[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta. ตอนที่ 25 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta.

Ch.25 - 25 คามิล โนวัค


ฉันตื่นขึ้นทั้งที่ข้างนอกยังคงมืดอยู่
 
ไม่ใช่เพราะความหนาวที่ทำให้ฉันตื่น แต่มันก็เย็นมากพอที่จะขับไล่ความง่วงงุนออกไป เพราะว่าฉันไม่อยากเกลือกกลิ้งบนเตียงทั้งที่ตื่นเต็มตาแล้ว ฉันจึงจำต้องลุกออกมาจากผ้าห่มอันอบอุ่นของฉันอย่างเสียไม่ได้
 
มองไปที่นาฬิกาน้ำในห้อง มันเร็วกว่าเวลาตื่นปกติของฉัน เมื่อฉันเกลียดความคิดว่าอาจจะป่วยไข้ได้ ฉันจึงรีบสวมชุดดัลมาติกของฉันไว้
 
และก็เพราะว่าฉันเกลียดการไม่มีอะไรทำ ฉันจึงตัดสินใจออกไปเดินในคฤหาสน์
 
มันจะไม่มีปัญหาอะไรตราบใดที่ฉันกลับไปก่อนที่นางฮอร์เทนเซียจะตื่น ฉันรู้สึกว่ามันเคยมีเหตุการณ์อะไรคล้าย ๆ กันนี้เกิดขึ้นเมื่อนานมาแล้วแฮะ
 
ราชีออคที่นอนหลับอยู่ข้างนาฬิกาน้ำยกหัวของมันขึ้นมา กรร~ เสียงครางต่ำมาจากลำคอของมันเหมือนจะบอกว่ามันต้องการออดอ้อน และฉันก็นำมันไปกับฉันด้วยโดยให้เงื่อนไขว่ามันจะต้องไม่ส่งเสียงดัง
 
เนื่องจากผ้าม่านยังไม่ได้กางออก ที่โถงทางเดินจึงมืดเหมือนกับในห้องของฉัน แต่เพราะว่าราชีออคสามารถมองเห็นในความมืดได้และช่วยฉันหลบหลีกสิ่งกีดขวางราวกับเป็นสุนัขนำทาง การที่นำมันมาด้วยจึงเป็นประโยชน์ได้มากทีเดียว
 
คฤหาสน์โกลเด้นฮิลส์ เป็นเคหสถานของลอร์ดผู้ครอบครองดินแดนที่ถือว่าค่อนข้างเล็ก ดังนั้นมันจึงมีห้องไม่มากมายนัก ในขณะที่ค่ายทหารที่อยู่ถัดไปยังจะใหญ่โตยิ่งกว่า จนชวนให้สงสัยว่าที่ไหนกันแน่ที่เป็นเคหาสน์ของท่านลอร์ดประจำอาณาเขต
 
ในการจัดการผู้คนในฝั่งตะวันออกของอาณาเขต ในเมื่อตอนนี้ฉันอาศัยอยู่ในฝั่งตะวันตกของคาลเดีย ฉันจึงคิดว่าเราควรจะต้องมีการพิจารณาสร้างเมืองเล็ก ๆ ที่ศูนย์กลางของอาณาเขตไว้ด้วย
 
หากว่าการทำสงครามกับรินดาร์ลกลายเป็นเรื่องจริง พวกเราจะต้องจัดสร้างสถานที่ทำการทหารใหม่ ๆ ถ้าพวกเราสามารถแสดงผลลัพธ์จากการฝึกกองกำลังทหารม้าของเราได้ ทางสภาขุนนางก็จะต้องสนับสนุนและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กองทัพของเราอย่างแน่นอน
 
ฉันวางมือขวาของฉันไว้บนหน้าท้องของราชีออคขณะที่มันวิ่งเหยาะ ๆ และฉันก็ประหลาดใจที่มันรู้ได้ว่าฉันกำลังไปที่ไหน เมื่อราชีออคส่งเสียงฮึดฮัดออกมา และจากนั้นมันก็ราวกับว่ามีปัญหากับอะไรบางอย่าง มันเอาจมูกมาถูกับใบหน้าของฉันและผลักดันฉันไปข้างหลัง
 
ตอนนี้ราชีออคโตเต็มวัยแล้ว และมันก็ตัวโตมากขนาดที่ปากของมันสามารถฉีกกระชากหัวของฉันได้อย่างง่าย ๆ ในคำเดียว ฉันรู้สึกได้ถึงความยิ่งใหญ่ของตัวมันและเมื่อมันหยุดนิ่งและมองหน้าฉัน ฉันก็มองมันอย่างอ่อนโยน
 
ฉันเหลือบเห็นเงาของใครบางคนเดินเข้ามา ฉันจึงรีบเข้าหลบซ่อนในเงาของราชีออค เพราะว่าราชีออคตัวสูงกว่าฉันมาก มันจึงเป็นเรื่องง่ายที่จะซ่อนอย่างมิดชิดภายใต้เงาของมัน
 
".....หืม นั่นราชีออคเหรอ ?"
 
