NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta.

Ch.180 - 32 ศรเพลิงลำกล้องสั้น (วัตถุที่คล้ายปืน)


Act 3, Part 3
 
ทางตะวันออกของที่ราบเกรตเพลนส์ เป็นผืนที่ราบซึ่งมีเนินเขาเล็ก ๆ ดูไกล ๆ คล้ายเป็นเกาะลอย ปราสาทถูกสร้างเป็นฐานกำบังในเนินเขานั่น กองทัพรินดาร์ลได้ทอดทิ้งฐานนั้นหลังจากแพ้พ่ายไปบางส่วน และพวกเราก็ยึดครองมันในฐานะตำแหน่งแนวหน้าสุดของพวกเราได้แปดเดือนมาแล้ว ปัจจุบันฤดูใบไม้ร่วงก็กล้ำกราย
 
ท่านมาร์ควิสโรเลนท์เซอร์ปล่อยให้การป้องกันฐานทัพเหล่านั้นเป็นของเอิร์กนาดและกองทัพแห่งป้อมยุกก์เฟน่า ขณะที่เขากลับมายังป้อมปราการกับทหารกองทัพหลวงที่รักษาฐานทัพจนกระทั่งก่อนหน้านี้ ความจริงก็คือพวกเราไม่อาจปล่อยให้ตำแหน่งแนวหน้าสุดของพวกเราไม่ถูกป้องกันได้ แต่ตอนนี้เอริคก็ยังไม่สามารถใช้ประโยชน์ทางการทหารได้ และมันก็คงเป็นความคิดที่แย่ หากจะปล่อยให้ทหารจากกองทัพหลวงดำเนินหน้าที่ ทั้งที่กำลังใจของพวกเราลดลง หลังจากประจำการที่นั่นมาเป็นเวลานาน
 
"ค่าใช้จ่ายในการรักษาแนวรบของเราช่างน่าขัน ถ้ามันเพิ่มขึ้น พวกเราก็คงกวาดเดนเซลทั้งหมด และทำให้มันเป็นประเทศราชของพวกเราไปแล้ว"
 
พอท่านมาร์ควิสโรเลนท์เซอร์กลับมาจากแนวหน้า เขาก็บ่นอย่างไม่พึงพอใจ ความขุ่นเคืองจากการไม่รู้ว่ารินดาร์ลกำลังคิดอะไรและการอยู่ในภาวะสงครามอย่างต่อเนื่องคงจะเพิ่มความเหนื่อยล้าให้เขาจนต้องถ่อมาพบพวกเราทันทีที่กลับมาถึง
 
ตัดสินจากเวลากว่าแปดเดือนที่ผ่านมาแล้ว กองทัพหลวงที่ฐานทัพได้ปรับเปลี่ยนเส้นทางจำนวนมากเพื่อให้สะดวกสบายมากขึ้น พวกเขาลงทุนที่นั่นไปมากพอ จึงแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะยินยอมปล่อยฐานทัพนั้นคืนให้กับรินดาร์ลในข้อตกลงทางชายแดนและสันติภาพกับพวกเขาได้เลย มันคงเป็นเรื่องน่าเศร้าที่ได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของอริประเทศเพื่อตัวเองแล้วต้องส่งคืนกลับไป นั่นเป็นเหตุผลที่แม้ว่าจะไม่ใช่เจตนาดั้งเดิมของอัร์คเซีย แต่มันก็อาจจบลงด้วยการขยายดินแดน
 
"ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากการค้นคว้าอาวุธใหม่ที่พวกเรายึดได้ ย่อมจะดีกว่าการเพิ่มงบประมาณของพวกเราอยู่แล้ว"
 
"นั่นเป็นเพียงความคิดเยี่ยงพลทหารโดยปราศจากพลเมืองหรอกค่ะ วีกราฟ แม้นพวกเราจะเพิ่มจำนวนอาวุธใหม่ แต่นั่นก็ไม่เพิ่มจำนวนเสบียงอาหาร เพราะว่าพวกเขาไม่ได้เห็นสงครามด้วยตาตัวเอง ขุนนางชั้นในเหล่านั้นก็ย่อมไม่ยินยอมเพิ่มเงินทุนให้พวกเราหรอก"
 
ฉันแตะท่อนโลหะยาวประมาณสี่ฟุตที่อยู่เบื้องหน้า มันคือปืน สิ่งที่ถูกค้นพบในฐานที่ปล่อยทิ้งซึ่งพวกเรายึดได้
 
ปืนเหล่านี้แตกต่างจากอาวุธในศึกที่ทำให้ฉันได้รับการเลื่อนขั้นเป็นผลตอบแทน ปืนที่กองทัพของฉันยึดได้มาก่อนนี้เป็นลำกล้องโลหะยาวหกฟุตเป็นข้อต่อกัน แต่เจ้านี่ดูใกล้เคียงกับปืนที่ฉันจำได้ ผลสำเร็จของข้าศึกในการลดขนาดปืนลง สิ่งนี้ทำให้ฉันเยียบเย็นเมื่อคิดว่ามันง่ายขึ้นแค่ไหนในการจัดทัพ
 
