็คงแบกรับภาระอาชญากรรมที่พ่อของเธอก่อไว้ราวกับมันเป็นบาปของตัวเอง
 
เอลิซ่าได้พยายามอนุญาตให้เขามีชีวิตอยู่
 
วิถีชีวิต, เจตจำนง, ความคิดอ่านของเธอ ทั้งที่รู้เรื่องเหล่านั้นทั้งหมด แต่มันก็ยังมีเหตุผลที่ราโทก้ายังจับมีดในมือของเขาไว้มั่น
 
ความจริงที่ว่าอิกอร์และคนอื่น ๆ ในกองทัพตาย เขาประณามต่อเอลิซ่า
 
เหตุผลที่พวกเขาต้องเคลื่อนพลไปที่ป้อมยุกก์เฟน่า นั่นก็เป็นเพราะเอลิซ่าได้ตัดสินใจยอมรับผู้อพยพ คาลวินเคยบอกว่าเป็นเอลิซ่าที่เป็นคนผลักดันให้คาลเดียรองรับผู้ลี้ภัย​
 
แม้ว่าเธอจะไม่ได้เลวร้ายอย่างขุนนางที่เขาเคยได้ยินมาก่อน แต่เธอก็ยังไม่ใส่ใจชีวิตที่อยู่ภายใต้อำนาจของเธอเพียงพอ และผลลัพธ์ก็คือความตายของทหารของเธอเอง
 
เขาไม่สามารถให้อภัยเธอที่สร้างความกลวงเปล่าของเขาจากการเสียชีวิตของทหารได้ และเขาก็ไม่มีใครอื่นที่จะให้ประณามอีกแล้วนอกไปจากเอลิซ่า
 
ราโทก้าสั่งสมความเกลียดชังที่เขาสร้างขึ้นและยกมือที่ถือมีดอย่างเชื่องช้า
 
ถ้าเขาฆ่าหล่อนซะ ครั้งนี้เขาแน่ใจว่าตัวเขาเองก็จะต้องตายเช่นกัน
 
ที่นี่ไม่มีใครปกป้องเขา
 
เขากลัวความตาย แต่คำพูดที่เคยถ่มน้ำลายใส่เอลิซ่ามาก่อนมันไม่ใช่แค่ความโอหัง
 
ลมหายใจของเขาติดขัด หัวใจของเขาเต้นถี่ขึ้น
 
ตอนนี้ ภายในของราโทก้า อารมณ์ที่หลากหลายและความทรงจำกำลังประดังเข้ามาอย่างบ้าคลั่งและสลับสับเปลี่ยน​กันไปมา
 
มือของเขาที่ถือมีดไว้กลางอากาศสั่นเทิ้ม แม้ว่าเขาจะมาที่นี่โดยปราศจากความลังเล แต่เขาก็อธิบายไม่ได้ว่าทำไมตัวเอง​ยังไม่ลงอาวุธในมือ
 
ใบหน้าของแม่, เหตุการณ์ปาหินที่หมู่บ้านซีริล, ความรู้สึกอันดำมืดที่เขารู้สึกจากความตายของอิกอร์และทหารคนอื่น ๆ รวมถึงสิ่งที่เขาได้เรียนรู้ที่คฤหาสน์ ทุกสิ่งทุกอย่างผสมปนเปกันในความคิดของเขา
 
"......อั่ก !"
 
มือขวาที่ถือมีดของเขาสั่นระริก เขาจับแน่นด้วยมือซ้ายที่สั่นไม่ต่างกัน
 
แม้ว่าเขาจะยังสับสน แต่ไม่เป็นไร ทั้งหมดที่เขาทำก็เพียงแค่ทำให้มือของตัวเองเชื่อฟังคำสั่ง และเหวี่ยงลงไปตามที่ต้องการเท่านั้น
 
ตราบเท่าที่เขาทำเช่นนั้น เธอก็จะต้องสิ้นลมอย่างแน่นอน
 
— ทว่า แม้ว่าเวลาจะผ่านพ้นไปแล้ว แต่เขาก็ยังคงไม่ลงมีด มือของเขาได้แต่สั่นระริก
 
เขาลืมไปกระทั่งหายใจและไม่สามารถทำอะไรกับมีดได้เลย ขณะที่เขามองเอลิซ่าที่ยังคงหลับใหล ดวงตาของเขาก็เริ่มพร่าพรายไปด้วยน้ำตา
 
ข้าไม่สามารถอยู่อย่างนี้ตลอดไปได้หรอกนะ ราโทก้าคิด
 
จากนั้นเขาก็เริ่มหายใจเข้าในที่สุดและจดจำลมหายใจ เขาไม่ส่งเสียง​อะไรทั้งนั้น ทั้งหมดที่เขาทำคือการหายใจลึกรับเอาอากาศบริสุทธิ์
 
