[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta. ตอนที่ 182 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta.

Ch.182 - 34 จงตระหนักในตำแหน่งและหน้าที่


หลังเห็นว่าเอริคค่อยสงบลงบ้าง ฉันก็ลากเก้าอี้มาและนั่งลงเช่นกัน เวลาไม่คอยท่า และนี่ก็อาจเป็นโอกาสอันดีที่ฉันจะสามารถโน้มน้าวเอริคได้ในวันสองวันนี้แล้ว
 
"ข้าเข้าใจดีถึงความกังวลใจของท่านบารอนโดวาดายน์ สิ่งที่ท่านกล่าวมา ทุกคนล้วนรู้ดี รวมถึงข้า"
 
"ถ้างั้น !"
 
"ถึงกระนั้น สิ่งที่ท่านว่ามาก็ไม่ถูกต้อง ในเมื่อท่านมาจากตระกูลท่านอาร์ชดยุคโดวาดายน์ ท่านควรมองสถานการณ์เยี่ยงรัฐบุรุษ หาใช่อัศวินไม่"
 
ฉันเลือกใช้น้ำเสียงข่มบังคับกับเอริค และขณะที่เขามองมาอย่างตื่นตระหนก ใบหน้าของเขาก็แข็งข้อขึ้นอีกครั้งพร้อมกับขบริมฝีปากตัวเอง
 
ฉันนึกอยากถอนหายใจ จากอากัปกิริยาของเขา ฉันรู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ต่อให้ไม่ได้พูดออกมาเสียงดังก็เถอะ
 
".........เจ้า เจ้าคงรู้เรื่องนั้นอยู่แล้วสินะ ถึงได้นำข้ามาที่นี่ ?"
 
ฉันไม่ได้ตอบสนองใด ๆ ต่อคำถามของเอริค ฉันไม่รู้ว่าเอริคจะตอบสนองอย่างไร หลังจากที่เขาได้พบทหารบาดเจ็บอีกครั้งหลังจากนี้
 
ตั้งแต่ต้น ฉันก็ได้บรรลุเป้าหมายของการแก้ปัญหาความขัดแย้งที่โรงเรียนขุนนางไปแล้วกึ่งหนึ่ง เมื่อฉันนำเอริคมายังป้อมยุกก์เฟน่าได้ เอริคจะถูกฝืนใจให้ต้องถอนคำพูดก่อนหน้านี้อย่างเป็นทางการโดยฉัน
 
เพื่อให้เขาปลอบขวัญเหล่าทหารได้สำเร็จ ฉันก็หวังว่าการได้เห็นความเป็นจริงของพวกทหารที่บาดเจ็บจะกระตุ้นเขา และก็หวังว่าเขาจะได้รับแรงผลักดันบางอย่างจากการให้กำลังใจทหาร
 
เมื่อแรงผลักดันเหล่านั้นถูกอัดฉีดเข้าไป มันกลับออกมาในทิศทางตรงกันข้ามกับที่ฉันคาด — ขณะที่เป็นนักการเมือง แต่เขากลับมองจากมุมมองอัศวิน หมายถึงเขาอยู่ข้างทหารทั่วไป อันมีความเห็นอกเห็นใจต่อราษฎร หากแต่มิได้​พิจารณาถึงผลประโยชน์จากจุดยืนของอัร์คเซีย และเขาก็ไม่ได้ล่วงรู้ถึงความมุ่งมั่นของเหล่าทหารที่ยังยืนหยัดบนสมรภูมิ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงสามารถกล่าวคำไร้แก่นสารเบื้องหลังพวกเขาแบบนั้นได้
 
"ท่านไม่ใช่ผู้ยืนหยัดในสนามรบ และท่านก็ไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นอัศวิน มันผิดพลาดตั้งแต่ที่ท่านคิดเกี่ยวกับสนามรบเช่นมุมมองของอัศวินแล้ว"
 
สำหรับผู้ที่ยืนบนสนามรบ พวกเขาต้องเตรียมใจในความสูญเสียของตัวเองหรือชีวิตเพื่อนร่วมรบ นักการเมืองก็ควรตระหนักถึง​ตำแหน่งของตัวเองเช่นกัน พวกเขาต้องเตรียมพร้อมที่จะปกป้องชีวิตประชาชน​ของตัวเองและมีการตัดสินใจที่เด็ดเดี่ยว​ในการนำพาชีวิตของผู้อื่นเพื่อบรรลุเป้าประสงค์ดังกล่าว
 
ฉัน คือผู้ที่อยู่ทั้งในโลกทั้งสองฝั่งนั้น และไม่เหมือนกับเอริค ฉันมีความยืดหยุ่นและสามารถปรับตัวให้เข้ากับทั้งบทบาททหารและนักการเมืองได้ ฉันว่ากล่าวเขาต่อไป
 
".........ความตาย คือสิ่งน่าสะพรึงกลัว​สำหรับทหาร ​มีเพียงผู้ที่เตรียมใจสำหรับความตายแล้วเท่านั้นจึงยืนหยัดบนสมรภูมิ เหล่าผู้ที่ใจสลายจะล่าถอยจากการต่อสู้ สำหรับเหล่าโยธาผู้ยังคงมีหัวใจอันกล้าแข็ง​ การหนีออกจากสนามรบถือเป็นการหยามเกียรติยิ่ง ท่านบารอนโดวาดายน์ หลังจากมาที่นี่แล้ว ท่านจะยังคงยืนกรานดูหมิ่นเหล่าผู้ที่มีชีวิตอยู่ด้วยคมดาบของพวกเขาเองอยู่หรือไม่ ? แล้วท่านจะกลับเมืองหลวง และเสนอหน้าต่อซีกฮาร์ทได้อีกหรือ ?"
 
