NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta.

Ch.168 - 20 เรื่องราวของประเทศทางใต้


หลังจากเวลาผ่านไปอีกสักพักหนึ่ง ก็ได้เวลาสำหรับผู้จัดงานและเจ้าภาพของงานเลี้ยงนี้ สมาชิกตระกูลท่านอาร์ชดยุคออกมาและตรัสทักทายกับพวกเรา เพราะว่ามีแขกเหรื่อมากมาย ในฐานะของเอิร์ลผู้น้อยที่พุ่งพรวดมาอย่างฉันจึงได้รับอนุญาตเกือบจะเป็นคนสุดท้าย
 
"ขอพระราชทานกราบทูลทราบฝ่าพระบาท เป็นเกียรติแก่ข้าพระองค์ที่ได้รับเชิญร่วมงานเลี้ยงวันคล้ายวันประสูติของโอรสในใต้ฝ่าพระบาทในค่ำคืนนี้ ข้าพระองค์ขอพระราชทานพระวโรกาสนี้ อาราธนายังองค์มิโซรัวเทวาทรงบันดาลพรอำนวยโชคแก่ท่านเลเบอเรคต์ และวงศ์ตระกูลโดวาดายน์สืบไป"
 
"ขอบใจเป็นอย่างมาก ท่านเคาน์เตสไอน์สบาร์ค"
 
"ข้ายินดีเป็นอย่างมากที่ท่านมาร่วมงานในคืนนี้เพื่อน้องชายข้า ปลดระวางความกดดันภายในจากโรงเรียนขุนนางเถิด ข้าหวังว่าท่านจะรื่นเริงกับมหรสพภายในงานราตรีนี้นะ"
 
ท่านอาร์ชดยุคมีนัยน์ตาสีฟ้าเหมือนของโอรสของเขาและเพียงตอบรับฉันอย่างคร่าว ๆ ขณะที่เกรซเข้ารับหน้าที่และกล่าวทักทายฉันเล็กน้อยอย่างเป็นทางการตามขนบมารยาท เอริคที่ยืนอยู่ข้างหลังพวกเขาเล็กน้อย หลีกเลี่ยงสายตาของฉันและเงียบงัน ส่วนท่านอาร์ชดัชเชสซึ่งประทับอยู่ข้างท่านอาร์ชดยุคก็ไม่กล่าวสิ่งใด ขณะที่เลเบอเรคต์ซึ่งนั่งอยู่ตรงกลางให้ความรู้สึกว่าเขาไม่สบายใจอย่างมากที่อยู่ที่นี่ เพราะเห็นได้ชัดเจนในที่สาธารณะเช่นนี้เลยว่าเอริคไม่ได้เก็บงำความบาดหมางภายในครอบครัวสักนิด
 
กระทั่งออกมาจากจุดที่ตระกูลท่านอาร์ชดยุคประทับอยู่แล้ว ฉันก็ลอบสังเกตพวกเขาสักพักหนึ่งในระยะห่าง ขณะที่พวกเขาทักทายขุนนางคนอื่น ๆ ก็ดูเหมือนว่าจะมีเจรจาคำสองคำกันบ้างระหว่างท่านอาร์ชดัชเชส ยกเว้นแต่การพูดคุยกับเอริค หากจะมีบ้างที่เขาพยักหน้า แต่ฉันก็บอกได้เลย แม้จะอยู่ห่างไกลว่าเขามีสีหน้าตึงเครียด
 
"—เอ๊ะ ท่านไวส์เคาน์เตสคาลเดีย ไม่สิ ท่านเคาน์เตสไอน์สบาร์ค"
 
ทันใดนั้นเสียงหนึ่งก็แทรกความคิดและใบหน้าที่คุ้นเคยเข้าในครรลองสายตาของฉัน
 
นั่นคือ คอร์เนล บุตรชายคนเล็กของท่านมาร์เกรฟเฟรเช่ ที่ควงคู่มากับคู่หมั้นของเขา เฟเรีย ร็อกเชีย และเมื่อเห็นฉันจึงเข้ามาทักทาย
 
ฉันประหลาดใจเล็กน้อยที่บุตรชายคนที่สามของท่านมาร์เกรฟเฟรเช่ได้รับเชิญด้วย แต่ก็สังเกตเห็นผู้ที่คล้ายจะเป็นพี่ชายทั้งสองของคอร์เนลอยู่ข้างหลังเขา ฉันจำได้ว่าพี่ชายทั้งสองของเขาต่างเป็นบารอน นั่นหมายความว่าคอร์เนลที่ยังไม่มีบรรดาศักดิ์ คงมาที่นี่ด้วยการติดตามพวกเขามา
 
"สบายดีนะครับ ท่านเคาน์เตสไอน์สบาร์ค"
 
".........ไม่ได้พบกันนานทีเดียวนะคะ ท่านคอร์เนล ท่านเฟเรีย มันง่ายที่จะสับสนกับสมาชิกตระกูลไอน์สบาร์คคนอื่น ท่านเรียกข้าว่าคาลเดียอย่างแต่ก่อนเถอะค่ะ"
 
"นั่นสินะ ถ้างั้นข้าเรียกท่านเคาน์เตสคาลเดียแล้วกัน นึกไม่ถึงว่าจะได้พบที่นี่ ก่อนหน้านี้ข้าเพิ่งนึกอยากจะติดต่อท่านพอดี"
 
"มีเรื่องอะไรงั้นหรือคะ ?"
 
