NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta.

Ch.31 - 31 วันหนึ่งกลางคิมหันต์


Act 1, Part 3

 
ผู้คนถูกขึงกับเสาไม้ที่มีกลุ่มควันคลุ้งรอบกายพวกเขา และฉันก็ทำได้แค่เพียงมองดูโดยไม่อาจละสายตา ภายใต้ดวงอาทิตย์ฤดูร้อนอันเกรี้ยวกราด เปลวเพลิงลุกโชนกองฟางที่อยู่ใต้ร่างพวกเขา ชีวิตผู้คนที่ใกล้มอดไม่อาจทำอะไรได้นอกไปจากกรีดร้องและกรีดร้อง
 
มีบางคนที่เพลิดเพลินอย่างแท้จริงกับภาพวาระสุดท้ายของผู้คนบนเสาไม้ บางครั้งพวกเขาก็ราดน้ำมันลงในกองไฟหรือสาดมันด้วยน้ำ ราวกับต้องการจะยืดความทุกข์ทรมานของผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ
 
เสียงกรีดร้องค่อยแผ่วเบาลงก่อนจะกลายเป็นความเงียบงัน สิ่งซึ่งเคยเป็นมนุษย์กลายเป็นเพียงเถ้าถ่านสีดำบนเสา ก่อนที่ฉันจะรู้สึกตัว กลิ่นเหม็นก็คละคลุ้งรอบกายฉันแล้ว
 
ในเวลาเดียวกันความร้อนและกลิ่นเหม็นก็ทำให้ฉันแทบสำรอก ฉันได้ยินเสียงหัวเราะแหบแห้งดังถัดจากฉัน เสียงของมันช่างเปรมปรีดิ์แตกต่างออกไปจากสถานที่อันโหดร้าย​แห่งนี้ ฉันพยายามเอามันออกไปจากหัว และมันก็ทำให้ฉันพิพักพิพ่วน
 
ฉันรับมากกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว ทั้งหมดที่ฉันต้องการก็คือการขดตัว ปิดทั้งตาและหูของตัวเอง แต่เพราะว่าฉันถูกอุ้มไว้ด้วยแขนของใครบางคน ฉันจึงไม่สามารถทำได้
 
"ปล่อยฉันไป" ฉันพยายามอย่างหมดสภาพที่จะกล่าวแบบนั้น แต่ฉันยังไม่สามารถพูดได้ และแขนของผู้ใหญ่ก็ง่ายมากที่จะอุ้มร่างทารกของฉันไว้
 
ทุกสิ่งพร่ามัว ฉันรู้สึกเหมือนกับหัวของฉันจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ จากความร้าวราน​นี้
 
อากาศร้อนระอุของคิมหันต์​, ความร้อนจากเปลวเพลิง กอปร​กับกลิ่นเหม็นตลบ พวกมันอบอวลปนเปจนทำให้ฉันสำลัก ความคลื่นเหียนของฉันมันถึงจุดที่ฉันไม่สามารถทนได้อีกแล้ว และบางสิ่งในหลอดอาหารของฉันก็ไหลย้อนสำรอกออกมา
 
กลิ่นอ้วกของฉันปนเปกับกลิ่นเหม็นของเนื้อไหม้ และทำให้อากาศมันเลวร้ายยิ่งกว่าเดิม
 
หลังจากจ้องมองบ่ออ้วกของตัวเองอย่างมึนงง ฉันก็ค่อย ๆ ยกศีรษะของตัวเองขึ้นช้า ๆ ฉันต้องการดูว่าใครกันที่เป็นคนอุ้มฉันไว้ ฉันเองก็ไม่แน่ใจว่าทำไมต้องทำแบบนั้น มันเกือบจะเป็นสัญชาตญาณบางอย่าง  และหลังจากที่ฉันได้มองเขาแล้ว ฉันโศกเศร้าจากก้นบึ้งของหัวใจ
 
เรือนผมยาวสีดำ นัยน์ตาสีดั่งโลหิต เขายิ้มอย่างปิติยินดีขณะที่จ้องมองกลับมาที่นัยน์ตาของฉัน
 
