[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta. ตอนที่ 162 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta.

Ch.162 - 14 ก่อนจะรู้สึกตัว ฉันก็อยู่ในวังวนความสัมพันธ์ครอบครัวแล้วสิ


"......อื้ม อร่อย ข้าไม่เคยคิดว่าจะได้ลิ้มรสปลาหรืออาหารทะเลพื้นบ้านจากภูมิภาคโฟชูบาริที่เมืองหลวงแบบนี้เลยแฮะ"
 
"งั้นเหรอ ? ดีจังที่ได้ยินว่าเจ้าชอบ สำหรับปลา......โอกาสที่จะได้กินก็จำกัดนี่นะ เพราะมันยากในการขนส่งปลาทั้งหมดมายังเมืองหลวง ถ้าเจ้าได้ไปแถวทะเล มันจะอร่อยยิ่งกว่าที่เจ้ากินที่นี่เสียอีก"
 
"รสชาติของมันคงจะสดมากทีเดียว"
 
"ใช่ แล่เนื้อปลาเป็นชิ้นบาง ย่าง และปรุงรสด้วยน้ำส้มสายชูรูห์ม มันสดและอร่อยเป็นที่สุดแล้ว"
 
"กรีนเบอร์รี่กับน้ำมันออยโนเซร่าก็เข้าเคล้ากันนะครับ"
 
รูห์มและกรีนเบอร์รี่เป็นผลไม้รสเปรี้ยวจัดที่เติบโตในภูมิภาคโฟชูบาริและอูกาเรีย พวกมันมักจะนำมาทำเป็นแยมผลไม้, หมักเป็นน้ำส้ม หรือพายผลไม้
 
"งั้นเหรอ" ฉันพยักหน้า นึก​ถึงรสชาติที่คล้ายคลึงกันในโลกก่อนอย่างเลมอน แม้ฉันจะไม่สามารถรื้อฟื้นเนื้อหาของเกมอย่างเจาะจงได้ชัดเจนนัก แต่ความคิดของฉันก็จะผุดความจำที่ไม่มีนัยสำคัญใดอย่างเช่นตอนนี้ มันทำงานยังไงกันแน่นะ เอาเถอะ ในชาติก่อนฉันก็เพียงเล่นเกมนี้เพื่อฆ่าเวลานี่นะ มันก็เป็นเรื่องปกติที่ง่ายกว่าในการระลึกเรื่องทั่วไปในชีวิตประจำวัน
 
"เอ้านี่ รูห์มพาย เจ้ายังมีที่ว่างในท้องอยู่ใช่ไหม ?"
 
"อ้า ข้าเคยได้ยินนะ แต่ไม่เคยกินมาก่อนเลย ขอสักชิ้นแล้วกัน"
 
"ได้" เซเฟอร์มอบชิ้นพายให้กับฉันและแลกเปลี่ยนสีหน้ากับลูเซียสอย่างสะกัดกลั้นเสียงหัวเราะของตัวเอง แม้จะรู้สึกข้องใจเล็กน้อย แต่ฉันก็ส่งชิ้นพายเข้าปากตัวเองและเคี้ยว
 
"..............................อื้อ......!!"
 
รสชาติเปรี้ยวเกินกว่าจินตนาการแผ่ซ่านไปทั่วทั้งปาก ความเปรี้ยวสุด ๆ อย่างที่ไม่เคยลิ้มรสมาก่อน มันเป็นรสชาติที่โดดมาก ไม่สิ มันไม่ได้เปรี้ยวจี๊ดนักตอนที่อยู่ในปาก แต่มันเปรี้ยวจัดจากกรด
 
พอเห็นปฏิกิริยาของฉัน เซเฟอร์ก็ระเบิดเสียงหัวเราะลั่น แม้จะคิดค้อนมองเขา แต่ฉันก็เปลี่ยนใจและปรับสีหน้าตัวเอง พร้อมตัดสินใจหั่นชิ้นพายส่วนที่เหลือต่อ เพราะว่าแป้งพายมีรสชาติหวาน และเมื่อได้รับรู้รสเปรี้ยวจัด ฉันก็สามารถกินได้อย่างเอร็ดอร่อยมากขึ้นแล้ว
 
"คาลเดีย เป็นไง ? เลิศรสใช่ไหมล่ะ ?"
 
