[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta. ตอนที่ 29 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta.

Ch.29 - 29 มาตรการตอบโต้มอธเพลิง


ฉันใช้เวลากว่าสี่วันในการอัดข้อมูลเรื่องสัตว์อสูรและมาตรการตอบโต้พวกมันเท่าที่ฉันจะสามารถทำได้ และท่านเอิร์ลเทเรเซียก็ได้ประกาศเรื่องการตอบโต้เพื่อนำไปปฏิบัติต่อกรกับพวกมอธเพลิงภายในอาณาเขต
 
เนื่องจากรายงานบอกว่าตอนนี้เป็นช่วงฤดูของพวกมัน เมื่อถึงฤดูใบไม้ร่วงซึ่งเป็นฤดูแล้ง อันตรายของอัคคีภัยจากพวกมอธเพลิงจะยิ่งทวีคูณ ในฤดูร้อนนี้ ตัวเลขของพวกมันยังเป็นไปตามค่าเฉลี่ยปกติ แต่ฤดูหนาวครั้งล่าสุดมันมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น ตามปกติแล้วพวกมอธเพลิงจะหายไปในช่วงฤดูหนาว ทว่ามันดูเหมือนฤดูหนาวที่ผ่านมาพวกมันกลับยังคงปรากฏตัวและทำลายหมู่บ้านของผู้คนอยู่
 
"มาร์แชน มันไม่ผิดพลาดแน่หรือที่น้ำเกลือเป็นสิ่งที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการกำจัดมอธเพลิง ?"
 
"แน่นอนค่ะ"
 
"ข้าต้องการเห็นมันด้วยตาของข้าเอง ช่วยไปบอกเบลเวย์ทีว่าข้าต้องการมอธเพลิงสักสามตัว จับมันมาให้ข้าหน่อย​"
 
มอธเพลิง มันก็เหมือนกับผีเสื้อและมอธทั่วไป มันมีเกล็ดปีกที่ไล่น้ำได้ และยิ่งไปกว่านั้นมอธเพลิงก็ดูเหมือนจะกันน้ำได้ด้วย ดังนั้นการใช้เพียงแค่น้ำธรรมดาก็เปล่าประโยชน์
 
อย่างไรก็ตาม มอธเพลิงดูเหมือนว่าจะพ่ายแพ้ต่อเกลือ ฉันเองก็ไม่เข้าใจเหตุผลที่แท้จริงเช่นกัน แต่ก็จำได้ว่าในวิชาวิทยาศาสตร์ในชาติก่อนของฉัน มันก็มีเรื่องที่ว่าแมลงบางอย่างที่ไม่ถูกกับเกลืออยู่นะ
 
เมื่อได้รับคำร้องขอของฉัน นางมาร์แชนก็รีบออกไปจากห้อง ถ้าเป็นปกติฉันจะสั่งการคามิล แต่ตอนนี้เขาไม่อยู่ที่นี่แล้ว และสำหรับตอนนี้นอกเหนือไปจากบทเรียนแล้ว นางมาร์แชนก็ได้มารับผิดชอบหน้าที่แทนเขา และยิ่งไปกว่านั้นเธอมักติดตามฉันไปทุกที่ มันจำเป็นสำหรับลอร์ดประจำดินแดนที่จะต้องมีคนคอยถ่ายทอดคำสั่งของพวกเขา นั่นคือสิ่งที่นางมาร์แชนสอน และฉันก็รู้สึกขอบคุณที่นางมาร์แชนเป็นคนใจกว้างและยอมรับความคิดที่แตกต่างด้วย
 
"เกลือ เอ....."
 
