[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta. ตอนที่ 44 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta.

Ch.44 - 44 การพิทักษ์ป้อมปราการยุกก์เฟน่า • บทที่ 2


ก็เหมือนกับประเทศเพื่อนบ้านอื่น ๆ อัร์คเซียใช้ระบบการเกณฑ์ทหารในการรับสมัคร ดังนั้นทหารส่วนใหญ่แต่เดิมจึงล้วนแล้วแต่เป็นเกษตรกรที่ใช้จอบและเสียม ความจริงก็คือกองกำลังคาลเดียเองต่างก็เป็นเกษตรกรเช่นกัน ในขณะที่เป็นทหารเกณฑ์จะมีหนึ่งเดือนในแต่ละปีที่พวกเขาจะกลับไปยังบ้านเกิดเพื่อช่วยเพาะปลูกหรือเก็บเกี่ยวผลผลิต และพวกเขาก็ยังเป็นกลุ่มเดียวกับที่ทำหน้าที่ปลูกข้าวสาลีบนที่ดินโกลเด้นฮิลส์อีกด้วย
 
นั่นเป็นเหตุผล ว่าทำไมมันจึงไม่แปลกเลยที่จำนวนมากกว่าครึ่งของทหารของฉันไม่เคยมีประสบการณ์การสู้รบจริง ๆ มาก่อน
 
ฉันส่ายศีรษะเล็กน้อยเพื่อปัดเป่าความกังวลที่เริ่มรุกรานเข้ามา
 
ในอดีตชาติของฉัน สงครามมันไม่เกี่ยวข้องใด ๆ กับฉันทั้งนั้น ไอ้แนวคิดการสังหารผู้คนด้วยกันเองบนสมรภูมิมันก็เพียงฟังดูราวกับนิยายแฟนตาซีมาตลอด จนกระทั่งบัดนี้ เมื่อมันได้ประจักษ์เบื้องหน้าสายตา ก็ทำให้ตระหนักได้ถึงสถานะความจริงในปัจจุบันของฉันที่มันไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบจริง ๆ
 
ฉันขบกระพุ้งแก้มใช้ความเจ็บปวดในการกระตุ้น​ตัวเอง บางทีมันคงเป็นเพราะความปวดที่ทำให้ฉันสามารถจัดการความรู้สึกของตัวเองได้มากขึ้น ฉันยืดหลังตรงขณะขี่ม้า ตอนนี้ฉันอยู่ในระดับสายตาเดียวกับพวกผู้ใหญ่แล้ว และสามารถมองเห็นกลุ่มอัศวินสวมเครื่องแต่งกายสีดำที่อีกด้านหนึ่งของเหล่าทหารได้เลย
 
"ท่านไวส์เคาน์เตสคาลเดีย !"
 
ในหมู่ทหารที่กำลังออกมาจากประตูปราสาท เอิร์กนาดตรงมายังฉัน
 
"โปรดระวังตัวด้วยนะครับ ขอองค์พระผู้เป็นเจ้าแห่งเซียคุ้มครองท่าน"
 
"ท่านก็เช่นกัน หน้าที่ของท่านอันตรายกว่าข้านัก"
 
ไม่ว่ายังไงก็ตาม เขาก็อยู่ในกระบวนทัพส่วนกลาง ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าการสู้รบได้เริ่มต้นขึ้น หน้าที่ของเขาก็คือการเข้าไปโรมรันและทำลายกระบวนทัพของข้าศึก มันเป็นงานที่เสี่ยงอันตรายมากกว่าฉันเสียอีก
 
เอิร์กนาดยิ้มเล็กน้อยและลูบผมฉันโดยไม่ให้มันยุ่งเหยิง
 
"ข้าไม่เป็นไรหรอกครับ ข้าและทุกคนข้างกายข้าต่างก็ได้เตรียมใจสำหรับความ​ตายไว้อยู่แล้ว แต่ว่าข้าไม่ได้คิดอยากที่จะตายในการปะทะกันเล็ก ๆ น้อย ๆ พรรค์นี้หรอกนะ"
 
ฉันไม่ได้กล่าวอะไรอย่างอื่นอีก และเพียงมองใบหน้าของเขา ดวงตาร้อนผ่าว จากนั้นเขาก็ตบอกตัวเองอย่างหนักแน่น
 
"......รักษาตัวด้วย"
 
ในช่วงเวลาที่บีบคั้นอย่างกดดันนั้น เอิร์กนาดยิ้มที่มุมปากลึกก่อนที่เขาจะจากไป
 
 
 
 
 
พวกทหารต่างเร่งรีบตั้งกระบวนทัพข้างนอกกำแพงปราการ เพื่อที่จะให้กองทัพของเดนเซลได้จดจ่อที่พวกเรา นั่นคือสิ่งที่ท่านผู้นำ ท่านเอิร์ลไอน์สบาร์คได้กล่าวไว้ ในสนามรบฝ่ายที่มีข้อมูลมากกว่าย่อมได้เปรียบกว่า ดูเหมือนว่าการจัดการข้อมูลให้อีกฝ่ายรับรู้เพียงสิ่งที่เราต้องการป้อนให้ นั่นจะเป็นหนึ่งในหลักการพื้นฐาน
 
"ทั้งหมด เคลื่อนทัพ !"
 
