NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta.

Ch.171 - 23 กรรมวิธีชักใยการวิวาท


สองวันต่อมา หลังจากวันหยุด ฉันกลับไปที่โรงเรียนขุนนางและทักทายผู้ที่จำเป็นรอบตัว จากนั้นก็ไปทักทายซีกฮาร์ทด้วยความตั้งใจของตัวเองเป็นครั้งแรก
 
"อรุณสวัสดิ์ ซีกฮาร์ท น่าเสียดายที่ข้าไม่ได้พบเจ้าที่งานเลี้ยงเมื่อสองคืนก่อน"
 
"อ้า อรุณสวัสดิ์ คาลเดีย ไม่หรอก จริง ๆ แล้ว...... ข้าไม่ได้ไปร่วมงานเลี้ยงวันเกิดที่ประทับของท่านอาร์ชดยุคน่ะ"
 
เสียงหลานชายของท่านสมุหกลาโหมฟังดูอ่อนเปรี้ยกว่าปกติ พอฉันมองไปยังศูนย์กลางของห้องเรียน เอริคและเกรซที่กลับมาในที่สุดหลังจากการลากิจอันยาวนานเหลือบมองมาทางซีกฮาร์ทอย่างกราดเกรี้ยว
 
อะ ต้องรับมือกับเรื่องนี้แต่เช้าเลยแฮะ ฉันไม่ได้อยากจะให้มันกลายเป็นแบบนี้เพราะฉันเป็นต้นเหตุหรอกนะ ซีกฮาร์ทและเอริคควรจะรีบ ๆ คืนดีกันได้แล้ว
 
".......ข้าจำได้ว่าเจ้าบอกว่าเจ้าเองก็จะไปไม่ใช่เหรอ เกิดอะไรขึ้น ?"
 
"เช้าของวันงาน ปู่ข้าได้ยินเรื่องที่เกิดขึ้นที่โรงเรียนและสั่งให้ข้าอยู่บ้าน ห้ามไม่ให้มีส่วนร่วมเพื่อให้รู้จักควบคุมตัวเองน่ะ ไม่สิ ข้าควรจะบอกว่าการควบคุมตัวเองนั่นมันก็แค่ข้ออ้าง ในฐานะของนักรบ ข้าต้องรักษาสัจจะวาจาของตัวเองให้ถึงที่สุดน่ะ"
 
อ้า หมายถึงโดนหักดิบสินะ
 
เป็นวิธีการของท่านสมุหกลาโหมโรเลนท์เซอร์ที่ไม่เคยผ่อนผันหรือถอนคำพูดจากใด ๆ ก็ตามที่ได้ตัดสินใจแล้ว และมันก็เป็​น​หลักฐานที่เห็นได้ชัดจากกองทัพหลวงแห่งอัร์คเซีย ว่ามันมีอำนาจเหนือพวกเขาและยึดถือหลักวีรคติอย่างเคร่งครัดเพียงไร​
 
ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นจากการที่ฉันชนะในการดวลจำลองด้วยการใช้เล่ห์เหลี่ยม ตอนนี้ได้กลายเป็นการเผชิญหน้าโดยตรงระหว่างฉันและซีกฮาร์ทฝ่ายหนึ่ง กับเอริคที่อยู่อีกฝั่ง การจะแก้ปัญหาการทะเลาะกันนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าเอริคจะถอนคำพูดที่สบประมาทฉันต่อหน้าทุกคนหรือไม่ นี่ได้กลายเป็นเรื่องเกียรติของขุนนางไปแล้ว
 
"อย่างนี้นี่เอง ฝีมือท่านจอมพลสิน่ะ....... ถ้างั้น ซีกฮาร์ท ข้ามีบางอย่างที่อยากจะร้องขอเจ้าและปู่ของเจ้าน่ะ"
 
"ร้องขอ ?"
 