ฉันตระหนักได้ว่าเขาคือพ่อของฉันเอง และฉันก็ตื่นขึ้นจากฝันร้ายบนเตียง
 
 
 
 
 
อุณหภูมิในห้องร้อนจนแทบหายใจไม่ออก ฉันรีบเช็ดเหงื่อที่ไหลอาบแก้ม บางทีคงเป็นเพราะฝันร้ายนั้น มือของฉันจึงเย็นเฉียบและตัว​ก็สั่นเทา
 
ฉันออกจากห้องตัวเองโดยไม่ได้เปิดผ้าม่านออก ฉันต้องการความเย็นและอากาศบริสุทธิ์ ทว่ากระทั่งข้างนอกก็ยังคงร้อนอยู่ดี ฉันผิดหวังกับความร้อนและชื้นหอบนี้ ฉันเปิดหน้าต่างออก และอย่างน้อยอากาศสดชื่นก็พัดโชยเข้ามา
 
ตอนนี้เป็นช่วงหน้าร้อนที่ร้อนที่สุดของอาณาเขตคาลเดียเท่าที่ฉันมีประสบการณ์มาก่อน
 
ผู้ที่ล้มป่วยจากโรคลมแดดในฝั่งตะวันตกของอาณาเขตของฉันมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ทั้ง​พวกเรายังต้องวุ่นอยู่กับเรื่องนี้เพื่อจัดตั้งหน่วยพลเรือนอาสา ท่านเอิร์ลเทเรเซียและฉันขังตัวเองอยู่แต่ในห้องทำงานของพวกเราด้วยงานจำนวนมหาศาล แต่พวกข้ารับใช้ก็ทำหน้าที่ของพวกเขาเป็นอย่างดีทั้งคอยบังคับให้พวกเราดื่มน้ำมาก ๆ และให้พักสมอง
 
พวกทหารเริ่มกลับมาจากโครงการก่อสร้างหมู่บ้านทางตะวันออกแล้ว กลุ่มผู้อพยพก็เริ่มย้ายเข้าไปที่นั่นจำนวนยี่สิบคน เพราะว่าที่ตะวันออก​มีน้ำเยอะและสภาพอากาศก็อบอุ่น ฉันได้ยินมาจากทหารบางคนว่าพวกเขาปรารถนาที่จะยังอยู่ที่นั่นต่อนักล่ะ
 
คามิลยังคงไม่ได้กลับมาคฤหาสน์ และมันต้องใช้เวลามากกว่าสองเดือนก่อนที่ทุกอย่างจะเสร็จสิ้นและเขาจะกลับมาได้
 
 
 
 
 
ฉันถอดชุดนอนที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ และสวมชุดทูนิคและดัลมาติกตัวบาง บางทีนางฮอร์เทนเซียคงจะกำลังช่วยเตรียมอาหารเช้าอยู่และหล่อน​ก็ไม่ได้มาปลุกฉันแล้ว หลังจากที่ฉันอายุหกขวบ ฉันก็ไม่ต้องการให้ใครเข้ามาปลุกอีกแล้ว เว้นแต่ฉันจะหลับเกินเวลา
 
คอของฉันเหนอะหนะไปด้วยคราบเหงื่อและความรู้สึกไม่สบายตัว ฉันเห็นหญิงรับใช้ระหว่างทางเดินไปห้องอาหาร เพราะว่าที่นี่มีเพียงแค่โฟลบี้และอิซาโดร่าเป็นหญิงรับใช้เท่านั้น มันจึงยากที่จะพบเจอพวกเธอในช่วงเช้าที่วุ่นวาย วันนี้ฉันโชคดีพอที่พบกับอิซาโดร่าที่กำลังนำผ้าที่ซักเข้ามาในคฤหาสน์พอดี
 
"อรุณสวัสดิ์ค่ะ คุณหนู"
 
"สวัสดี อิซาโดร่า ขอโทษนะ แต่วันนี้ช่วยทำความสะอาดห้องข้าที"
 
