[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta. ตอนที่ 160 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta.

Ch.160 - 12 เกมหมากกระดาน


วันถัดมาเมื่อฉันกลับมายังโรงเรียนขุนนาง "อรุณสวัสดิ์" ดังเช่นเคย เซเฟอร์มาทักทายฉัน ก่อนจะถูกผลักออกไปด้านข้างโดยใครคนหนึ่งที่ฉันไม่คาดคิดว่าจะเจอรวดเร็วขนาดนี้
 
เอริคนั่นเอง เขาเหลือบมองมายังฉันอย่างกับจะต่อต้านบางอย่าง สีหน้าที่ดูเหมือนเขาไม่พึงพอใจอะไรสักสิ่ง .......มันออกจะรู้สึกน่าอนาถใจที่ฉันต้องรับมือกับฝ่ายตรงข้ามอย่างเขาทั้งที่กระทั่งส่วนสูงก็ยังเตี้ยกว่า
 
ก่อนที่ฉันจะได้ถามว่าเขาต้องการอะไร ฉันก็สังเกตเห็นเซเฟอร์ถลาลงจากการถูกผลักอย่างแรงเกือบจะชนกับโต๊ะ และฉันก็คว้าแขนของเซเฟอร์ไว้ทันควัน กระชากเขาออกมาก่อนที่หัวของเขาจะกระแทกกับมุมของโต๊ะเรียน
 
บางทีฉันคงจะดึงเซเฟอร์แรงเกินไป ครั้งนี้เขาจึงเซไปข้างหน้าแทน ฉันพยายามจะรั้งไหล่เขาไว้ด้วยมือซ้าย ทว่าทันใดนั้นแขนของฉันก็สั่นเทิ้มจากแรงปะทะ ร่างของเซเฟอร์จึงหลุดออกจากมือของฉัน ดังนั้นฉันจึงรวบตัวเขาไว้ด้วยแขน
 
ต่อให้ออกกำลังกายเป็นประจำ แต่ก็แหงล่ะว่าฉันไม่ได้มีกำลังมากพอจะดึงใครสักคนที่ตัวพอ ๆ กันได้นานนัก แต่เพราะว่าเขายังคงเวียนเศียรและมีปัญหาในการยั้งไว้ด้วยตัวเอง
 
— ไม่มีทางเลือกอื่น ฉันยอมแพ้และค่อย ๆ ปล่อยให้เซเฟอร์กลิ้งไปกับพื้นเบา ๆ
 
".......เกือบไป เจ้าเกือบจะหัวกระแทกแล้ว"
 
"ขะ ขอบใจ คาลเดีย ที่ช่วยข้า.....?"
 
แม้ว่าเขาจะกล่าวขอบคุณฉัน แต่ก็ยังคงมีเครื่องหมายปรัศนีย์ในท้ายเสียง คงจะเป็นเพราะว่าท้ายที่สุดแล้วฉันก็ปล่อยให้เขากลิ้งไปกับพื้นนี่นะ ฉันทำให้แน่ใจว่าเขาจะไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำสีหน้าตอบเขายังไง
 
ฉันดึงแขนของเซเฟอร์อีกครั้ง ช่วยเขาให้ลุกขึ้น จากนั้นก็หันขวับไปมองเอริคที่ดูจะสั่นกึก และเริ่มขยับตัวเก้ ๆ กัง ๆ จากนั้นเขาก็ค่อย ๆ เปลี่ยนสีหน้าเป็นรู้สึกผิด ขณะมองมายังฉันและเซเฟอร์
 
"......ขะ ข้าพลาดเอง โมลตัน คือ......ข้าเลิ่นเล่อเอง เจ้าเลยเกือบบาดเจ็บ"
 
.....อะไรน่ะ นั่นคือคำขอโทษงั้นเหรอ ? มันดูไม่เหมาะเป็นคำขอโทษจากตระกูลขุนนางระดับสูงที่ดีดตัวเองไปสู่วิถีชีวิตอันฟู่ฟ่าจากการรีดเงินแผ่นดินเลยสักนิด
 
