[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta. ตอนที่ 37 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta.

Ch.37 - 37 เมืองป้อมปราการยุกก์เฟน่า


วันถัดมา โชคไม่ดีที่สภาพอากาศเลวร้ายลง และพวกเราก็ต้องเดินทางมุ่งไปยังราชอาณาเขตยุกก์เฟน่าท่ามกลางสายฝนพรำ พวกเราไม่สามารถบอกเวลาได้เลยเพราะว่าไม่เห็นดวงอาทิตย์และก็ต้องเดินทางอย่างระแวดระวังว่าจะไม่ออกนอกเส้นทางด้วยทัศนวิสัยที่ตกต่ำ
 
ในขณะที่ทุกอย่างนั้นพร่ามัว พวกเราคลำไปตามเส้นทางที่ถูกต้องจนมาถึงด้านหน้าของป่าที่รกชัฏยิ่งกว่าป่าใด ๆ ในคาลเดีย มีคนกล่าวว่าครั้งหนึ่ง​ป่าดิบชื้นแห่งนี้เคยปกคลุมบริเวณนี้ทั้งหมด และสิ่งที่คงเหลือมาจนถึงปัจจุบัน​ก็ได้กลายเป็นที่รู้จักกันในนาม "ป่าอสูร" ฉันสามารถได้ยินเสียงคล้ายกับเสียงของสัตว์ป่าและแมลงที่ดังออกมาจากป่าท่ามกลางเสียงหยาดฝนได้เลย
 
"ที่นี่มันให้ความรู้สึกแย่ชะมัด....."
 
เสียงดังมาจากหนึ่งในเหล่าทหาร ถึงแม้ว่ามันจะเป็นฤดูร้อนแต่อากาศก็เย็นลง พวกทหารก็คงจะเหนื่อยล้าจัด ทุกคนจึงเดินขบวนกันอย่างเงียบสนิท​
 
"กันเธอร์ เร่งขบวนให้เร็วขึ้นเท่าที่จะทำได้หน่อย พวกเราจะได้ไม่พลัดหลงกัน"
 
"รับทราบ ข้าเองก็อยากจะออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้อยู่แล้ว ขนาดยังอยู่แค่ข้างนอกของป่าอสูร ข้ายังรู้สึกใจคอ​ไม่ดีซะเลย"
 
กระทั่งกันเธอร์ที่เป็นผู้ซึ่งไม่หวาดกลัวต่อสิ่งใดก็ยังคิดแบบเดียวกัน และเส้นทางนี้ก็ให้บรรยากาศที่ชวนให้ขนหัวลุกจริง ๆ นั่นแหละ​ ในขณะที่คุมบังเหียนม้า ฉันมองไปยังป่าที่อยู่ทางขวามือของฉัน เพราะว่าฝนตก รอบนอกของมันจึงมืดและฉันไม่สามารถเห็นอะไรได้ชัดเจนนัก แม้ว่าจะยังมีระยะห่างระหว่างกัน แต่ป่าอสูรก็ยังมองเห็นได้อย่างเลือนลาง บางทีมันคงเป็นเพราะว่าผืนป่าที่กว้างไพศาลเพียงพอต่อขอบเขตระยะสายตาที่มองเห็นของฉัน
 
ทันใดนั้นเอง ฉันก็รู้สึกราวกับเห็นบางอย่างสีแดงสาดกระจายออกมาในเบื้องหลังม่านเงาฝนสีเทา แต่เมื่อฉันกระพริบตาและจ้องมองไปอีกครั้ง สิ่งนั้นก็หายไปแล้ว และในเมื่อมันไม่ปรากฏ​ให้มองเห็น​ได้อีก บางทีมันคงจะเป็นเพียงแค่ภาพหลอนที่ฉันคิดไปเองล่ะมั้ง
 
ในขณะที่ฉันกำลังง่วนกับการสังเกตป่า ฉันก็ได้ยินเสียงร้องอย่างยินดีมาจากเหล่าทหารที่ข้างหน้า
 
"ข้าเห็นแล้ว! พวกเรามาถึงป้อมปราการยุกก์เฟน่าแล้ว!"
 
