[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta. ตอนที่ 41 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta.

Ch.41 - 41 ปราการเหล็กสีดำ • บทปลาย


หลังจากที่ฉันได้พักและทานอาหารบ่ายเสร็จแล้ว เอิร์กนาดก็ได้ถามว่าหากฉันต้องการที่จะไปดูลานฝึกในตอนนี้เลย นั่นจึงทำให้ฉันระลึกถึงคำพูดของเขาเมื่อเช้านี้ คิดดูแล้ว ดูเหมือนว่าท่านเอิร์ลไอน์สบาร์คจะอนุญาตให้ฉันเข้าไปสังเกตการณ์การฝึกของพวกเขาได้แล้วนี่นะ
 
ตอนนี้ทหารของกองกำลังอาณาเขตคาลเดียก็ได้รับการฝึกจากทหารที่ป้อมปราการยุกก์เฟน่า ดังนั้นแล้วฉัน, กันเธอร์, ท่านเอิร์ลไอน์สบาร์ค และเหล่าทหารทุกคนต่างก็จะสามารถร่วมงานด้วยกันได้เป็นอย่างดี และพวกเราก็ได้รับการฝึกมากขึ้นเท่าที่จะเป็นไปได้ ก่อนที่พลทหารของเดนเซลจะเคลื่อนมาใกล้
 
ในทางใต้สุดของป้อมปราการยุกก์เฟน่า มีสิ่งก่อสร้างที่คล้ายกับกล่องขนาดยักษ์ที่ซึ่งเป็นลานฝึกสำหรับเหล่าอัศวินและทหาร เนื่องจาก​ฉันได้รับการฝึกของฉันเองที่ลานกว้างมาตลอด ดังนั้นฉันจึงยังไม่เคยได้ไปที่นั่นเลย
 
"........ถึงแม้ว่าข้าจะไม่ได้ร้องขอ แต่ความจริงที่ท่านเอิร์ลไอน์สบาร์คได้อนุญาตให้ข้าเข้าไปดูลานฝึกได้ คงจะเป็นเพราะว่าเขาต้องการให้ข้าได้เห็นว่าทหารของข้าทำอะไรบ้างกระมัง ?"
 
"แน่นอนครับ ตรงเผงเลย"
 
ฉันถามเอิร์กนาด เพื่อจะได้รับการยืนยันการคาดคะเนของฉัน เขาก็ผงกศีรษะโดยไม่ลังเล กันเธอร์ทำสีหน้างุนงงกับการบทสนทนาอันอ้อมค้อมระหว่างขุนนางที่ไม่ได้เห็นบ่อยนัก
 
"เช่นนั้น ข้าคิดว่าข้าคงจะต้องไปดูสักหน่อยล่ะ"
 
มันคงจะเป็นเรื่องเสียมารยาท​หากว่าฉันตอบปฏิเสธไป ในขณะที่เอิร์กนาดยิ้มอย่างมีเลศนัยกับคำตอบของฉัน มันเหมือนว่าเขายิ้มให้​เด็ก​น้อย​ที่เติบใหญ่​ หรือบางทีเขาก็อาจจะเพียงแค่ยิ้มให้อย่างเอ็นดู​ทั่วไปเท่านั้น ฉันส่ายหัวตัวเองและเมินรอยยิ้มของเขาไป ให้มันจบแค่ตรงนี้ดีกว่า​นะ​
 
 
 
 
 
ลานฝึกของป้อมปราการเหล็กสีดำนั้นมีความแข็งแกร่งเหลือล้นเกินกว่าที่ฉันคาดการณ์ไว้ ฉันคิดว่านี่เป็นเหตุผลที่เอิร์กนาดดูออกจะกังวลที่จะให้ฉันได้เห็นที่นี่ เพราะว่าฉันไม่เคยเข้าใกล้ที่นี่มาก่อน นี่จึงเป็นครั้งแรกที่ฉันได้เห็นสิ่งก่อสร้างหน้าตาทรงกล่องอันโอ่โถงขนาดนี้ สถานที่แห่งนี้ยังสูงกว่าหอคอยทั้งสี่มุมของปราการเสียอีก และมันก็ช่วยไม่ได้ที่ฉันจะต้องเงยหน้ามองเพดาน ซึ่งมันทำให้ฉันก้าวพลาดและสะดุดล้มลงไป
 
"อะ โอ้ ระวังด้วยครับ"
 