ขณะที่เซเฟอร์กำลังจะรีบตอบอะไรอย่าง "ไม่เป็นไร" ฉันก็รั้งแขนและหยุดเขาไว้ เซเฟอร์เป็นบุตรชายคนโตของท่านมาร์เกรฟ ในฐานะของสมาชิกตระกูลขุนนางระดับสูงแล้ว เขาควรจะรู้จักวางตัวให้เหมาะสมตลอดเวลา เนื่องจากเห็นได้ชัดเจนว่าเอริคไม่ได้สุภาพด้วย ก็ไม่จำเป็นต้องสุภาพกับเขา ต่อให้เขามาจากตระกูลอาร์ชดยุคก็ตาม
 
เซเฟอร์ดูจะตกใจจนไม่พูดอะไรเลย และฉันก็จ้องมองเยียบเย็นไปทางเอริค เอริคเองก็หุบปากเสียสนิท ฉันไม่รู้ว่าทำไมแต่สีหน้าแข็งทื่อของเขาดูเหมือนจะเสียศูนย์ไป
 
"—— คาลเดีย โมลตัน เอริคก็ด้วย เกิดอะไรขึ้น ?"
 
หลานชายของท่านสมุหกลาโหมเข้ามาพร้อมกับสีหน้าแคลงใจ บรรยากาศสับสนของเอริคก็พลันระเหิดหาย
 
เอริคหันตัวกลับและออกจากห้องเรียนไปทั้งอย่างนั้น เขาไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้ ก็เลยเผ่นอย่างนั้นเหรอ ? เขาอยู่ในช่วงของวัยรุ่นอารมณ์แปรปรวน นั่นก็คงจะเป็นไปได้
 
และท้ายที่สุด ฉันก็ไม่รู้อยู่ดีว่าเอริคต้องการอะไรจากฉันกันแน่..........
 
 
 
 
 
"คือว่านะ ข้าคิดมาสักพักแล้วล่ะ ที่ท่านเอริคทำแบบนี้ บางทีอาจจะเพราะว่าเขาอยากได้รับสนใจจากท่านเอลิซ่ารึเปล่าน่ะ ?"
 
ความเห็นของเรกะทำให้ฉันกะพริบตาปริบ หลังจากที่เล่าสิ่งที่เกิดขึ้นให้พวกเขาฟัง
 
ฉันโขกตัวหมากรุกบนกระดานที่กำลังเล่นกับอัสรัน พร้อมกับใช้สายตาแลกเปลี่ยนบทสนทนากับราโทก้าอย่าง "เจ้าเข้าใจที่เรกะพูดรึเปล่า", "ไม่เลยสักนิด"
 
จากขอบสายตา ฉันเห็นทีร่าหัวเราะคิก และกระทั่งอัสรันก็มองฉันอย่างกับเด็กน้อย เห็นได้ชัดว่าคนที่ไม่เข้าใจเรื่องนี้มีแค่ฉันกับราโทก้าเท่านั้น
 
"ครั้งแรกที่พวกท่านพบกัน ท่านไม่ได้ตั้งท่าว่าเขาเป็นศัตรูเลยหรอกหรือ​ ?"
 
"มันก็เพราะว่าเขาเย้ยหยันข้า ดูเหมือนว่าข้าจะถูกเกลียดตั้งแต่ตอนนั้น ดังนั้นข้าก็ตอบสนองไปอย่างเดียวกัน"
 
"นั่นน่ะ ก็เพราะว่า เขาอยากจะเป็นเพื่อนกับท่านเอลิซ่า แต่ไม่รู้ว่าต้องทำยังไงน่ะซี่ เขาไม่รู้ว่าต้องทำยังไงถึงจะเป็นเพื่อนกับท่านเอลิซ่า หรือแม้แต่ต้องทำยังไงถึงจะคืนดีกับเพื่อน หลังจากทะเลาะกันแล้วได้"
 
........ไอ้พฤติกรรมหยาบคายสุดกู่ นั่นคือวิธีการสื่อสารหนึ่งเดียวที่เอริครู้จักเรอะ ?
 
"เขาพยายามทำอะไรที่คล้ายว่าจะขอโทษใช่ไหมล่ะ ?"
 