หลังจากที่ได้ยินแบบนั้น ทหารทุกคนก็ร้องเฮอย่างยินดี ในอีกด้านหนึ่งของละอองฝน เงาของโครงสร้างขนาดมโหฬารตั้งตระหง่านอยู่ในระยะที่มองเห็นได้
 
 
 
 
ขณะที่พวกเราเข้าไปใกล้มัน ฉันก็สามารถมองเห็นสัณฐานและลักษณะเด่นของป้อมปราการขนาดยักษ์ได้ทีละเล็กละน้อย 
 
ป้อมปราการยุกก์เฟน่า เป็นเพียงสถานที่แห่งเดียวของผู้อยู่อาศัยในราชอาณาเขตยุกก์เฟ​น่า​ สายฝนโปรยปรายเหนือป้อมปราการที่ทำจากหินขัดสีดำและโลหะ หอคอยที่เว้นระยะห่างกันอย่างสม่ำเสมอ ที่ด้านบนสุดของมันคือธงประจำชาติอัร์คเซีย เชื่อมต่อกับกำแพงม่านที่สูงยิ่งกว่าคฤหาสน์โกลเด้นฮิลส์ที่ฉันอยู่อาศัยเสียอีก องค์ประกอบการตกแต่งนั้นเป็นศูนย์ แตกต่างไปจากปราสาทในเมืองหลวง อย่างไรก็ตามมันก็เป็นสิ่งก่อสร้างที่ดูมีระเบียบและสง่างาม
 
ทหารของกองกำลังคาลเดียไม่เคยออกนอกคาลเดียมาก่อน และกระทั่งคลอเดียเองที่น่าจะคุ้นชินกับปราสาทในพระราชวังอยู่แล้ว แต่ทั้งหมดต่างก็จ้องมองปราการเหล็กสีดำด้วยปากที่อ้ากว้างอย่างตกตะลึง ฉันเองก็ไม่แตกต่างกัน เบื้องหน้าของป้อมปราการที่ทรงพลัง​ตระการตา กองกำลังแห่งคาลเดียจ้องมองมันราวกับคนโง่งม
 
"เอิ่ม ท่านเอเลน่าคะ ตรงนั้น"
 
คลอเดียผู้มีดวงตาเฉีบบแหลมราวกับสัตว์ป่าชี้ไปยังที่ด้านล่างของป้อมปราการ สายตาของเธอดีเพียงพอที่จะค้นหาเมล็ดของธัญพืชในห้องครัวขนาดใหญ่ได้เลย
 
"ไม่ใช่เอเลน่า เอลิซ่าค่ะ"
 
"นี่ข้าพลาดอีกแล้วงั้นเหรอ..... ขออภัยด้วยค่ะ ข้าผิดไปแล้ว"
 
ฉันย่นย่อการแก้ไขการเรียกชื่อที่ผิดของเธอตามปกติ ในขณะที่ฉันก็ชักจะยอมแพ้เรื่องนี้แล้ว และหรี่ตามองไปยังที่ที่คลอเดียชี้อยู่ เพราะว่าม้าของฉันยังคงเดินต่อไปพร้อม ๆ กัน เมื่อพวกเราเข้าไปใกล้ยิ่งขึ้น ฉันก็สามารถมองเห็นสิ่งที่คลอเดียชี้ได้ในที่สุด
 
"นั่นคือ..... กระโจมของกลุ่มผู้ลี้ภัย?"
 
รอบนอกของป้อมปราการ มีกระโจมสำหรับทหารซึ่งแตกต่างจากกระโจมที่ฉันใช้ เรียงเป็นแนวยาวรอบ ๆ ป้อมปราการเท่าที่ฉันจะมองเห็นได้
 