ผู้ที่เดินในโถงทางเดินดูเหมือนจะสังเกตเห็นราชีออคในความมืดสลัวได้ ราชีออคส่งเสียงครางเบา ๆ เป็นคำตอบ และคนผู้นั้นก็เข้าไปในห้องโดยไม่ได้สนใจราชีออคอีก เสียงนั้นเป็นของเบลเวย์ หลังจากที่ใคร่ครวญเล็กน้อยแล้ว ฉันก็เพิ่งตระหนักได้ว่าพวกเราอยู่ใกล้กันกับห้องของท่านเอิร์ลเทเรเซียแล้ว
 
แต่ว่านี่มันจะไม่เป็นการเข้าพบท่านเอิร์ลที่เช้าเกินไปหน่อยเหรอ? ฉันตั้งข้อสังเกตและตัดสินใจที่จะอยู่ที่นี่ต่อสักหน่อย หลังจากที่เคยทำมันครั้งหนึ่งมาแล้ว ฉันก็มีงานอดิเรกแย่ ๆ อย่างการลอบดักฟังเสียแล้วซิ
 
จากห้องของท่านเอิร์ล ในที่สุดฉันก็ได้ยินเสียงของคนสองคนที่พูดคุยกันอย่างข่มอารมณ์ไว้ พวกเขาพูดถึงแผนการในวันนี้และรายงานเรื่องนกพิราบมาถึงเมื่อคืน การตื่นเร็วขนาดนี้ คงต้องเป็นเพราะความทุ่มเทของพวกเขาในเรื่องของการยอมรับผู้อพยพนั่นล่ะ 
 
ฉันไม่รู้เรื่องพวกนี้มาก่อน เพราะว่าปกติฉันมักตื่นขึ้น​มาในเวลาเดิม แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องธรรมดาของท่านเอิร์ลเทเรเซียที่คร่ำเคร่งกับทำงานหนักเกินกว่าอายุของเขา แล้วในตอนนี้เขาก็ยังเพิ่มภาระให้กับตัวเองมากขึ้นไปอีก ฉันก็ได้แต่ภาวนาว่าเขาจะไม่ล้มป่วยจากการทำงานหนักเกินไปเสียก่อนล่ะนะ
 
ฉันคิดว่าฉันเข้าใจเหตุผลที่ท่านเอิร์ลเทเรเซียต้องรีบลุกขึ้นมาแบบนี้นะ และฉันก็กำลังจะกลับห้องตัวเอง
 
"แล้วก็ เกี่ยวกับเรื่องของท่านเอลิซ่าเมื่อวานนี้ครับ......"
 
เมื่อเบลเวย์พูดชื่อของฉันขึ้นมา ฉันก็ยกมือให้สัญญาณหยุดกับราชีออค ฉันรู้สึกว่าเขาคงกำลังจะรายงานเรื่องบทสนทนาของฉันกับเขาเมื่อวานนี้ และฉันก็สนใจนักล่ะว่าเขาจะพูดถึงฉันว่าอย่างไรกับท่านเอิร์ล
 
เสียงของเบลเวย์เบาลงกว่าเดิม เหมือนกับว่าเขากำลังกระซิบบทสนทนาเมื่อวานนี้กับท่านเอิร์ล เสียงของเขาเบาจนยากที่จะรับฟังอย่างชัดเจน
 
"......ข้าไม่ได้รับความไว้วางใจจากนายท่านในอนาคต"
 
เสียงเบลเวย์ฟังดูปั่นป่วนเมื่อเขากลับมาพูดด้วยระดับเสียงตามปกติและฉันก็ได้ยินอย่างชัดเจน นายท่านในอนาคตนั่นก็แน่นอนว่าย่อมหมายถึงตัวฉันเอง ฉันประหลาดใจว่าท่านเอิร์ลมีความตั้งใจจะให้ข้ารับใช้ของเขามาทำงานให้ฉันในอนาคตงั้นหรือ 
 