ฉับพลัน​นั้น รอยยิ้มอันอ่อนโยนของเอลีสก็ผุดวาบขึ้นมา มันสว่างวาบในความคิดราวกับภาพลวงตา
 
ราโทก้าทรุดตัวลงกับพื้นในทันใดราวกับหุ่นกระบอกที่ถูกตัดเชือกชักใย
 
เคร้ง มีดร่วงหล่นบนพื้นลั่นเสียงเบา
 
แก้วหูของเขาปวดร้าว ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก........ เสียงหัวใจดังสะท้อนก้องภายใน แม้ว่าเขาจะไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดหรือเสียใจ​ แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างเขาไม่อาจหยุดยั้งน้ำตาที่หลั่งออกมาได้เลย
 
ความเกลียดชังมากเพียงพอที่จะนำไปสู่เจตนาฆ่า ราโทก้าไม่มีสิ่งนั้นอีกแล้ว
 
"เชี่ย..... เชี่ยเอ๊ยย.....ย!!"
 
ในความผิดหวังราโทก้าพยายามทุบพื้นเบื้องล่าง จากนั้นเขาก็ยื่นแขนออกไปยังเอลิซ่า เขาจับชุดนอนคุณภาพชั้นเลิศของเธอและเขย่า
 
"ตื่นขึ้นมานะ......เจ้าบ้าเอ๊ย ! เจ้า เจ้ายังไม่ได้ทำอะไรสักอย่างเพื่อคนในหมู่บ้านเลยนะว้อย......!!"
 
เปาะแปะ น้ำตาของราโทก้าหยดลงบนแก้มของเอลิซ่า มันไม่มีสีหน้าใด ๆ บนใบหน้าของเธอเลยราวกับเป็นตุ๊กตาของเล่นเพียงเท่านั้น
 
"ตื่น ตื่นขึ้นมา ! ถ้าเจ้ายังหลับอย่างนี้ ข้า ข้าก็เอาคืนเจ้าไม่ได้น่ะเซ่......!!"
 
กระทั่งตะโกนใส่เธอด้วยอารมณ์ทั้งหมดของเขาและเขย่าตัวเธออย่างแรงเท่าที่จะทำได้ ราโทก้าก็ไม่ได้รับการตอบสนองใด ๆ ที่ต้องการเลย ทั้งหมดที่เขาทำได้ก็คือการร้องไห้และสะอื้น
 
เมื่อเขาหมดกำลังและว่างเปล่า เขาซึ่งสูญเสียพลังงานทั้งหมดไปกับการเขย่าตัวเอลิซ่า ราโทก้าก็ทรุดตัวลงบนเตียงของเธอ และยังคงร้องไห้ตราบเท่าที่เสียงของเขายังดังออกมาได้
 
ความวิตกกังวลที่มองไม่เห็นทั้งหมด, อารมณ์ทุกอย่าง​ของเขา เขาไม่สามารถที่จะจัดการมันได้อีกแล้ว ความเครียด, ความเหงา, ความไม่พึงพอใจของเขาทุกอย่างมันถึงขีดสุดแล้ว เขาได้ระบายความโกรธและขุ่นเคืองของเขาให้กับเอลิซ่าไปทั้งหมดในคราเดียว
 
ราโทก้า ถึงอย่างไรก็ยังคงเป็นเด็กที่อายุยังไม่สิบปี
 
ยิ่งไปกว่านั้น ตั้งแต่ที่แม่ของเขากลายเป็นคนบ้า เขาก็ไม่ได้รับการเลี้ยงดูที่เหมาะสมและการพัฒนาทางอารมณ์ของเขาจึงผิดเพี้ยน
 
ถึงแม้ว่าเขาจะโตมากกว่าเอลิซ่า แต่ในทางจิตใจ เขานั้นเด็กกว่าเธอมากนัก
 
เขายังคงระบายความรู้สึกทั้งหมดของเขาด้วยการร้องไห้ เวลามันผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่แล้ว ราโทก้าเองก็ไม่รู้
 
แต่หลังจากที่เขาร้องไห้เสร็จ เขาก็หลับลงบนเตียงของเอลิซ่า ราวกับทารก
 
 
 
 
 
เมื่อการสะอื้นไห้ทุเลาลง เอลิซ่าที่ยังคงมีม่านหมอกภายในจิตใต้สำนึกก็เหยียดมือของเธอขึ้นอย่างเชื่องช้า



NEKOPOST.NET