ด้วยการบัญชาการของโวลมาร์ เสียงกลองหนักเริ่มดังเป็นจังหวะ พร้อมกับการขับเคลื่อนของพลทหารตามจังหวะของมัน
 
ในขณะที่ห้อมล้อมไปด้วยเหล่าทหาร แม้ว่าฉันจะคิดว่ามันผิดที่ผิดทาง แต่ฉันก็รู้สึกประทับใจกับการเดินขบวนนี้นักล่ะ
 
ในช่วงของการเฉลิมฉลองวันเกิดของฉัน ฉันเคยคิดว่าน่าจะลองทำอะไรอย่างวงโยธวาทิตดูนะ และก็อย่างที่คาดคิด ต้องขอบคุณในเสียงกลองนั่นล่ะ เหล่าทหารจึงสามารถเดินขบวนได้อย่างพร้อมเพรียงกัน แม้ว่ากองกำลังของฉันจะได้รับการฝึกซ้อมมาก่อนที่จะมาที่นี่อยู่แล้ว แต่มันดูเหมือนว่าพวกเขาไม่รู้จักจังหวะเลยแม้แต่น้อย ภูมิประเทศที่นี่เป็นที่ราบ และมันก็ยอดเยี่ยมสำหรับการดูแลและบางทีมันก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะได้ยินเสียงกลองในระยะ 200 เมตรที่ห่างออกไปเลย
 
ไม่นานนักฉันก็มองเห็นกระโจมที่กระจายไปทั่วผืนดิน ที่ด้านหน้าพวกเขามีพลทหารกว่าเจ็ดร้อยนายที่เรียงแถวอย่างแออัดดำมืดรอพวกเราอยู่ก่อนแล้ว
 
".......?"
 
ทว่ายิ่งพวกเราเข้าใกล้พวกเขามากขึ้นเท่าไหร่ ฉันก็ยิ่งรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่ผิดปกติ ฉันหรี่ตาพยายามมองสิ่งนั้นให้ชัดเจนยิ่งขึ้น และบางทีท่าทีของฉันคงจะแสดงออกอย่างชัดเจน กันเธอร์ที่ยืนอยู่ข้างฉันก็ถามว่าเป็นอะไร
 
"ข้าก็ไม่รู้ แต่ว่า...... มันดูมีบางสิ่งที่ผิดปกติเกี่ยวกับข้าศึก มันอาจจะเป็นแค่จินตนาการของข้าก็ได้"
 
"หา ? ......เดี๋ยวก่อนนะ"
 
แม้ว่าฉันจะไม่แน่ใจความรู้สึกของตัวเอง แต่กันเธอร์ก็จ้องมองไปยังกระบวนทัพของศัตรูและนิ่งคิดไปสักพักนิ่ง จากนั้นเขาก็รีบส่งเสียงออกมา
 
"เฮ้ย มันไม่มีม้าในขบวนของข้าศึก ยิ่งไปกว่านั้น หัวของพวกทหารก็โยกไปโยกมาแปลก ๆ แน่ะ"
 
เมื่อฉันได้ยินว่าหัวของพวกเขาไหวไปมา ความทรงจำเกี่ยวกับหุ่นไล่กาจากชาติก่อนของฉันก็ผุดวาบขึ้นมาในความคิด ไม่ว่าลมจะพัดเป่าอย่างไร มันก็จะกระพือไปมา สิ่งที่ฉันคิดถัดไปก็คือ อะไรคือประโยชน์ของเจ้าสิ่งนี้ในเวลาแบบนี้กันล่ะ ?
 
"......บางทีนี่อาจเป็นเหยื่อล่อ"
 
"อะไรนะ ?"
 
"ใคร ! ในกองทัพของพวกเราใครว่องไวที่สุด !"
 
เมื่อหันกลับไปข้างหลัง กองทัพของฉันก็หยุดชะงักด้วยความประหลาดและตกใจ ขณะที่เหล่าทหารนิ่งงันและมีสีหน้าครุ่นคิดบนใบหน้า แขนผอมแห้งข้างหนึ่งจากในหมู่พวกเขาก็ยกขึ้น
 
"ครับ ! ข้าค่อนข้างมั่นใจในฝีเท้าของข้าที่สุดครับ !"
 