ในบรรดาข้ารับใช้ในคฤหาสน์ มีเพียงแค่เบลเวย์เท่านั้นที่มาจากสังคมชั้นสูง พ่อของเบลเวย์ได้รับการแต่งตั้งยศอัศวิน แต่เพราะว่ายศอัศวินเป็นยศเฉพาะบุคคลที่ไม่สามารถสืบทอดได้อย่างขุนนางที่สามารถรักษาความเป็นชนชั้นสูงของพวกเขาได้ตลอดการสืบทายาทแม้ว่าจะไม่ได้เป็นเปียร์ก็ตาม มันมีกฏหมายที่ระบุไว้ว่าเมื่ออัศวินเสียชีวิตลง บุตรหลานของพวกเขาก็จะไม่ได้รับการพิจารณาให้ได้สิทธิของขุนนางอีก
 
เพราะท่านเอิร์ลเทเรเซียได้รวบรวมคนเหล่านั้นไว้ เมื่อเป็นเช่นนี้หลังจากที่ฉันออกมาจากความคุ้มครองของเขาในอนาคต มันก็เป็นไปได้ที่ฉันจะปราศจากผู้ติดตามสักคนเดียว
 
"ไม่ใช่แค่เจ้าหรอก"
 
ท่านเอิร์ลเทเรเซียตอบเสียงเบาราวกับถอนหายใจ น้ำเสียงฟังดูขื่นขม
 
"นางไม่เชื่อใจข้าเช่นกัน นางยังเคยใช้ให้คามิล เหล่าทหาร และหญิงรับใช้คอยรวบรวมข้อมูลจากพวกชาวบ้านให้เองเลย"
 
.....อย่างที่คิดไว้ว่าเขารู้เรื่องนี้แล้ว เมื่อปีที่ผ่านมาจำนวนของผู้คนรอบตัวฉันเองเพิ่มมากขึ้น ฉันจึงจัดการรวบรวมข้อมูลโดยไม่ต้อง​พึ่งพาพวกเขา ดูเหมือนว่ามันจะกลายเป็นหลักฐานว่าฉันไม่เชื่อใจท่านเอิร์ลจริง ๆ
 
ระหว่างท่านเอิร์ลเทเรเซียกับฉัน เรามีความสัมพันธ์ของผลประโยชน์ซึ่งกันและกันมากกว่าความสัมพันธ์ที่ไว้วางใจ
 
เหตุผลที่ว่าทำไมเขาจึงเข้ามาเป็นผู้รับผิดชอบในการพัฒนาอาณาเขตของฉัน และทำไมเขาได้ร่วมมือแผนการรองรับผู้ลี้ภัยระยะแรกเป็นอย่างดี และเขายังใช้โอกาสนี้ในการกำจัดผู้ใต้บังคับบัญชาของตัวเองที่มีปัญหาเกินกว่าจะใช้การด้วยการส่งพวกเขามาให้ฉัน ยิ่งไปกว่านั้นธัญพืชทั้งหมดที่เป็นผลิตผลของคาลเดียก็ถูกนำขายให้กับพ่อค้าที่เป็นสมาชิกของตระกูลเทเรเซียผ่านตระกูลเทเรเซียเป็นตัวกลาง อาจกล่าวได้ว่ามันเป็นข้อผูกขาดที่ยอดเยี่ยมสำหรับเขา มันเป็นเรื่องพื้น ๆ ก็เหมือนกับฉันได้ให้เขาที่เป็นขุนนางไร้ที่ดินของตัวเองหยิบยืมอาณาเขตของฉันจนกว่าฉันจะบรรลุนิติภาวะ มันมีผลประโยชน์มากมายที่ได้รับจากความสัมพันธ์ของเราทั้งคู่
 
ในเมื่อข้ารับใช้ทุกคนในคฤหาสน์นั้นถูกว่าจ้างและเซ็นสัญญากับท่านเอิร์ลเทเรเซีย นี่มันไม่ได้เป็นหลักฐานว่าเขาไม่จำเป็นต้องสร้างความสัมพันธ์ที่ไว้ใจกับฉันอยู่แล้วหรอกเหรอ สำหรับเรื่องในอนาคต เขาก็ไม่จำเป็นจะต้องใช้ฉันในการทำอะไรหรือต้องการความไว้วางใจจากฉันให้ทำตามที่เขาต้องการอยู่แล้ว​
 
ไอ้สิ่งที่เรียกว่าความไว้วางใจของฉัน ฉันสงสัยว่ามันจะคุ้มค่าสักแค่ไหนกันเชียว ขณะที่ฉันขมวดคิ้ว บทสนทนาของท่านเอิร์ลเทเรเซียและเบลเวย์ก็ยังคงดำเนินต่อไป
 
"คามิลก็ด้วยอย่างงั้นเหรอครับ ?"
 