พวกชุดนอนจะถูกนำไปซักก่อนที่ฉันจะสวมใส่มันอีกครั้ง และผ้าปูที่นอนมันก็ชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ ฝันร้ายที่หลอกหลอนก็คงเพราะอากาศที่มันร้อนจัดเหลือเกิน ฉันต้องการทำให้เตียงของฉันมันสบายมากขึ้นแม้จะแค่สักนิดเดียวก็ตาม
 
อากาศร้อนแบบนี้ บางทีมันก็คงจะเป็นกันทุกคนล่ะมั้ง อิซาโดร่าเพียงแค่พยักหน้าและตอบรับเสียงเบา
 
"ทราบแล้วค่ะ ท่านต้องการอะไรอย่างอื่นอีกหรือไม่คะ?"
 
"หลังจากมื้อเช้า ข้าอยากจะชำระร่างกายหน่อย ช่วยเตรียมให้ข้าด้วย"
 
อิซาโดร่าพยักหน้าอีกครั้ง โค้งคำนับ จากนั้นก็รีบเดินไปจากโถงทางเดินอย่างเร่งรีบ การซักผ้าเป็นหน้าที่ของหญิงรับใช้ก็จริง แต่ว่าการทำความสะอาดที่จริงแล้วเป็นหน้าที่ของสาวใช้ซักล้างล่ะนะ โดยที่ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนนักและทานอย่างเชื่องช้า ห้องของฉันบางทีคงจะได้เตรียมอ่างล้างหน้าและผ้าเช็ดตัวไว้แล้ว
 
เป็นครั้งแรกที่ท่านเอิร์ลเทเรเซีย, นางมาร์แชน และกระทั่งคลอเดีย ทั้งหมดได้มาทานอาหารมื้อเช้าในเวลาเดียวกัน แต่เพราะว่าเอลิเซ่มักจะทานอาหารในห้องของเธอ นั่นจึงหมายความว่านอกเหนือจากเธอแล้ว ทุกคนต่างบังเอิญมาอยู่ร่วมกันในห้องอาหารแห่งนี้ในตอนนี้แล้ว
 
……มาคิดดูแล้ว ฉันก็ไม่ได้ไปเยี่ยมเอลิเซ่มาสักพักนึงแล้วนะนี่ ตอนนี้เอลิเซ่อาการดีขึ้นและเธอก็มักจะออกไปที่สวนตลอดวัน ดังนั้นมันจึงไม่ต้องไปหาเธอแค่ที่ห้องแล้ว
 
วันนี้ไปหาเธอแล้วกัน
 
 
 
 
 
หลังจากที่ฉันเช็ดตัวด้วยผ้าเช็ดตัวที่อิซาโดร่าได้เตรียมให้ฉัน ฉันก็ไปถึงที่ห้องของเอลิเซ่ พร้อมกับมายาที่เดินเร่งรีบอย่างกระฉับกระเฉงออกมา
 
"อ๊ะ ท่านเอลิซ่า"
 
"กำลังจะไปที่ไหนเหรอ มายา? หายากนะที่จะเห็นเจ้าไม่ได้อยู่ข้าง ๆ ท่านเอลิเซ่"
 
เพราะว่ามายาเป็นหญิงรับใช้ส่วนตัวที่เอลิเซ่ได้พามาพร้อมกับเธอ พวกเธอจะใช้เวลาร่วมกันตลอดเวลา มันไม่บ่อยนักที่จะเห็นเธอไปไหนมาไหนด้วยตัวของเธอเองคนเดียวระหว่างวัน แล้ววันนี้เรื่องหายากนั้นก็เกิดขึ้นแล้ว
 
"ใช่ค่ะ วันนี้ท่านเอิร์ลเรียกพบข้าน่ะค่ะ"
 
"ท่านเอิร์ล...... เข้าใจล่ะ ระหว่างนั้นข้าจะดูแลเอลิเซ่ให้เอง"
 
"ขอบพระคุณมากค่ะ ขอโทษที่สร้างความลำบาก​ให้ด้วยค่ะ แต่ขอรบกวน​ดูแลท่านเอลิเซ่ด้วยนะคะ"
 
