[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta. ตอนที่ 167 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta.

Ch.167 - 19 ทักษะการแสดงของเลขานุการสูงกว่าที่คาดคิด


งานเลี้ยง ณ ที่ประทับของท่านอาร์ชดยุคที่ฉันเข้าร่วมนั้นใหญ่โตยิ่งกว่างานเลี้ยงใด ๆ ที่เคยไปมาก่อน มีเพียงราชวงศ์เท่านั้นที่จะเป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงใหญ่โต แต่พวกเขาก็มักจัดอย่างมัธยัสถ์แทน ดังนั้นงานเลี้ยงของตระกูลท่านอาร์ชดยุคจึงอลังการที่สุดในอัร์คเซียทั้งหมดแล้ว
 
สถานที่จัดงานเลี้ยงก็ใหญ่โตชนิดที่น่าจะเอาคฤหาสน์คาลเดียมาตั้งในลานสนามอันโอฬาร​นี้ได้เลย มันมีพื้นที่กว้างขวางสำหรับบรรดาขุนนางทั้งหลายที่มารวมตัวกันที่นี่ในโถงทางเดิน, ห้องเสวย, ท้องพระโรง และกระทั่งห้องทรง​พระสำราญ ..........มันชวนให้​หน้ามืดนิดหน่อย​เมื่อคิดถึง​มูลค่าการบำรุงรักษาสถานที่แห่งนี้คงต้องเกินรายได้ภาษีประจำปีของคาลเดียไปแล้ว ทั้งหมดนี้ถูกสร้างขึ้นในพระตำหนัก​โดวาดายน์ เพื่อเป็นสถานที่ให้ความสำราญกับแขกบ้านแขกเมืองที่ไม่ได้มีส่วนร่วมในงานเลี้ยงยามค่ำทั้งหลายในอัร์คเซีย
 
"ท่านเอลิซ่า พวกเขามีกระทั่งเนื้อบาลโคว่าหายากด้วยล่ะค่ะ ! สมกับเป็นงานเลี้ยงของท่านอาร์ชดยุค"
 
"ข้าทราบครับ แต่ช่วยเก็บอาการด้วยเถิดครับ​ ท่านคลอเดีย อย่าลืมสิว่าท่านเป็นหญิงรับใช้อยู่นะครับ........"
 
ที่แห่งนี้กว้างขว้างมากชนิดที่ฉันยังไม่เจอขุนนางที่คุ้นเคยด้วยเลย เบลเวย์ตำหนิคลอเดีย​ซึ่ง​ดวงตาเป็นประกายยังอาหารละลานตาทั้งหลาย ขณะที่ฉันให้ราโทก้าไปนำอาหารปริมาณที่เหมาะสมมาให้และไปยังบริเวณที่ว่างเพื่อนั่งพัก
 
ก่อนจะถึงเวลาการทักทายปราศรัย​ของสมาชิกตระกูลท่านอาร์ชดยุค ยังคงมีสิ่งที่ฉันจำเป็นต้องจัดการ เติมกระเพาะตัวเองให้เต็มเสียก่อน — ขณะไม่คุ้นชินกับสถานที่ชุมนุมประเภทนี้ นัยน์ตาสีชาคู่นั้นเจิดจ้ายิ่งกว่าคลอเดีย
 
"จะมีบริกรนำอาหารมาบริการที่โต๊ะแน่ะ"
 
ราโทก้าที่แต่งกายเป็นบ่าวรับใช้ในวันนี้ นำเครื่องดื่มมาให้พวกเราและดื่มร่วมกัน ดูเหมือนว่าบรรดาข้ารับใช้ในงานเลี้ยงคืนนี้จะมีหน้าที่บริการเหล่าขุนนาง เพื่อให้เหล่าขุนนางได้สราญใจกับอาหารอันเลิศหรูโดยไม่ต้องเคลื่อนกาย หากเจ้านายอนุญาต ก็ดูเหมือนว่าพวกเขาจะสามารถร่วมการเต้นรำได้ด้วย
 