"ถูกต้อง ข้าอยากแก้ไขสถานการณ์นี้ ข้าจะไล่เรียงเรื่องราวเพ็ดทูลใต้ฝ่าพระบาทให้ทรงทราบ"
 
"เดี๋ยวนะ ท่านอาร์ชดยุคน่ะเหรอ ? เจ้าจะให้ข้าทำอะไร ?"
 
"ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตหรอก ข้าเพียงอยากให้เจ้าช่วยเขียนจดหมายคำร้องอย่างเป็นทางการในนามของข้า"
 
หา ? ซีกฮาร์ทขมวดคิ้วแน่นกว่าเดิม
 
"........คาลเดีย เจ้าคิดแผนการอะไร ?"
 
"อะไรล่ะนั่น เจ้าพูดอย่างกับว่าข้าวางแผนชั่วร้ายอะไรอย่างนั้นแหละ......."
 
"โทษที ๆ สีหน้าเจ้าเมื่อกี้ชวนให้​คิดแบบนั้นน่ะ"
 
ฉันทำสีหน้าแบบไหนกัน ? สาบานได้เลยว่าไม่ได้ขยับกล้ามเนื้อใบหน้าสักกระผีกนะ
 
ด้วยความไม่สบายใจ ฉันคลึงแก้มตัวเองเงียบ ๆ
 
 
 
 
 
ฉันให้ซีกฮาร์ทเขียนจดหมายคำร้องอย่างเป็นทางการ ให้ท่านบารอนเอริค ทีล โดวาดายน์ลงพื้นที่​เยือน​ราชอาณาเขตยุกก์เฟน่า ในฐานะผู้แทนพระองค์ในพระบรมวงศานุวงศ์​, ตระกูลท่านอาร์ชดยุค และสภาขุนนาง เพื่อปลอบขวัญผองทหารที่อ่อนล้าจากสงครามซึ่งดำเนินมาเนิ่นนาน
 
จดหมายคำร้องขออย่างเป็นทางการถึงเอริคเต็มไปด้วยความสุภาพ, อยู่ในกรอบประเพณี และมีวาทศิลป์ แต่นั่นคือสาระสำคัญของจดหมาย ใบหน้าของซีกฮาร์ทกระตุกกึกขณะจ้องมองระหว่างจดหมายเบื้องหน้าและฉันสลับไปมา
 
"คะ คาลเดีย...... เจ้า เจ้าเอาจริงเหรอ ?"
 
"แน่นอน ข้าได้รับคำเห็นชอบจากท่านเอิร์ลไอน์สบาร์คที่รับผิดชอบป้อมยุกก์เฟน่าแล้ว รวมไปถึงท่านเอิร์กนาดที่เป็นหัวหน้าของกองอัศวินแห่งยุกก์เฟน่า ความจริงก็คือพวกเขาคิดว่าเป็นแผนการที่น่าสนใจและจะช่วยให้ข้าบรรลุเป้าประสงค์"
 
สีหน้ายิ้มกริ่มของเอิร์กนาดปรากฏขึ้นมาในห้วงความคิด ไม่เหมือนกับฉัน แผนการของฉันไม่มีประโยชน์ใด ๆ สำหรับเอิร์กนาดและพี่ชายของเขาแม้แต่น้อย​ พวกเขาช่วยฉันเพราะคิดว่าน่าสนุกดีก็แค่นั้น
 
"เอ๋ แต่ว่า ป้อมยุกก์เฟน่าเป็นแนวหน้านี่ใช่ไหม ? แล้วพวกเราจะทำให้ท่านอาร์ชดยุคทรงยินยอมส่งโอรสอย่างเอริคไปได้ยังไงกัน ถึงเอริคจะเป็นแค่โอรสคนที่สองก็เถอะ แต่การไปแนวหน้า ทั้งที่เขาไม่ได้เป็นกระทั่งพลทหาร........."
 