เมื่อคิดถึงเกลือแล้ว ในอัร์คเซีย เกลือคือเครื่องปรุงรสที่ถูกที่สุด ถึงแม้ว่ามันจะยังคงค่อนข้างแพงเกินจำเป็นที่จะใช้ชีวิตประจำวันก็ตาม ฉันตั้งใจที่จะดูว่าฉันจะสามารถหาสิ่งทดแทนอย่างอื่นได้หรือไม่ สำหรับตอนนี้ ฉันคิดได้เพียงว่ามาตรการตอบโต้พวกมอธเพลิงด้วยน้ำเกลือเป็นอาวุธหลักเท่านั้น
 
จากนั้นในเมื่อเรารู้ว่าน้ำเกลือสามารถต้านทานพวกมอธเพลิงได้ พวกเราก็ควรจะตระเตรียมเกลือไว้เพื่อช่วยหมู่บ้านต่าง ๆ
 
มันไม่ใช่เรื่องยากที่มอธเพลิงจะจุดไฟ แต่เพราะว่าต้นไม้พื้นเมืองที่นี่มีความชื้นสูง สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงก็คือพวกกองฟืนตามคลังของหมู่บ้านต่างหาก​ล่ะ​
 
สำหรับป่าในอาณาเขตของฉัน แทนที่จะใช้พวกทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ภายใต้การควบคุมไปดูแล ฉันต้องการให้ประชาชนในอาณาเขตของฉันสามารถปกป้องตัวเองได้ด้วย ในตอนนี้ฉันต้องการหลีกเลี่ยงการเพิ่มความหวาดกลัวของชาวบ้านจากการที่เราส่งทหารเข้า​ไป
 
มอธเพลิงจะเคลื่อนไหวในเวลากลางวัน แม้ว่าจะเป็นช่วงฤดูของมัน แต่มันก็เป็นเรื่องยากสำหรับมอธเพลิงที่จะปรากฏตัวในเวลากลางคืน ในอาณาเขตของฉันดวงจันทร์มักถูกบดบังด้วยเทือกเขาเอม็อนนอร์ ในเวลากลางคืนจึงมืดมาก ดูเหมือนว่าพวกมอธเพลิงจะมองไม่เห็นในความมืด ดังนั้นพวกมันจึงไม่สามารถบินได้โดยปราศจากแสงจันทร์
 
อย่างไรก็ตาม เพราะว่าชาวบ้านไม่มีไฟ กลางคืนจึงกล้ำกรายมาเร็วสำหรับพวกเขา พวกเขาจึงจบวันและเข้านอนทันทีเมื่อดวงอาทิตย์ตกดิน มันจำเป็นที่จะต้องจัดหน่วยลาดตระเวนรอบ ๆ หมู่บ้านในแต่ละวันจนกว่าฟ้าจะมืดสนิทในเวลาเที่ยงคืน และจะต้องหาอาสาสมัครเพื่อทำสิ่งนั้น
 
......จัดการชาวบ้านให้ปกป้องหมู่บ้านของพวกเขาเอง มันก็ฟังดูคล้ายกับเป็นหน่วยรักษาการณ์ประจำหมู่บ้าน ในกรณีนี้มันอาจจะเป็นการดีที่สุดแล้วถ้าฉันพยายามอย่างจริงจังและจัดตั้งหน่วยรักษาการณ์ลาดตระเวนขึ้นมา
 
นอกจากนี้ยังมีสถานการณ์ของประเทศเพื่อนบ้านทางตะวันออก เราต้องคำนึงไว้ว่าคาลเดียอาจจะถูกรุกรานจากศัตรูได้ นี่ก็อาจจะเป็นโอกาสดีที่จะสอนให้ชาวบ้านรู้จักการป้องกันตัวเองขั้นต้น ในตอนนี้ฉันต้องการสร้างองค์กรร่วมกับชาวบ้านเพื่อพัฒนาความร่วมมือและการสื่อสารของพวกเราไว้
 
ฉันได้ทำแผนการขั้นพื้นฐานสำหรับระบบการจัดตั้งหน่วยรักษาการณ์ลาดตระเวนเสร็จ และออกมาจากห้องเพื่อไปยังห้องทำงานของท่านลอร์ด เมื่อฉันเคาะประตูและเข้าไป ท่านเอิร์ลเทเรเซียที่กำลังง่วนอยู่กับทำงานตามปกติก็มองฉันอย่างประหลาดใจ
 
".....ไม่น่าเป็นไปได้ แต่ว่างานของเจ้าเสร็จแล้วอย่างงั้นหรือ ?"
 
