NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta.

Ch.3 - 03 การดักฟังในเช้าวันหนึ่ง


มันเป็นไม่กี่วันหลังจากที่ฉันอายุห้าขวบ
 
ยามเช้าของฤดูใบไม้ผลิที่มาถึงก่อนกำหนด มันยังไม่ถึงเวลาที่นางแกลตันจะมาปลุก ฉันตื่นขึ้นมาเพราะรู้สึกถึงอะไรบางอย่างในคฤหาสน์ ฉันได้ยินเสียงพวกผู้ใหญ่ถกเถียงอะไรบางอย่างกัน ฉันรีบเปลี่ยนชุดจากชุดนอนเป็นชุดลำลองและออกจากห้องของตัวเองอย่างเงียบเชียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ที่โถงทางเดินยังคงมืดและเย็นยะเยือก
 
ในประเทศนี้...... หรือพื้นที่แถบนี้จะสวมใส่ชุดแบบทูนิค[1]และดัลมาติก[2] พวกมันออกจะหนักเกินไปหน่อยสำหรับฉัน และลำบากนักที่จะต้องเก็บชายกระโปรงเพื่อไม่ให้มันส่งเสียงลากตามพื้น
 
ตามปกติ ฉันจะต้องอยู่ภายในห้องของฉันจนกว่านางแกลตันจะมา แต่วันนี้มันดูเหมือนจะมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้น มันคงจะไม่เป็นอะไรหรอก ถ้าฉันจะแค่ไปสังเกตดูโดยไม่รบกวนใครน่ะ
 
ที่คฤหาสน์แห่งนี้ถูกเรียกว่า คฤหาสน์แห่งเนินเขาทองคำ – โกลเด้นฮิลล์ (The Mansion of Golden Hills) แต่เมื่อพิจารณาถึงความชอบในอดีตของตระกูลคาลเดียอันฟุ่มเฟือยแล้ว ที่นี่ออกจะเล็กเกินไปนัก ที่มาของชื่อนี้มาจากทุ่งข้าวสาลีรอบ ๆ คฤหาสน์ ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นพื้นที่ที่สำหรับเก็บเกี่ยวข้าวสาลีราคาแพง ภายใต้การควบคุมของตระกูลโดยตรง ในขณะที่สามัญชนส่วนใหญ่จะต้องปลูกข้าวไรย์[3]กินเอง ทว่าเมื่อสามปีที่แล้ว ทุ่งข้าวสาลีนี้กลับกลายเป็นพื้นที่รกร้างอันเนื่องมาจากภัยพิบัติ
 
ดูเหมือนว่าในราชอาณาจักรอัร์คเซียนี้ เหล่าผู้ครอบครองดินแดนทั้งหลายจะอาศัยอยู่ในปราสาทขนาดเล็กกัน แต่อาณาเขตของตระกูลคาลเดียที่ทั้งเล็กและยากจนมาหลายชั่วอายุคน ทำไมเขาถึงไม่สร้างปราสาทบ้างล่ะ และสำหรับคำตอบที่พ่อของฉันไม่เคยแม้แต่จะบำรุงสถานที่นี้สักครั้งนั้นก็คือ..... เขาเกรงว่ามันจะกลายเป็นที่ดึงดูดสายตาของผู้คนน่ะซิ งานอดิเรกของเขาจึงถูกแทนที่ด้วยการขยายคุกใต้ดินออกไปให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ มันช่างต่ำตมเกินจะหยั่งถึงนักล่ะ เขานำพาผู้คนเข้าคุมขังโดยไม่ได้คิดสักนิดว่าการกระทำของเขาจะสร้างความไม่พอใจให้กับประชาชนเพียงใด
 