"........ข้าตกใจนิดหน่อยกับความเปรี้ยวของมัน แต่ ใช่ อร่อยมาก"
 
"ทุกคนที่ได้ลองรูห์มครั้งแรกก็จะทำท่าเหมือนกับเจ้าเมื่อกี้แหละ โทษที แต่ถ้าข้าบอกเจ้าว่าเปรี้ยวแค่ไหน เจ้าก็คงเตรียมใจไว้และมันก็จะไม่เปรี้ยวปปานนั้น ถึงอย่างไรรสชาติหลักของพายนี่มันก็ไม่ใช่แค่ความเปรี้ยวของรูห์มล่ะนะ"
 
"พวกเด็ก ๆ จะถูกห้ามไม่ให้กินรูห์ม ทุกคนในโฟชูบาริต่างก็กินมันครั้งแรกในช่วงที่โตเป็นวัยรุ่นแล้ว ข้าเองก็เพิ่งจะได้ลองมันครั้งแรกเมื่อไม่กี่วันก่อนนี่เองครับ แต่ไม่เหมือนกับท่าน ข้าได้ยินมาหนาหูอยู่แล้วว่ามันเปรี้ยวแค่ไหนน่ะ"
 
อย่างนี้นี่เอง ฉันพยักหน้าและรับแก้วไวน์ที่ลูเซียสยื่นให้เพื่อล้างปาก มันอร่อยจริง ๆ แต่ฉันก็รู้สึกอยากจะล้างกรดเปรี้ยวออกจากปากตัวเอง
 
..........นี่มันน่าสนใจมาก ฉันต้องทำให้ร่างแยกของฉัน ราโทก้า ได้ลิ้มลองเจ้านี่บ้างแล้ว ฉันไม่อยากมีประสบการณ์เปรี้ยวจี๊ดแบบนี้คนเดียวหรอกนะ แม้ว่ามันจะทั้งเปรี้ยวและชวนน้ำลายสอในเวลาเดียวกันก็เถอะ
 
"ท่านเซเฟอร์ ท่านลูเซียสคะ"
 
เด็กสาวที่ดูจะเป็นวัยรุ่นจับชายชุดกระโปรงของเธอเดินเข้ามาใกล้พวกเราในเวลานั้น ตัดสินจากตราสัญลักษณ์ที่ถูกปักบนชุดของเธอ เธอคงจะมาจากตระกูลสาขาของตระกูลโมลตัน เซเฟอร์และลูเซียสเชื้อเชิญญาติของพวกเขาอย่างอบอุ่นและแนะนำเธอให้ฉันคร่าว ๆ อย่างไรก็ตามคงเป็นเพราะสถานะทางสังคมที่ด้อยกว่า ฉันจึงได้รู้เพียงแค่ว่าเธอชื่อ เยลช่า
 
"ว่าไง เยลช่า มีอะไรเหรอ ?"
 
"มีข้อความจากนายท่านที่อยู่ในห้องโถงเอกเจ้าค่ะ ท่านว่าสมควรแก่เวลาไปยังห้องโถงเอกเพื่อเริงลีลาศแล้ว และหลังจากที่ท่านทั้งสองเต้นรำปาวาน[1]เสร็จให้ไปยังห้องอาหารเอก........ โดยเฉพาะท่านลูเซียส เพราะท่านเป็นตัวชูโรงของค่ำคืนนี้ ได้โปรดใช้เวลาในห้องโถงให้มากสักเล็กน้อยด้วยเถิดค่ะ"
 
เซเฟอร์และลูเซียสยิ้มอย่างมีเลศนัย ........อือ มันยากที่จะเข้าใจ แต่หมายถึงว่าพวกเขาคิดว่ามันน่าหนักใจรึเปล่านะ ? ฉันเห็นท่านมาร์เกรฟโมลตันห้อมล้อมไปด้วยคนจากสภาขุนนางพูดคุยกันเกี่ยวกับภาษีเครื่องเพชรพลอยกันอยู่
 
"........อ่า งานเลี้ยงวันเกิดนี่นะก็เป็นธรรมดาสำหรับการเต้นรำในวัยนี้"
 
ขณะที่ฉันพึมพำอย่างเห็นพ้องกับเยลช่า เซเฟอร์ก็จับแขนของฉันไว้พร้อมยิ้มกริ่มราวกับว่าเขามีความคิดดี ๆ แล้ว หือ ?
 
