NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta.

Ch.60 - นามเดียวกัน • บทที่ 4


เนื่องจากความร้อนของฤดูร้อนเริ่มที่จะอบอุ่นลงในช่วงบ่าย และราโทก้าก็ไม่ได้กินอะไรมากนักตอนกลางวันเพราะว่าเขาไม่หิว ราโทก้าก็คิดขึ้นมาว่าเขาควรจะลองล่าอาหารดูสักครั้งหนึ่ง
 
เขาไม่มีประสบการณ์ล่าสัตว์หรือว่าเก็บวัตถุดิบมาก่อนทั้งนั้น เขารู้สึกว่าถ้าเขาพยายามอย่างเต็มที่แล้วล่ะก็เขาก็คงจะได้อะไรมาบ้าง และแม้ว่าเขาจะคิดเพียงตื้น ๆ  แต่สำหรับครั้งแรกแล้ว ในช่วงบ่ายวันนี้ราโทก้าจึงออกไปหาอาหารในที่สุด​
 
"ราโทก้า นั่นคืออะไรน่ะ ?"
 
"มันกินได้ถ้าเอาไปทำสุกน่ะ ......อะ ต้นสีแดงนี่ ขุดมันขึ้นมา มีแค่ส่วนรากของมันเท่านั้นที่กินได้"
 
ในป่าบริเวณพื้นที่ภายใต้การควบคุม ราโทก้าเก็บวัตถุดิบอย่างระมัดระวัง
 
อาณาเขตคาลเดียนั้นมีพืชบางอย่างที่ไม่สามารถหาได้จากที่ไหน เนื่องจากสำหรับทหารคนอื่น ๆ แล้ว การเก็บพืชพันธุ์นั้นเป็นเรื่องพื้นฐาน กองกำลังจึงมีความช่ำชองว่าพืชชนิดไหนที่กินได้มากมายในอาณาเขตแห่งนี้
 
ในทางกลับกัน ราโทก้าได้เลือกรวบรวมพืชสำหรับการหาอาหารครั้งแรกของเขาอย่างรวดเร็ว ในเมื่อกองกำลังไม่ต้องการให้เขาไปคนเดียว เปาโลจึงได้ติดตามมากับเขาด้วยเพื่อความปลอดภัย และพวกเขาก็เข้ามาในป่าด้วยกันเพื่อช่วยราโทก้ารวบรวมพืช แม้ว่าเปาโลจะพยายามห้ามเขา แต่ราโทก้าก็ไม่ได้ให้ความสนใจเขาอย่างที่ต้องการ
 
นั่นก็เพราะว่ามันมีพืชบางอย่างที่มีเพียงราโทก้าเท่านั้นที่รู้จักเป็นอย่างดี
 
ซิสเตอร์ฝึกหัดที่ราโทก้าได้รู้จักในช่วงเวลาเพียงสั้น ๆ ในขณะที่เธออยู่ในหมู่บ้านซีริล นอกจากที่เธอจะเล่าเรื่องราวของขุนนางให้ราโทก้าฟังแล้ว เธอก็ทำอย่างอื่นมากกว่านั้น เพราะว่ามารดาของราโทก้าไม่ได้ทำงาน และราโทก้าก็มักหิวตลอดเวลา ดังนั้นซิสเตอร์สาวผู้นั้นจึงได้สอนราโทก้าเกี่ยวกับพืชป่าต่าง ๆ
 
ใบไม้และผลไม้ใดที่กินไม่ได้ พืชใดที่มีพิษ เมล็ดพันธุ์ไหนที่กินได้และกินไม่ได้ มันมีพืชหลากหลายชนิดในคาลเดียที่ไม่สามารถทานได้
 
ภูมิปัญญาเรื่องพืชป่านั้นได้ถูกส่งต่อมาสืบรุ่นต่อรุ่นของคณะซิสเตอร์ ที่ต้องออกเดินทางไปส่วนต่าง ๆ ของอัร์คเซีย และพวกเธอก็จะต้องรู้วิธีการหาอาหารให้ตนเองจากหลากหลายสถานที่ที่ยากจนเกินกว่าจะเลี้ยงอาหารพวกเธอได้
 
"ราโทก้า นั่นอะไรน่ะ?"
 
"......ข้าไม่รู้ อันนี้ข้าไม่แน่ใจ มันจะดีกว่าถ้าไม่ไปแตะต้องมันนะ"
 
"เข้าใจล่ะ .......ข้าไม่ค่อยได้เก็บวัตถุดิบด้วยตัวเองมากนักน่ะ"
 
เปาโลยื่นพืชที่มีห้าใบให้กับราโทก้า มันเป็นพืชที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน ก็นะ ถึงอย่างไรราโทก้าก็ได้เรียนรู้ชนิดของพืชที่แตกต่างกันเพียงแค่แปดอย่างจากซิสเตอร์ฝึกหัด ดังนั้นเขาจึงไม่ได้มีความรู้เรื่องพฤกษศาสตร์ไปทั้งหมดหรอก
 
