[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta. ตอนที่ 176 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta.

Ch.176 - 28 รับฟังสถานการณ์ของเด็กชาย


"อะ....."
 
เกือบจะในเวลาเดียวกัน ราโทก้าที่สังเกตเห็นว่าทหารทาสยุวชนนั่นไม่มีขาขวา และเราทั้งคู่ก็อุทานพร้อมกัน
 
......คิดดูแล้ว นี่มันเป็นครั้งแรกที่ฉันได้พบคนที่สูญเสียแขนหรือขา ฉันไม่ได้อยู่บนสนามรบนานเพียงพอ ดังนั้นฉันจึงไม่เคยเห็นทหารที่บาดเจ็บมากพอ
 
ทหารทาสจะได้รับการตรวจสอบอาวุธก่อนจะถูกกุมขังไว้ที่นี่แล้ว แต่พวกเขาก็เพียงสวมเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งที่แทบจะไม่สามารถปกปิดอะไรได้ พิจารณาจากความผอมแห้งและอ่อนแอที่แสดงออกมา ฉันเดาว่าทหารของพวกเราคงปฏิบัติกับพวกเขาอย่างเลวร้าย
 
ตอนที่พวกเขาถูกจับ ฉันได้ยินมาว่าพวกเขาแทบจะไม่ต่อต้าน และฉันก็แน่ใจว่าการโยนทาสที่บาดเจ็บอย่างเด็กชายคนนี้เข้าสู่หน่วยที่ประกอบไปเพียงทหารทาสยุวชนนั้นเป็นเรื่องธรรมดา ขณะที่ฉันคิด เด็กชายที่ยืนอย่างยากลำบากก็ดูจะเจ็บปวด
 
"ท่าน ต้องการ อะไร ?"
 
เสียงของเขาเฉื่อยชาและแห้งผาก เขาพูดด้วยภาษาอัร์คเซีย
 
ฉันขมวดหัวคิ้วตัวเอง
 
"ออเจ้าเรียนภาษาอัร์คเซียมาจากที่ใด ? ข้ารู้มาว่าที่นาซริคไม่เคยมีความสัมพันธ์ทางการทูตกับพวกเรานี่"
 
ฉันตอบเขาด้วยภาษานาซริค และมันก็ง่ายที่จะบอกว่าเด็กชายนั้นตัวแข็งทื่อไป แม้ว่าสีหน้าของเขาจะไม่ได้เปลี่ยนมากนัก แต่ดวงตาของเขาชี้ให้เห็นว่ามีอารมณ์บางอย่างที่ถูกกระตุ้นจากคำพูดของฉัน
 
สำหรับทหารทาสบาดเจ็บเช่นเขาถูกบังคับเข้าร่วมหน่วยสอดแนมอย่างไร้ความสมเหตุสมผล มันเป็นหลักฐานว่าความอ่อนแรงของเขาสมควรจะเป็น แต่ฉันก็ยังบอกได้อีกว่าเขาเป็นพวกที่เก็บอารมณ์ของตัวเองไว้ ประเภทเดียวกับฉัน
 
"......."
 
เขาดูจะพูดไม่ออก และหลิ่วตามองอย่างเสียที มันแสดงออกว่าเขากำลังใคร่ครวญคำพูดตัวเองอย่างระมัดระวัง นี่ไม่น่าเป็นไปได้เลยสำหรับสามัญชนทั่วไป ถ้าแบบนั้นแล้ว เด็กชายคนนี้ เป็นใครกันแน่ ?
 
".......ข้า ไม่ได้เป็นอย่างที่ท่านคิด ถึงนาซริคจะไม่เคยมีการติดต่อกับอัร์คเซียโดยตรง แต่ก็มีการติดต่อกับประเทศที่ทำมาค้าขายกับอัร์คเซีย สำหรับประเทศทางใต้เล็ก ๆ อย่างเรา ย่อมได้รับผลพวงของชะตากรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ จากมหาอำนาจแดนเหนือ ประเทศของเราได้ศึกษาความรู้เกี่ยวกับอัร์คเซียเอาเป็นเอาตาย นี่ก็เป็นความรู้ที่พวกเรามี..... ข้ารู้ภาษาอัร์คเซียก็เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา....."
 
