[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta. ตอนที่ 17 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta.

Ch.17 - 17 เอลีส เชอร์สโตก้า


เป็นเพราะเด็กกำพร้าจากหมู่บ้านซีริลในอาณาเขตคาลเดียได้ปาหินใส่ท่านไวส์เคาน์เตสคาลเดีย และทำให้เธอพลัดตกลงจากหลังม้า ชาวบ้านหลายคนจะต้องถูกโทษทัณฑ์และรับผิดชอบในเรื่องนี้
 
เด็กคนที่ถูกตั้งคำถามว่าเป็นผู้กระทำความผิดจะถูกมัดใส่ในถุงกระสอบปอและทิ้งลงในแม่น้ำ ในขณะที่เหล่าผู้จ้างวานเด็กคนนั้น, ผู้ที่เด็กคนนั้นอยู่อาศัยด้วย และชาวบ้านคนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องจะต้องโดนประชาทัณฑ์จากคนในหมู่บ้านที่เหลืออยู่ นั่นคือข่าวลือที่แพร่สะพัดไปยังเมืองหลวงหลังจากที่งานฉลองวันเกิดของฉันจบลง
 
อาณาเขตคาลเดียไม่มีอะไรที่โดดเด่นนัก อย่างไรก็ตามเรื่องอื้อฉาวของท่านลอร์ดออร์วิลล์ คาลเดียผู้ป่าเถื่อนและครอบครัวที่ตายจากการโดนวางยาพิษ มีเพียงธิดาคนเล็กสุดเท่านั้นที่มีชีวิตรอด ทำให้น้องชายของท่านมาร์ควิสริตเทอร์เกาว์กลายเป็นผู้คุ้มครองของเธอ ได้เป็นเหตุการณ์ที่ใหญ่โตที่สุดในช่วงสามสิบปีที่ผ่านมาที่บรรดาขุนนางในเมืองหลวงผู้มีเวลาว่างมากพอที่จะพูดคุยนินทากันถึงเรื่องนี้และให้ความสนใจมายังอาณาเขตคาลเดีย
 
"— และดูเหมือนว่านั่นจะเป็นภาพรวมในปัจจุบันของอาณาเขตคาลเดียที่เมืองหลวง"
 
"ขอบคุณสำหรับความเหนื่อยยาก คามิล แม้ว่ามันจะอยู่ในความคาดหมายอยู่แล้ว แต่ว่าพวกเขารู้เรื่องกระทั่งของเด็กกำพร้าคนนั้น นั่นก็หมายความว่าสภาขุนนางก็คงจะไม่ได้มีอะไรที่ดีไปกว่าการสนใจเรื่องพรรค์นี้เลย คิดแล้วมันน่าหดหู่ใจนัก"
 
หลายวันก่อน เมื่อท่านเอิร์ลต้องไปเข้าร่วมประชุมที่สภาขุนนาง คามิลซึ่งเป็นหนึ่งในบริวารติดตามเขาไปยังเมืองหลวงเป็นครั้งแรก แม้ว่าฉันจะเป็นขุนนางเช่นกัน แต่ฉันก็ยังไม่สามารถเข้าร่วมสภาขุนนางได้ในขณะที่ฉันอายุเพียงแค่หกขวบเท่านั้น แต่นี่มันหมายความว่าในที่สุดท่านเอิร์ลก็ตั้งใจที่พาฉันไปยังเมืองหลวงในเร็ว ๆ นี้แล้ว
 
สภาขุนนาง ก็เป็นเหมือนกับหน่วยงานของรัฐบาลโดยเหล่าขุนนางชาวอัร์คเซียที่เป็นขุนนาง​สืบสาย​โลหิต​ มันคือรัฐบาลที่มีอำนาจรองจากกษัตริย์ และสามารถทำหน้าที่ด้านกฏหมายและการบริหารต่าง ๆ ได้ นอกเหนือจากการพิจารณาคดีที่เหลืออยู่ในศาสนจักร
 
และต้องขอบคุณการดำรงอยู่ของสภาขุนนาง เพราะมันมีเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้นล่ะที่เหล่าขุนนางชาวอัร์คเซียที่ได้จะมาพบปะสมาคม เรื่องทางการทูตหรือการเมืองน้อยมากที่จะได้รับการดำเนินการจริง มันได้กลายเป็นสถานที่สำหรับเหล่าขุนนางที่นิยมความสนุกและต้องการแสดงอำนาจของตน ช่างห่างไกลจากค่านิยมของศาสนจักรที่ว่าเป็นการดำรงอยู่เพื่อสร้างความพึงพอใจด้วยความเที่ยงธรรมเสียจริง
 
"นั่นก็เป็นเพราะว่าความตื่นข่าว​ของซาร์มันเปราะบางมากเลยล่ะซี่ ?"
 