เอิร์กนาดวางมือของเขาที่หลังและพยุงฉัน ไม่อย่างงั้นแล้วหัวของฉันคงจะฟาดกับพื้นไปแล้ว
 
".....ข้าได้ทำให้ท่านต้องเห็นในสิ่งที่ไม่น่ามองเสียแล้ว"
 
เพราะว่าฉันลืมไปว่าฉันยังคงอยู่ในร่างของเด็กเลยทำตัวดูโง่เง่าออกไป ความขัดเขินคงจะสามารถเห็นได้อย่างง่ายดายบนใบหน้าของฉันซึ่งนั่นทำให้เอิร์กนาดยิ้มกริ่ม ฉันคิดว่าเขาคงจะสนุกกับท่าทีของฉันนักล่ะ....... เมื่อคิดแล้ว มันก็ยิ่งทำให้ฉันรู้สึกหน้าเสียกว่าเดิม กันเธอร์ไม่ได้ว่ากล่าวอะไร เพียงมองฉันและอมยิ้ม
 
แม้ว่าลานฝึกซ้อมจะจุดไฟข้างใน แต่ก็ยังคงมืดสลัว ภายในถูกสร้างให้คล้ายกับเป็นสังเวียน และที่ข้างล่างตรงกลาง เหล่าทหารก็กำลังผลัดกันฝึกการปรับใช้กระบวนทัพกันอยู่
 
ทหารอาณาเขตของฉันสวมบางสิ่งที่คล้ายกับโลหะบนมือ, หน้าแข้งและศีรษะ มันดูเหมือนว่าจะเป็นอุปกรณ์ตั้งแต่ยี่สิบปีที่แล้วที่ป้อมได้ส่งมอบให้แก่กองกำลังของฉัน เพราะว่าที่นี่ไม่มีใครใช้สิ่งนี้แล้ว
 
เพื่อที่จะเพิ่มพูนคุณภาพกองกำลังอาณาเขตของฉัน เกราะโลหะนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญ มันเป็นเรื่องดีที่พวกเขาได้บริจาคอุปกรณ์เก่าให้ในเวลานี้ แต่เพื่อที่จะก่อตั้งกองทหารม้าในอนาคต อาณาเขตคาลเดียจะต้องเรียนรู้การหลอมโลหะเอง รวมไปถึงจัดสรรค่าบำรุงรักษาเพิ่มขึ้นด้วย
 
ฉันคงจะต้องดึงตัวช่างตีเหล็กที่มีฝีมือมาที่อาณาเขตของฉันให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้จะต้องทำให้แน่ใจเสียก่อนว่าผู้อพยพจำนวนมากมายที่เราจะรองรับให้เป็นพลเมืองใหม่ได้รับความปลอดภัย
 
"ท่านไวส์เคาน์เตสคาลเดีย กำลังคิดเรื่องอะไรยาก ๆ อยู่หรือครับ ?"
 
เสียงของเอิร์กนาดดึงฉันออกมาจากความคิด ขณะที่เขาเดินลงบันไดของลานฝึกไปถึงกลางทางแล้ว ส่วนกันเธอร์ยังคงมองฉันอย่างประหลาดใจ
 
"ท่านมองพวกทหารในกองกำลังเสีย​เข้มงวดเชียว.....ท่านคิดว่าการฝึกนี้ยังไม่เพียงพอรึเปล่า ?"
 
"มะ ไม่ ไม่ใช่แบบนั้นค่ะ"
 
ในขณะที่พิจารณาถึงอุปกรณ์ของพวกเขา ฉันก็คิดนอกเรื่องไปถึงอาณาเขตของตัวเอง ฉันรีบส่ายหัวและกล่าวปฏิเสธ ขณะที่เอิร์กนาดเอียงศีรษะของเขาและยังคงเงียบงัน
 
"มัน มัน...... เพราะว่าการเคลื่อนไหวของพวกเขามันดูดีขึ้นเป็นอย่างมาก ข้าเลยประหลาดใจว่าการฝึกประเภทไหนกันที่สามารถเพิ่มพูนทักษะของพวกเขาเองได้มากขนาดนี้ในเวลาสั้น ๆ"
 
"ท่านก็มาที่นี่เพื่อจะรับรู้เรื่องนั้นไม่ใช่เหรอ ? มาซิ มาตรงนี้ครับ"
 