แม้ว่าเปาโลจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับพืชที่มีพิษมาตั้งแต่ที่กองกำลังได้คอยตอกย้ำความรู้เรื่องนี้ให้กับเขา แต่เขาก็ยังไม่ได้รู้จักพวกมันอยู่ดี ราโทก้าเองก็ไม่มีรายละเอียดของคำแนะนำหรือความรู้เกี่ยวกับการเก็บวัตถุดิบที่จะมอบให้เขาเช่นเดียวกัน ดังนั้นที่จะทำได้สำหรับเปาโลก็คือคอยตรวจสอบพืชที่ราโทก้าเก็บมาได้เพื่อให้แน่ใจว่าพวกมันไม่ได้มีพิษ ซึ่งมันก็ใช้เวลาไปมากโข
 
"อ่า เอางี้มั้ย .....พรุ่งนี้แทนที่จะเก็บของป่า พวกเราไปล่าสัตว์กัน"
 
การเก็บวัตถุดิบของราโทก้าด้วยการสนับสนุนของเปาโลท่าจะได้ผลลัพธ์ที่ไม่ดีนัก เขาเข้าใจดี แต่แทนที่จะพูดออกมาตรง ๆ เขาจึงเสนอทางอื่นที่นุ่มนวลกว่า เปาโลเพียงพยักหน้าและยิ้มแหยเกกับคำพูดของราโทก้า เปาโลเองก็เข้าใจนักล่ะว่าราโทก้าหมายถึงอะไร
 
หลังจากที่พวกเขาเก็บวัตถุดิบได้จำนวนพอสมควรแล้ว ราโทก้าและเปาโลก็รีบกลับไปยังค่ายทหารให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เนื่องจากราโทก้าไม่ได้หาอาหารบ่อยนัก ความร้อนระอุก็ยังคงทำให้เขาอ่อนล้ากว่าปกติและทำให้เขาเคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้า พวกเขานั่งลงที่มุมหนึ่งของโรงอาหารและดื่มน้ำลงลำคอที่แห้งผากระหว่างที่ไปเก็บวัตถุดิบ
 
ขณะที่เขาถอนราก, ก้าน หรือดอกไม้และส่วนใด ๆ ก็ตามที่กินไม่ได้ออกจากพืชที่เขาเก็บมา หรือแงะเมล็ดออกจากผลไม้ ราโทก้าก็คิดถึงเอลิเซ่ขึ้นมา
 
คิดดูแล้ว เขาแทบจะไม่ได้ไปเยี่ยมสุภาพสตรีคนนั้นเลยนับตั้งแต่อากาศร้อนของฤดูร้อนนี้ การฝึกของเขามันเพิ่มหนักขึ้นจนมาถึงจุดที่เขาไม่มีกำลังอื่น ๆ มากเพียงพอแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยฤดูร้อนอันไม่จบไม่สิ้นนี้ เขาจึงมักจะตรงดิ่งกลับไปที่ค่ายทหารหลังจากการฝึกเพื่อพักผ่อนในทันที
 
ฉะนั้นแล้วเมื่อเขาคิดมาถึงตรงนี้ การที่เขาหยุดพบเจอเธอ มันก็เป็นอะไรที่ปุบปับ เขาไม่ได้บอกเธอมาก่อนว่า การฝึกซ้อมมันจะทำให้เขายุ่งกว่าเดิม และด้วยอุณหภูมิที่สูงมากเช่นกัน ทำให้ราโทก้าไม่ได้ไปพบเอลิเซ่เลย
 
เนื่องจากราโทก้าไม่ได้โผล่หน้าไปสักพักหนึ่งแล้ว เขาก็สงสัยว่าเธอจะคิดอย่างไร เพราะว่าเป็นเอลิเซ่ บางทีเธออาจจะเป็นห่วงเขา บางทีเธออาจจะคิดว่ามันมีอะไรเกิดขึ้นกับเขามั้ยนะ
 
ในเวลาเดียวกันกับที่เขาเป็นกังวลว่าเธอจะคิดอย่างไร อีกความวิตกกังวลก็สวิงสวายในใจเขา
 
แล้วถ้าหากว่าเธอไม่ได้สนใจเกี่ยวกับเขาเลยแม้แต่น้อยล่ะ มือของราโทก้าที่กำลังจัดการกับพืชอยู่ก็หยุดชะงัก
 
ไม่ว่าเมื่อใดก็ตามที่เขาไปพบ เอลิเซ่มักยิ้มและหัวเราะอย่างมีความสุขให้เขา เธอมองเห็นเขาในสายตา เล่าเรื่องราวไร้สาระ และพวกเขาก็หัวเราะด้วยกัน
 
เขามักจะโดดเดี่ยวมาตลอดในหมู่บ้าน และก่อนที่ราโทก้าได้มาที่ค่ายทหาร ก็มีเพียงแค่เอลิเซ่และเอลิซ่าเท่านั้นที่มองเห็นเขา
 
เมื่อครั้งที่เขาเพิ่งมาที่ค่ายทหาร พวกทหารต่างก็ถากถางเขาไม่จบสิ้น ราโทก้าจึงมักหลีกเลี่ยงพวกเขา
 