"ตื่นข่าว​อะไรกันเล่า ไร้มารยาท"
 
คามิลยังคงงี่เง่าตามปกติ จนฉันต้องนวดรอยย่นที่หว่างคิ้ว ฉันเคยบอกมาก่อนแล้วว่าฉันยอมให้อภัยกับความไร้ความเคารพของเขาและเพราะว่าฉันมีความทรงจำจากชาติก่อน ฉันจึงคิดว่ามันจะง่ายกว่าที่จะรับความเห็นที่ไม่เป็นทางการแทนที่จะเปลี่ยนแปลงมัน ในที่สุดฉันก็สามารถจัดระเบียบความรู้สึกของตัวเองได้แล้วเมื่อเร็ว ๆ นี้
 
ฉันจดสรุปคร่าว ๆ ที่ได้รับจากคามิลลงในแผ่นกระดาษหนัง จัดเรียงมันไว้บนโต๊ะทำงานของฉัน และลุกออกจากเก้าอี้ แสงอาทิตย์ที่สาดส่องทะลุหน้าต่างบานหนาให้ความอบอุ่น ทำให้ฉันง่วงงุน เมื่อเร็ว ๆ นี้ลมเย็นเฉื่อยของฤดูใบไม้ผลิได้พัดผ่านไปแล้ว และช่วงเวลาอันยาวนานของแสงอาทิตย์ในฤดูร้อนก็มาแทนที่
 
ฉันวางหัวของตัวเองบนท้องของราชีออคในขณะที่มันนอนหลับบนขอบหน้าต่าง รู้สึกได้ถึงเกล็ดวาววับของมันสัมผัสกับแก้มเมื่อมันหายใจ ราชีออคตื่นขึ้นอย่างหงุดหงิดเมื่อการงีบหลับของมันถูกรบกวน แต่กระนั้นมันก็กางปีกออกและห่มปกคลุมร่างกายของฉันไว้ ก่อนที่ฉันจะรู้สึกตัว ปีกของมันก็กว้างเพียงพอที่จะคลุมร่างเล็ก ๆ ของฉันได้มิดแล้ว ทั้งที่ปีกของมันเคยยาวเพียงแค่แขนของคามิลในตอนที่มันมายังคฤหาสน์นี้ อัตราการเจริญเติบโตของมันพัฒนาไปอย่างรวดเร็วทีเดียว
 
"ซาร์ เจ้าหลับงั้นเหรอ ?"
 
"เปล่า ข้าแค่พักนิดหน่อย ไปดูว่าเอลีสกำลังทำอะไรก่อนจะเที่ยงวันกันเถอะ"
 
 
 
 
 
— ผู้พักอาศัยในคฤหาสน์โกลเด้นฮิลส์เปลี่ยนแปลงในทันทีหลังจากการฉลองวันเกิดของฉัน
 
แม่นมของฉันถูกเปลี่ยน, เด็กผู้หญิงสองคนที่ได้รับการต้อนรับเป็นเพื่อนของฉัน และคามิลก็มีห้องส่วนตัวของเขาแล้ว
 
อย่างไรก็ตาม หนึ่งในเด็กผู้หญิงนั้น "ป่วยหนักและต้องพักฟื้นไข้หลังจากที่เธอมาถึงแล้ว" — มันเป็นเรื่องราวแบบนั้น
 
"อาหารเป็นยังไงบ้าง เอลีส?"
 
"....." 
 