ถึงแม้ว่าฝนจะกำลังตก แต่ฉันก็เห็นผู้คนเดินเข้าเดินออกจากกระโจมอย่างไม่ใส่ใจสายฝน จากนั้นฉันก็เบนสายตาไปสู่วัตถุประสงค์การเดินทางของพวกเรา ป้อมปราการที่ใช้เวลาในการเดินขบวนมากว่าสามวันจนถึงที่นี่ พวกเราหยุดที่หน้าเรือนเฝ้า​ประตูของป้อมปราการ และกันเธอร์ ในฐานะของผู้นำทางการทหารก็ไปรายงานการมาถึงของฉันกับคนเฝ้าประตู ที่เบื้องหน้าของฉันคือประตูไม้ขนาดมหึมาที่อยู่เบื้องหลังตาข่ายเหล็ก ฉันสามารถบอกได้เลยว่าปราสาทแห่งนี้สมกับที่เป็นป้อมปราการจริง ๆ
 
บางทีกลุ่มผู้อพยพคงจะสามารถบอกได้ว่าคลอเดียและฉันนั้นมีสถานะที่สูง เพราะว่าพวกเราอยู่บนหลังม้า พวกเขาจึงจ้องมองมายังเราทั้ง​คู่ ทั้งหมดที่พวกเขาทำก็คือการจ้องมองอย่างโง่งมเงียบ ๆ โดยปราศจากอารมณ์ใด ๆ บนใบหน้า จนเมื่อพวกเขาหมดความสนใจและกลับเข้าไปในกระโจมของตนเอง พวกเขาทั้งหมดล้วนแต่ดูหนังหุ้มกระดูกและไม่แข็งแรงนัก
 
ขอโทษที แต่ตอนนี้ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อที่จะต้อนรับพวกเจ้า
 
ฉันวางสิ่งที่เพิ่งเห็นออกไปจากความคิด
 
ในเวลานั้นเอง ประตูยักษ์เบื้องหน้าฉันก็เปิดออก กันเธอร์ออกคำสั่งทุกคนให้ก้าวไปข้างหน้า และพวกเราก็เดินขบวนเข้าปราสาทอย่างเชื่องช้า มันมีแนวขบวนทหารอยู่อีกด้านของพวกเรา และช่องว่างที่เพียงพอให้พวกเราเดินผ่านพวกเขาไป ภายในป้อมสว่างไปด้วยคบเพลิง และพวกเราก็ผ่านโรงม้าที่กว้างขวางเพียงพอให้ม้าจำนวนมากพักที่นี่
 
"ขอบคุณสำหรับการมาที่นี่เป็นอย่างมากครับ ท่านไวส์เคาน์เตสคาลเดีย"
 
"ข้ายินดีเป็นอย่างยิ่งสำหรับการต้อนรับจากท่าน ตามที่ได้สัญญาไว้ ข้าได้นำพลทหารทั้งห้าสิบนายจากกองกำลังคาลเดียมาถึง​แล้ว"
 
พวกเราได้รับการนำทางจากพวกทหารในป้อม และอัศวินคนเดียวกับที่เป็นผู้ส่งสารไปที่อาณาเขตคาลเดียหลายวันก่อนก็กล่าวทักทายฉัน ฉันคิดว่าเขาคงจะเป็นผู้รับผิดชอบในการประสานงานของเรา และในวันนี้ เพราะว่าเขาไม่ได้สวมหมวกเกราะและปล่อยผมลงมา ก็ทำให้เขาดูหนุ่มกว่าที่เห็นมาก่อนหน้านี้ ฉันอาจจะกล่าวได้ว่าภาพลักษณ์ของเขามันดูสมวัยของเขากว่าเดิม แต่ว่าฉันก็ไม่ได้รู้อายุของเขาล่ะนะ
 
"นายท่าน ในนามแห่งนายข้า ท่านเอิร์ลไอน์สบาร์ค ขอขอบคุณสำหรับจิตวิญญาณแห่งอัศวินขุนนางอันหาญกล้าของท่านเป็นอย่างมากครับ"
 
เขาคุกเข่าลงข้างหนึ่งในท่าอัศวิน ฝ่ามือขวาทาบทับใกล้ไหล่ซ้าย และกล่าวขอบคุณฉัน การเคลื่อนไหวของเขาสง่างามและนุ่มนวล สมกับเป็นอัศวินอย่างแท้จริง
 
สำหรับคลอเดียที่ใฝ่ฝันอยากจะเป็นอัศวิน ดวงตาของเธอเจิดจรัสเป็นประกายอย่างตื่นเต้นขณะมองไปที่เขา แย่ล่ะ นี่มันเป็นสีหน้าก่อนที่เธอจะหลุดออกจากการควบคุมตัวเองแล้ว
 