"เขามีพี่ชายสินะ ? บางทีเขาคงจะไม่รู้วิธีการขอโทษต่ออะไรที่เขาคิดว่ามันเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ หรอก"
 
อย่างที่คิดสำหรับเด็ก ๆ ที่เติบโตมาอย่างเด็กทั่วไป ฉันรู้สึกได้ว่าคำอธิบายของเรกะนั้นช่างน่าเหลือเชื่อ
 
.....ลูกหลานขุนนางเติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่พิเศษ แถมเอริคก็ยังอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ฉีกแนวสุด ๆ ตั้งแต่เกิด ไหนจะการสิ้นพระชนม์ของพระมารดาของเขาอีก ฉันไม่อาจพิจารณาได้ว่าสิ่งนี้จะทำให้ทักษะการสื่อสารของตัวเขาพุ่งดิ่งลงแบบนี้หรอกนะ.......
 
"......ถึงอย่างนั้น ข้าก็ไร้เจตจำนงใด ๆ ที่จะเป็นสหายกับตระกูลโดวาดายน์แหละน่ะ"
 
"เอ๋ ไหงงั้นล่ะ ?"
 
"ขุนนางคนอื่น ๆ ต่างก็ไม่พึงพอใจอยู่แล้วที่ข้าได้รับการโปรดเกล้าฯ ปูนบำเหน็จจากใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ถ้าข้าไปใกล้ชิดสนิทสนมกับตระกูลทรงอำนาจอย่างท่านอาร์ชดยุค มันจะยิ่งกระพือความคิดเห็นเชิงลบต่อข้ามากยิ่งขึ้น ข้ายังอยากจะจำกัดชื่อเสียงในแง่ไม่ดีของข้าให้มากเท่าที่จะเป็นไปได้น่ะ"
 
"อืม...... งั้นเหรอ เขาอยากจะเป็นเพื่อนด้วย ! แต่เป็นเพราะพวกผู้ใหญ่รอบกายท่าน ท่านก็เลยไม่สามารถเป็นเพื่อนกับเด็กวัยเดียวกันได้ น่าเศร้าจังเลยนะ........."
 
อัสรันที่กำลังลำบากจากการขยับตัวหมากรุก เดินตัวหมากอัศวินออกมาในที่สุด เมื่อฉันเคลื่อนตัวหมากพลธนูคันยาว[1]ออกไปโจมตี ราโทก้าก็กระซิบบางอย่างกับอัสรัน เฮ้ ให้คำแนะนำกันแบบนี้ไม่ยุติธรรมนี่
 
"อย่างงั้นเหรอ ? แต่ต่อให้ข้าแก้ไขความสัมพันธ์และทำความรู้จักกับท่านเอริคใหม่ ข้าก็ไม่มีอะไรจะคุยกับเขาอยู่ดีนั่นแหละ"
 
ทีร่าเข้ามาแทรกการสนทนาของเราด้วยการเติมชาดำให้กับฉัน เธอยังจัดขนมอบจานเล็กมาพร้อมกัน ฉันหยิบมันใส่ปากและขบคิดถึงความหมายขณะเคี้ยว
 
"พฤติกรรมที่เป็นปริศนาของท่านเอริคนี้เป็นที่รู้กันในหมู่ขุนนางไหมน่ะจ๊ะ ?"
 
"อื้อ ขุนนางคนอื่นอาจจะรู้จากข้ารับใช้ที่ทำงานที่นี่แล้วก็ได้"
 
"แล้วท่านเกรซที่เป็นลูกคนโตล่ะ ท่านเอลิซ่าก็ไม่อยากจะเป็นเพื่อนกับเขาเกินจำเป็นสินะ ?"
 
ฉันพยักหน้าให้กับคำถามนี้ ในกรณีของเกรซ ฉันก็เคยคิดอยู่หรอกว่าอยากจะเป็นเพื่อนกับเขาหรือเปล่า แต่ด้วย "ขุนนางระดับล่างไม่นับเสมอภาคเท่าเทียม" เป็นช่องว่างขนาดใหญ่
 
"จากสถานการณ์ในตอนนี้ ขุนนางคนไหน ๆ ต่างก็คิดว่าอำนาจของตระกูลอาร์ชดยุคจะได้รับสืบทอดโดยท่านเกรซ ไม่ใช่ท่านเอริค ตั้งแต่แรกที่ท่านเอลิซ่าเย็นชากับท่านเอริคก็เพื่อจะรักษาระยะห่างจากเจ้าชายรัชทายาทและท่านเกรซสินะ ?"
 