"ไม่เลย ป้อมยุกก์เฟน่าไม่ใช่แนวหน้า ตอนนี้เป็นเพียง​ฐานบัญชาการที่คอยสนับสนุนจากระยะไกล ก่อนหน้านี้สภาขุนนางมีมติเห็นชอบให้​จัดตั้ง​สถานพยาบาลชั่วคราวที่นั่น ดังนั้นมันจึงเป็นสถานที่เหมาะสม​สำหรับผู้แทน​ฯ ที่จะ​พำนัก​​เพื่อ​ปลอบขวัญแล้ว​"
 
"อ้า แบบนั้นเอง....... แต่ว่าเอริคจะยอมไปง่าย ๆ เหรอ ?"
 
"เขาจะไป .......ข้าไม่สามารถบอกรายละเอียดได้ แต่ก่อนที่การสู้รบครั้งต่อไปจะเริ่มขึ้น สภาขุนนางชั้นสูงจะส่งขุนนางผู้ทรงคุณวุฒิไปยังแนวหน้า​ในฐานะอุปราชไว้อยู่แล้ว"
 
แม้ฉันจะเผยแพร่ข้อมูลที่ได้รับจากท่านมาร์เกรฟเฟรเช่ไปยังชายแดนตะวันออกโดยด่วนแล้ว แต่กองทัพก็ทำได้เพียงเตรียมความพร้อมรับมือ​กับสิ่งที่จะเกิดขึ้นล่วงหน้า ไม่อาจเคลื่อนไหวได้
 
มีสายการบังคับบัญชาสามสายที่แยกกันสำหรับทหารที่ชายแดนในปัจจุบัน กลุ่มแรกและกลุ่ม​ใหญ่สุดคือ กองทัพหลวงที่บัญชาการโดยท่านมาร์ควิสโรเลนท์เซอร์ กลุ่มที่สองประกอบด้วยท่านเอิร์ลไอน์สบาร์คและอัศวินของเขา รวมถึงทหารสามัญที่ป้อมยุกก์เฟน่า และกลุ่มที่สามคือ กองทัพของเหล่าขุนนางชายแดน ก็คือกองทัพท่านมาร์เกรฟกีนาสและกองทัพคาลเดีย
 
เพียงหนึ่งเดียวที่ได้รับอนุญาตให้เคลื่อนไหวและโจมตี​อย่างอิสระโดยไม่ต้อง​มีพระราชานุญาตคือ กองทัพหลวง แน่นอน​ว่าในระหว่างสงคราม อีกสองกลุ่มต้องได้รับพระราชทาน​พระราชานุญาตเพื่อต่อกรและขัดขวางการโจมตีของรินดาร์ล กล่าวคือพวกเขาไม่ได้รับอนุญาตให้ตัดสินใจปะทะกองทหารของรินดาร์ลด้วยตัวเอง
 
.....กฎหมายที่เกี่ยวกับการสงครามในอัร์คเซียนั้นค่อนข้างซับซ้อน เป็นเพราะอัร์คเซียใช้กลยุทธ์การป้องกันเป็นหลัก ทว่าในยามศึกก็มีข้อกำหนดอนุญาตให้รุกรานประเทศอื่นได้ หากแต่ต้องได้รับพระราชทานพระราชานุญาตในการโจมตีกองทหารหรือดินแดนของข้าศึกก่อน และให้บุกรุกแต่เพียงประเทศที่โจมตี​พวกเราเท่านั้น กฎหมายประเภทนี้ถูกบังคับใช้ เพราะอัร์คเซียมองว่าตัวเองเป็นประเทศที่ไม่ก้าวร้าว ขณะยังหลงเหลือข้อบัญญัติในการโจมตีประเทศข้าศึก หากพวกเราถูกโจมตีก่อนไว้
 
ประมวลศักดิ์สิทธิ์อันเป็นต้นตอของกฎหมายแห่งอัร์คเซีย ไม่มีระบุถึงเรื่องการขอพระราชทาน​พระราชานุญาต อย่างไรก็ตาม เพื่อไม่ให้เกิดสงครามและความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านที่เลวร้ายลง กฎหมายที่ว่าจะไม่มีการรุกรานจึงถูกตราขึ้น
 