และด้วยเหตุนี้คฤหาสน์โกลเด้นฮิลล์จึงได้รับการกล่าวขานว่าเป็นหนึ่งในที่อยู่อาศัยของชนชั้นสูงที่เล็กที่สุดแล้ว มันถูกแบ่งเป็นสามชั้น ชั้นสองและสามที่เป็นห้องนอนและห้องว่าง ส่วนชั้นแรกก็มีห้องรับแขกและห้องอาหาร ห้องนอนของฉันนั้นอยู่ที่ส่วนในสุดของชั้นสองและแม้ว่าพื้นมันจะหนา แต่ฉันก็ยังสามารถได้ยินเสียงเกรี้ยวกราดดังมาจากชั้นล่าง เพื่อไม่ให้ถูกจับได้ ฉันเคลื่อนไหวอย่างเบาที่สุด จนกระทั่งได้ยินเสียงนั้นดังขึ้นมาเรื่อย ๆ และฉันก็รีบไปที่บันได ก็นะ นี่มันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ที่ฉันได้ฆ่าครอบครัวของตัวเองที่มีเสียงโหวกเหวกแบบนี้น่ะ
 
ฉันซ่อนตัวเองในเงามืดของเสา แอบส่องจากบันไดไปที่ทางเข้า ประตูทั้งสองเปิดออกกว้าง และพวกผู้ใหญ่ที่ดูกำลังวุ่นวายถกเถียงกัน พวกเขาสวมเกราะติดอาวุธมาด้วย กลุ่มหนึ่งในนั้นสวมเกราะหนังเป็นเอกเทศ พวกเขาคงจะเป็นกองกำลังส่วนตัวของไวส์เคานท์คาลเดีย ส่วนทหารที่สวมเกราะเหล็กซึ่งคงถูกจัดเตรียมมาด้วยเรื่องอะไรบางอย่างโดยท่านเอิร์ลเทเรเซีย......
 
ดูจากทหารจากแคว้นอื่นที่สวมเกราะโซ่ถักแล้ว ท่าทางว่าอาณาเขตของฉันจะล้าหลังกว่าอาณาเขตอื่น ๆ ไปกว่าร้อยปีทีเดียว มันก็เป็นเพราะว่าสภาขุนนางได้มีลำดับบรรทัดฐานของการสร้างความดีความชอบให้แก่ราชอาณาจักรอัร์คเซีย สิ่งนี้จึงสร้างความแตกต่างในแต่ละอาณาเขต เทียบกันกับทหารในอาณาเขตของฉันแล้วมันก็น่าตกใจจริง ๆ
 
ปัจจุบัน ที่คฤหาสน์แห่งนี้มีผู้ร่วมอาศัยด้วยกันสิบเอ็ดคน รวมฉันและท่านเอิร์ลเทเรเซียด้วยแล้ว ก็มีแม่นมของฉัน นางแกลตัน, ครูพี่เลี้ยงส่วนตัว นางมาร์แชน, เลขานุการของเอิร์ลเทเรเซีย เบลเวย์, พ่อครัว นาธานกับคนอบขนมปัง โอลก้า, หญิงรับใช้สองคน อิซาดอร่าและโฟลบี้, คนสวน โบริสวาฟ และสาวใช้ซักล้าง ​แมรี่
 
ผู้ที่ปกติแล้วในเวลานี้จะยังคงหลับใหลอยู่ก็มีเพียงฉัน, นางแกลตัน และนางมาร์แชน ในขณะที่คนอื่น ๆ ต่างก็เริ่มต้นทำงานกันแล้ว อย่างไรก็ตามฉันได้ยินเสียงโมโหของใครบางคนดังออกมาจากห้องรับแขก ถึงฉันจะต้องการที่จะรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นและแอบออกมาจากห้องตัวเองจนมาถึงที่นี่และพยายามตั้งใจฟัง แต่ฉันก็ไม่อาจจะเข้าใจได้ว่าพวกเขาพูดคุยอะไรอยู่ดี
 
ฉันกำลังคิดว่าคงจะต้องยอมแพ้และกลับไปที่ห้องแล้ว ตอนนี้นางแกลตันอาจจะไปที่ห้องเพื่อปลุกฉันแล้วก็ได้ เมฆบาง ๆ นอกหน้าต่างนั้นเริ่มที่จะมีลำแสงของพระอาทิตย์สอดส่องออกมาปัดกวาดความมืดแล้ว
 