ถ้าเอริคกลับเมืองหลวงไปทั้งแบบนี้ อย่างที่ฉันได้อธิบายกับเอริคไปก่อนหน้า มั่นใจได้เลยว่ากองทัพหลวงของอัร์คเซียจะไม่สามารถทำอะไรกับกองทัพรินดาร์ลที่ใช้ทาสเป็นโล่มนุษย์ได้เลย และพวกเขาก็จะถูกบังคับให้ถอยทัพกลับ​ป้อมยุกก์เฟน่า
 
นั่นอาจหมายถึง การละทิ้งชัยชนะครั้งก่อนทั้งหมดของพวกเรา ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็ชัดเจนว่าคือความปราชัย .....และชื่อเสียงของท่านสมุหกลาโหมก็จะถูกทำลาย
 
เมื่อฉันเอ่ยถึงชื่อของซีกฮาร์ท สีหน้าเอริคก็เหยเกอย่างชัดเจน เขาดูคล้ายจะร้องไห้ออกมาอย่างเด็ก ๆ
 
— เอาเถอะ จากที่ฉันจำได้จากชาติก่อน อายุสิบสามปีก็ยังถูกมองว่าเป็นเด็กอยู่นี่นะ ขณะที่ฉันอายุเท่ากับเขา แต่ด้วยสามัญสำนึกของโลกแห่งนี้ อายุสิบสามปีนั่นหมายถึงวัยผู้ใหญ่แล้ว พวกเขาจะได้รับปฏิบัติเทียบเท่ากับผู้ใหญ่
 
นั่นเป็นสาเหตุที่แม้ว่าฉันจะตระหนักดีว่าเขายังไม่โตเต็มวัยเพียงพอจะรับมือกับสิ่งเหล่านี้ แต่ฉันก็แตกต่างไปจากเขา ในฐานะผู้ที่มีความทรงจำของชาติก่อน
 
"ท่านควรรู้บทบาทและหน้าที่ของตัวเอง"
 
......ถ้าฉันคิดอย่างเด็ก ๆ ฉันก็พอจะเข้าใจเอริคได้ เมื่อคิดว่าเขาไม่มีแบบอย่างเป็นของตัวเองในชีวิตเพื่อค้นหาสิ่งใด​ก็ตาม เขาก็ดูน่าเวทนา แต่เพียงเพราะฉันเห็นอกเห็นใจ ก็ไม่ได้หมายความว่าฉันจะเป็นมิตรกับเขาหรอกนะ
 
"อย่างน้อยที่สุดท่านก็คงมีความแน่วแน่ในการเตรียมใจก่อนจะมาที่นี่แล้ว"
 
ในสถานการณ์ที่มีเพียงเราสองในห้อง มันคงน่าขันที่จะพยายามปกปิดความรู้สึกของตัวเอง ฉันโยนคำพูดเหล่านั้นโถมไปยัง​เขา
 
สีหน้าของเอริคบิดเบี้ยวคล้ายจะร้องไห้ แต่เขาก็ไม่ได้ถอนสายตาจากฉันจนถึงที่สุด ฉันคิดว่านี่คงเป็นครั้งแรกที่พวกเราต่างจ้องมองซึ่งกันและกัน​เนิ่นนานขนาดนี้
 
".........อ้า เข้าใจแล้ว ตอนนี้........เรื่องซีคก็ด้วย ข้าผิดเอง"
 
ถึงอย่างนั้น ท้ายที่สุดเขาก็ซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกของตัวเอง และทำคอตก
 
 
 
 
 
ขณะนำเอริคที่สิ้นหวังกลับห้อง เปาโลก็มาพบฉันในโถงทางเดิน
 
"ท่านเอลิซ่าครับ ท่านเอิร์ลไอน์สบาร์คเรียกพบท่านครับ"
 
"ตอนนี้เลยเหรอ ?"
 
"ครับ ท่านให้แจ้งกับท่านบารอนโดวาดายน์เช่นกัน ว่าหน่วยสอดแนมได้รายงานมาว่ากองกำลังของเดนเซลได้กรีธาทัพออกจากเมืองหลวงของพวกมันแล้ว และมีคำสั่งให้กองทัพหลวงของพวกเรากลับไปยังแนวหน้าในทันทีครับ......"
 
"รับทราบ" ฉันพยักหน้า และปรายตามองไปยังเอริคที่ยังก้มหน้าอยู่ข้าง ๆ เขาดูจะรู้สึกตัวว่าฉันมอง และจากนั้นก็เหลียวหน้าเหลียวหลัง รวมถึงมองกลับไปในทิศทางของสถานพยาบาลชั่วคราว จากนั้นก็พยักหน้าในที่สุด



NEKOPOST.NET