หนึ่งในห้องที่ลึกที่สุดของคฤหาสน์ ฉันทักทายเด็กน้อยที่นอนอยู่บนเตียง แม้ว่าฉันจะบอกว่าเขาเป็นเด็กน้อย แต่เขาก็โตกว่าฉันถึงสามปี และเพราะว่าร่างที่ขาดสารอาหารของเขา มันเลยทำให้เขาดูไม่ได้โตกว่าฉันเลยล่ะนะ แม้ว่าในตอนนี้เขาจะได้รับการดูแลเป็นอย่างดีทุกวัน แต่มันก็ยังมีอะไรบางอย่างที่ยังทำให้เขาดูไม่เชื่อง ไม่ว่าจะเป็นผมสีดำและดวงตามืดมนที่มีประกายวาววับจ้องมายังฉัน ถุงมือที่ปกปิดนิ้วมือของเขาและชุดกระโปรงที่เขาสวมดูแล้วไม่ได้เข้ากับ​ภาพลักษณ์ของเขาสักนิด
 
"พ่อครัวนาธานกังวลเกี่ยวกับเจ้ามากนะ และกระทั่งเก็บเรื่องตัวปัญหาอย่างเจ้าไปครุ่นคิด ถ้าเจ้าไม่กินอาหารอย่างเหมาะสม เจ้าก็จะไม่มีแรงมากพอที่จะบีบคอข้าหรอกนะ 'เอลีส'"
 
เสียงโลหะสั่นสะเทือนดังก้องกังวาน คามิลวางมือลงบนไหล่ของฉันอย่างแผ่วเบาจากข้างหลัง ท่าทางเขาลังเลที่จะยับยั้งฉันจากบางสิ่งที่หุนหันพลันแล่น บนเตียงในห้องที่มืดสลัว เด็กน้อยคนหนึ่งกำลังตัวสั่นเทิ้มไปด้วยความโกรธ
 
".....น่ารำคาญจริง แล้วก็ ชื่อของข้าไม่ใช่เอลีส ข้าชื่อราโทก้า"
 
"ไม่ ผิดแล้ว เจ้าเด็กกำพร้าที่ชื่อราโทก้าจากหมู่บ้านซีริลได้ถูกประหารชีวิตไปแล้ว เจ้าคือเอลีส เชอร์สโตก้า ผู้เป็นเพื่อนเล่นของข้า และเป็นเด็กผู้หญิงที่จะพำนักในคฤหาสน์โกลเด้นฮิลส์แห่งนี้"
 
"ไม่ใช่ ! .....สักวันหนึ่งข้าจะฆ่าเจ้าให้ได้เลย !!"
 
โซ่ของเขาส่งเสียงลั่นกังวาล ฉันหัวเราะให้กับจิตวิญญาณที่แข็งกร้าวที่ตะโกนใส่ฉันของเขา "เจ้าทำเกินไปแล้วนะ" คามิลบอกฉันด้วยการบีบไหล่ของฉันแน่น
 
"เจ้า ท้ายที่สุด เจ้ามันก็แค่ไอ้ขี้ขลาดที่ไม่กล้าแม้แต่ฆ่าข้า !"
 
"ก็นะ ข้าไม่เข้าใจว่าเจ้ากำลังพูดเรื่องอะไรอยู่ เจ้าคือสหายคนสำคัญของข้าที่มาเยี่ยมข้าที่คฤหาสน์ ทำไมข้าจะต้องฆ่าเจ้าด้วยล่ะ?"
 
ด้วยความโกรธจัด เขาปาหมอนมาทางฉัน แต่เพราะว่ามันอัดแน่นไปด้วยขนนก มันจึงตกลงอย่างเงียบ ๆ กับพื้นก่อนที่จะมาถึงฉัน
 
"ไปบอกให้นาธานเตรียมอะไรที่มันทานได้ง่ายหน่อยน่าจะดี เพราะว่าเธอไม่สามารถลงมาจากเตียงได้ อย่าทำอาหารที่มันทานลำบากนักจะดีกว่า เนอะ 'เอลีส' ?"
 
"หุบปากไปซะ !"
 
