[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta. ตอนที่ 45 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta.

Ch.45 - 45 การพิทักษ์ป้อมปราการยุกก์เฟน่า • บทที่ 3


"......ถ้าท่านมีเวลาพอจะทำตัวเอ้อระเหยในสถานการณ์แบบนี้ ก็รีบไปรายงานหัวหน้าของท่านทีเถอะ"
 
กุนเธอร์กระแอมไอและพูดอะไรบางอย่างในที่สุด ฉันสามารถบอกได้ง่ายดายเลยว่าเขากำลังโกรธและโมโหรองผู้บังคับหมู่เป็นอย่างมาก
 
รองผู้บังคับหมู่เคราขาวเพียงแค่เอียงคอของเขาและขี่ม้าอย่างไม่เร่งรีบกลับหมู่ของตัวเองโดยไม่กล่าวอะไร แม้ว่าเขาจะหยุดพูดคุยอะไรบางอย่างกับผู้บังคับหมู่ แต่ตัดสินจากท่าทางของพวกเขาแล้วมันดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้ทำตามคำสั่งของฉัน
 
ฉันได้สั่งการให้รองผู้บังคับหมู่รายงานการวิเคราะห์สถานการณ์ของฉันแก่ผู้บังคับหมู่ของเขา แม้ว่าฉันจะไม่ได้มีตำแหน่งที่สำคัญในป้อมปราการยุกก์เฟน่า แต่ฉันก็ยังคงเป็นขุนนางชาวอัร์คเซีย ไม่ว่าจะเป็นที่ยุกก์เฟน่าหรือกระทั่งบนแผ่นดินของเดนเซล
 
".......นายท่าน พอพวกเราได้กลับไปที่ป้อม ข้าคิดว่าต้องรายงานเรื่องของตาเฒ่าหงำเหงือกนั่น"
 
"ทำตามที่เจ้าต้องการเลย"
 
มันเห็นได้อย่างง่ายดายจนน่าเหลือเชื่อที่กุนเธอร์หัวเสียกับเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นมากขนาดนี้ ฉันนึกย้อนไปถึงเมื่อปีก่อน เมื่อครั้งที่ฉันได้เข้าไปฝึกในค่ายภายใต้การดูแลของกุนเธอร์ ......ฉันเป็นคนที่ครั้งหนึ่งเขาต้องการฆ่าทิ้งเสียด้วยซ้ำ แต่ในตอนนี้เขากลับรับใช้อยู่เคียงข้างและปกป้องฉัน ฉันไม่สามารถที่จะเข้าใจถึงจิตใจของมนุษย์ที่สามารถเปลี่ยนไปขนาดนี้ได้เลย
 
— บางที ถ้าฉันมอบโอกาสให้พวกเขา พวกเขาก็อาจจะเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นคนดีก็ได้ซินะ ครอบครัวของฉันที่ฉันเป็นคนฆ่าเองน่ะ
 
ตอนนี้ฉันได้แต่ปิดผนึกความคิดที่ว่าพวกเขาอาจจะเปลี่ยนแปลงตัวเองได้และโยนมันไว้ในส่วนที่ลึกที่สุดในใจ ปัดเป่าความเป็นไปได้นั้นว่าไม่มีวันเกิดขึ้น นับตั้งแต่ที่ฉันได้ทำลายการดำรงอยู่ของพวกเขาไปแล้ว
 
.......นอกจากนั้น มันไม่ใช่เวลาที่จะคิดเรื่องอะไรพรรค์นั้น ขณะที่ฉันขบฟันตัวเอง ฉันก็รับรู้ถึงแรงสั่นไหวที่ไม่ได้มาจากฟันที่กระทบกัน
 
".......กุนเธอร์ ได้ยินอะไรรึเปล่า ?"
 
"คราวนี้อะไรอีกล่ะ ? ข้าไม่ได้เด็ก ๆ อย่างนายท่านนะ ตากับหูข้ามันไม่ได้ดีอย่างท่าน........."
 
เขายังอยู่ในช่วงวัยยี่สิบกว่าปี แต่เขาก็เอามันมาเป็นข้ออ้างแล้ว ถึงอย่างนั้นเขาก็จดจ่ออยู่กับการฟังเสียงโดยไม่กล่าวอะไรอีก
 
"......นี่มันเสียงของเกือกม้า ?"
 