เขาได้ตัดสินใจที่จะไปเยี่ยมเอลิเซ่ เมล็ดพันธุ์บางอย่างที่เขาเพิ่งแงะออกมา เขาจะนำไปมันมอบให้กับเธอเป็นของขวัญเช่นกัน เพราะว่าเขาไม่ได้พบเอลิเซ่มานานมากแล้ว เขาจึงต้องการทำอะไรบางอย่างที่มันพิเศษ
 
เขากลัวว่าเอลิเซ่อาจจะไม่ชอบเขา
 
เขาเก็บเมล็ดพันธุ์ที่มันมีหวานเล็กน้อย พวกมันมีรสชาติที่ดีที่สุดในบรรดาพันธุ์ไม้ที่ราโทก้ารู้จัก
 
ถ้าเอลิเซ่ชอบมัน ถ้าเธอมีความสุข บางทีเธอก็อาจจะชอบเขามากขึ้นก็ได้ ในขณะที่คิดเรื่องนั้น ราโทก้าก็ค่อย ๆ แกะผลไม้ลูกต่อไปอย่างระมัดระวัง
 
การอยู่ในสายตาของใครสักคนและการมีปฏิสัมพันธ์กับพวกเขา มันเป็นอะไรที่ราโทก้าไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน บางอย่างที่เขาต้องการมากที่สุด แต่เป็นอะไรที่เกินเอื้อมมาตลอด การต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวเพียงลำพังโดยไม่มีคนให้พูดคุยด้วยนั้น มันเป็นอะไรที่เขาไม่ต้องการจะเผชิญอีกครั้งที่สุดแล้ว ถึงแม้ว่าจะเป็นการฟังคำถากถาง แม้จะไม่ได้น่าฟัง แต่มันก็ยังดีกว่านัก
 
นั่นคือความปรารถนาจากก้นบึ้งหัวใจของราโทก้า เขาในตอนนี้ไม่กระทั่งคิดว่าชีวิตในค่ายทหารนั้นเลวร้ายอีกต่อไป เพราะว่าที่นี่ไม่มีใครเลยที่พยายามจะบ่ายเบี่ยงหรือเมินเฉยต่อราโทก้า
 
แล้วทำไมการที่เอลิเซ่ผู้มักจะเห็นด้วยและดีต่อเขา ทำไมเขาถึงเป็นกังวลที่จะไปพบเธอกันล่ะ
 
มือของราโทก้าหยุดอีกครั้ง เขาเองก็ข้องใจเช่นว่าทำไมเขาต้องกังวลขนาดนี้ เขาพยายามผ่อนคลายตัวเอง และค้นหาคำตอบ
 
— ถ้าเป็นไปได้ เขาต้องการใครสักคนที่คิดถึงเขา เพราะว่าแม่ของเขาสติไม่สมประกอบแล้ว เธอไม่กระทั่งจดจำเขาได้เลยด้วยซ้ำ เขาจึงต้องการใครสักคนมาแทนที่ ใครก็ตาม เขาต้องการที่จะเป็นคนที่สำคัญที่สุดของใครสักคน แม้ว่าเขาจะไม่ต้องการพูดมันออกมาก็ตาม
 
เขาเพียงต้องการใครสักคนที่เป็นห่วงเขา
 
.....ความปรารถนาของเขากระจ่างแจ้ง และเขาก็เพิ่งตระหนักได้ว่าเขาปรารถนามันมากเพียงใด และหลังจากนั้น สีหน้าเย็นชาของเอลิซ่าก็ผุดขึ้นมาในความคิดด้วยเหตุผลบางอย่าง ความรู้สึกที่ไม่อาจจะรู้ได้ก็จุกที่ลำคอของเขา
 
หล่อนตั้งใจจะทำอะไรกับเขากันแน่ ?
 
เอลิซ่าได้ขโมยอิสรภาพและชื่อของราโทก้าไป เขาต้องอยู่ด้วยการใช้นามปลอมที่คฤหาสน์ของเธอ และเธอก็บังคับเขาให้มาที่ค่ายทหารในฐานะของสมาชิกของกองกำลังของเธอ
 
อะไรกำลังจะเกิดขึ้นกับเขากัน
 
เขาอาจจะต้องประสบชะตากรรมอันเลวร้ายยิ่งกว่าความตาย ?
 
.....สำหรับเขา ชะตากรรมที่เลวร้ายที่สุดก็คือการปล่อยให้เขาเดียวดาย ตัดขาดเขาออกไปจากทุกคน
 
เมื่อคิดแบบนั้น เขาก็สั่นสะท้าน ความรู้สึกไม่สบายใจและความหวาดผวาเกาะกุมบนกายเขา
 
ราโทก้าส่ายศีรษะตัวเองเพื่อขับไล่ความรู้สึกนั้น และแงะเมล็ดต่ออีกครั้ง เขาทำงานซ้ำไปซ้ำมาอยู่อย่างนั้นไม่ให้ตัวเองว่างคิดอะไรอีก



NEKOPOST.NET