NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta.

Ch.40 - 40 ปราการเหล็กสีดำ • บทต้น


ก๊อง..... เสียงสะท้อนดังก้องไปถึงภายในกระเพาะของฉัน ระฆังถูกตีโมงดังมาจากหอกลางของป้อมปราการ ฉันลุกขึ้นอย่างสะลึมสะลือพร้อมกับอ้าปากหาว เสียงระฆังนี้มีไว้เพื่อที่จะปลุกทุกคนให้ตื่นขึ้น
 
ที่ป้อมยุกก์เฟน่านั้นไม่มีนาฬิกาน้ำ และเสียงตีระฆังถูกใช้เป็นการบอกเวลาแทน ถึงอย่างไรนาฬิกาน้ำมันก็จำเป็นที่จะต้องใช้คนในการดูแล และเพราะว่าไม่มีหญิงรับใช้หรือคนที่ทำหน้าที่ใช้แรงงานที่นี่ การจะใช้นาฬิกาน้ำจึงไร้ความสะดวกสบาย หากเป็นหมู่บ้านในคาลเดียก็มักนิยมใช้นาฬิกาแดดมากกว่านาฬิกาน้ำเช่นกัน แต่ว่าสำหรับทหารหรืออัศวินแล้ว ฉันคิดว่าการบอกข้อมูลทางเสียงมันคงจะสะดวกกว่าการบอกข้อมูลทางการมองเห็นล่ะนะ
 
ครั้งแรกที่ฉันได้ยินเสียงระฆังลั่น มันให้ความรู้สึกว่าเสียงดังมากและไม่สบายหูจนฉันต้องอุดหูตัวเองไว้ แต่ฉันก็ปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว กระทั่งตอนนี้ก็รู้สึกว่าเพียงว่าสะดวกสบายดีนะ
 
มันเป็นเวลากว่าเจ็ดวันแล้ว ตั้งแต่ที่ฉันมาถึงป้อมปราการยุกก์เฟน่า
 
 
 
 
ฉันชำเลืองมองผ่านซี่กรงเหล็กขรุขระบนหน้าต่างที่แสงของย่ำรุ่งสาดส่องเข้ามา ท้องฟ้ารุ่งอรุณวันนี้มีสีแดงแปลกประหลาดด้วยเหตุผลบางอย่าง
 
"อรุณสวัสดิ์ครับ ท่านไวส์เคาน์เตสคาลเดีย วันนี้ท่านเอิร์ลไอน์สบาร์คได้ยินยอมอนุญาตให้ท่านไปสังเกตการณ์ลานฝึกของพวกเราได้ครับ"
 
เมื่อฉันแต่งตัวอย่างเหมาะสมเสร็จและออกจากห้อง ชายผู้ตรงเวลาที่แต่งตัวด้วยเครื่องแบบอัศวินสีดำก็ได้รอฉันอยู่ก่อนแล้ว นอกเหนือไปจากการเป็นผู้ประสานงานของฉัน ดูเหมือนว่าเขาก็เริ่มจะกลายเป็นผู้คุ้มกันและนำทางของฉันด้วย เอิร์กนาดจะมาพบหน้าฉันแบบนี้ทุกวัน
 
"อรุณสวัสดิ์เช่นกันค่ะ ท่านเอิร์กนาด อนุญาตให้สังเกตการณ์ได้อย่างงั้นหรือ"
 
"ครับ ท่านเอิร์ลคิดว่าเผื่อว่าท่านจะอยากเห็นว่าพวกเราที่นี่ฝึกทหารกันอย่างไรบ้าง"
 
"อย่างนี้นี่เอง ข้าซาบซึ้งในความห่วงใยของเขานัก"
 
หลังจากผ่านมาเจ็ดวัน เอิร์กนาดก็เริ่มพูดคุยกับฉันอย่างไม่เป็นทางการนัก ในวันแรกที่ฉันมาถึงที่นี่ เขาได้เรียกฉันอย่างเป็นทางการมาก ๆ ด้วย "นายท่าน" แต่บางครั้งเขาก็ละไว้และในตอนนี้เขาก็เรียกฉันว่า "ท่าน" เป็นครั้งคราวเหมือนกับตอนที่เขาไปที่คาลเดียครั้งแรกในฐานะผู้ส่งสาร
 
ดวงตาแหลมคมที่หรี่ลงจนเกิดรอยย่นที่หางตา ขณะที่เขามองฉันอย่างเงียบ ๆ นัยน์ตาสีเทาของเอิร์กนาดมันทำให้ฉันรู้สึกแบบเดียวกันกับความรู้สึกที่ฉันมีต่อท่านมาร์เกรฟโมลตันเมื่อครั้งที่อยู่เมืองหลวง มันเป็นความรู้สึกที่ทำให้ฉันขนลุกขึ้นมา ดังนั้นฉันจึงกระพริบตาและหันเหความสนใจของตัวเองออกไป
 