"ท่านเคาน์เตสคาลเดียได้โปรดไปพร้อมกับพวกข้าด้วยเถิด คืนนี้คงมีเหล่าเลดี้คนงามมารวมตัวกันที่คฤหาสน์โมลตันมากมาย ข้าจะได้ถือโอกาสนี้ป่าวประกาศว่าข้ามีเด็กสาวจองตัวแล้วเสีย"
 
".........ยอดเยี่ยม แต่ข้าจองตัวเองไว้ให้ราชีออคแล้วหรอก ......ล้อเล่นน่ะ ข้าจะไปพร้อมกับพวกเจ้าก็ได้ ถึงอย่างไรท่านลอร์ดโมลตันก็เป็นธุระเชิญข้าแล้ว ข้าคงรู้สึกไม่ดีหากไม่ได้ไปยังห้องโถง"
 
ฉันพูดมุขตลกที่ได้มาจากวรรณกรรมคลาสสิกที่อ่านในห้องเรียนเมื่อเร็ว ๆ มานี้ ขณะที่การคลุกคลีในโถงเต้นรำออกจะน่ารำคาญ แต่เซเฟอร์และลูเซียสก็คงจะคุ้นเคยกับมันมากกว่าฉัน และก็คงจะไม่แย่นักที่จะไปเป็นเพื่อนด้วย
 
คิดดูอีกที ประโยคพวกนั้นมันไม่ใช่คำที่มักใช้พูดกับผู้หญิงที่หมายมั่นจะแต่งงานด้วยหรอกเรอะ ? สำหรับฉันที่มักแต่งกายชุดผู้ชายแล้ว ฉันไม่เคยคิดเรื่องการแต่งงานสักนิดล่ะนะ
 
"ท่านเคาน์เตส ราชีออคที่ว่านี่คือใครเหรอครับ ?"
 
"เป็นชื่อดราโกนิสที่ข้าเลี้ยงน่ะ ที่ว่าข้าจองตัวให้มันแล้วก็แค่มุขตลกเท่านั้นแหละ"
 
เมื่อฉันเข้าไปยังห้องโถงเต้นรำพร้อมกับเซเฟอร์และลูเซียส สายตาของเหล่าบุตรีขุนนางทั้งหมดก็จับจดมายังพวกเราทันทีทันใด​ ฉันถูกเสียดแทงด้วยสายตามากมายที่คิดว่าอาจตายไปแล้วถ้านี่เป็นสนามรบ อีกนัยหนึ่ง คือมันน่ากลัวยิ่งกว่าศัตรูข้าศึกเสียอีก
 
......ถึงพวกเขาจะเป็นเจ้าภาพ แต่ฉันก็ต้องยอมรับว่าเซเฟอร์และลูเซียสได้รับความนิยมพวกเด็กหญิงกว่าที่คิด ที่โรงเรียนขุนนาง คงเป็นเพราะเซเฟอร์ซีดเผือดเกินไปเมื่อเปรียบเทียบกับเจ้าชายรัชทายาท แต่เรือนผมสีเงินงามและนัยน์ตาสีดั่งท้องฟ้าจากบิดา ทำให้เขาเป็นที่รักใคร่ของเด็กหญิงมากมาย จริง ๆ มันออกจะแปลกที่ภาพลักษณ์ของเขาไม่เป็นที่สะดุดตา แต่ก็คงจะหมายถึงความโดดเด่นขาดลอยของเจ้าชายรัชทายาทนั่นแหละ
 
เพื่อที่จะไม่เป็นที่รบกวนของบรรดาเด็กหญิง ฉันถอยหลังออกไปครึ่งก้าว
 
"อะ เอ่อ ท่านเซเฟอร์คะ ท่านผู้นั้นคือ ?"
 