"เปล่าค่ะ ข้าขออภัยด้วย ที่ข้ามาพบท่านที่นี่เป็นเพราะว่าข้าต้องการที่จะหารือเกี่ยวกับกฏระเบียบทางการทหารของอาณาเขตและข้อมูลเกี่ยวกับพลทหารค่ะ"
 
กฏระเบียบทางการทหารของอาณาเขต เมื่อได้ยินแบบนั้นท่านเอิร์ลก็เลิกคิ้วขึ้น ฉันบอกเขาเกี่ยวกับแผนการของฉันสำหรับการจัดตั้งหน่วยรักษาการณ์ลาดตระเวน ขณะที่เขาฟังด้วยสีหน้าที่แคลงใจ และเขาก็หยิบเอาแผ่นไม้ออกมาจากโต๊ะหนังสือของเขาด้วยเหตุผลบางอย่าง
 
"นี่คือ ?"
 
"แบบร่างสำหรับองค์กรป้องกันตนเอง ข้าไม่เคยคาดคิดว่าเจ้าจะสามารถคิดอะไรแบบนี้ได้ด้วยตัวของเจ้าเอง"
 
ท่านเอิร์ลดูเหมือนจะรู้สึกผิดเล็กน้อยและฉันก็พยักหน้าให้ นี่มันเป็นครั้งแรกที่ฉันได้คิดวางแผนการสำหรับอาณาเขตด้วยตัวเอง เมื่อตัดสินจากอายุและการขาดซึ่งประสบการณ์ของฉันแล้ว มันก็ไม่น่าประหลาดใจที่ท่านเอิร์ลจะได้เตรียมอะไรแบบนี้ไว้ก่อนแล้ว
 
แบบร่างของท่านเอิร์ลเทเรเซียนั้นคล้ายคลึงกับแผนการของฉัน ใช้การเกณฑ์ทหารเข้าในกองกำลังของอาณาเขตเพื่อจัดตั้งองค์กรใหม่ นอกเหนือจากนี้ เขายังมีวิธีการในการประสานงานความร่วมมือระหว่างกองกำลังใหม่และกองกำลังของอาณาเขต รวมถึงการผนึกระเบียบวิธีการสื่อสารอย่างรวดเร็วภายในหมู่บ้านที่ฉันยังคงคิดอยู่ด้วย
 
"......เช่นนั้น พวกเราก็ควรจะพยายามทำให้มันเป็นจริง"
 
"เมื่อเจ้าจัดการเรื่องนี้เสร็จแล้ว ส่งพวกมันมาให้ข้า แล้วก็ส่งมาตรการในการตอบโต้มอธเพลิงมาพร้อมกันด้วย"
 
ท่านเอิร์ลเทเรเซียส่งกฏระเบียบทางการทหารและบันทึกการรับราชการทางทหารให้ฉัน รวมถึงรายนามของผู้ที่เกษียณจากกองกำลังของอาณาเขตแล้ว และเมื่อฉันออกจากห้องทำงาน เบลเวย์ก็มาพร้อมกับกรงเล็ก ๆ ที่มีมอธเพลิงสามตัวข้างใน
 
"ท่านเอลิซ่าครับ ข้ากำลังจะไปหาท่านพอดีเลย ข้าได้นำมอธเพลิงสามตัวมาให้แล้วครับ"
 