ฉันพยักหน้าตอบรับกับข้อมูลที่หลั่งไหลมาจากเด็กชายที่ดูจะโตกว่าฉันไม่เท่าไหร่
 
ขณะที่ฉันก้าวขยับเข้าไปใกล้หนึ่งก้าว เด็กชายก็ดูจะหวาดผวา
 
ฉันคิดสักประเดี๋ยวหนึ่งว่าควรจะทำอะไร จากนั้นก็ฮึดฮัดในใจเพราะรู้ดีว่าตัวเองได้ตัดสินใจเรื่องนั้นไว้อยู่แล้ว ไม่ใช่คำถามว่าจะทำอะไร แต่ความคิดนี้ไม่ว่าอย่างไรมันก็ไม่เหมาะสมกับขุนนางเลย
 
แต่เคราะห์ดี ครั้งนี้มันชัดกระจ่างสำหรับฉัน ว่าต้องการทำอะไร
 
"เอลีส ไปหาเอิร์กนาดและรายงานเขาว่าข้าจะย้ายตัวนักโทษจากคุก กุนเธอร์ ช่วยจัดหาอาหารของพวกเรามาให้เขา และให้แน่ใจว่าเขาได้รับอาหารพอ แล้วก็เรียกตัวออสการ์มาหาข้า"
 
ขณะที่ฉันจบบทสนทนากับเด็กชายและสั่งการสั่น ๆ กับผู้ใต้บังคับบัญชาทั้งสองที่อยู่ข้างหลัง ฉันบอกได้เลยว่าทุกคนในที่นี้กำลังมองมายังฉันด้วยความรู้สึกหลากหลาย
 
ในดวงตาเซื่องซึมมัวหมองของเหล่าเชลย ฉันมองเห็นอารมณ์อื่นในที่สุด
 
 
 
 
 
ฉัน, ออสการ์, ราโทก้า, คลอเดีย และเด็กชายที่ดูสงบลงหลังได้รับอาหาร ทันทีที่ฉันเริ่มต้นด้วยการสัมภาษณ์ "ชื่อ" เด็กชายก็สำลัก
 
เขาว่าเขาไม่ใช่อย่างที่ฉันคิด นั่นก็หมายความว่าเขาไม่ใช่อภิสิทธิ์ชนอย่างเช่นขุนนางหรือพระบรมวงศานุวงศ์ ถ้าแบบนั้นแล้วเหตุใดต้องปิดปากเงียบแบบนั้นกันล่ะ ?
 
พอฉันเริ่มขมวดคิ้ว เขาก็รีบอธิบาย
 
เขาว่ารินดาร์ลได้ริดลอนชื่อไป และเรียกพวกทาสด้วยหมายเลข
 
หากใครเรียกคนอื่นด้วยชื่อหรือใช้ชื่อของตัวเอง พวกเขาจะถูกลงโทษอย่างรุนแรง
 
มันเป็นระบบทาสที่ลดทอนความเป็นมนุษย์
 
ฉันย้อนคิดถึงการสู้รบบนที่ราบสูงริท็อกซ์เมื่อปีที่แล้ว ที่ฉันใช้วิธีการไร้มนุษยธรรมตอบโต้ด้วยการเสียบและเผาเชลยศึกรินดาร์ลทั้งเป็น
 
"แล้ว ? ก่อนหน้านั้นเจ้าชื่ออะไร ?"
 
