[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta. ตอนที่ 56.5 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta.

Ch.56.5 - « Side Story » ความทรงจำจากนิมิตในความฝัน • บทที่ 1


ฉันอยู่เพียงลำพังในความว่างเปล่าที่ขมุกขมัวและงดงาม ฉันรู้สึกตัวอย่างเลือนลางว่านี่คือความฝัน ในขณะที่ฉันเห็นบางสิ่งที่ล่องลอยไปมาราวกับฟองอากาศ
 
ฉันสงสัยว่ามันอาจจะเรียกว่าได้ว่าเป็นความทรงจำของฉัน ไม่ซิ ไม่ใช่ในชาตินี้
 
หรือมันอาจจะเรียกได้ว่าเป็นบทบันทึก ไม่ ฉันไม่สามารถสัมผัสหรือรู้สึกถึงอะไรทั้งนั้นได้เลย
 
ฟองอากาศที่ซีดจางกลายเป็นกลิ่น เสียง และภาพ ที่ฉันควรจะรู้สึกถึงสัมผัสบนผิว และรับความรู้สึกของมันได้ แม้ว่ามันจะชวนให้โหยหา แต่ฉันก็รู้สึกถึงความกลวงเปล่าข้างใน มันราวกับว่าฉันถูกบังคับให้หยิบหนังสือเล่มที่เคยอ่านแล้วมาอ่านมันซ้ำอีกครั้ง
 
นั่นไม่ใช่ฉัน ในขณะที่ฉันเชื่อมั่นแบบนั้น แต่ความรู้เหล่านั้นล้วนแต่เป็นเรื่องที่มีเพียงฉันเท่านั้นที่รู้ หรือในขณะเดียวกันก็ไม่อาจจะปฏิเสธได้เลยว่านั่นล่ะคือฉัน
 
มันควรจะเรียกอย่างไรดีนะ — ฉันคิดว่ามันคือชีวิตทั่วไปอันดาษดื่นในอดีตชาติของฉันน่ะ
 
ฉันเกิดและเติบโตเป็นเด็กหญิงทั่วไป​ในครอบครัวธรรมดาและมีน้องสาวคนหนึ่ง ในโลกที่ซึ่งแตกต่าง ที่มีอารยธรรมความเจริญรุดหน้า
 
นอกเหนือไปจากความจริงที่ว่าฉันได้ตายตั้งแต่ยังวัยรุ่นแล้ว ฉันก็ไม่ได้มีสิ่งพิเศษใด ๆ สักอย่าง ฉันไม่มีความกระตือรือร้นอย่างน้องสาว และผู้ซึ่งขาดมิตรสัมพันธ์และไม่แยแสต่อสิ่งใดก็ตามรอบกายเธอ
 
ในบรรดาความทรงจำสีซีดของเด็กหญิงผู้นั้น มีเพียงบางภาพที่มีสีสันขึ้นมาหรือก็คือความทรงจำช่วงก่อนที่เธอจะสิ้นลม ฉันมองดูช่วงชีวิตของเธอ รู้สึกราวกับย่างเท้าลงไปในผิวน้ำ มันห่างไกลและทึบทึมสำหรับฉัน ราวกับว่าฉันถูกบังคับให้รื้อฟื้นความทรงจำเหล่านั้นขึ้นมาทั้งที่มันควรจะจากไปแล้ว
 
แน่นอนว่าเธอนั้นแตกต่างจากตัวตนของฉันในปัจจุบัน แม้ว่าฉันจะเข้าใจในกระบวนความคิดของเธอ แต่ฉันก็ไม่ได้เป็นเธออีกต่อไปแล้ว หรือกล่าวได้ว่า มันละม้าย​กับความรู้สึกที่เป็นความสัมพันธ์อย่างแม่และน้องสาวอะไรแบบนั้น
 
"เหนื่อยจัง...."
 