กฎปฏิบัตินั้นแตกต่างกันมากในงานเลี้ยงขนาดใหญ่เช่นนี้ เป็นเพราะแขกส่วนใหญ่ที่ได้รับเชิญต่างก็พาสมาชิกครอบครัวและข้ารับใช้มาร่วมงานพร้อมกัน
 
ในประเทศแห่งนี้ ขุนนางที่มียศถาบรรดาศักดิ์และญาติสนิทของพวกเขาเป็นศูนย์กลางของความสัมพันธ์ตามกฎหมาย อย่างเช่นก่อนที่คลอเดียจะเป็นอัศวินของฉัน หล่อนก็เป็นสมาชิกของตระกูลโรเลนท์เซอร์ หรือบุตรสาวและน้องสาวของอัศวินที่นั่นซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นชนชั้นสูง ส่วนเบลเวย์เองก็มีพื้นเพของขุนนาง ทว่าเขามาจากตระกูลสาขาที่ห่างไกลแทบจะไม่เกี่ยวข้องและไร้สถานะเช่นขุนนางอีก ตั้งแต่ผ่านมาหลายชั่วอายุคน ตระกูลของเขาก็ปราศจากชนชั้น​สูงแล้ว ตระกูลของเขาก็ถูกลิดรอนสถานะขุนนางไป
 
กฎหมายที่เข้มงวดเหล่านี้มีขึ้นเพื่อป้องกันการขยายตัวของชนชั้นสูงอย่างไม่จำเป็นและทำให้คุณค่านั้นเจือจาง แต่ก็ยังมีความสัมพันธ์ของ​ข้ารับใช้ในสังคมขุนนางอยู่ พิจารณาจากข้ารับใช้บางคนที่ยังเป็นเด็กน้อยจากตระกูลขุนนาง จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะห้ามไม่ให้ข้ารับใช้ทุก​คนทานหรือดื่ม เพราะข้ารับใช้ที่มีการศึกษาสูงก็ยังยากที่จะบอกได้ว่าเป็นผู้ที่มาจาก​ตระกูลขุนนางจริง ๆ ดังนั้นแล้วในงานเลี้ยงยามค่ำส่วนใหญ่ ข้ารับใช้จึงมักได้รับอนุญาตให้กินดื่ม รวมไปถึงการเต้นรำ ขณะที่รับใช้แขกเหรื่อทั้งหลายไปพร้อมกัน
 
"ก็ท่านเอลิซ่ามักอนุญาตให้ข้ากินได้ตามใจชอบทุกครั้ง มันก็เป็นเรื่องปกติสำหรับข้านี่นา พวกเรามีเจ้านายที่ดีเลยไม่ใช่หรือคะ ท่านเบอร์นาด"
 
"ใช่ ครับ แน่นอน นายท่านเอลิซ่าเป็นผู้ใจกว้างจริง ๆ แล้วก็ชื่อของข้าคือ เบลเวย์ ครับ"
 
ฉันรู้สึกคิดถึงการรับฟังปฏิสัมพันธ์แบบนี้ของพวกเขาจริง ๆ ขณะที่ฉันเริ่มลองอาหารบางอย่างที่ข้ารับใช้นำมาให้ ราโทก้าเองก็ลองอาหารที่สนใจ จิ้มส้อมลงในอาหารและมันก็หายเกลี้ยงไปในทันทีที่เข้าปากของเขา ขณะที่กินอย่างตะกละตะกลาม
 
พิจารณาจากบทบาทของ​เขาหลังจากนี้แล้ว ฉันก็คงต้องยอมจ่ายเป็นเบี้ยเลี้ยงพิเศษให้สักหน่อยแหละนะ
 