"อาา ขอบคุณมากที่ช่วยเหลือ ต้องขอโทษด้วย แต่รบกวนนำมันไปที่สวนแทนข้าที แล้วก็เตรียมน้ำเกลือครึ่งถ้วยมาให้ข้าพร้อมกับน้ำธรรมดาสองถ้วย และเรียกคนสวน โบริสวาฟให้ข้าด้วย​"
 
"ได้ครับ"
 
ฉันรู้สึกว่าตัวเองได้ข้ามผ่านจุดที่ไม่อาจย้อนกลับได้มาแล้วและได้ทำอะไรที่ไม่ดีลงไปก่อนหน้านี้ ฉันหันกลับไปมองแผ่นหลังของเบลเวย์ที่จากไป และฉันก็รู้สึกว่าตัวเองได้รู้จักที่จะใช้ผู้คนมากขึ้น แต่ก่อนท่านเอิร์ลเทเรเซียเป็นเพียงผู้เดียวเท่านั้นในการออกคำสั่งทุกคนในคฤหาสน์ แต่ตอนนี้ฉันได้เริ่มทำแบบนั้นบ้างแล้ว
 
ฉันกลับไปที่ห้องของตัวเองเป็นเวลาเดียวกันกับนางมาร์แชน ฉันมองไปที่แขนของนางซึ่งเต็มไปด้วยเอกสารข้อมูลต่าง ๆ และก็ถอนหายใจ เนื่องจากเรื่องนี้มันเป็นเรื่องฉุกละหุก ฉันจึงไม่ได้กล่าวว่าอะไรล่ะนะ
 
ฉันวางเอกสารลงบนโต๊ะของฉัน และเริ่มร่างแผนการต่อกรกับมอธเพลิง จัดหาน้ำเกลือและสถานที่ซึ่งมีการพบเห็นมอธเพลิง
 
ถ้ามันไม่มีวิธีการอื่นที่มีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับน้ำเกลือ พวกเราก็ต้องจัดหาน้ำเกลือไว้ นั่นก็เพราะว่าชาวบ้านไม่มีเกลือเป็นของตนเองมากเพียงพอ ยิ่งไปกว่านั้น พวกเรายังไม่มีน้ำเกลือมากพอสำหรับทุกคนอีกด้วย ฉันสงสัยว่าถ้าฉันสามารถที่จะใช้สมุนไพรพิษที่ฤทธิ์ไม่แรงพอจะสังหารมนุษย์ผสมมันลงในน้ำและสังเกตการณ์มอธเพลิงดู
 
ในขณะที่ฉันกำลังเขียนรายงานอยู่ เบลเวย์มาพบ เมื่อฉันจะลุกขึ้นยืน เขาก็ห้ามฉันไว้และหันไปคุยกับนางมาร์แชนแทน เข้าใจล่ะ เขามาบอกนางว่าเขาได้ตระเตรียมสิ่งที่ฉันร้องขอไว้เรียบร้อยแล้ว
 
เมื่อฉันเขียนรายงานเสร็จแล้ว นางมาร์แชนคงรู้สึกได้และบอกกับฉันทันที
 
"เบลเวย์มารายงานมันเขาได้เตรียมสิ่งของที่ท่านต้องการไว้ในสวนเรียบร้อยแล้วค่ะ"
 
"เข้าใจล่ะ ไปกันเถอะ"
 
เมื่อนางมาร์แชนและฉันไปถึงที่สวน เบลเวย์และคนสวน โบริสวาฟก็รอพวกเราอยู่ก่อนแล้ว ภายใต้คำแนะนำของท่านเอิร์ล เบลเวย์จะต้องอยู่ที่นี่เพื่อดูว่าฉันทำอะไร
 
ฉันบอกเขาตรงไปตรงมาว่าฉันตั้งใจจะพิสูจน์บรรดามอธเพลิงเพื่อดูว่ามีอะไรที่ฆ่ามันได้ และฉันก็โยนเรื่องการอธิบายรายละเอียดให้กับนางมาร์แชน โบริสวาฟอยู่ที่นี่เพื่อช่วยทำการทดลองแทนฉัน เพราะว่ามันเป็นเรื่องไม่เหมาะสมสำหรับฉันหรือนางมาร์แชนที่จะเทน้ำเกลือใส่มอธเพลิงและฆ่าพวกมัน
 