.......คามิลน่ะเหรอ ฉันขยับฟันล่างเล็กน้อย
 
แต่เดิมเขาเป็นทหารในการฝึกจากกองกำลังและเขาก็เคยใช้ชีวิตเป็นลูกชายของพ่อค้า ฉันได้ยินมาว่าพ่อของเขาเสียชีวิตแล้ว แต่ถ้ามันเป็นเรื่องปกติเขาก็ควรจะได้รับตกทอดมรดกจากพ่อของเขานี่นะ ในขณะที่เขาเป็นทหารในการฝึก เขาก็ได้รับเลือกให้มาช่วยเหลือฉันและก็เหมือนกับว่าเขาจะอยู่เคียงข้างฉันเสมอมา แต่ฉันก็ไม่รู้เหตุผลที่แท้จริงของเรื่องนี้
 
เขากำลังพูดเรื่องอะไรกันนะ ? ฉันเพ่งความสนใจในประเด็นนี้ให้มากยิ่งขึ้น ฉันต้องการที่ทำความเข้าใจถึงปัจจัยบางอย่างที่ยังไม่รู้อย่างแจ่มแจ้ง
 
ขณะที่ฉันตั้งใจฟัง คำพูดถัดไปของท่านเอิร์ลก็ดังมาทันที
 
"อา บางทีล่ะนะ ถ้านางได้รู้ว่าพ่อของเขาเป็นพ่อค้าคนที่วางยาพิษครอบครัวตัวเอง นางก็อาจจะไม่กระทั่ง​ให้เขายืนอยู่​ใกล้ ๆ เลยก็ได้​"
 
พ่อของเขา คือพ่อค้าที่วางยาพิษ
 
ฉันหน้าซีดเผือดทันทีทันใด​ และศีรษะของฉันก็หมุนวนวิงเวียน​ วิสัยทัศน์สั่นไหว ฉันล้มตัวลงกับราชีออค เหงื่อเย็นเยียบผุดขึ้น​มา​
 
เป็นเพราะฉันเอง
ฉันฆ่าเขาเอง
 
มันเป็นความผิดของฉันเอง ฉันที่เป็นคนสังหารพ่อของตัวเอง แต่ผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นอาชญากรและต้องโทษประหาร คือพ่อค้าที่เป็นคนขายอาหารสำหรับงานเลี้ยงให้กับพ่อแม่ของฉัน
 
มันรู้สึกราวกับว่าหัวใจของฉันกำลังจะระเบิดฉีกกระชากออกมาจากอก และกระทั่งว่าอากาศนั้นจะหนาวเย็น แต่เหงื่อฉันไหลโซม
 
.......ฉันเคยได้ยินแค่ว่าเขาเป็นพ่อค้าชั่วช้า แม้ว่าคามิลจะไม่ได้พูดถึงพ่อของเขามากนัก แต่ฉันบอกได้จากสีหน้าของเขาว่าเขายังคงคิดถึงพ่ออยู่
 
ถ้าคามิลพบความจริงว่าฉันต่างหากล่ะที่เป็นผู้กระทำผิดตัวจริง ความเยียบเย็นก็สั่นประสาทถึงกระดูกสันหลังของฉัน
 
เขาอาจจะรับใช้ฉันโดยไม่ได้มองหาผลประโยชน์ใด ๆ มาตลอด
 
อุ่ก....... ฉันไม่สามารถเปล่งเสียงออกมาได้ด้วยรู้สึกราวกับกำลังสำลักความรู้สึกบางอย่าง ฉันรู้สึกวิงเวียนอย่างรุนแรง ที่ขมับของฉันก็ปวดร้าว​ขึ้นมา
 
ฉันพยายามใช้นิ้วมือที่สั่นไหวเคาะที่หลังของราชีออคสามครั้ง ราชีออคก็เข้าใจได้ว่าฉันต้องการอะไรและนอนลงกับพื้นเพื่อให้ฉันขึ้นบนตัวมันได้
 
ขณะที่ฉันพยายามอดกลั้นความรู้สึกป่วยไข้ในตอนที่ขี่มันและไม่สำรอกออกมา ราชีออคก็พาฉันกลับเข้าห้องของฉันเองอย่างเงียบงัน



NEKOPOST.NET