[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta. ตอนที่ 161 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta.

Ch.161 - 13 ท่านมาร์เกรฟผู้เด่นสง่า


มาร์เกรฟ คือบรรดาศักดิ์ขุนนางที่ถูกจัดอยู่ในแวดวงสังคมขุนนางระดับสูง
 
มาร์เกรฟมักพระราชทานเป็นบรรดาศักดิ์แก่ขุนนางที่มีความสำคัญบางอย่างต่ออัร์คเซีย อาทิ เหล่าเสนาขุนนางระดับสูงที่ทำงานในการคลัง, ขุนนางที่มีชัยภูมิสำคัญที่จำเป็นต้องป้องกัน หรือขุนนางพร้อมดินแดนที่ผลิตอาหารจำนวนมากสำหรับทุกคน รวมไปถึงขุนนางที่มีทรัพยากรหายากในดินแดนของตน ขุนนางเหล่านี้ทั้งหมดจะได้รับการแต่งตั้งเป็นมาร์เกรฟ
 
ดังนั้น บรรดาขุนนางเหล่านั้นจึงได้รับยศที่แตกต่างไปจากขุนนางฐานันดรชั้นเอิร์ล มีขุนนางระดับสูงเพียงหยิบมือเท่านั้นมีที่บรรดาศักดิ์มาร์เกรฟ
 
ท่านมาร์เกรฟโมลตันได้รับยศนี้เป็นเพราะทรัพยากรหายากในอาณาเขต บรรพบุรุษรุ่นก่อนของเขาเป็นเพียงแค่เอิร์ลผู้น้อยเท่านั้น แต่จนเมื่ออาณาเขตโมลตันได้ริเริ่มพัฒนาและผลิตอัญมณีต่าง ๆ กอปรกับสองรัตนชาติหายากในโลกแห่งนี้ที่เรียกว่า เอสเมแร็ลท และ วาร์ดาเลียส นั่นคือสิ่งที่ทำให้เขาได้รับพระราชทานฐานันดรศักดิ์
 
"ขอบคุณสำหรับการมาในค่ำคืนนี้ ท่านเคาน์เตสคาลเดีย มันเป็นแค่งานเลี้ยงยามค่ำขนาดย่อมเท่านั้น เพราะว่าข้ามักอยู่ที่นี่เพียงลำพัง แต่ข้าจะยินดียิ่งหากท่านรื่นเริงกับมันได้นะ"
 
"แน่นอนค่ะ ข้ารู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้รับเชิญมาร่วมงานเลี้ยงวันเกิดของบุตรชายท่าน ท่านลอร์ดโมลตัน"
 
วาร์ดาเลียสสีฟ้าเข้มน้ำงามบนเสื้อคลุมของท่านมาร์เกรฟโมลตันเข้ากับสีนัยน์ตาของเขา และดังเช่นทุกครั้ง ขณะที่เขาส่งรอยยิ้มพร่างพราย ฉันพบว่ายากที่จะเชื่อว่าเขามีบุตรชายที่อายุเท่ากันกับฉันจริง ๆ
 
อาคารหน้าตาคล้ายกับปราสาทเด่นตระหง่านที่เบื้องหลังเขา ฉันไม่อาจจินตนาการได้เลยว่าเขานอนหลับที่นี่ตัวคนเดียว ช่างเป็นที่พำนักที่เหมาะสมกับหนึ่งในบรรดาขุนนางระดับสูงจำนวนหยิบมือแล้ว ขนาดและมูลค่าเหนือชั้นยิ่งกว่าที่พักเก่าของฉันในเมืองหลวงแบบขาดลอย ขณะที่ในเวลานั้นฉันเป็นเพียงแค่ไวส์เคาน์เตสระดับล่างเท่านั้น
 
"......แล้ว เหตุใดท่านต้องวุ่นวายให้ข้าเข้ามาทางด้านหลังกันด้วยเล่า ?"
 
สำหรับคำตอบที่เขาให้ฉันทะลุประตูหลังของคฤหาสน์อันอัศจรรย์แห่งนี้ ท่านมาร์เกรฟยิ้มอย่างซุกซนที่ฉันคิดว่าน่าเอ็นดู
 
"อันที่จริงแล้ว บุตรชายที่รักคนที่สองของข้า ลูเซียส ซึ่งเป็นตัวชูโรง​ของค่ำคืนนี้ เขาเป็นแฟนคลับท่านเลยน่ะซี่ เขาจะเข้าโรงเรียนขุนนางในปีหน้า และข้าก็คิดว่าท่านจะช่วยเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับที่นั่นให้เขาฟังบ้างได้หรือไม่"
 