".......ต่อให้ข้าเป็นมิตรกับท่านเอริค ความคิดเห็นของท่านเกรซที่มีต่อข้าก็คงไม่เปลี่ยนหรอก และมันก็น่าสงสัยว่าเขาจะมีอิทธิพลต่อองค์รัชทายาทอย่างไร..... มุมมองของขุนนางไม่ได้ง่ายดายเลย ไม่ว่าท่านเอริคจะมีชื่อเสียงแย่หรือว่าถูกประเมินต่ำ เขาก็ยังคงเป็นสมาชิกตระกูลท่านอาร์ชดยุค และการตีสนิทกับเขาก็ย่อมจะมีปฏิกิริยาสะท้อนกลับมาอย่างรุนแรงอยู่ดี"
 
"งั้นเหรอ ขุนนางอัร์คเซียซับซ้อนจังนะ ไม่เหมือนมุคตาร์[2]ในชนเผ่าชิรู"
 
อดีตราชอาณาจักรอาร์โทลัสเป็นประเทศที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์และไม่มีระบบขุนนางจริง ๆ แต่บางอย่างที่คล้ายกับสถานะขุนนางก็มีปรากฎอยู่ ในบรรดาราษฎรเดิมของอาร์โทลัส ชนเผ่าชิรูเป็นหนึ่งในชนเผ่าที่มีความใกล้ชิดกับกษัตรามากที่สุด ดูเหมือนว่าพวกเขามักจะให้การรับใช้กษัตราของพวกเขาโดยตรง
 
"ข้าไม่รู้หรอกว่าซับซ้อนขนาดไหน แต่มันก็มีแนวคิดที่แตกต่างกันจริง ๆ องค์กษัตริย์แห่งอัร์คเซียไม่ได้คัดเลือกมาจากกลุ่มชนที่มีอำนาจมากที่สุด แต่ทรงมีอำนาจอธิปไตยในฐานะสัญลักษณ์แห่งสายพระโลหิตที่สืบทอดมาแต่ท่านอะฮาห์ เซีย องค์ปฐมกษัตริย์แห่งราชอาณาจักรอาร์เซียอันศักดิ์สิทธิ์ ระบอบมันแตกต่างไปจากมุคตาร์ของพวกเจ้า"
 
"การบูชาสายพระโลหิตว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์เนี่ยนะ พิลึกจัง ถึงเราจะเป็นสาวกในศาสนาเซียด้วยกันทั้งหมด แต่ทำไมธรรมเนียมของพวกเราแตกต่างกันนักล่ะ ?"
 
ฉันยักไหล่และเลี่ยงที่จะตอบคำถามสุดท้าย นั่นเป็นคำถามสำหรับเหล่าผู้ที่ศึกษาศาสนศาสตร์ ไม่ใช่สิ่งที่ลอร์ดผู้ครองดินแดนซึ่งไม่เลื่อมใสในศาสนา และเพียงคิดหาวิธีการใช้ศาสนามาเป็นประโยชน์ในการช่วยเหลืออาณาเขตของตัวเองได้อย่างไรเท่านั้น
 
"อ๊ะ อัสรัน รุกฆาต"
 
"บ้าเอ๊ย........"
 
อัสรันและราโทก้าร้องเสียงครวญออกมาพร้อมกัน ขณะที่ฉันโขกอัศวินพิชิตคิงของพวกเขา
 
อ่อนจริง ๆ เพียงผู้เดียวที่ฉันไม่เคยชนะได้เลยก็เห็นจะมีเพียงแค่คลอเดียเท่านั้นแหละ

 


 

[1] หมากกระดานที่เล่นกัน มีตัวพลคันธนูยาวด้วย จึงเดาน่าจะเป็น โคโชงิ (廣将棋 ) [wiki]
[2] มุคตาร์ ก่อนหน้านี้ใน Ch.101 เคยแปลโดด ๆ ว่า "หอกแห่งขัตติยะ" แต่ปรับเปลี่ยนมาใช้ มุคตาร์ แทน เพราะดูจะเหมาะสมกว่า (มุคตาร์  Mukhtar (مختار) เป็นภาษาอารบิค แปลว่า "ผู้ที่ถูกเลือก" เป็นตำแหน่งหัวหน้าหมู่บ้านหรือเขตในประเทศแถบอาหรับ ในเรื่องนี้หมายถึง ชนชั้นอภิชนในอดีตสังคมอาร์โทลัส)



NEKOPOST.NET