"เจ้าสามารถบอกทิศทางของมันได้รึเปล่า ?"
 
"ข้าจะไปรู้ได้ยังไงล่ะวะ ข้าไม่ได้เป็นสัตว์ประหลาดนะว้อย ไอ้เด็กเวรนี่"
 
ฉันเมินเฉยกับความจริงที่กุนเธอร์ได้หลุดนิสัยโผงผางออกมา มันก็ใช่ว่าฉันมีคนอื่นคนที่สามารถรับคำสั่งได้อีกแล้วนี่นา แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้เขาจะหมดความอดทนกับฉันแล้ว เพราะว่าเขาคิดว่าฉันหยอกล้อเขา และได้กลับไปใช้วิธีการพูดที่คุ้นเคยแทน แม้ว่าพวกเราจะรู้จักกันมาเนิ่นนานในฐานะที่เขาเป็นทั้งอาจารย์และบริวารของฉัน แต่ฉันก็ไม่คาดคิดว่าจะได้เรียนรู้เรื่องบุคลิกนิสัยของเขาเพิ่มขึ้นมาอีกในเวลาและสถานที่แบบนี้เลยแฮะ
 
"ถ้าเป็นคลอเดียล่ะก็ ข้าคิดว่านางน่าจะทำได้ง่าย ๆ"
 
"อย่าเอาข้าไปเหมารวมกับยัยหนูนั่นซิวะ"
 
อ่า ก็จริงนะ ฉันพยักหน้าอย่างยอมรับความเห็น และยังคงฟังเสียงนั้น เสียงสั่นไหวนั้นเข้าใกล้พวกเรามากขึ้นแล้ว และตอนนี้ฉันก็สามารถบอกได้เลยว่ามันเป็นเสียงของเกือกม้าจริง ๆ แต่ก็ยังบอกไม่ได้ว่ามาจากทิศทางไหน
 
"นายท่าน—!"
 
ในจังหวะนั้นเองเปาโลก็วิ่งรี่กลับมาหลังจากที่ฉันได้ส่งเขาไปเป็นผู้ส่งสารที่ทัพส่วนกลาง แม้ว่าเขาจะเป็นเพียงนายทหารฝึกหัด แต่เขาก็ดูเหมาะกับหน้าที่นี้ เพราะว่าเขาไม่กระทั่งหอบเลยสักนิดเดียว
 
"ไวดีนี่"
 
"ขอบคุณสำหรับคำชมครับ เอ่อ ท่านเอิร์กนาดบอกว่าเขาต้องการให้นายท่านไปพบเขาที่ส่วนกลางด้วยตนเองครับ"
 
เมื่อได้ยินสารของเอิร์กนาดจากเปาโล ฉันก็ขมวดคิ้วตัวเอง เขาต้องการให้ฉันแยกตัวออกจากกองทัพในเวลานี้เนี่ยนะ ?
 
"......เข้าใจล่ะ ข้าจะไป"
 
ก็นะ ถ้าเขาต้องการให้ฉันไปพบเขา ฉันก็ต้องไป ตำแหน่งของเขาที่ป้อมและบนสนามรบสูงกว่าฉันเยอะ และมันก็เป็นเรื่องที่รวดเร็วอยู่แล้วสำหรับฉันที่บังคับม้า
 
"กุนเธอร์ เจ้าทำหน้าที่บัญชาการแทนข้า เปาโล ขึ้นมาบนหลังม้า ข้าจะนำเจ้าไปด้วยในฐานะทหารส่งสาร"
 
"หวะหวาา ให้ข้าขึ้นม้าของนายท่านเนี่ยนะ ?"
 
"อย่ามัวชักช้า"
 
เปาโลเป็นหนึ่งในทหารเกณฑ์ที่จะเป็นทหารม้าในอนาคตอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นมันคงไม่มีทางเลยที่เขาจะได้รับอนุญาตให้นำม้าของฉันก่อนหน้านี้
 
เขายังคงงุนงงขณะที่ฉันเหลือบมองเขา และเขาก็รีบกระโดดอย่างนุ่มนวลซ้อนหลังฉันในที่สุด
 
 
 
 
 
มันดูเหมือนว่าจะเกิดสภาวะของความสับสนก่อตัวขึ้นในส่วนกลาง เหล่าทหารทั้งหมดดูจะกระวนกระวายอะไรบางอย่างเป็นอย่างมาก กระทั่งบรรยากาศก็กดดันหนักอึ้งยิ่งกว่าตอนที่พวกเราได้แยกกันที่ป้อมเสียอีก
 
"ท่านเอิร์กนาด ข้าได้ยินว่าท่านเรียกตัวข้า ?"
 
