[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta. ตอนที่ 172 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta.

Ch.172 - 24 สู่ป้อมปราการยุกก์เฟน่า


ฉันไม่รู้รายละเอียดขั้นตอนที่แน่นอนในการเข้าสู่สภาขุนนางชั้นสูงเพื่อผ่านญัตติ แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาจะมีมติเห็นชอบส่งเอริคไปยังป้อมยุกก์เฟน่าโดยไร้ปัญหา ด้วยเวลาที่กระชั้นชิด ฉันจึงได้รับแจ้งอย่างรวดเร็ว
 
ด้วยเหตุผลบางอย่างที่รวมอยู่ในคำร้องในการไปยังแนวหน้า — ฉันจึงขอลาหยุดเรียนไว้แล้ว
 
ไม่ว่าทหารทาสของข้าศึกจะต่อต้าน, ถูกจับหรือถูกทอดทิ้ง สิ่งใดที่เราควรจะใช้ในการปราบปรามพวกเขากัน ขณะที่ไม่มีทาสในอัร์คเซีย ไม่ว่าจะทางไหนก็มีแต่จะทำให้ขวัญกำลังใจของทหารถดถอยลง ......ขณะที่ฉันไม่ต้องการให้กองกำลังหลักของพวกเราที่ประกอบด้วยกองทัพหลวงต้องสูญเสียกำลังใจ แต่ฉันไม่รู้ว่าพวกเขาจะรับมือสิ่งนี้อย่างไรกัน ทว่าในอนาคต ฉันก็ต้องการที่จะจัดการกับพวกทหารทาสคนใดก็ตามที่กองทัพคาลเดียจับได้ด้วยตัวเอง
 
บางทีฉันอาจตัดสินด้วยรู้วิธีการรับมือกับต่างชาติที่ฉันได้ซึบซับชนเผ่าชิรูเข้ามาในอาณาเขตของฉันมาแล้ว หรือบางทีฉันอาจจะตัดสินใจ "กำราบ" เหล่าทหารทาสนั้นและประหัตประหารไปเสีย หรือไม่ก็อาจจะทั้งสองอย่าง
 
หลังจากที่ฉันได้ส่งหนังสือแจ้งการลากิจไปยังสภาขุนนางชั้นสูง ฉันก็ได้รับแจ้งว่าจะต้องสอบพิเศษเพื่อประเมินความรู้ทางวิชาการเมื่อกลับมา วิธีการนี้ก็ดูจะคล้าย ๆ กับโลกก่อนหน้านี้ของฉันอย่างน่าแปลกใจแฮะ
 
และดังนั้น ฉันก็ได้ออกเดินทางจากเมืองหลวงและตรงไปยังป้อมยุกก์เฟน่า พร้อมกับเอริคและท่านมาร์ควิสโรเลนท์เซอร์ กลับไปยังสมรภูมิเป็นครั้งแรกในรอบครึ่งปี
 
 
 
 
 
มันใช้เวลาสองวันในการเดินทางไปยังป้อมยุกก์เฟน่าด้วยรถม้า มันก็เป็นเรื่องปกติที่เราจะพักกันที่คาลเดียระหว่างทางนี่นะ ?
 
สำหรับผู้ที่เพิ่งเลื่อนฐานันดรเป็นชั้นเอิร์ล การมาเยี่ยมเยียนของสมาชิกตระกูลอาร์ชดยุคผนวกกับท่านมาร์ควิส เป็นเรื่องที่ปกติไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ที่นี่มีเพียงแค่ลูกจ้างจากคฤหาสน์โกลเด้นฮิลส์ของฉันที่ดูแลรักษาสถานที่ ซึ่งก็ไม่มากพอที่จะรับรองกับแขกผู้ทรงเกียรติอย่างสูงได้เลย
 
เบลเวย์ซึ่งเป็นผู้นำคนรับใช้ในคฤหาสน์คนปัจจุบันรีบว่าจ้างคนอื่น ๆ จากหมู่บ้านใกล้เคียงมา และแทบจะไม่มีเวลาในการเตรียมการเพื่อรองรับพวกเขาอย่างมีมารยาทเลย
 
".......นี่ไม่เหมาะสมกับตำแหน่งข้าสักนิด​ คับแคบชะมัด"
 
คำพูดแรกของเอริคเอ่ยปากอย่างหยาบคายเสมอต้นเสมอปลาย ขณะลงจากรถม้า แต่น้ำเสียงของเขาฟังดูไม่ได้เหยียดหยามใด ๆ เหมือนจะเป็นสิ่งที่เผลอหลุดออกมาเท่านั้น
 
"เจ้าของในอดีตคงไม่ได้คาดคิดว่านางจะได้รับการโปรดเกล้าฯ เลื่อนขั้น ในครั้งถัดไปที่ได้กลับมาเยือน​น่ะค่ะ​"
 
"โอ้ ข้าเดาว่า คงไม่มีใครอยากเชื่อหรอกว่า ทายาทของตัวเองจะได้รับเกียรติและชัยจากการใช้เล่ห์เพทุบายเยี่ยงคนขลาดน่ะ"
 
"แน่นอน หากท่านรู้ว่าเด็กที่ถือกำเนิดมาจะเป็นคนเช่นไร​ ท่านคงไม่อยากให้เขาเกิดหรอก หากท่านลอร์ดคนก่อนเป็นผู้หยั่งรู้ ข้าก็คงไม่ได้ลืมตา​บนโลกนี้แล้ว​"
 