พอคิดแบบนั้น ฉันก็เริ่มถอยตัวออกมาอย่างเชื่องช้า แล้วในขณะนั้นเอง ใครบางคนก็วิ่งออกมาจากห้องรับแขก
 
บางทีเขาคงจะรีบร้อนจนลืมที่จะปิดประตู หรือเขาก็อาจจะคิดว่ามันไม่จำเป็น ตอนนี้บานประตูของห้องรับแขกเปิดกว้าง จนฉันสามารถได้ยินเสียงดังลั่นในนั้นอย่างชัดเจน
 
"ข้า เอกิล ไอริเซทท์ซู ประจำการ ณ หมู่บ้านซีริล ขออนุญาตรายงาน ได้มีการค้นพบหมาป่ามังกร ดราโกนิสครับ"
 
— ดราโกนิส ? ในระยะที่ฟังจับใจได้ไม่ทั้งหมดนัก ฉันเผลอขยับตัวออกไปข้างหน้าเล็กน้อยอย่างลืมตัว
 
มันเป็นชื่อที่ฉันได้ยินมาจากนิทานปรัมปรา ดังนั้นฉันจึงตัวเกร็งขึ้นมา ชื่อประหลาดนี้ได้กระตุ้นความสนใจและความอยากรู้อยากเห็นของฉันมาก จนกระทั่งฉันลืมไปเลยว่าต้องกลับไปที่ห้องของตัวเอง
 
หนึ่งในบรรดานิทานก่อนนอนที่นางแกลตันได้อ่านให้ฉันฟัง มันมีบางเรื่องที่บอกเล่าถึงมหากาพย์ของวีรชน ตำนานผู้กล้า อะไรที่ไม่ได้แตกต่างไปกับโลกอื่น ๆ ที่ว่าท้ายที่สุด สัตว์ประหลาดก็ต้องถูกกำจัดเสมอ ยกตัวอย่างเช่น เรื่องราวของคนรับใช้ของเซีย ฟีมา สตรีศักดิ์สิทธิ์แห่งวิหารอาร์-เซีย นามว่า "เว็ทซลาร์" ได้ต่อกรกับหมาป่ามังกรชั่วร้ายขนาดยักษ์ และช่วยเหลือภรรยาและลูกสาวของเขาออกมาได้ ทำให้ชื่อเสียงของเขาดังขจรไปทั่วทั้งอัร์คเซีย เรื่องนี้มันออกจะใกล้กับตำนานมากกว่านิทานปรัมปรา แต่.....
 
นอกจากนั้นมันก็ยังมีเรื่องราวอื่น ๆ อย่างเช่นลิงนักปราชญ์และหมาป่ามังกรโบราณที่มีชีวิตมากกว่าหนึ่งพันปี แต่ว่ามันก็เป็นเพียงเรื่องเล่าทั่วไปเท่านั้น
 
ตามที่ว่ามานี้ ดราโกนิส ก็คือหมาป่าขนาดใหญ่ที่มีเกล็ด มีหางแบบงู และมีปีกบนหลังที่ทำให้มันบินได้ราวกับค้างคาว
 
ฉันคิดมาตลอดว่ามันเป็นเพียงจินตนาการที่รวมสัตว์หลาย ๆ ชนิดเข้าด้วยกัน แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ใช่แบบนั้น
 
ดราโกนิส มีตัวตนจริง ๆ เมื่อคิดดูแล้วที่โลกนี้มันก็ไม่ใช่เพียงแค่แตกต่างจากโลกเดิม ฉันเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่ามันก็เป็นโลกแฟนตาซีอีกด้วย ถ้าฉันพยายามรื้อฟื้นไปถึงข้อมูลในเกม คำว่า "สัตว์อสูร" ก็ปรากฏขึ้นมาอยู่บ่อยครั้งนี่นะ
 
แน่นอนว่าในภูเขาเอม็อนนอร์ ว่ากันว่า บางพื้นที่ในที่ที่ห่างไกลที่สุดที่อยู่ลึกเข้าไปของที่ราบสูงแบนดิเชีย ผู้คนดำรงชีวิตด้วยการกินงูหิมะ แต่ฉันไม่เคยเห็นมันด้วยตัวเองมาก่อน ฉันจึงไม่เคยเชื่อจนกระทั่งตอนนี้
 
"แล้วถ้าไอ้เจ้าดราโกนิสปรากฏตัวขึ้นมาจริง ๆ จะเป็นอย่างไรกัน ?"
 