ราโทก้าพูดแทรกมาจากข้างหลังอย่างไม่เชื่อนัก ฉันบอกเด็กชายให้เมินราโทก้าไปและด้วยการแสดงสีหน้าที่สับสน เขาบอกว่าเขาชื่อ วานิต้า
 
"ถ้างั้น วานิต้า ข้าคิดว่าเจ้าคงเข้าใจว่าข้าต้องการข้อมูลบางอย่างจากเจ้า ดังนั้นอย่างแรกบอกข้าเกี่ยวกับรินดาร์ล และพวกเจ้ามาที่นี่ได้อย่างไร"
 
"พวกเรา...... เพราะว่าข้ามีความรู้เกี่ยวกับอัร์คเซีย ข้าจึงถูกส่งมาที่นี่ มันพอจะทำงานเป็นทหารพรานได้ และถ้าพวกเราถูกจับหรือถูกฆ่า ข้าได้ยินมาว่าเป็นการตัดขวัญกำลังใจของชาวอัร์คเซีย"
 
ฉันยังค้นพบอีกว่าวานิต้ามาจากหน่วยสอดแนมที่ประกอบด้วยทาสเด็กที่ถูกนำมาจากสถานที่ต่าง ๆ 
 
และทุกคนก็มีเพื่อนหรือญาติที่ถูกจับเป็นทาสเช่นกัน และหากทรยศ ชีวิตของคนเหล่านั้นจะถูกพรากไป
 
ก่อนที่พวกเขาจะแยกตัวมา มีข่าวลือแพร่สะบัดว่าในหมู่พวกเขา มีบางคนที่เป็นยุวชนทหารของรินดาร์ลจริง ๆ ที่แทรกซึมมาในหน่วยทาส สอดแนมพวกเขาไว้ ดังนั้นขณะที่เหล่าทาสเด็กเดินทางมายังอัร์คเซีย จึงไม่มีใครเลย รวมถึงวานิต้า ที่ตัดสินใจทรยศรินดาร์ล
 
"ก่อนที่เจ้าจะเดินทาง สถานที่ตั้งหลักของกองทัพอยู่ที่ใด ?"
 
"ข้าไม่รู้ทิศทางเพราะว่ามันไม่มีเครื่องบ่งชี้...... ข้าถูกนำตัวไปไว้ในอาคารที่ก่อสร้างด้วยกำแพงหิน และถูกให้คำแนะนำที่นั่น ก่อนหน้านั้น ทุกคนจะอยู่ร่วมกันกับสมาชิกครอบครัวของตัวเองและเพื่อนที่ตอนนี้เป็นตัวประกัน หลังจากนั้นเราก็ถูกปิดตา ใส่หลังม้า และมาถึงป่าสักแห่ง จากนั้นเราก็เดินมาตามทางจนมายังปราการเหล็กสีดำที่เห็นได้จากป่า"
 
"กลุ่มของเจ้าได้รับคำสั่งให้มาที่นี่ เพื่อค้นหาอะไร ?"
 
ในฐานะทหารพราน พวกเขายังเด็กเกินไป และตราบที่ฉันบอกได้ ไม่มีใครเลยในหมู่พวกเขาที่ได้รับการฝึกทหาร อ่า มันก็เป็นไปได้ที่บางคนอาจเคยฝึกมาก่อน แต่นอกเหนือจากนั้น พวกเขาควรจะได้รับภารกิจพิเศษบางประการ แทนการส่งมาที่นี่เพื่อบั่นทอนขวัญกำลังใจของพวกเรา
 
วานิต้ามองมายังฉัน จากนั้นก็เอ่ยปากอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเจือความคร้ามเกรง
 
"......งานพวกข้า เพื่อมาดูว่าเด็กผมดำอีกา นัยน์ตาสีชาด ปิศาจผู้ดื่มด่ำเลือดมนุษย์ เคาน์เตสคาลเดียผู้นั้น อยู่ที่นี่หรือไม่"
 
เสียงของเขาฟังดูจริงจัง นัยน์ตาสามคู่รอบกายก็จับจ้องมายังฉัน
 
—— หยุดคิดสักพัก ฉันก็ส่ายศีรษะเล็กน้อย เอาเป็นว่าฉันจะเชื่อคำพูดนี้ของเด็กชายไว้แล้วกันนะ



NEKOPOST.NET