ไม่เพียงแค่พ่อ แต่ตัวฉันเองก็อยู่ในหัวข้อดังกล่าว มันเป็นเรื่องน่าหวาดหวั่นเมื่อคิดว่าเด็กหรือลูกหลานจะทำร้ายผู้อื่นหรือฆ่าใครสักคนได้โดยไม่เปลี่ยนสีหน้าตัวเอง
 
แม้จะเป็นเพียงการออกความเห็นของฉัน เอริคก็ยักไหล่และเหลือบมองมา ดูเหมือนว่าคำพูดของฉันจะเสียดแทงต่อมประสาทเขาโดยไม่ได้ตั้งใจ
 
.....อ๋า นั่นสินะ
 
คำพูดทำร้ายตัวเองของฉัน มันก็ไม่แปลกที่จะไปสะกิดปลายประสาทเขาเข้า — กระทำการมาตุฆาต และพระมารดาบุญธรรมละเลยการดำรงอยู่ นั่นแหละ เอริค
 
 
 
 
 
สำหรับการเดินทางของพวกเราในวันรุ่งขึ้น ทหารของฉันจากกองทัพคาลเดียก็ได้เตรียมการไว้แล้ว ขณะที่พวกเขาจะร่วมเดินทางไปด้วยกัน จากนี้ฉันไม่ต้องโดยสารในรถม้าอีก ในช่วงสามปีที่ผ่านมาด้วยการผสานนักรบชิรูเข้ากับกองทัพ ร่วมกับการเพิ่มจำนวนของชาวบ้านที่มาลงชื่อรับราชการทหาร กองทัพของฉันก็ขยายตัวขึ้น และฉันก็จะนำพวกเขาด้วยการขี่ราชีออคแทน
 
มันเป็นเวลาหลายเดือนที่ไม่ได้ติดต่อด้วย แต่ราชีออคก็ดูจะอารมณ์ดี
 
หางที่คล้ายงูของมันส่ายไปมา และถ่ายน้ำหนักไปบนอุ้งเท้าพลางพุ่งมาหาฉัน มันมีสีหน้าที่รักใคร่ขณะที่ฉันลูบคอมัน หูก็กระดุกกระดิกอย่างพึงพอใจ
 
"โทษทีนะที่ข้าไม่ได้มาหาเจ้าเลย ข้าอยากจะพาเจ้าไปที่เมืองหลวงด้วยหรอก แต่คงเป็นไปไม่ได้......."
 
แม้ว่ามันจะไม่สามารถสื่อสารกับฉันด้วยคำพูดได้ แต่มันก็ส่งเสียงคำรามกลับมาอย่างกับจะพูดคุยด้วย บางทีฉันก็คล้ายจะเข้าใจว่ามันหมายถึงอะไร ขณะที่หลับตาลงและลูบคอของมันต่อไป
 
"นายท่านดูจะมีความสุขจังนะครับ ?"
 
"อื๋อ ?"
 
เหมือนกับแต่ก่อนที่พวกเราไปป้อมยุกก์เฟน่าด้วยกัน เปาโลจะมานำม้าให้ฉัน ขณะที่พูดแทรกเข้ามาด้วยน้ำเสียงเริงรื่น บางทีคงเป็นความรู้สึกของความถวิลหา เปาโลผ่านเข้าวัยแรกรุ่นตั้งแต่ตอนนั้นและก็สูงขึ้นจากครั้งล่าสุด แต่ดูเหมือนว่าบุคลิกของเขาก็ยังคงเหมือนเดิม
 
"อ้า ........มันมีเรื่องน่ารำคาญมากมายในเมืองหลวงน่ะสิ ข้าไม่อาจผ่อนคลายได้อย่างแท้จริงเท่าที่คาลเดียเลย ข้าล่ะอยากกลับมาที่นี่ให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้นัก หลังจากที่จบการศึกษาจากโรงเรียนขุนนาง แถมราชีออคก็อยู่ที่นี่ด้วย"
 
"ไม่ใช่แค่ราชีออค พวกข้าก็อยู่ที่นี่ด้วยนา ตั้งแต่นายท่านไม่อยู่ พวกข้าก็ไม่มีอาหาร​จานหรูให้กินบ้างเลย ข้าล่ะอยากจะให้ท่านรีบกลับมาเร็ว ๆ จัง อ๊า ข้าน่าจะเกิดช้ากว่านี้สักสองปี ไม่งั้นจะได้เด็กพอติดตามท่านไปเมืองหลวงพร้อมกับอัสรันด้วย น่าเสียดายจังน้า......."
 
"อะไรล่ะนั่น เจ้าคิดถึงข้าเพราะอาหารเนี่ยนะ ถึงข้าจะอยากแจกจ่ายอาหารให้ทั่วแว่นแคว้นก็เถอะ ข้าล่ะหวังว่าสงครามนี้จะรีบจบ ๆ ไปเสียที จะได้มีเวลาให้คาลเดียมากกว่านี้"
 
"พยายามเข้านะครับ แต่ได้โปรดอย่าหักโหมนักล่ะ"
 
เมื่อไม่ได้รับคำตอบ เปาโลก็หัวเราะคิกคัก
 
— จากรถม้าที่อยู่ห่างจากพวกเราไปนิดหน่อย สายตาของเอริคและท่านมาร์ควิสโรเลนท์เซอร์จดจ้องมาจนทำเอารู้สึกเจ็บปวด



NEKOPOST.NET