"เอาเถอะ พวกเราไม่มีสิทธิ์ที่จะพูดคุยเรื่องที่อยู่ในความสนใจของชาวอัร์คเซียได้หรอก ดังนั้นจึงต้องปล่อยให้การเจรจาต่อรองเป็นของท่านสมุหกลาโหม..... อย่างไรก็ตาม เปรียบเทียบกับการต่อสู้ครั้งล่าสุดบนที่ราบสูงเกรตเพลนส์ พวกมันก็เหมือนจะการปรับแต่งอาวุธใหม่ของพวกมันเพิ่มเติมแล้ว"
 
การต่อสู้ครั้งล่าสุดสำหรับฉันคือการคุ้มกันที่ราบสูงริท็อกซ์ เหล่าศัตรูใช้เพียงอาวุธทั่วไป แต่ดูเหมือนว่าในเวลาเดียวกัน ปืนจะถูกใช้ในที่ราบเกรตเพลนต์
 
"...........พวกมันเหมือนจะใช้หินเหล่านั้น"
 
หินสีขาวถูกเจียเป็นทรงหกเหลี่ยมติดที่ด้านข้างของลำกล้องและภายในกระบอกสูบ กลไกดูคล้ายกับไกปืน และเมื่อขยับปลายตะขอ หินก็จะถูกผลักให้ถอยไปด้านในทันที
 
"อืม ดูเหมือนไอ้กลไกนี่จะลั่นด้วยประกายของดินดำ มันคล้ายกับตะเกียงเรืองแสงที่ทำจากผงมอธเพลิง......."
 
"ตะเกียงผงมอธเพลิงทำได้แค่ให้แสงสว่าง ไม่มีอะไรมากกว่านั้น มันไม่สามารถจุดประกายไฟได้"
 
ความเห็นของวีกราฟ ทำให้ทั้งฉันและท่านสมุหกลาโหมต้องส่ายศีรษะอีกครั้ง
 
"นี่คงเป็นเหตุผลที่เราสามารถยึดคลังแสงของพวกมันมาได้อย่างง่ายดาย ดูเหมือนว่าไอ้กลไกนี่ค่อนข้างมีประสิทธิภาพ แต่พวกเราไม่สามารถใช้ประโยชน์จากมันได้เพราะไม่เข้าใจหลักการ"
 
"อีกนัยหนึ่งก็คือ พวกเราไม่สามารถใช้งานศรเพลิงลำกล้องสั้นนี่ได้เลย จนกว่าพวกเราจะสร้างอีกกลไกที่ป้องกันไฟ อีกอย่างหนึ่ง พูดถึงกลไกนี่แล้ว พวกเราก็อาจใช้อีกตัวที่ใหญ่กว่าเจ้านี่อ้างอิงได้"
 
ชัดเจนว่าปัจจุบันอัร์คเซียเรียกเจ้าอาวุธนี้ว่า ศรเพลิงลำกล้องสั้น แม้ว่าฉันจะรู้ว่ามันเป็นปืนประเภทหนึ่งก็เถอะ ดูเหมือนว่าหลายร้อยปีก่อน จะมีอาวุธคล้ายปืนใหญ่ที่ยิงหินขนาดยักษ์และกระสุนอื่นที่คล้าย ๆ กัน ซึ่งถูกเรียกง่าย ๆ ว่า "ลำกล้องยักษ์" ในภายหลัง ซึ่งนั่นก็เป็นที่มาของชื่ออาวุธปืนนี้
 
ปัจจุบัน วิทยาการในการสร้างปืนใหญ่ได้สาบสูญไป และผู้คนส่วนใหญ่ก็คงลืมเลือนการมีอยู่ของมันไปแล้ว จนกระทั่งการปรากฏตัวของเจ้าศรเพลิงลำกล้องสั้น
 
"เอาเถอะค่ะ พวกเราก็ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากทำการวิจัยมัน"
 
"ข้าเห็นด้วย ท่านเคาน์เตสคาลเดีย นี่เป็นอาวุธยอดเยี่ยม ขึ้นอยู่กับวิธีการที่พวกเราจะใช้ ข้าต้องการเผยแพร่มันสู่กองทัพหลวงให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้"
 
ฉันเลี่ยงสายตาของท่านมาร์ควิสโรเลนท์เซอร์ที่พูดด้วยนัยน์ตาเป็นประกาย มันคงจะเป็นความสนใจส่วนตัวในฐานะบุคลากรทหารจากตระกูลที่หมกมุ่นอยู่กับทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับศิลปะการต่อสู้ อาวุธยุทโธกรณ์ และยุทธศาสตร์
 
"สิ่งที่สำคัญมากที่สุดในตอนนี้ก็คือ การขอคำอนุญาตจากท่านบารอนโดวาดายน์"
 
แม้ว่าวัตถุประสงค์หลักของเขาคือการให้แรงบันดาลและกำลังใจแก่ทหาร แต่เขาก็ยังมาในฐานะผู้แทนพระองค์ ผู้มอบอำนาจในการริเริ่มและทำศึก ถึงฉันจะเรียกว่าอย่างเป็นทางการ แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่พูดเกินเลยไปทั้งหมด
 
อย่างไรก็ตาม ปัญหาตอนนี้ก็อยู่ที่เอริค



NEKOPOST.NET