"อย่างแรก ข้าอยากเห็นด้วยตาตัวเองว่าปฏิกิริยาของมอธเพลิงที่มีต่อน้ำเกลือเป็นยังไง โบริสวาฟ"
 
ด้วยคำร้องขอของฉัน โบริสวาฟก็นำมอธเพลิงตัวหนึ่งออกมาอย่างชำนาญ ฉันสามารถเห็นมอธเพลิงได้อย่างชัดเจนและมันก็เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นระยะใกล้ชิดขนาดนี้ด้วย นี่ทำให้เป็นการสังเกตการณ์ที่ดีทีเดียว มอธเพลิงมันตัวโตพอ ๆ กับผีเสื้อหางติ่ง[1]ในชาติก่อนของฉัน และปีกของมันเป็นสีแดงเรื่อ เมื่อต้องแสงมันจะดูเหมือนกับทองคำ ราวกับแสงทองคำของหิ่งห้อยในยามราตรี หรืออาจกล่าวได้ว่าเป็นสีของแสงจันทร์ที่ซีดจาง ฉันคิดอย่างงั้นนะ
 
โบริสวาฟจับปีกของมันไว้และหยดน้ำเกลือลงไปบนมัน ด้วยความที่เป็นคนสวน เขามีความช่ำชองเรื่องการกำจัดแมลงอยู่แล้ว ดังนั้นเขาจึงจัดการมอธเพลิงได้เป็นดีอย่างที่คาดไว้
 
น้ำเกลือเปลี่ยนสีปีกจากแดงระเรื่อเป็นน้ำตาลไหม้ และมอธเพลิงก็กระพือปีกทุรนทุราย มันเห็นได้ชัดเลยว่ามันกำลังเจ็บปวด ฉันไม่รู้เรื่องทางชีววิทยาของมอธหรือผีเสื้อนักหรอกนะ แต่ว่าเพียงแค่ปีกของมันก็สามารถเข้าใจความเจ็บปวดได้เลย
 
"ใช้ได้ ปล่อยมันซิ"
 
ฉันต้องการเห็นว่ามอธเพลิงจะยังสามารถบินด้วยปีกที่บาดเจ็บได้หรือไม่ ดังนั้นฉันจึงสั่งโบริสวาฟให้ปล่อยมัน แม้ว่ามอธเพลิงจะกลายเป็นอิสระแล้ว และพยายามที่จะกระพือปีกของมัน แต่มันดูเหมือนว่ามันจะไม่สามารถบินได้อีกแล้ว
 
เมื่อฉันเข้าไปดูใกล้ ๆ มันมีรูเล็ก ๆ ที่ปีกของมัน ซึ่งเป็นเพราะน้ำเกลือ
 
"ผีเสื้อและพวกมอธจะบินไม่ได้อยู่แล้วครับ ถ้ามันมีรูเล็ก ๆ ทะลุปีกของมัน"
 
ฉันพยักหน้าให้กับข้อมูลของโบริสวาฟ นี่ก็หมายความว่าฉันไม่จำเป็นต้องใช้เฉพาะน้ำเกลือเท่านั้น และตอนนี้ฉันก็ต้องการเห็นว่าถ้าฉันสามารถหาสิ่งอื่นทดแทนน้ำเกลือได้ หรืออะไรก็ตามที่มีประสิทธิภาพดียิ่งกว่า
 

 

[1] ผีเสื้อหางติ่ง (Swallowtail Butterfly) - ผีเสื้อวงศ์หนึ่ง มีปีกคล้ายหางนกนางแอ่น มีขนาดตัวประมาณ 75-95 มม.



NEKOPOST.NET