เมื่อได้ยินเขาแผดเสียงร้อง ฉันก็สงสัยว่าถ้าเขาเส้นเลือดสมองแตกขึ้นมาจะทำยังไงกัน ฉันออกมาจากห้องที่มืดสลัวนั้น ฉันใช้วิธียั่วยุเขาง่าย ๆ แต่ตราบใดที่มันจะทำให้เขายอมกินอาหาร นั่นมันก็ดีแล้วล่ะ
 
แต่ว่านะ คามิลจะเอามือวางบนไหล่ของฉันไปนานแค่ไหนกันน่ะ ? มือของเขายังไม่ได้เอาออกไป เมื่อฉันมองไปที่เขาเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น เขาก็อ้าปากอย่างลังเล
 
".......เอ่อ เจ้าก็รู้ ซาร์ ทำไมเจ้าจึงตัดสินใจที่จะปล่อยให้เด็กคนนั้นอยู่ใกล้เจ้าเป็นพิเศษกันล่ะ ? เจ้าอาจจะถูกฆ่าในยามหลับก็ได้นะ"
 
"มันไม่ใช่ว่าข้าให้เขาอยู่ใกล้ข้าเป็นพิเศษ ที่ข้าปล่อยให้เขายังมีชีวิตอยู่ก็เป็นเพราะนัยน์ตาสีแดงก่ำ​ของเขามันจะเป็นประโยชน์ได้ เจ้าสามารถโป้ปด​ผู้คนได้ด้วยสีของเรือนผม แต่สีของนัยน์ตาเท่านั้นที่ไม่อาจเปลี่ยน แม้ว่าเขาอาจกลายเป็นผู้ติดตามที่ไม่น่าไว้วางใจ ทว่ามันก็มีหนทางที่พอจะใช้เขาเป็นเครื่องมือได้"
 
เมื่อฉันกล่าวแบบนั้น ฉันก็เห็นบางสิ่งที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อนในนัยน์ตาของคามิล เขาขมวดคิ้วของเขาขณะที่คิดอะไรบางอย่าง แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม มันไม่ได้ดูเหมือนว่าเขาจะประณามฉันสักนิด มันคืออะไรกันนะความรู้สึกนี้ ฉันประหลาด​ใจ แม้ว่าบางทีฉันอาจจะเคยรู้จักมันมาจากชาติก่อน แต่สำหรับฉันในตอนนี้แล้วฉันคิดไม่ออกเลยจริง ๆ
 
ลมแรงพัดกระหน่ำที่ข้างนอกหน้าต่าง ใบไม้สั่นไหวลั่นเสียงดังกรอบแกรบ
 
"......ถ้านั่นเป็นข้ออ้าง นั่นหมายความว่าเจ้าคิดว่ามันไม่จำเป็นที่ต้องบอกข้า"
 
"งั้น ข้าไม่ฆ่าเขาก็เพื่อที่จะใช้งานเขา เพราะว่าข้าต้องการให้เขายอมรับข้า ข้าจึงปล่อยให้เขาอยู่ข้างกายข้า เจ้าพอใจแล้วหรือยัง คามิล"
 
ความเงียบงันปกคลุมห้องโถง มือของคามิลก็ผละจากไหล่ของฉัน ฉันเห็นเขากำหมัดแน่น มันดูเหมือนว่าเขาไม่ชอบที่ฉันจ้องมอง เขาจึงเบี่ยงสายตาออกไป ฉันสงสัยว่าเขาคงจะผิดหวังในตัวฉัน ณ ตอนนี้
 
เขาสามารถคิดอะไรก็ได้ที่เขาต้องการจะคิด และพวกเราก็อยู่ภายใต้บรรยากาศที่แปลกประหลาดต่อไป มันไม่ใช่เพียงแค่ห้องของ "เอลีส" เท่านั้นที่เราจะไป ขณะที่พวกเราเดินต่อไปในความเงียบที่ดูไม่เป็นธรรมชาติ บางสิ่งหนัก ๆ ก็วางทาบบนศีรษะของฉัน มันลูบบนเส้นผมของฉันไปมา และฉันก็ตระหนักได้ว่ามันเป็นมือของคามิล
 
จากมือของเขาที่ราวกับว่ากำลังปลอบโยนฉัน ฉันก็จดจำความรู้สึกที่ฉันเห็นในนัยน์ตาของคามิลก่อนหน้านี้ได้ในที่สุด มันคือความเวทนา คามิลรู้สึกเวทนาฉัน
 
แต่ทำไมเขาถึงจะต้องรู้สึกแบบนั้​น​ เรื่องนั้นฉันยังคงคิดไม่ออก



NEKOPOST.NET