พวกเราออกมาจากหอคอยที่ฉันพักอยู่และมุ่งหน้าไปยังห้องอาหารที่กันเธอร์กำลังรอฉันอยู่ก่อนแล้ว ที่อีกด้านหนึ่งของหอคอยนี้คือ "ค่ายทหาร" ที่ทหารประจำดินแดนของฉันได้ยืมห้องอยู่ ในขณะที่หอคอยของฉันนั้นเป็นที่เรียกว่า "อาคาร​อัศวิน" และเพราะว่าที่ "อาคาร​อัศวิน" เป็นที่พำนักของขุนนาง ทหารทั่วไปจึงไม่สามารถเข้ามาที่นี่ได้ ในฐานะหนึ่งในทหารจากอาณาเขตของฉัน กันเธอร์เองก็ยึดถือจารีตนี้เช่นเดียวกัน และเขาจะมารอฉันที่หน้าประตูชั้นสี่ที่เชื่อมต่อกับอาคาร​อัศวิน
 
"อรุณสวัสดิ์ กันเธอร์ ขอบคุณในความยากลำบากเช่นเคยนะ"
 
"อรุณสวัสดิ์ครับ นายท่าน และท่านเอิร์กนาด"
 
ขณะที่กันเธอร์ตอบรับคำทักทายของฉัน เขาก็เหลือบมองไปข้างหลังฉัน หลังจากพิจารณาแล้วเขาก็กล่าวทักทายเอิร์กนาดเช่นกัน เอิร์กนาดที่ตามหลังฉันมาก็เป็นที่แน่นอนว่าเขาควรได้รับการต้อนรับ ฉันมักจะมาทานอาหารที่ห้องอาหารสำหรับทหาร ไม่เคยไปสถานที่บรรดาบุตรชายของท่านเอิร์ลและเหล่าอัศวินอาวุโสทานอาหาร​กันเลย​ ฉันไม่อาจจะบอกได้อย่างแท้จริงว่าเอิร์กนาดได้รับมอบหมายหน้าที่ให้เป็น "ผู้อารักขา​" ของฉัน แต่สำหรับเขาที่ได้ติดตามฉันมายังห้องอาหารที่นี่ บางทีอาจจะเป็นการตัดสินใจของเขาเองก็ได้
 
"อรุณสวัสดิ์ ท่านกันเธอร์"
 
เอิร์กนาดกล่าวตอบคำทักทายของกันเธอร์สั้น ๆ การแลกเปลี่ยนการทักทายยามเช้าเช่นนี้เป็นทุกวันนับตั้งแต่วันนี้คลอเดียจากไป ด้วยเธอต้องพาหญิงสองคนจากหมู่บ้านซีริลกลับบ้านของพวกเธอ
 
 
 
 
 
หลังจากอาหารมื้อเช้า เอิร์กนาดก็ได้ช่วยฉันฝึกการใช้หอก เพราะว่าคลอเดียซึ่งเป็นผู้ฝึกสอนตามปกติของฉันไม่ได้อยู่ที่นี่
 
ในตอนแรกฉันคิดว่าฉันจะได้รับการสอนจากกันเธอร์อีกครั้งและให้เขาเฝ้าคุ้มกันฉัน ทว่าดูเหมือนว่าเอิร์กนาดคงจะเบื่อที่ต้องคอยอารักขา ด้วยการบอกว่าเขาจะให้ความช่วยเหลือในการฝึกของฉันเอง เพราะว่าการมีอัศวินอาวุโสที่ยังปฏิบัติหน้าที่อยู่เป็นผู้สอนของฉันมันคือสิ่งที่ยอดเยี่ยมเกินกว่าจะร้องขอได้ ฉันจึงโค้งศีรษะคำนับและยอมรับทันที หน้าที่ของกันเธอร์จึงลดลงกลายเป็นเพียงการดูแลสมรรถภาพทางกายพื้นฐานของฉันและการฝึกพื้นฐานอื่น ๆ เท่านั้น
 
ทักษะหอกของเอิร์กนาดที่สอนฉันดูเหมือนว่าจะเข้ากันกับฉันได้เป็นอย่างดี ในขณะที่ทักษะหอกของคลอเดียนั้นมีชั้นเชิงที่สูงมาก และมันไม่เหมาะสมกับฉันเลย ด้วยว่าฉันยังคงเป็นเพียงแค่เด็กที่ขาดแคลนพละกำลังเท่านั้น เอิร์กนาดเข้าใจเรื่องนี้และใช้ทักษะหอกของคลอเดียเป็นพื้นฐานให้ เขาฝึกฉันด้วยทักษะที่เหมาะสมกับฉัน โดยเฉพาะเมื่อฉันอาจต้องใช้หอกกับศัตรูจริง ๆ ในอนาคต มันไม่เหมือนกับตอนที่ฉันฝึกกับคลอเดีย เขาตอกย้ำถึงเป้าโจมตีที่จะช่วยให้หอกของฉันสร้างความเสียหายได้มากที่สุด
 