......ปัจจุบัน ศัตรูกำลังจะใช้ทหารทาสจากประเทศที่ปราชัย บังคับเกณฑ์ทหารมา ฉันคิดว่า​เรื่องนี้​อาจส่งผลกระทบ​ต่อขวัญกำลังใจของกองทัพ​หลวง กองทหารที่ใหญ่ที่สุดบนพรมแดน และเพื่อป้องกันไม่ให้เรื่องนี้เกิดขึ้น — องค์กษัตริย์ หรืออย่างน้อยก็ผู้ที่เกี่ยวข้องกับพระองค์ควรจะเสด็จเยี่ยมเยียนและปลอบขวัญเหล่าทหาร นั่นจะเป็นสิ่งที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการปฏิบัติงานเพื่อเพิ่มขวัญกำลังใจ
 
พิจารณาจากขนาดของสงครามแล้ว อันที่จริงควรจะเป็นผู้ที่มีศักดิ์สูงอย่างเกรซหรือเจ้าชายรัชทายาท........ แต่มันสุ่มเสี่ยงเกินไป สภาขุนนางจะขอประนีประนอมและส่งเอริคมาแทน นั่นคือกรรมวิธี​ที่จะทำให้การเสนอญัตติ​ของฉันผ่านความเห็น​ชอบ​แม้กระทั่ง​ในสภาขุนนางชั้นสูง
 
นอกจากนี้ ในถ้อยคำสุภาพและวาทศิลป์ตามกรอบประเพณีของจดหมายคำร้องอย่างเป็นทางการที่ทูลเกล้าฯ ถวายแก่ท่านอาร์ชดยุค ฉันได้เปรยเป็นนัยว่าล่วงรู้ปัญหาซ่อนเร้นในตระกูลของพระองค์ท่านไว้ นึกถึงข้อมูลที่ราโทก้าให้มาแล้ว ฉันก็ยิ้มหยัน ท่านมาร์ควิสโรเลนท์เซอร์เกลียดเรื่องอื้อฉาวยิ่งกว่าสิ่งใด ฉันใด ท่านอาร์ชดยุคเองก็คงไม่ทรงโปรดกับเรื่องฉาวโฉ่ ฉันนั้น
 
ดังนั้นก็แน่นอนว่าท่านอาร์ชดยุคจะทรงไม่จุ้นจ้านในการส่งเอริคไปปลอบขวัญทหาร พระองค์ถูกบีบบังคับให้ต้องส่งเอริคมาแล้ว
 
ฉันเป็นส่วนหนึ่งในสังคมขุนนาง ดังนั้น​ฉันก็จะจัดการปัญหานี้เยี่ยง​ขุนนาง .......การชักใยเอริคไปสู่สถานการณ์ที่ข่มบังคับให้เขาต้องกระเดือกเกียรติยศและคำสบประมาทที่เคยปรามาส​เหล่าทหารลงไป
 
หลังจากที่เอริคถูกส่งไปชายแดน ฉันจะขอให้เขาถอนคำพูดก่อนหน้านี้ และถ้าเขายังไม่ทำอีก มันก็จะกลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับท่านอาร์ชดยุคที่ทรงต้องแก้ไขปัญหาครอบครัวด้วยตัวพระองค์เองแล้ว และนอกจากนั้น ด้วยเรื่องนี้ก็คงช่วยปลดเปลื้องอารมณ์ฉุนเฉียวที่แก้ไม่ได้ของเอริคไปบางส่วน หรือ​บางทีก็อาจจะแก้ไขปัญหาบุคลิกของตัวเขาไปพร้อมกับการจัดการปัญหาทั้งหมดนี้ได้ในคราเดียว
 
นั่นสินะ คิด ๆ ดูแล้ว ก็เหมือนฉันกำลังวางแผนการร้ายอยู่เลยแฮะ
 
แปลกจัง ทั้งหมด​ที่ฉันจะทำ มันก็คือสิ่งที่คิดว่าดีที่สุดในการรักษาเสถียรภาพของประเทศเท่านั้นเอง​นี่นา



NEKOPOST.NET