"อ้า ท่านไวส์เคาน์เตสคาลเดีย ข้ายินดีนักที่ท่านรีบมาในทันที"
 
เขานำม้าของเขามาใกล้กับฉันและกล่าวขออภัย จากนั้นเขาก็ยกตัวฉันขึ้นและจับฉันนั่งลงบนม้าของเขา ฉันตกใจมันการกระทำปุบปับของเขา แต่ฉันก็ได้ยินเสียงของเขาที่ดังเบา ๆ เหนือศีรษะคล้ายจะไม่ต้องการให้ข้อมูลนั้นแพร่งพราย
 
เปาโลเข้ามาควบคุมม้าของฉันแทนทันที และเขาดูเหมือนกับที่ฉันเคยเป็นก่อนการเฉลิมฉลองวันเกิดของฉัน ตื่นตระหนกไปทั้งหมด
 
"ขออภัยด้วยครับ"
 
"ไม่เป็นไรค่ะ แล้วท่านต้องการจะกล่าวสิ่งใดหรือ ?"
 
"ปีกขวาได้เปลี่ยนเส้นทางไปแล้ว และตอนนี้กำลังเคลื่อนตัวไปยังตะวันตกเฉียงใต้ เมื่อเร็ว ๆ นี้พวกเราได้ยินเสียงเกือกม้าจำนวนมาก มันจะต้องเป็นกลุ่มกองทหารม้าขนาดใหญ่ที่ไม่ไกลจากที่นี่นัก และเมื่อข้าได้รับรายงานของท่าน ข้าก็คิดว่าบางทีกองทัพเดนเซลอาจจะวางแผนการอะไรไว้"
 
พวกเราได้มุ่งตรงไปทางทิศตะวันออกของป้อมยุกก์เฟน่ามาสู่ที่นี่ ดังนั้นการเคลื่อนตัวของปีกขวาไปยังตะวันตกเฉียงใต้ นั่นก็หมายความว่าเขากังวลว่ากองทัพของข้าศึกจะบุกทะลวงประเทศของเราจากทางทิศใต้ เพราะว่าพื้นที่บริเวณนี้มีความลาดชัน มันจึงเป็นการยากที่จะค้นหากองทัพเดนเซลได้ในทันที หากว่าพวกเขาได้เลือกใช้เส้นทางทิศใต้ ถ้ากองทัพเดนเซลอยู่ทางตะวันตกของพวกเราจริง ทางทิศใต้ก็เหมาะจะเป็นทางที่พวกเขาใช้มากที่สุด
 
แม้ว่าพวกเราจะเหลือกองกำลังบางส่วนให้ป้องกันป้อมปราการยุกก์เฟน่าและยังมีคูเมืองรวมถึงประตูเมือง แต่ถ้าพวกเขาได้ส่งกองทัพไปเต็มกำลัง พวกเขาก็สามารถที่จะเอาชนะได้เลย ถึงแม้พวกทหารจะเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมในการรับมือสำหรับวันนี้ แต่จำนวนกำลังพลที่อยู่ที่ป้อมในตอนนี้มีสัดส่วนที่น้อยมาก
 
อย่างไรก็ตาม การจะเข้าไปทางทิศใต้ของป้อมปราการ พวกเขาก็จะต้องทะลุผ่านป่าอสูรซึ่งเต็มไปด้วยอสูรเวทย์มากมาย นั่นเป็นเหตุผลที่พวกเราแทบจะไม่เคยเฝ้าระวังทางใต้
 
การจะทะลุผ่านป่าอสูรได้โดยสวัสดิภาพนั้น มันจำเป็นต้องใช้ทหารจำนวนกว่าหนึ่งหมื่นกำลังพลเป็นอย่างน้อย



NEKOPOST.NET