เอิร์กนาดพูดถึงทักษะหอกของคลอเดียว่ามันมีองค์ประกอบที่หลากหลายทักษะรวมเข้าด้วยกัน มันก็เป็นเทคนิคที่ไม่มีการเคลื่อนไหวที่สูญเปล่าและมันสามารถที่จะสังหารคู่ต่อสู้ในทีเดียว​ได้เลย
 
ปกติแล้วเอิร์กนาดจะนำหอกไม้สองเล่มจากคลังแสงเพื่อการฝึกของเรา แต่วันนี้เขาได้นำอาวุธที่ไม่คุ้นเคยสองเล่มมาแทน
 
"ท่านไวส์เคาน์เตสคาลเดีย วันนี้ข้าจะสอนอาวุธ​ใหม่ให้ท่านนะครับ"
 
"อาวุธ​ใหม่ ?"
 
"ครับ ข้าจะสอนท่านใช้ง้าวหัวขวาน​"
 
เอิร์กนาดวางอาวุธลงกับพื้น และบอกฉันให้เข้าไปดูใกล้ ๆ หอกปกติแล้วจะทำด้วยด้ามไม้และติดหัวด้วยโลหะแหลมคมรูปทรงกรวย เนื่องจากมันเป็นรูปทรงที่ออกแบบมาเพื่อเจาะเกราะ โดยทั่วไปแล้วมันจะใช้ประโยชน์จากความยาวในการแทงศัตรูด้วย การออกแบบของมันทำให้กระทั่งทหารทั่วไปที่ไร้ความรู้เรื่องการต่อสู้ก็สามารถสังหารทหารของศัตรูได้ มันจึงถูกใช้เป็นอาวุธพื้นฐานของหน่วยทหารราบ
 
เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว อาวุธหน้าตาคล้ายกับหอกที่เอิร์กนาดนำมาให้นั้นมีความยาวที่สั้นกว่าเล็กน้อย ง้าวหัวขวาน​คือหอกที่มีหัวขวานติดแทนที่ปลายหอก มันมีคมรูปทรงสามเหลี่ยมและใบมีดคมทั้งสองด้านของด้ามหอก อันหนึ่งเป็นของจริงและหรืออันหนึ่งเป็นไม้ คงไว้ใช้เพื่อการฝึกสอน
 
"แม้ว่ามันจะใช้การยากนิดหน่อย แต่ว่ามันจะเป็นอาวุธที่ทรงพลังเมื่อชำนาญแล้ว ข้าได้ยินมาว่ากองกำลังคาลเดียส่วนมากเป็นกองทหารม้า และเพราะว่าอาวุธนี้มันใช้งานได้ดีทั้งบนหลังม้าและพื้นดิน ข้าจึงคิดว่ามันเป็นเรื่องดีที่จะได้เรียนรู้มันนะครับ"
 
อย่างงี้นี่เอง ฉันพยักหน้าขณะรับง้าวไม้มาจากเขา มันหนักขึ้นด้วยหัวขวานที่ติดไว้ ยิ่งไปกว่านั้น เพราะน้ำหนักของมัน ทำให้มือของฉันกระตุกลงตามแรงโน้มถ่วงและสั่นกึก
 
"......ได้เวลาอาหารเที่ยงแล้ว วันนี้จบแค่นี้ก่อนเถอะครับ"
 
ฉันเหนื่อยจนมาถึงจุดที่ไร้กำลังจะพูดอะไรแล้วตอนที่เอิร์กนาดกล่าวอย่างนั้นในที่สุด แต่เขาแทบจะไม่มีเหงื่อเลย แม้ว่านี่มันจะเป็นฤดูร้อน เขายังสดชื่นอยู่เสียด้วยซ้ำ ฉันใช้กล้ามเนื้อหนักอย่างที่ปกติฉันไม่ได้ใช้นักในการควบคุมอาวุธชิ้นใหม่นี้ และเพียงแค่ถือมันไว้โดยไม่ให้มันสั่นก็ใช้พลังงานมากเกินพอแล้ว
 
ขณะที่ไล่ตามลมหายใจตัวเอง ก็อย่างที่เอิร์กนาดพูด ฉันได้ยินเสียง ก๊อง...... จากระฆังเป็นสัญญาณว่าตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงแล้ว



NEKOPOST.NET