เอิร์กนาดกวักมือเรียกฉันพร้อมกับอมยิ้มเล็กน้อย ท่าทางที่เขาทำ มันได้กระตุ้นความทรงจำอันเลือนลางในสมองของฉัน ฉันสงสัยว่ามันคืออะไรกันนะ แต่ไม่ว่าฉันจะพยายามรื้อฟื้นอย่างไร ฉันก็ไม่อาจจะจดจำได้เลย
 
ขณะที่เอิร์ดนาดยื่นมือของเขามาให้ฉันที่กำลังก้าวลงบันได อ้า ฉันก็เห็นภาพอะไรบางอย่างที่ฉันตระหนักได้ว่ามันช่างคล้ายคลึงกับชาติที่แล้ว ความทรงจำในอดีตชาติของฉันมันเริ่มที่จะไกลห่างออกไป และชั่วขณะนั้นฉันก็รู้สึกถึงความอ้างว้าง​ขึ้นมา
 
 
 
 
 
ก่อนที่ฉันจะรู้สึกตัว การสังเกตการณ์ของฉันก็เปลี่ยนเป็นการฝึกวิธีการบัญชาการของฉัน​และดำเนินไปจนกระทั่งช่วงเวลาอาหารค่ำในที่สุด ก็เหมือนกันกับตอนเช้า ฉันอ่อนล้าไปทั้งหมดจนถึงจุดที่ฉันรู้สึกว่าหัวตัวเองหมุนติ้วไปรอบ ๆ
 
"เฮ้ย เฮ้ย เป็นอะไรรึเปล่า นายท่าน ?"
 
กันเธอร์ที่นั่งถัดจากฉันทำสีหน้ากังวล ฉันนั่งอย่างมึนงงสักพักหนึ่ง จนฉันเพิ่งรู้สึกถึงเขาและตอบกลับ "ข้าไม่เป็นไร" พร้อมกับพยักหน้าช้า ๆ กระทั่งการพูดคุยมันก็เหนื่อยเกินไปแล้ว
 
".......มันก็ไม่เหมือนว่าไม่เป็นไรเลยนะ"
 
แม้ว่าเขาจะดูโล่งอกที่ฉันตอบสนองในที่สุด แต่เขาก็ยังคงไม่เชื่อ มองใบหน้า​ของฉันและหยิกแก้มฉัน หยุดนะ ฉันตีมือของเขาให้ออกไป และเขาก็วางมือลง
 
"ข้าเหนื่อย ปล่อยข้าไว้เฉย ๆ ไม่ได้รึไง........"
 
"ฮ่า เห็นได้ชัดเลยล่ะ ท่านยังเดินกลับห้องไหวมั้ย ? ท่านดูพร้อมจะหลับแทบเท้าได้ทุกเมื่อเลยนะ"
 
"ถ้านางขยับตัวไม่ไหวแล้ว เดี๋ยวข้าพานางไปเอง อย่ากังวลไปเลย ท่านกันเธอร์"
 
เอิร์กนาดที่ทานอาหารอยู่อีกด้านหนึ่งของฉันกำลังเช็ดปากอย่างสุภาพด้วยผ้าเช็ดปากและแทรกบทสนทนาของพวกเรา ตอนนั้นฉันเริ่มคอตกและไม่ได้สนใจอีกแล้วว่ากันเธอร์และเอิร์กนาดกำลังพูดคุยอะไรกัน ขณะที่มองใบหน้ากังวลของพวกเขาที่พูดคุยกันอยู่อย่างมึนงง ฉันก็ย้อนคิดถึงความทรงจำที่เอิร์กนาดได้กระตุ้นมันขึ้นมาตอนที่อยู่ที่ลานฝึก
 
".....อ๊ะ คุณ​พ่อ คุณ​แม่"
 
ฉันระลึกถึงพ่อกับแม่ในชาติก่อนและฉันก็หลุดปากออกไป
 
ใบหน้าประหลาดใจของกันเธอร์และเอิร์กนาดคือสิ่งสุดท้ายที่ฉันมองเห็น ก่อนที่สติจะหลุด​เลื่อนลอย มันถึงขีดจำกัดของฉันแล้ว
 
การเข้าฌานไปทั้งแบบนั้นสำหรับใน​โลกนี้ มันเป็นครั้งแรก​ของ​ฉัน ฉันได้ยินเสียงตื่นตระหนกดังรอบตัวซึ่งทำให้รู้สึกพึงพอใจอย่างแปลกประหลาด



NEKOPOST.NET