และนั่นก็คือสิ่งที่เขากล่าว ฉันกุมหัวตัวเอง
 
แม้ว่าเขาจะเดินทางเข้าออกจากเมืองหลวงบ่อยครั้ง แต่ฉันก็ไม่รู้จะบอกว่าการกระทำของเขามันออกจะแปลกประหลาดเล็กน้อย หรือเขาเป็นเพียงผู้ที่มีฝีก้าวเป็นของตัวเองดี..... ฉันไม่รู้จะอธิบายยังไง มันออกจะกระทันหันน่ะ
 
คงเป็นเพราะบุคลิคของเขาที่ทำให้แวดวงสังคมในเมืองหลวงปฏิบัติต่อเขาอย่างเป็นที่รักใคร่ เขาเป็นคนจริงใจมากจนเกินไป บุคลิกในฐานะลอร์ดของดินแดนเองก็แกร่งกล้า
 
"ข้าหวังว่าท่านจะแจ้งข้าไว้ล่วงหน้า ข้าไม่ได้ตระเตรียมของขวัญใดให้เขาไว้เลย"
 
"ไม่เป็นไร ไม่จำเป็นเลย ท่านสิคือของขวัญสำหรับเขาแล้วล่ะ หากไม่ใช่เพราะว่าขุนนางล้วนมีงานล้นมือ ข้าคงจะขอให้ท่านช่วยมาเป็นพี่เลี้ยงให้เขาแล้ว"
 
"ถ้าท่านทำแบบนั้น ข้าก็มีปัญหาน่ะสิ..... อีกอย่าง เด็กคนใดก็ตามที่ชมชอบข้าก็คงจะแปลกพิลึก ชื่อเสียงของข้ามีแต่ทางเสื่อมเสียทั้งนั้น"
 
ขณะที่ฉันพูดเปรยกับท่านมาร์เกรฟโมลตัน เขาก็นำฉันไปยังห้องที่ซึ่งลูเซียสกำลังรออยู่
 
แม้ว่าข้ารับใช้ทั้งสามข้างหลังจะไม่ได้พูดอะไร แต่ฉันก็บอกได้ว่าพวกเขางุนงงขณะติดตามเบื้องหลังพวกเรา ฉันบอกกับพวกเขาไว้ก่อนหน้านี้ว่าท่านมาร์เกรฟออกจะมีบุคลิกที่เป็นเอกลักษณ์สักหน่อย แต่พวกเขาคงไม่รู้อยู่ดีว่าแตกต่างอย่างไร เพราะว่าพวกเขาไม่เคยมีปฏิสัมพันธ์กับขุนนางคนอื่น ๆ ในเมืองหลวงมาก่อน
 
 
 
 
 
เด็กน้อยใบหน้าซีดเผือดด้วยความกระวนกระวายขณะรออยู่กับพี่ชายของเขา เซเฟอร์ ที่กำลังทำตัวเป็นพี่ชายแสนดีและปลอบโยนเด็กชาย เด็กคนนี้คงจะเป็นลูเซียส เขามีเรือนผมสีเงินของบิดา มีนัยน์ตาสีมรกตใสกระจ่างยิ่งกว่าเซเฟอร์ แต่ใบหน้าของเขาคงจะคล้ายมารดา ดูเกือบจะเป็นเด็กผู้หญิง
 
".......อ๊า ท่านพี่ ข้าไม่ไหวแหง ๆ พอคิดว่าจะต้องพูดทักทายยังไงบ้าง อกข้าก็ปวดจี๊ดเลย......."
 
"ไม่เป็นไรน่า ลูเซียส เจ้าทำได้ เจ้าจะทำได้ดีกว่าปีที่แล้วแน่ อาจารย์สอนพิเศษของเราก็ยังชื่นชมไม่ใช่เหรอ ?"
 
"แต่ท่านพี่ นางมักจะตำหนิให้ข้าออกเสียงชัด ๆ เหมือนท่าน แบบไม่ติดอ่างอะ....... ข้าพูดไม่ได้หรอก ไม่มีทาง"
 
"พ่อกับข้าเองก็อยู่ด้วย ตอนเจ้าออกไปทักทายแขกเหรื่อ อย่ากังวลเกินไปน่า ทำใจเย็น ๆ เข้าไว้ เอ้า สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ, หายใจออก, หายใจเข้า, หายใจเข้า, หายใจเข้า"
 
ลูเซียสสูดลมหายใจลึกจนสุดที่ปอดจะรับได้ จากนั้นเขาก็เริ่มกระอักไอ และค้อนมองเซเฟอร์ที่กลั่นแกล้งทั้งน้ำตา เซเฟอร์รักษาท่าทีสงบและยิ้มอย่างซุกซนบนใบหน้าที่คล้ายกับรอยยิ้มของพ่อของเขาก่อนหน้านี้
 