ผู้ที่ก้าวออกมาจากเหล่าทัพขณะที่พูดเช่นนั้น คือนายทหารฝึกหัดเปาโล ผู้ที่รับหน้าที่นำม้าของฉันเมื่อครั้งที่พวกเราเดินทางมาที่ป้อมปราการยุกก์เฟน่า
 
"ดี ข้าจะมอบคำสั่งแก่เจ้า จงมุ่งหน้าไปยังกองทหารม้าที่ 1 ในกระบวนทัพส่วนกลาง และส่งสารแก่ผู้นำของพวกเขา ท่านเอิร์กนาดว่า 'กองทัพข้าศึกท่าทางประหลาด ไม่มีม้าศึกและพวกทหารฝ่ายข้าศึกก็ดูราวกับเป็นตุ๊กตา'"
 
"เอ๋ !? ให้ข้าเป็นผู้ส่งสารให้กับท่านอัศวินเนี่ยนะ !?"
 
เปาโลร้องเสียงดัง นัยน์ตาเบิกกว้างอย่างตกใจ แต่บางทีคงเป็นเพราะว่าเขารู้ดีถึงความเร่งด่วนของสถานการณ์ เขาจึงรีบจากไปด้วยความเร็วเต็มกำลัง เมื่อมองดูเขาวิ่งไปแล้ว ฉันก็คิดว่าเขาไม่ได้โอ้อวดจริง ๆ ที่บอกว่าตัวเองเป็นผู้ที่รวดเร็วที่สุด
 
"เกิดอะไรขึ้นเหรอ ท่านไวส์เคาน์เตสคาลเดีย ?"
 
คงจะเป็นเพราะว่าพวกเขาสงสัยว่าทำไมกองกำลังคาลเดียจึงหยุดขบวน รองผู้บังคับหมู่ของหมู่แฟรงค์ที่เดินทางร่วมกับพวกเราในปีกซ้ายจึงควบม้ามาเพื่อสอบถาม
 
เขาเป็นทหารที่ค่อนข้างอาวุโสด้วยหนวดและเคราขาว และแทนที่จะสมส่วนก็อาจกล่าวได้เลยว่าเขานั้นอ้วนท้วมสมบูรณ์ทีเดียว
 
"กองทัพเดนเซลมีบางอย่างที่แปลกประหลาด ข้าเชื่อว่านี่อาจจะเป็นเหยื่อล่อ"
 
พวกเขาไม่มีม้า และศีรษะทหารของศัตรูก็โอนเอนไปมากับสายลม ดูราวกับเป็นหุ่นไล่กา รองผู้บังคับหมู่ได้รับฟังคำอธิบายของฉันก็ลูบเคราของตัวเอง แต่เมื่อฉันรายงานเสร็จและร้องขอให้เขารายงานต่อผู้บังคับหมู่ของตน เขาก็เริ่มหัวเราะ
 
"อะไร......."
 
เมื่อรองผู้บังคับหมู่เริ่มหัวเราะปุบปับท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียด กันเธอร์ก็ถึงกับไร้คำพูด เขายังคงหัวเราะต่อไปโดยไม่คำนึงถึงสถานการณ์แม้แต่น้อย
 
"ท่านไวส์เคาน์เตสคาลเดีย ท่านนี่ช่างน่ารักน่าเอ็นดูจริง ๆ ทำให้ข้านึกถึงหลานชายตัวเองเลย"
 
"หา ?"
 
รองผู้บังคับหมู่ได้กล่าวอะไรบางอย่างที่ฉันไม่เข้าใจเลยสักนิด
 
ช่วยไม่ได้ที่ฉันจะเอียงหัวตัวเองอย่างงงงวย ในขณะที่รองผู้บังคับหมู่ได้หันไปทางกันเธอร์และกล่าวต่อไปด้วยสีหน้ารื่นเริงบนใบหน้าของเขา
 
"พอได้มาอยู่ที่ ๆ มีแต่ผู้ใหญ่แบบนี้ พวกเด็ก ๆ ก็มักอยากพูดอะไรเรียกร้องความสนใจอย่างงี้แหละ เจ้าก็อย่าไปจริงจังนักน่า"
 
อะไรของไอ้หมอนี่กัน
 
ด้วยทัศนคติของเขาที่ยากเกินจะยอมรับได้ กันเธอร์และฉันก็นิ่งขึงไปหลายชั่วขณะ



NEKOPOST.NET