"ข้าต้องขออภัยในความไม่สะดวกด้วย แม้ว่าพวกข้าจะเพิ่งมาถึง แต่ข้าต้องการที่จะให้ทหารของข้าได้พักผ่อนเสียก่อน เพราะว่าระหว่างทางพวกเราต้องสู้​กับอสูรเวทย์อย่างไม่ได้คาดคิด พวกเขาจึงอ่อนล้าบ้างแล้ว"
 
"แน่นอนครับ"
 
อัศวินออกคำสั่งให้ทหารของเขา​นำทางพวกเรา และพวกทหารของฉันก็ตามพวกเขา​ไปที่ชั้นสอง
 
ในระหว่างที่ฉันสั่งคลอเดียให้นำผู้หญิงสองคนนั้นมาที่นี่ หญิงทั้งสองที่ฉันพามาจากหมู่บ้านซีริล เมื่อพวกเธอได้เข้ามายังป้อมปราการหินและโลหะแห่งนี้ครั้งแรก พวกเธอก็หวาดกลัวเป็นอย่างมาก และท่าทางไม่รู้ว่าควรจะทำเช่นไร สำหรับตอนนี้ฉันได้บอกกับเขาว่าพวกเธอเป็นหญิงรับใช้ของฉันและคลอเดีย และในวันพรุ่งนี้ฉันจะให้คลอเดียติดตามพวกเธอกลับไปส่งยังหมู่บ้านซีริล
 
"ดังนั้น เพียงแค่คืนนี้ มันจะเป็นอะไรหรือไม่ หากข้าจะขอยืมห้องสำหรับเหล่าหญิงรับใช้นี้?"
 
"อ้า ที่นี่มันมีห้องว่างมากมาย ไม่มีปัญหาเลยครับ"
 
อัศวินพยักหน้าให้กับคำขอที่สองของฉัน และฉันก็พูดต่อ
 
"ข้าต้องขออภัยด้วยที่ไม่ได้ถามมาก่อนจนกระทั่งตอนนี้ แต่ว่าข้ายังไม่ทราบนามของท่านเลย"
 
"ข้าไม่ขัดข้องและขอบคุณในความเอาใจใส่ที่นายท่านแสดงต่อข้าเป็นอย่างมากครับ​ ให้ข้าได้แนะนำตัวนะครับ ข้ามีนามว่า เอิร์กนาด ไอน์สบาร์ค ผู้บังคับหมวดทหารม้าที่ 1 แห่งป้อมปราการยุกก์เฟน่า เนื่องจากข้าได้รับหน้าที่ในการรับผิดชอบดูแลนายท่าน ข้าจึงหวังว่าพวกเราจะมีไมตรีจิตที่ดี​ต่อกันในอนาคตนะครับ ขอฝากตัวด้วย"
 
.......ไอน์สบาร์ค?
 
นั่นเป็นชื่อที่ฉันไม่ได้คาดคิดสักนิด
 
เพราะว่าเขาเป็นอัศวินผู้ส่งสาร ฉันจึงคิดว่าเขาคงจะเป็นเพียงอัศวินระดับล่าง แต่เมื่อคิดว่าเขาเป็นถึงผู้บังคับการ​ของกองกำลังทหาร ยิ่งไปกว่านั้นเขายังมีท้ายสกุลเป็น ไอน์สบาร์ค นั่นก็หมายความว่าเขามีความเกี่ยวข้องกับท่านเอิร์ลที่เป็นผู้นำของที่นี่น่ะซิ ด้วยสถานะที่สูงของเขากลับเป็นผู้ประสานงานของเราเนี่ยนะ?
 
เพราะว่าไม่รู้ความคิดของอัศวินผ่านศึกเหลี่ยมจัดอย่างท่านเอิร์ลไอน์สบาร์คว่าทำไมจึงได้เลือกคนผู้นี้เป็นผู้ประสานงานของเรา สัญญาณเตือนภัยในใจฉันก็ร้องให้เฝ้าระวังตัวไว้ออกมา



NEKOPOST.NET