"..........อะไรก็ตามแต่ที่อาจเกิดขึ้น"
 
เพราะฉันแอบออกมาจากห้องของตัวเองและได้ยินเรื่องของดราโกนิส พอเจอนางแกลตันทำหน้าตาแปลก ๆ ฉันจึงหาข้อแก้ตัวที่ค่อนข้างคลุมเครือไกล่เกลี่ยออกมาได้ แน่นอนว่าฉันไม่สามารถบอกกับหล่อน​เรื่องที่ฉันแอบออกไปจากห้องและสิ่งที่ฉันเพิ่งได้ยินได้หรอกนะ
 
 
 
 
 
จนถึงช่วงบ่าย ความวุ่นวายในคฤหาสน์ก็ยังคงไม่จบสิ้น ดูเหมือนว่าท่านเอิร์ลเทเรเซียจะไม่ได้ต้องการซ่อนเร้นเรื่องดราโกนิสกับฉันสักนิด เขาเพียงบอกกับนางแกลตันว่าไม่ให้ฉันเข้าไปใกล้ที่ห้องรับแขก แต่ฉันที่อยู่ในห้องอาหารถัดไปจากห้องรับแขกก็ยังคงได้ยินทุกสิ่งทุกอย่างจากที่นี่ได้อย่างไร้ปัญหา
 
การค้นพบดราโกนิสนั้นเป็นเรื่องใหญ่ ตามจากเรื่องราวที่ฉันเคยได้ยินมาก่อนหน้านี้ ดราโกนิสจะคล้ายกับหมาป่าที่ชอบอยู่รวมตัวเป็นฝูง นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมดราโกนิสที่ค้นพบในหมู่บ้านตัวนี้จึงถูกเรียกว่า หมาป่าเดียวดาย
 
ฉันสงสัยว่าอะไรที่ทำให้ดราโกนิสลงมาจากภูเขาเอม็อนนอร์สู่ที่อยู่อาศัยของมนุษย์ ในเมื่อภูเขาไม่ได้ใกล้กับบริเวณนั้นเลย มันจะต้องมีเหตุผลสักอย่าง เนื่องจากพวกเขาบอกว่ามันมีขนาดใหญ่ ฉันจึงคาดเดาว่ามันอาจจะพลัดหลงมาจากสงครามระหว่างดินแดนหรือเผ่าพันธุ์สักที่ใดที่หนึ่งก็ได้
 
"ท่านเอลิซ่า ตอนนี้เป็นเวลาทานอาหารนะคะ !"
 
".......ขอโทษค่ะ"
 
มันมีเรื่องมากมายที่ต้องครุ่นคิด ฉันจึงเผลอหลุดจมไปกับความคิด หลังจากที่ได้รับคำตำหนิของนางแกลตันที่ฉันละเลยการทานอาหาร ฉันจึงต้องรีบหยุดความคิดเรื่องของดราโกนิสไปเสียก่อน

 


[1] ทูนิค (Tunics) – เสื้อตัวยาวคลุมสะโพกที่มีมาตั้งแต่ยุคกรีกโบราณ ทูนิคในยุคกลางส่วนมากทำจากผ้าลินิน, ขนสัตว์เพื่อความอบอุ่น มีน้ำหนักมาก [wikipedia]
[2] ดัลมาติก (Dalmatics) – เป็นเสื้อทูนิคประเภทหนึ่ง แต่เสื้อคลุมตัวยาวถึงข้อเท้า ชายแขนเสื้อกว้าง เป็นแบบอาภรณ์แบบเดียวกันกับที่นักบวชสวมใส่มาจนถึงปัจจุบัน [wikipedia]
[3] ข้าวไรย์ (Rye) – พืชชนิดหนึ่งในตระกูลข้าวสาลี ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับข้าวสาลีและข้าวบาร์เลย์มาก



NEKOPOST.NET