มายาท่าทางโล่งใจและผละไปอย่างเร่งรีบอีกครั้ง เพราะว่าเอลิเซ่มักมีอาการไอเรื้อรัง เธอก็คงจะไม่ต้องการทิ้งเอลิเซ่ไว้เพียงลำพังนัก
 
เมื่อฉันเคาะประตูห้องของเอลิเซ่ และได้ยินเสียงเธอพูดว่า "เชิญค่ะ" เมื่อเทียบกับตอนที่เธอมาถึงที่นี่ครั้งแรก น้ำเสียงมันก็ฟังดูมีกำลังมากขึ้นนะ
 
"ท่านเอลิเซ่ ขออภัยกับการบุกรุกของข้าด้วย"
 
"ท่านเอลิซ่า! เชิญค่ะ"
 
แทนที่จะนั่งบนเตียงของเธออย่างทุกที เอลิเซ่ได้นั่งอยู่บนเก้าอี้ที่ริมหน้าต่าง ใบหน้าของเธอเบิกบานและทำท่าจะลุกขึ้น แต่ฉันก็รีบห้ามเธอไว้ และบอกไม่เป็นไร
 
"วันนี้ท่าทางท่านดูดีทีเดียว"
 
"......ค่ะ ต้องขอบคุณสถานที่แห่งนี้ที่ทำให้ข้าสุขภาพดีขึ้นเป็นอย่างมากเลยค่ะ"
 
เธอยิ้มและพยักหน้าอย่างมีความสุข ฉันเข้าไปใกล้เธอเพื่อที่จะดูว่าเธอทำอะไร ฉันยืนถัดจากเอลิเซ่ที่ท่าทางเขินอายเล็กน้อยขณะที่เธอมองออกไปข้างนอก ฉันพูดเสียงเรียบ
 
"ข้างนอก?"
 
"ค่ะ จากที่นี่ข้าสามารถมองเห็นสวนได้ รวมไปถึงบ่อน้ำที่อีกด้านหนึ่งเชียว"
 
มองดูทัศนียภาพจากที่นี่ เธอดูเหมือนจะซึมซาบพลังขึ้นมาและเธอก็หัวเราะ "อ่าา" ฉันตอบรับเป็นครั้งคราว และมองไปที่ข้างนอกนั้น มองเห็นสวนและบ่อน้ำที่เอลิเซ่พูดถึง มันเป็นสถานที่ฉันได้เฮมล็อกพิษมา เพราะว่าที่บ่อน้ำนั้นมันไม่ใช่ที่คนสวนจำเป็นต้องดูแล ดังนั้นสิ่งที่มีอยู่มันก็ยังคงอยู่อย่างนั้น อย่างไรก็ตาม ตอนที่พวกทหารเชื่อมต่อบ่อน้ำเข้ากับอ่างน้ำในห้องอาบน้ำของค่าย บางทีพวกเขาก็อาจจะกำจัดพวกพืชมีพิษทั้งหลายไปแล้วก็ได้
 
หมู่มวลพฤกษานานาพันธุ์หลากสีห้อมล้อมสระน้ำ เมื่อได้มองดูจากระยะไกลแล้วมันก็ดูงดงามนัก ในร่มเงาที่ฉันเหลือบมองนั้น มองเห็นป้ายหลุมศพขนาดเล็กอยู่ อา ดังนั้นใครต่างก็มองเห็นหลุมศพนั้นจากที่นี่ได้ซินะ
 
"......ท่านไม่ควรไปที่บ่อน้ำนะ"
 
"แน่นอนค่ะ ข้าทราบดี จนกว่าข้าจะสุขภาพดีกว่านี้และมีกำลังมากกว่านี้ ข้าจะไม่ออกจากสวนเลยล่ะค่ะ"
 
ฉันย้ำเตือนเอลิเซ่ว่าบ่อน้ำเป็นที่อันตราย แต่ฉันยังคงมองเห็นความปรารถนาในสายตาของเธอ



NEKOPOST.NET