หลังจากที่พวกเรากินดื่มอะไรก็ตามที่อยากเสร็จ​สิ้น ฉันก็ยื่นแก้วไวน์ไปยังราโทก้าและเคาะแขนของเขาเบา ๆ
 
ราโทก้าลุกขึ้น ขณะที่ยังกินอยู่และก้าวถอยไปข้างหลัง จากนั้นเขาก็ชนเข้ากับบริกรที่ผ่านทางมา จนทั้งสองสะดุดล้มลงไปพร้อมกัน
 
พวกเขาเพียงจ้ำเบ้าเบา ๆ ไม่มีเสียง แต่ไวน์ในแก้วกระฉอกออกมาจากมือของราโทก้า เสียงซ่าสาดใส่เสื้อผ้าของทั้งคู่ที่ทรุดตัวอยู่บนพื้นหินอ่อน
 
เบลเวย์รีบกระโจนตัวขึ้นและเข้าช่วยเหลือแทนราโทก้าด้วยการเช็ดไวน์ บริกรดูจะยังนิ่งงันอย่างตกตะลึง เบลเวย์กล่าวถามทั้งคู่ว่าได้รับบาดเจ็บหรือไม่ ขณะทำหน้าแดงอย่างอับอายพร้อมกับโค้งคำนับขออภัย จากนั้นเขาก็กระชากตัวราโทก้าที่ยังคงจังงังจ้องมองบริกร​กับพื้นให้ลุกขึ้น
 
"นี่เป็นเพราะการกระทำอันไร้หัวคิดของตัวเจ้า สร้างความผิดพลาดในสถานที่แห่งนี้ — เจ้ากล้าดีอย่างไร ​ถึงทำให้นามของนายท่านต้องมลทิน​ !"
 
ด้วยเสียงตวาดลั่นของเบลเวย์ สายตาอยากรู้อยากเห็นก็เริ่มมองมายังพวกเรา
 
"ขะ ข้าผู้น้อยขอประทานอภัย——"
 
"ที่นี่คือท้องพระโรงในใต้ฝ่าพระบาท ท่านอาร์ชดยุค สามัญชนชั้นต่ำ​เยี่ยงเจ้าไม่มีสิทธิ์ปริปากโดยไม่ได้รับอนุญาต — เป็นความผิดพลาดอย่างแท้จริงที่มีไอ้โง่บัดซบ​เช่นเจ้าเป็นบ่าวไพร่ ชุดที่มอบให้เจ้ากลับทำแปดเปื้อน​ ไปซะ อย่ามาให้ข้าเห็นหน้าอีก จนกว่าชุดของท่านขุนนางและตัวเจ้าได้รับการชะล้างคราบโสโครกเหล่านี้แล้ว !"
 
เขากล่าวคำเหล่านั้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ ฉันใช้พ่อที่จากไปมาเป็นข้อมูลอ้างอิงสำหรับบทพูดของเบลเวย์ ทัศนคติของเขาที่มีต่อข้ารับใช้โดยไม่สูญเสียการควบคุมอารมณ์ของตัวเอง มักให้ความรู้สึกที่รุนแรงและไร้ความเห็นใจมากยิ่งกว่าเพียงเหน็บหนาว
 
เบลเวย์กล่าวขออภัยและถามขออนุญาตใช้สิ่งอำนวยความสะดวกของข้ารับใช้ในพระตำหนัก​ท่านอาร์ชดยุคเพื่อทำความสะอาดชุด บริกรคนนั้นยังคงดูสับสน แต่สุดท้ายเขาก็ชี้ทางให้
 
ราโทก้า — ที่ยังแสร้งตะลึงงันก็เดินติดตามบริกรคนนั้นหายไปจากครรลองสายตาของฉัน
 
ก็นะ เมื่อหลายปีก่อนราโทก้าเคยมีปัญหาด้านทักษะการสื่อสาร แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาจะแสดงละครได้เก่งทีเดียวนี่



NEKOPOST.NET