แต่กระนั้น ก่อนที่ฉันจะทันถอยไป ก็ได้ยินเซเฟอร์แนะนำตัวฉันแล้ว เอ่อ ไหงงั้นล่ะ ในฐานะเจ้าบ้าน ทั้งคู่กลับใช้ฉันเป็นกำบังกันกำแพงดอกไม้เหล่านี้ นี่พวกเขาหมดหนทางอื่นแล้วเรอะ ?
 
เซเฟอร์จบลงด้วยการแนะนำตัวฉันกับกลุ่มเด็กหญิงในฐานะเพื่อนร่วมชั้น สงสัยว่าพวกเธอคงจะรู้ชื่อเสียของฉัน สาวแรกแย้มบางคนจึงถอยห่าง บ้างก็ซ่อนใบหน้าตัวเองด้วยพัด แต่เหล่าเด็กหญิงทั้งหมดที่ดูจะอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกลับกรูเข้ามาใกล้กว่าเดิมด้วยเหตุผลบางอย่าง.....
 
"เอ่อ ท่านลอร์ดไอน์สบาร์คคะ จะกรุณาเต้นรำสักหนึ่งบทเพลงกับข้า....."
 
"ไม่นะ เอ่อ ได้โปรดให้เกียรติเต้นรำกับข้าเถอะค่ะ"
 
"เดี๋ยวเถอะ ! เมื่อกี้พวกเจ้าบอกว่าอยากเต้นรำกับท่านมาร์เกรฟโมลตันเป็นคนแรกไม่ใช่หรือไร !"
 
"ท่านลอร์ดคะ ท่านชมชอบการเต้นรำซาราบานด์[2]ไหมคะ ? ข้ามั่นใจในการเต้นซาราบานด์ของข้ามากเลยล่ะค่ะ !"
 
อุ่ก ฉันถูกกดดันด้วยคำเชิญเต้นรำจากทุกด้าน ขณะที่ฉันพยายามถอยตัวเองไปอีกครึ่งก้าว และสร้างระยะห่างระหว่างพวกหล่อนได้อีกสักก้าวหนึ่ง
 
"อย่างที่คิดเลยนะครับ ทุกคนที่เมืองหลวงต่างก็ให้ความสนใจกับท่านเคาน์เตส มีผู้คนที่ชื่นชมท่านมากมาย นอกเหนือจากตัวข้า"
 
ลูเซียสดูจะชื่นชมอย่างประจบประแจงฉันด้วยเหตุผลบางอย่าง ไม่ล่ะ เจ้าสิพิลึกที่ชื่นชมคนที่ชื่อเสียงไม่ดีอย่างฉันน่ะ ส่วนสาเหตุที่ฉันกลายเป็นประเด็นร้อนในเมืองหลวง มันก็เป็นเพราะความอำมหิตของฉันเองซึ่งไม่มีเหตุผลน่าชื่นชมสักนิด
 
ยลเหล่าเด็กหญิงที่ทำอย่างกับพวกหล่อนอยู่บนสมรภูมิและสู้รบปรบมือเพื่อตัวฉันแล้ว มันก็คงไม่มีอะไรเหนือไปกว่าดรุณีน้อยเหล่านี้ต้องการจะผูกสัมพันธ์กับฉันเพื่อจุดมุ่งหมายของตัวเอง ไม่ว่าฉันจะเป็นคนดีหรือเลว มันก็เพียงเพราะว่าในเวลานี้ใคร ๆ ต่างก็พูดถึงฉันเท่านั้นแหละ
 

 

[1] ปาวาน (Pavane) — รูปแบบเพลงเต้นรำที่มีความสง่างาม นิยมใช้เต้นในงานราชสำนักในช่วงประมาณคริสต์ศตวรรษที่ 16 [youtube]
[2] ซาราบานด์ (Sarabande) — การเต้นรำจังหวะช้าที่มีที่มาจากสเปน เป็นที่นิยมในสมัยบาโรค ช่วงประมาณคริสต์ศตวรรษที่ 17-18 [youtube]



NEKOPOST.NET