เสียงของเด็กหญิงนั้นหม่นหมองและอ่อนล้า ก่อนที่เธอจะสิ้นลม เธอมักจะคิดแบบนั้น การดิ้นรนทำให้เธอเหนื่อยอ่อน ฉันคิดว่าคงเป็นเพราะว่าเธอไม่เคยทำกิจกรรมในโรงเรียนมากนัก เพียงแค่การไต่บันไดก็ทำให้เธอหายใจกระหืดกระหอบแล้ว ฉันคิดว่ามันคงเป็นเพราะความแข็งแรงของร่างกายที่เธอขาดแคลนไป
 
พอคิดแบบนั้น ฉันก็จดจำได้ว่าเด็กสาวมักจะใช้ลิฟท์หรือบันไดเลื่อนเพื่อลดปริมาณในการเดินของเธอเอง เมื่อใดก็ตามที่เธอออกจากบ้าน เธอก็มักจะนั่งรถยนต์หรือรถไฟ เธอไม่เคยเดินไปที่ไหนที่เกินกว่าหนึ่งกิโลเมตรจากบ้านของเธอเลย
 
จากนั้นฟองอากาศความทรงจำก็จางหายไป กลายเป็นอีกอันหนึ่งมาแทนที่
 
"ที่มันเป็นอย่างงี้ ก็เพราะว่าฉันไม่แข็งแรงน่ะเหรอ ?"
 
ก่อนที่เธอจะตระหนักได้ มันก็สายไปแล้ว เธอมีปัญหาในการนอนหลับทุกคืนด้วยอาการหอบหืดและเธอก็มักจะรู้สึกวิงเวียนบ่อยครั้ง
 
นอกจากนั้นแล้วมือ, เท้า และใบหน้าของเธอก็มีอาการบวมคั่งน้ำที่น่าสะพรึง นี่มันเป็นเพราะว่านอนไม่พออย่างงั้นหรือ ?
 
สภาพร่างกายของเธอมีแต่แย่ลงและแย่ลง และหลังจากที่เธอหมดสติไปมากกว่าห้าครั้ง เธอก็ต้องพักการเรียนด้วยเหตุผลทางการแพทย์และพักอยู่ที่บ้านเพื่อดูแลเธอได้อย่างทั่วถึง เธอจะตื่นตามเวลาที่ถูกกำหนดไว้ กินอาหารปริมาณที่คำนวนไว้แล้ว และออกกำลังกายในปริมาณที่พอเหมาะ ราวกับเครื่องจักร
 
อย่างไรก็ตาม อาการของเธอกลับไม่ได้ดีขึ้นเลย ในทางกลับกันเธอเริ่มที่จะรู้สึกเจ็บหน้าอกขึ้นมา
 
แล้วในคืนหนึ่ง เธอก็มีอาการชักเกร็งอย่างรุนแรง จนกระทั่งเธอเสียชีวิต
 
ฟองอากาศความทรงจำบิดเบือนเข้าใส่ร่างกายของตัวฉัน ประสบการณ์และความทุกข์ทรมานของเธอคนนั้นได้ห่อหุ้มร่างของฉันไว้ ราวกับว่ามันพยายามที่จะบดขยี้ฉัน แต่ว่าฉันสามารถสกัดกั้นมันไว้ได้ และฟองอากาศความทรงจำอันถัดไปก็เคลื่อนเข้ามา
 
เด็กสาวมีความคิดเห็นเกี่ยวกับอะไรก็ตามเพียงเล็กน้อย อะไรที่มันไม่ได้เป็นเรื่องยากสักนิด อย่างเช่นเธอไม่สามารถบอกได้ว่าเธอชอบทานอาหารอะไร หรือให้ความเห็นว่ามันถูกหรือผิดกันที่เราจะกินสัตว์ที่มีสติปัญญา
 
ในทางตรงกันข้าม น้องสาวของเด็กหญิงนั้นเป็นคนที่มีความเห็นที่ชัดเจนเกี่ยวกับทุกสิ่งทุกอย่างและทำให้ไม่ว่าเธอจะชอบหรือไม่ชอบสิ่งใดมันก็อธิบายได้อย่างชัดเจน
 
น้องสาวของเธอไม่ชอบใจในความอ่อนแอของพี่สาว และตรงกันข้ามเด็กสาวเองก็ไม่เข้าใจถึงความสามารถในการพูดและคิดอย่างกระจ่างของน้องสาวตัวเองเลย
 
ราวกับจะเผยให้เห็นอย่างชัดเจน ฟองอากาศส่วนมากก็จางหายไปและฟองอากาศความทรงจำอันใหม่ก็ปรากฏขึ้นมา
 
"สภาพร่างกายของเธอดูไม่ค่อยดีเลยนะ เป็นอะไรรึเปล่า ?"
 