เซเฟอร์กับพ่อของเขาให้ความประทับใจแรกพบที่แตกต่าง แต่พฤติกรรมของทั้งคู่เหมือนกันเปี๊ยบ ไม่ใช่ว่าปกติแล้วมันควรจะตรงข้ามกันหรอกรึ
 
"เซเฟอร์ อย่าทำให้ลูเซียสอารมณ์เสียก่อนจะไปที่ห้องโถงซี่"
 
ท่านมาร์เกรฟโมลตันหัวเราะคิกพลางเอ่ยปาก สองพี่น้องจึงเงยหน้ามองพ่อของพวกเขา และเมื่อพวกเขาเห็นฉันยืนอยู่ข้างหลังก็แข็งทื่อไปเลย ก็นะ แน่ใจได้เลยล่ะว่าจะต้องตกใจน่ะเพราะว่าพ่อของพวกเขาจู่ ๆ ก็พาฉันผ่านประตูหลังเข้ามาโดยไม่แจ้งล่วงหน้านี่
 
นอกจากนั้น ก่อนหน้านี้ฉันก็ยังปฏิเสธคำเชิญของเซเฟอร์ด้วย ที่กลายเป็นแบบนี้ทั้งหมดก็เป็นความผิดของพ่อพวกเขานั่นแหละ
 
ฉันไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไร แต่สุดท้ายก็โบกมือให้กับเซเฟอร์ที่ยังนิ่งจังงัง
 
".......คาลเดีย ?"
 
"สายัณห์สวัสดิ์ เซเฟอร์"
 
"เอะ เอ๋ ? อะไรกัน ? ก็ไหนเจ้าบอกว่าวันนี้มีนัดอื่นแล้วนี่......"
 
"อ้า ใช่ เป็นนัดหมายล่วงหน้า เพราะว่าข้าได้รับเชิญให้เข้าร่วมงานเลี้ยงวันเกิดบุตรชายคนที่สองจากท่านมาร์เกรฟสักคนหนึ่งน่ะสิ"
 
โทษที และขอโทษที่ปฏิเสธคำเชิญของเขาเมื่อไม่กี่วันก่อนด้วย ก็นะ แม้แต่ฉันเองก็ยังไม่รู้เลยว่าท่านมาร์เกรฟคิดอะไรกัน ฉันเองก็สับสน แต่ลงท้ายก็เป็นไปตามที่พ่อของเขาว่ามา
 
"........พ่อ ?"
 
"หือ ? มันก็เป็นเรื่องปกติที่พ่อจะส่งคำเชิญให้กับเพื่อนพ่อไม่ใช่รึไง ?"
 
ท่านมาร์เกรฟโมลตันยิ้มกริ่ม ฉันรู้สึกทึ่งจนต้องหรี่ตามอง แย่จริง ๆ นี่เขากลั่นแกล้งลูกชายตัวเองเกินไปแล้ว
 
ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ดูจะมีความสัมพันธ์พ่อลูกที่แน่นแฟ้น แม้แต่คนนอกอย่างฉันก็บอกได้ว่าเซเฟอร์ไม่ได้หงุดหงิดกับมุขตลกฝืด ๆ ของพ่อตัวเอง เขาเพียงแต่มองอย่างไม่สบอารมณ์เล็กน้อย
 
จริง ๆ นะ ฉันอิจฉาพวกเขานิดหน่อย
 
 
 
 
 
หลังจากนั้น เซเฟอร์ก็บอกว่าน้องชายของเขา ลูเซียส นั้นยังไม่สู้ดีนักและเขาก็แทบจะไม่พูดคุยกับฉันเท่าไหร่ ดังนั้นฉันจึงจบลงด้วยการใช้เวลาพูดคุยกับเซเฟอร์ฆ่าเวลาแทน
 
เอาเถอะ มันก็คงจะดีแล้วล่ะที่ไม่ได้เตรียมของขวัญมา ดูจากสถานการณ์ เขายากแม้แต่การทักทายพื้นฐานด้วยแล้ว
 
หลังจากลูเซียสผ่านพ้นความกระวนกระวายใจมาได้ เขาก็ถ่ายทอดความตื่นเต้นของตัวเองได้ดีขึ้น และกล่าวทักทายอย่างเหมาะสม ท่านมาร์เกรฟคงจะเข้าใจบุตรของตัวเองเป็นอย่างดีและมีทักษะในการรับมือกับพวกเขา ฉันคงต้องขอโทษที่คิดว่าเขาเป็นคนพิลึกนิดหน่อย อย่างที่คาดคิดสำหรับท่านมาร์เกรฟผู้เด่นสง่าคนนี้ เขามีวิถีทางในการจัดการกับเด็ก ๆ และความกังวลของพวกเขาอย่างดีทีเดียว



NEKOPOST.NET