ถ้าคอร์เนลต้องการติดต่อกับฉัน ฉันก็นึกได้แต่อะไรจำพวกงานวิวาห์ของพวกเขาที่จะจัดขึ้น แต่จากสถานการณ์แล้ว ฉันเดาว่าคงเป็นท่านมาร์เกรฟเฟรเช่มากกว่าล่ะมั้ง
 
"แม้แต่ในภูมิภาคเฟรเช่ พวกเราก็ยินเสียงเลื่องลือถึงความสัมฤทธิ์ผลของท่านเคาน์เตสคาลเดียที่ชายแดนตะวันออก — บิดาข้าดูจะเป็นกังวลเกี่ยวกับกลุ่มประเทศเล็ก ๆ ทางใต้ ดังนั้นพวกเราจึงอยากจะติดต่อกับท่านลอร์ดในภูมิภาคยุกก์เฟน่าไว้น่ะครับ"
 
กลุ่มประเทศเล็กประเทศน้อยทางใต้ ...... ฉันเอียงศีรษะตัวเองให้กับหัวข้อที่ไม่ได้คาดคิด
 
เนื่องจากตำแหน่งที่ใกล้กัน ฉันจึงให้ความสนใจเฉพาะพรมแดนตะวันออก แต่แท้จริงแล้วอาณาเขตคาลเดียเป็นอาณาเขตชั้นในที่ประกบอยู่ทั้งพรมแดนตะวันออกและพรมแดนใต้ อย่างไรก็ตามการดำรงอยู่ของประเทศทางใต้นั้นก็ไม่มีอันตรายมากเท่ากับรินดาร์ล
 
ประเทศทางตอนใต้นั้นเป็นประเทศขนาดเล็ก ๆ แม้ว่าพวกเขาจะรวมตัวกันก็ไม่มากพอจะเป็นภัยคุกคามต่ออัร์คเซีย ในหมู่ประเทศเหล่านั้น มีประเทศใหม่ ๆ มากมายที่กำลังก่อตัวขึ้นจากประเทศเก่าที่ถูกทำลายจากการต่อสู้แบบประจัญบาน การพัฒนาประเทศจึงถดถอยไปมาก และทหาร, พลเมือง รวมถึงทรัพยากรของพวกเขาก็แทบจะไม่เพียงพอ
 
"ประเทศเหล่านั้นมีอำนาจขึ้นมาหรืออย่างไร เหตุใดเขาจึงเป็นกังวล ?"
 
"อ้า มันเห็นได้ชัดว่ารินดาร์ลกำลังไปยุ่มย่ามกับสงครามของประเทศทางใต้ บนพรมแดนทางตะวันออกเฉียงใต้ของรินดาร์ล มีบางประเทศที่กลายเป็นประเทศราชของรินดาร์ล"
 
การแทรกแซง เป็นอะไรที่ประเทศปิดอย่างอัร์คเซียไม่เคยข้องเกี่ยว แต่เดิมแล้ว เมื่อคิดถึงการป้องกันประเทศ มันก็สะดวกสำหรับอัร์คเซียหากประเทศต่าง ๆ จะก่อสงครามอย่างต่อเนื่องกัน และมันก็ยิ่งเป็นประโยชน์หากประเทศทางใต้ผลัดกันชนะและล่มสลาย ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลที่จะไปแทรกแซงพวกเขา ตามกฎหมายและศาสนาภายในประเทศเอง อัร์คเซียก็ไม่มีเป้าประสงค์ในการทำให้ความบาดหมางของพวกเขารุนแรงขึ้นด้วยเช่นกัน
 
"หากท่านมีเวลา ข้าก็อยากจะฟังรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้ค่ะ"
 
"เข้าใจล่ะ ให้การเฝ้าใต้ฝ่าพระบาทเป็นของพวกพี่ชายแล้วกัน แล้วพวกเราไปพบพ่อของข้ากันเลย"
 
"เดี๋ยวนะ คนที่อยากคุยกับข้าไม่ใช่ท่าน แต่เป็นท่านมาร์เกรฟเฟรเช่เหรอ ?"
 
ฉันตกใจที่ท่านมาร์เกรฟเฟรเช่ต้องการคุยกับฉันเป็นการส่วนตัว ฉันกระทั่งแสดงอาการไม่สุภาพออกไปเล็กน้อย หลงลืมมารยาทไปชั่วขณะ แต่คอร์เนลก็พยักหน้ายืนยันและกล่าว "พ่อบอกว่าแบบนั้นจะดีกว่าสำหรับเขา"
 
ฉันไม่รู้ว่าท่านมาร์เกรฟเฟรเช่จะได้ผลดีอย่างไรกับการคุยกับฉัน แต่ท่านมาร์เกรฟก็คงมีความสนใจของตัวเองที่ต้องการพิจารณา ตราบเท่าที่มันไม่มีผลเสียกับฉัน ก็คงไม่เลวร้ายนักที่รับฟังว่าเขาจะพูดอะไร
 
"........ทราบแล้วค่ะ ไปกันเลยเถิด"



NEKOPOST.NET