ในครั้งที่สามที่เธอหมดสติในห้องเรียนระหว่างเลคเชอร์ อาจารย์ก็มาคุยกับเธอเป็นการส่วนตัวในที่สุด อาจารย์ตกใจใบหน้าที่บวมเป่งขึ้นของเธอและสนับสนุนให้เธอได้รับการตรวจที่โรงพยาบาล ด้วยคำแนะนำนั้น เด็กสาวถึงได้เข้ารับการทดสอบที่แผนกอายุรกรรม ทว่าผลลัพธ์ก็ไม่ชัดเจนนัก และข้อสรุปก็มีเพียงให้เธอไปทบทวนและแก้ไขวิถีชีวิตของตัวเธอเองเท่านั้น
 
แม้ว่าเธอจะพยายามเท่าที่เธอจะสามารถทำได้เพื่อชีวิตในโรงเรียนที่ผิดปกติของเธอ แต่การเปลี่ยนแปลงของร่างกายของเด็กสาวก็ยังคงดำเนินต่อไป
 
ความทรงจำไร้สีสันจางหายไป ฉันที่เฝ้ามองความทรงจำเหล่านั้นรู้สึกราวกับว่าหัวใจของฉันเริ่มที่จะด้านชา โดยไม่ใส่ใจกันสักนิด ความทรงจำถัดมาก็ปรากฏขึ้น และฉันก็ถูกบีบบังคับอย่างไม่เต็มใจให้ยอมรับมัน
 
หลังจากที่เด็กสาวเริ่มจะพักตัวที่บ้านแทนโรงเรียน และวางแผนการใช้ชีวิต ผู้ปกครองของเธอก็แนะนำให้เธอหางานอดิเรกสนุก ๆ ทำ เพราะจริง ๆ แล้วแผนของเด็กสาวนั้นมันออกจะเป็นเครื่องจักรเกินไป
 
แต่อย่างไรก็ตาม เธอคิดถึงสิ่งที่เธอต้องการจะทำและสนุกไปกับมันไม่ออกสักนิด โดยพื้นฐานแล้วเธอปราศจากซึ่งความสนใจใด ๆ ทั้งนั้น เธอดูโทรทัศน์ หรือเล่นอินเตอร์เน็ต หรืออ่านหนังสือการ์ตูนที่ยืมมาจากเพื่อนของเธอ หรือพลิกหน้านิตยสารไปเรื่อยเปื่อย เธอใช้ชีวิตไปอย่างเปล่าประโยชน์
 
"— นี่ ทำไมพี่ไม่ลองเล่นเกมที่กำลังฮิตตอนนี้ดูล่ะ ?"
 
บางทีเธอคงจะไม่อาจจะทนเห็นอาการของเด็กสาวได้ วันหนึ่งน้องสาวของเธอจึงแนะนำแบบนั้น
 
ด้วยความทรงจำนี้ มันทำให้ฉันรู้สึกขนลุกไปทั้งสรรพางค์ ด้วยเหตุผลบางประการ ฉันไม่ต้องการที่จะดูความทรงจำนี้ ฉันเกิดความรู้สึกที่ไม่ดีขึ้นมา
 
ในช่วงเวลาที่ฉันคิดอย่างงั้น ฉันก็หนีมันด้วยแรงผลักดันอันแรงกล้า​ แล้วฟองอากาศซีดก็จางหายไปอย่างรวดเร็ว
 
ทว่าฉันก็ยังไม่ตื่นขึ้นมาจากความฝันของฉัน ในขณะที่ยังคงหลับ และรู้สึกราวกับทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ห่างไกลออกไป ฉันก็มองย้อนกลับไปยังโลกก่อนหน้านี้ของฉันอีกครั้ง



NEKOPOST.NET